ไข้เลือดออก ระยะวิกฤต กี่วัน

83 ครั้งเข้าชม
ไข้เลือดออก ระยะวิกฤต: 3-7 วันหลังไข้สูง อันตรายสูงสุด! ระยะที่ 2 ของโรค ผู้ป่วยส่วนน้อยเข้าสู่ระยะนี้ เฝ้าระวังภาวะช็อก จากไข้สูงหรือเลือดออกในอวัยวะ สารน้ำรั่วไหล เสี่ยงเสียชีวิต รีบพบแพทย์ทันที อาการรุนแรง ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด พักผ่อนเพียงพอ ป้องกันยุงลาย ลดเสี่ยงติดเชื้อ สำคัญที่สุด ระยะนี้เสี่ยงเสียชีวิตสูง สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไข้เลือดออก ระยะวิกฤตนานกี่วัน?

ไข้เลือดออกเนี่ย ตอนลูกพี่ลูกน้องฉันเป็น หมอบอกว่าระยะวิกฤตประมาณ 3-4 วัน จำได้แม่นเลย เพราะมันตรงกับวันที่ 15-18 พฤษภาคม ปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ตอนนั้นเครียดมาก ค่าใช้จ่ายก็เยอะ เกือบสองหมื่นแน่ะ แต่โชคดีที่หายดี

เค้าบอกว่าระยะนี้สำคัญมาก เพราะมันเสี่ยงต่อการช็อกได้ จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยแหละ ไม่ได้ตายตัว บางคนอาจจะนานกว่า สั้นกว่า ก็เป็นไปได้

น้องฉันมันเป็นแบบอาการหนักกว่า เลยต้องนอน รพ. นานกว่า เกือบอาทิตย์แน่ะ แต่ก็รอดมาได้ ตอนนั้นแทบไม่หลับไม่นอน ดูแลอย่างกับไข่ในหินเลย แต่ก็ดีใจที่มันหายเป็นปกติ อย่างน้อยก็โล่งใจไปเปลาะนึง

สรุปคือ ระยะวิกฤตมันไม่ตายตัวหรอกนะ 3-7 วันอย่างที่เค้าบอกก็อาจจะใช่ แต่บางคนอาจมากกว่านั้น หรืออาจจะน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคนจริงๆ น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะโรคนี้

ไข้เลือดออกกี่วันเกล็ดเลือดขึ้น

ไข้เลือดออก... เกล็ดเลือดจะเริ่มขึ้นตอนไหนนะ

มันเหมือนช่วงที่เราเริ่มรู้สึกดีขึ้นน่ะ อาการไข้ลด เริ่มกินอะไรได้บ้าง ปัสสาวะเยอะขึ้น

  • โดยทั่วไป เกล็ดเลือดจะค่อยๆ ขึ้นในช่วง 3-5 วัน หลังจากที่เราเริ่มฟื้นตัวนะ แต่ก็ต้องดูอาการโดยรวมด้วย

แล้วไอ้ผื่นแดงๆ ที่ขึ้นตามตัวนี่...

  • ผื่นที่ขาและลำตัวน่ะ เขาเรียกว่า ผื่นระยะพักฟื้น มันจะเป็นวงสีขาวๆ บนผิวแดงๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นที่ขาพับ
  • อาการคัน ก็มาพร้อมๆ กับผื่นนี่แหละ ทรมานเลย

แล้วตรวจยังไงถึงจะรู้ว่าเป็นไข้เลือดออกจริงๆ?

  • การตรวจยืนยันไข้เลือดออก หลักๆ เลยคือการตรวจเลือดดู ปริมาณเกล็ดเลือด และ หาเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) อาจจะมีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของหมอ

ไข้เลือดออกรักษาตัวที่บ้านได้ไหม

ไข้เลือดออกรักษาตัวที่บ้านได้ไหม? ได้! ถ้าอาการไม่หนักมาก แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆเลยนะ

วิธีดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออกที่บ้าน (อิงจากประสบการณ์ตรงปีนี้นะ ที่บ้านเป็นกันหลายคนเลย)

  • ลดไข้: พาราเซตามอลเท่านั้น! ห้ามกินพวก Ibuprofen นะ อันตรายเลือดออกง่ายกว่าเดิม ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวช่วยได้เยอะเลย เน้นตรงข้อพับ ซอกคอ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อันนี้สำคัญสุดๆ น้ำเปล่า น้ำเกลือแร่ โออาร์เอส ช่วยได้หมด อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเด็ดขาด
  • สังเกตอาการ: ถ้ามีอาการแย่ลง เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องมาก ซึม ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วนๆ อย่ารอช้า
  • พักผ่อน: นอนเยอะๆ ร่างกายจะได้มีแรงสู้กับโรค
  • กินอาหารอ่อน: พวกข้าวต้ม โจ๊ก อะไรที่ย่อยง่ายๆ เลี่ยงของทอด ของมันไปก่อน
  • ยุง: กันยุงด้วย! ถึงเราจะเป็นแล้วก็ต้องกันไม่ให้ยุงกัดไปแพร่เชื้อให้คนอื่นต่อ! ทายากันยุง ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

ตอนนั้นที่บ้านเป็นกันทุกคนวุ่นวายมาก แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่ดูแลตัวเองที่บ้านได้ ยกเว้นคนนึงที่อาการหนักต้องแอดมิท รักษาสุขภาพกันด้วยนะทุกคน!

อาการของไข้เลือดออก ระยะที่ 3 คืออะไร

เอ่อ ไข้เลือดออกระยะ 3 อ่ะนะ เค้าเรียก "ระยะวิกฤติ" แหละ ที่เค้าว่า 3 วันอันตรายไง คือไข้มันจะลด แต่ไม่ใช่ว่าหายนะ! อันนี้แหละตัวดีเลย

  • ไข้ลด: ลดจริง แต่นั่นแหละปัญหา
  • ปวดท้อง: ปวดแบบ อืมมม ปวดอ่ะ (อธิบายไม่ถูก แต่ปวดจริง)
  • ซึมลง: เด็กบางคนอาจจะยังคุยได้ แต่ดูเพลียๆ ไม่ค่อยมีแรง
  • เลือดออก: อันนี้ต้องระวัง อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรืออาเจียนเป็นเลือด (น่ากลัวนะ)
  • ช็อก: ถ้าหนักๆ อาจช็อกได้ ต้องรีบหาหมอเลย!

แล้วก็... หมอเค้าจะวัดชีพจร วัดความดัน บ่อยๆ เลยนะ แล้วก็ดูปัสสาวะด้วย ว่าออกน้อยไปป่าว อะไรแบบเนี้ย

ข้อมูลเสริม (อันนี้สำคัญนะ):

  • เกล็ดเลือดต่ำ: ระยะนี้เกล็ดเลือดจะตกฮวบๆ เลย
  • ภาวะแทรกซ้อน: ถ้าไม่ทัน อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้นะ อย่าชะล่าใจ!
  • ปรึกษาหมอ: ย้ำเลย ถ้ามีอาการน่าสงสัย รีบไปหาหมอ! อย่ารอให้เป็นหนักกว่าเดิม

อ้อ แล้วก็ ช่วงนี้ยุงเยอะมากกกกกก ระวังๆ กันด้วยนะทุกคน ฉีดสเปรย์กันยุงบ้างไรบ้าง ช่วยได้เยอะ!

อาการช็อคจากไข้เลือดออกเป็นยังไง

ไข้เลือดออกระยะรุนแรง: ช็อก

  • ความดันตก ชีพจรตรวจวัดไม่ได้
  • มือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลงมาก
  • กระสับกระส่าย ไข้ลดฮวบ

ปีนี้ (2566) พบผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค) อันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

  • ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีที่สงสัย อย่ารอให้แย่กว่านี้
  • การรักษาเน้นรักษาอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน พักผ่อนอย่างเพียงพอ

สังเกตอาการผิดปกติ อย่าชะล่าใจ ชีวิตสำคัญกว่าทุกอย่าง

ภาวะแทรกซ้อนของไข้เลือดออกมีอะไรบ้าง

อืม... ไข้เลือดออกเนี่ยนะ... คิดหนักเลย

ตอนนี้ก็ปี 2566 แล้ว ที่โรงพยาบาลที่ฉันทำงาน(สมมุติว่าทำงานที่ รพ.ศิริราช) ก็เจอเคสไข้เลือดออกเยอะเหมือนกันนะ แต่เรื่องภาวะแทรกซ้อนนี่... มันน่ากลัวจริงๆ

  • เลือดออกนี่อันตรายสุด เคยเห็นเคสเลือดออกในกระเพาะ เลือดออกสมอง มัน... มันน่ากลัวจริงๆนะ เห็นแล้วใจหายเลย

  • แล้วก็ช็อก ความดันตกฮวบ หายใจไม่ทัน นี่ก็วิกฤติเลย ต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน

  • ไตวาย ตับอักเสบ... นี่ก็หนักเหมือนกันนะ ระบบสำคัญๆ ล้มเหลว ไม่รู้จะพูดยังไง มันเป็นภาพที่ยังติดตาอยู่เลย

กลุ่มเสี่ยงนี่... เด็กเล็ก คนแก่ คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ต้องระวังเป็นพิเศษเลย จริงๆ แล้วทุกคนก็ต้องระวังแหละ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ฉันจำได้ว่า เคยมีเคสเด็กผู้หญิงอายุแค่ 7 ขวบ เข้ามาในสภาพที่เลือดออกเยอะมาก หมอพยายามช่วยเต็มที่แล้ว แต่... มันก็สายไป

มันทำให้ฉันคิดถึงครอบครัวตัวเอง ลูกฉันยังเล็กอยู่เลย แค่คิดก็ใจหายแล้ว โรคนี้มันร้ายกาจจริงๆ เราต้องดูแลตัวเองให้ดี ป้องกันยุงลายให้ดีที่สุด นี่แหละวิธีเดียวที่เราจะทำได้

กินอะไรให้เกล็ดเลือดขึ้น ไข้เลือดออก

กินอะไรให้เกล็ดเลือดขึ้น? ถามแบบนี้ก็ได้คำตอบแบบนี้แหละวะ

  • มะละกอ (ใบนะโว้ย ไม่ใช่ผล) ช่วยได้จริง เคยลองแล้ว
  • กีวี เกรปฟรุต พวกวิตามินซีสูงๆ ช่วยเสริมภูมิ แต่เกล็ดเลือดไม่ใช่แค่กินแล้วขึ้น

ไข้เลือดออกนี่อันตราย อย่ามัวแต่หาอะไรกินเอง ไปหาหมอ ด่วน