ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันยังไง

144 ครั้งเข้าชม
ไข้หวัดใหญ่ A vs B: สรุป A: รุนแรงกว่า, กลายพันธุ์บ่อย, ระบาดใหญ่ได้, แบ่งย่อยเป็นสายพันธุ์ย่อย (เช่น H1N1) B: อาการน้อยกว่า, กลายพันธุ์ช้ากว่า, มักระบาดเฉพาะพื้นที่, ไม่แบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อย ทั้งคู่ทำให้มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร? อาการ, การรักษา, และความรุนแรงเป็นอย่างไร?

จริงๆนะ ฉันเคยเป็นไข้หวัดใหญ่ตอน ม.ปลาย จำได้ว่า เดือนธันวาคม ปี 2558 หนาวมาก ไอหนักมาก ตัวร้อนไปหมด ไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กินยาตามหมอสั่ง ก็หายภายในอาทิตย์นึงนะ แต่เพื่อนฉันคนนึง ตอนนั้นเค้าเป็นสายพันธุ์ B อาการดูหนักกว่า ไอแบบแห้งๆ เหนื่อยง่าย เลยต้องไปโรงพยาบาลเลยล่ะ ค่ารักษาแพงกว่าฉันเยอะเลย จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แน่ แต่รู้สึกว่าแตกต่างกันพอสมควรเลยแหละ

เท่าที่จำได้นะ สายพันธุ์ A มักจะรุนแรงกว่า อาการก็ชัดเจนกว่า คือไอ จาม น้ำมูกไหล ปวดหัว ตัวร้อน ส่วนสายพันธุ์ B อาการอาจจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่บางทีก็เหนื่อยล้ามากกว่า ไอแห้งๆนานๆหาย แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวนะ อาจจะไม่ตรงเป๊ะๆ เพราะไม่ได้จดบันทึกไว้ แค่จำได้ลางๆ

การรักษา เท่าที่รู้ ส่วนใหญ่ก็รักษาแบบประคับประคอง พักผ่อนให้มากๆ กินยาแก้ไข้ แก้ไอ ดื่มน้ำเยอะๆ ถ้าอาการหนักก็ต้องไปหาหมอ รับยาตามที่หมอสั่ง แต่ที่สำคัญเลย คือต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าฝืนร่างกาย ไม่งั้นจะแย่กว่าเดิม เพราะเคยเห็นเพื่อนอีกคน เป็นไข้หวัดใหญ่แต่ไม่ยอมพัก ผลคือลากยาวเป็นอาทิตย์ เลยอ่อนเพลียไปนานเลย

สรุปสั้นๆ สายพันธุ์ A อาการจะมาเร็ว แรง และรุนแรงกว่า ส่วนสายพันธุ์ B อาการอาจจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ทำให้เหนื่อยล้าได้ ถ้าไม่แน่ใจ ไปหาหมอดีที่สุด อย่ามัวแต่เดาเอง เพราะสุขภาพสำคัญที่สุดเนอะ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เชื้ออยู่ได้กี่วัน

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เนี่ย เชื้อมันอยู่ได้กี่วันอะ อืมมมม... ไม่แน่ใจเลย แต่ที่แน่ๆ คือติดง่ายมากกกกกก!

วิธีแพร่ระบาดก็ง่ายๆเลย ไอ จาม น้ำมูก สัมผัสกัน แบบนี้แหละ เพื่อนฉันที่ทำงานปีนี้เป็นหนักมาก ต้องหยุดงานไปอาทิตย์นึงเลย คือมันแพร่เร็วจริงๆ ช่วงนี้ก็ระวังกันหน่อยนะ

  • ไอ จาม ต้องปิดปากปิดจมูก
  • ล้างมือบ่อยๆ สำคัญมากกกกก
  • ถ้าไม่สบายก็อย่าไปแออัด พักผ่อนเยอะๆ

ปีนี้เพื่อนฉันเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B มันบอกว่าป่วยประมาณ 5-6 วัน ไม่ถึง 7 วันอย่างที่เว็บนั้นบอกอ่ะ แต่ก็รุนแรงเหมือนกันนะ เหนื่อยมาก อ่อนเพลียสุดๆ ฉันเลยระวังตัวมากขึ้น ใช้เจลล้างมือตลอด พยายามไม่ไปในที่คนเยอะๆด้วย

โดยรวมแล้ว เชื้ออยู่ได้นานแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่าเนอะ เพื่อนฉันบอกว่าหมอบอกให้กินยาตามหมอสั่ง แล้วก็พักผ่อนเยอะๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุด

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A B ต่างกันอย่างไร

โอ๊ย! ไข้หวัดใหญ่ A กับ B เนี่ยนะ ปวดหัวเลย! ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเคยเป็นไข้หวัดใหญ่ช่วงหน้าฝน เดือนกรกฎาคม ตอนนั้นอยู่ป.4 แม่พาไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ไข้สูงมาก ตัวร้อนจี๋ กินอะไรก็ไม่อร่อย ต้องนอนซมอยู่บ้านเป็นอาทิตย์ โคตรทรมาน!

พอโตมาหน่อยถึงรู้ว่าไข้หวัดใหญ่ A มันร้ายกว่า B จริงๆ นะ คือมันแพร่เร็วกว่า แล้วก็กลายพันธุ์เก่งกว่าด้วย ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ๆ ได้ง่ายกว่า แต่ไข้หวัดใหญ่ B ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ร้ายนะ มันก็ทำให้ป่วยหนักได้เหมือนกัน

ปีนี้ (2567) เห็นข่าวว่าไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักมาก เพื่อนที่ทำงานก็เพิ่งลาป่วยไปเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อีกแล้วเนี่ย! เซ็งเลย กลัวติดมาก ตอนนี้เลยพยายามล้างมือบ่อยๆ แล้วก็ใส่แมสก์เวลาไปที่คนเยอะๆ

สิ่งที่ฉันเข้าใจตอนนี้คือ:

  • ความรุนแรง: A มักจะรุนแรงกว่า B (แต่ B ก็ประมาทไม่ได้)
  • การระบาด: A แพร่ระบาดได้กว้างกว่า
  • กลายพันธุ์: A กลายพันธุ์บ่อยกว่า B
  • ป้องกัน: ฉีดวัคซีนทุกปีคือดีที่สุด (ฉันก็เพิ่งไปฉีดมาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง!)
  • ถ้าป่วย: รีบไปหาหมอ อย่าปล่อยไว้!

จริงๆ นะ เรื่องสุขภาพนี่มันเรื่องใหญ่ อย่ามองข้าม! ดูแลตัวเองกันดีๆ นะทุกคน!

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันไม่แพร่เชื้อ

โอ๊ย! ถามเรื่องหวัด B นี่มันเรื่องใหญ่กว่าหวยล็อคอีกนะ! เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นหวัด B แล้วอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะเลิกแพร่เชื้อให้ชาวบ้านเค้าซะที มามะ เดี๋ยวป้าเม้าท์ให้ฟัง

  • ตัวร้ายฟักตัว: หวัด B มันร้ายเงียบ! ฟักตัวในร่างเราแบบเนียนๆ 1-4 วันโน่น กว่าจะรู้ตัวก็ปาร์ตี้จามน้ำมูกใส่ชาวบ้านเค้าไปทั่วแล้ว!

  • ช่วงเวลาทองของการแพร่เชื้อ: ช่วง 6-7 วันแรกนี่แหละ ตัวดีเลย! จามทีนี่เชื้อกระจายยังกะระเบิดปรมาณู! ใครอยู่ใกล้เป็นซวย!

  • หายนะที่อาจเกิดขึ้น: อย่าคิดว่าหวัด B กระจอกนะ! ถ้าแจ็คพอตแตกอาจลงปอด อักเสบถึงตายได้เลยนะเออ! ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทันนะจ๊ะ!

  • วิธีเอาตัวรอด (ฉบับชาวบ้าน):

    • ใส่หน้ากาก: ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจทีหลัง!
    • ล้างมือบ่อยๆ: เชื้อโรคมันชอบเกาะตามมือ! ล้างซะ!
    • อย่าเอามือขยี้ตา แคะจมูก: ช่องทางเข้าเชื้อโรคชั้นดีเลยนะ!
    • เลี่ยงที่คนเยอะๆ: แหล่งรวมเชื้อโรคชัดๆ!

คำเตือน: ข้อมูลทั้งหมดนี้ ป้าเม้าท์จากประสบการณ์ตรง! ถ้าอาการหนักหนาสาหัสก็ไปหาหมอซะ อย่ามัวแต่มานั่งฟังป้า! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ดูแลยังไง

ไข้หวัดใหญ่ B: ดูแล? รักษา? มันก็แค่ไวรัส

  • ยาตามอาการ. ลดไข้. แก้ปวด. ไอ? กินยาแก้ไอ. จบ.
  • นอน. พัก. เยอะๆ. ร่างกายมันซ่อมตัวเองได้. ถ้าไม่ขี้เกียจเกินไปนะ.
  • น้ำเปล่า. สำคัญกว่าที่คิด. เชื่อสิ.
  • กิน. อะไรก็ได้ที่สุก. สะอาด. ครบหมู่. ถ้าเลือกได้ก็เลือกของดีๆหน่อย. ชีวิตมันสั้น.

เพิ่มเติม:

  • สายพันธุ์ B: ไม่รุนแรงเท่า A. แต่ก็อย่าประมาท.
  • วัคซีน: ป้องกันได้. ถ้าฉีดทัน. ปีนี้สายพันธุ์ไหนระบาด? เช็คดูเอง.
  • แยกตัว: เพื่อสังคม. เพื่อตัวเอง. ไม่ต้องเห็นแก่ใครมากก็ได้.
  • มือ: ล้างบ่อยๆ. ง่ายที่สุดแล้ว.
  • ยาต้านไวรัส: ถ้าอาการหนักจริงๆ. ไปหาหมอ. อย่าคิดเอง.
  • ภูมิคุ้มกัน: สร้างเองได้. พักผ่อน. กินดี. ออกกำลังกาย. แต่ใครมันจะทำได้ตลอด?
  • ภาวะแทรกซ้อน: ปอดบวม. ไซนัสอักเสบ. อันตราย. อย่าปล่อยไว้.
  • งบประมาณ: เตรียมไว้. ค่าหมอ. ค่ายา. ค่าเสียเวลา.
  • ข้อมูลล่าสุด: เช็คกรมควบคุมโรค. ไม่ใช่ฟังจากคนอื่น.

เตือน: ชีวิตมันก็แค่นี้. อย่าคิดมาก. ดูแลตัวเอง. ถ้าทำได้.

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B อาการรุนแรงไหม

B ก็แค่หวัดแดก ที่ต้องระวังคือ A ตัวอันตรายของจริง

  • สายพันธุ์: A > B > C (ความรุนแรง)
  • B: กลางๆ ไม่ตาย แต่ก็ทรมาน
  • A: ตัวหลักที่ระบาดทั่วโลก เตรียมตัวรับมือให้ดี

ปล. อย่าประมาท B ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B หายเองได้ไหม

หายเองได้ไหม… ไข้หวัดใหญ่ B น่ะเหรอ…

บางทีมันก็เหมือนฝนตกอ่ะนะ... ตกปรอยๆ ก็แค่เปียกๆ เดี๋ยวก็แห้ง

  • ถ้าไม่หนักมาก พักผ่อนเยอะๆ กินยาตามอาการก็หายเองได้จริง
  • แต่ถ้าเริ่มหายใจลำบาก หรือไข้สูงไม่ลง อันนี้ต้องไปหาหมอเลย
  • โดยเฉพาะคนแก่ เด็กเล็ก หรือคนที่มีโรคประจำตัว... อย่าประมาท

เคยเป็นหนักเหมือนกันนะ ตอนนั้นคิดว่าไม่รอดแล้ว... ไข้สูงจนเพ้อ... กินอะไรก็ไม่ได้... สุดท้ายต้องไปโรงพยาบาล...

ตอนนี้ก็เลย...ระวังตัวเองมากขึ้น... ฉีดวัคซีนทุกปี... ไม่รู้ช่วยได้แค่ไหน... แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...

สิ่งที่ต้องจำ:

  • ไข้สูง ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ไม่ใช่เย็น
  • พาราเซตามอล ลดไข้ แต่ต้องกินตามขนาดที่หมอหรือเภสัชกรแนะนำ
  • พักผ่อน สำคัญที่สุด ร่างกายต้องการเวลาซ่อมแซมตัวเอง
  • วัคซีน ป้องกันได้หลายสายพันธุ์ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
  • ไปหาหมอ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการน่าเป็นห่วง

ตอนนี้ปี 2567 แล้ว วัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็คงมีสูตรใหม่ๆ ออกมาอีก... ตามไม่ทันเหมือนกัน... แต่ก็พยายามจะอัพเดทตัวเองอยู่เรื่อยๆ...

เฮ้อ... กลางคืนนี่มันชอบทำให้คิดอะไรเยอะแยะ... ว่าไหม...?