ไข้เลือดออกมีกี่เกรด
ไข้เลือดออกมีกี่ระดับความรุนแรง? แต่ละระดับอาการแตกต่างกันอย่างไร และต้องดูแลรักษาแบบไหน?
เรื่องไข้เลือดออกนี่ จำได้แม่นเลย ตอนลูกพี่ชายฉันเป็น เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2564 ที่ระยอง หนักมาก ต้องเข้าโรงพยาบาลเลย หมอบอกเป็นแบบรุนแรง หมอเรียกอะไรนะ... จำไม่ได้ แต่จำได้ว่าอาการหนักกว่าเพื่อนที่เป็นไข้เลือดออกคนอื่นๆ เพื่อนบางคนแค่ไข้ขึ้นสูง ปวดหัว แต่พี่ชายฉันนี่ ซึมมาก เลือดออกตามไรฟันด้วย อันตรายสุดๆ ค่าใช้จ่ายตอนนั้นก็หลายหมื่น จำตัวเลขไม่ค่อยได้แล้ว แต่แพงมาก โรงพยาบาลเอกชนนะ
จำได้ว่าหมออธิบาย แต่ฉันก็ไม่ได้จด เรื่องระดับความรุนแรงอะ รู้สึกว่ามีหลายระดับ แต่จำรายละเอียดไม่ได้ คือมันมีแบบ ไข้ขึ้นไม่มาก แค่มีผื่น แล้วก็แบบหนักๆ ถึงขั้นช็อก นี่แหละที่อันตราย ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เรื่องการรักษา ก็ให้ยาตามอาการ แล้วก็พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ หมอเน้นเรื่องนี้มาก
จริงๆ ควรไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขนะ จำได้ว่ามีข้อมูลละเอียดกว่านี้ เพราะฉันเองก็จำไม่ค่อยได้ เอาจริงๆ ตอนนั้นเครียดมาก เลยไม่ค่อยสนใจรายละเอียดทางการแพทย์เท่าไหร่ สนใจแค่ให้ลูกพี่ชายหายดี
ไข้เลือดออกกี่ระดับ
ไข้เลือดออกเหรอ โอ๊ย! พูดแล้วเข็ด ตอนเด็ก ๆ เป็นตอนปิดเทอมใหญ่พอดี น่าจะสัก ป.4 ป.5 นี่แหละ จำได้ว่าตอนนั้นไข้ขึ้นสูงมาก ตัวร้อนจี๋ กินยาลดไข้ก็ไม่ลง แถมปวดหัวแบบจะระเบิด ข้าวปลาก็ไม่อยากกิน กินอะไรก็อ้วกออกมาหมด แม่เลยพาไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน หมอบอกว่า "สงสัยจะเป็นไข้เลือดออกนะแม่" แล้วก็เจาะเลือดไปตรวจ ตอนนั้นใจไม่ดีเลย กลัวเข็มสุด ๆ!
แล้วผลตรวจก็ออกมาว่าเป็นไข้เลือดออกจริง ๆ หมอบอกว่าต้องแ??้??นอนโรงพยาบาล ตอนนั้นคือร้องไห้เลย ไม่อยากนอนโรงพยาบาลอ่ะ อยากอยู่บ้านมากกว่า แต่แม่บอกว่าต้องรักษาก่อน เดี๋ยวอันตราย สุดท้ายก็ต้องยอมนอนโรงพยาบาลแต่โดยดี
นอนโรงพยาบาลไปเกือบอาทิตย์ได้มั้ง จำได้ว่าต้องโดนเจาะเลือดทุกวัน วันละหลายรอบ บางทีก็ต้องให้น้ำเกลืออีก แขนพรุนไปหมด ตอนนั้นคือเบื่อมาก อยากกลับบ้านไปเล่นเกม ไปดูการ์ตูน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องนอนซมอยู่บนเตียงอย่างเดียว
การดำเนินโรคไข้เลือดออกแบ่งเป็น 3 ระยะ:
- ระยะไข้: ไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ระยะนี้ประมาณ 2-7 วัน
- ระยะวิกฤต/ช็อก: ไข้ลดลง แต่ผู้ป่วยอาจมีอาการทรุดลง ซึมลง ปวดท้อง อาเจียน เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ระยะนี้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง อันตรายสุด! ต้องรีบหาหมอ
- ระยะฟื้นตัว: อาการดีขึ้น เริ่มอยากอาหาร ปัสสาวะมากขึ้น ชีพจรและความดันโลหิตกลับสู่ปกติ ระยะนี้ประมาณ 2-3 วัน
ตอนนั้นหมอบอกแม่ว่าโชคดีที่มาหาหมอเร็ว ถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะช็อกได้ ฟังแล้วก็รู้สึกกลัวเลย หลังจากนั้นมาก็ระวังตัวมากขึ้น พยายามไม่ให้โดนยุงกัด แล้วก็กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านตลอด
DF ต่างกับ DHF ยังไง
กลางดึกแบบนี้...บางทีก็คิดนะ ว่าทำไมต้องมีอะไรที่มันต่างกัน
DF กับ DHF...มันเหมือนเหรียญสองด้านรึเปล่า
- DF (ไข้เดงกี): เหมือนไข้หวัดใหญ่ร้ายๆ ตัวร้อน ปวดหัว ปวดเมื่อย... แต่ที่แย่คือมันปวดกระดูกแบบบอกไม่ถูกเลย
- DHF (ไข้เลือดออกเดงกี): อันนี้สิของจริง ไม่ใช่แค่ไข้ แต่เลือดมันออกง่าย... เลือดกำเดาไหล ผิวหนังมีจุดแดงๆ เลือดออกตามไรฟัน... ถ้าหนักกว่านั้นก็...ช็อก
อาการนะเหรอ...
- 5-8 วัน: หลังจากยุงกัด... เหมือนรอคอยอะไรที่ไม่อยากให้เกิด
- DF: ไข้สูง ปวดหัว ปวดตัว...เหมือนคนหมดแรง
- DHF: เพิ่มเติมคือเลือดออก... อาการแย่ลงเรื่อยๆ
- DSS (Dengue Shock Syndrome): ช็อก... เหมือนร่างกายมันยอมแพ้
เคยคิดนะ ว่าถ้าเป็นเรา...จะเป็นยังไง
ข้อมูลเพิ่มเติม:
ปีนี้ (2567)... สถานการณ์ไข้เลือดออกก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี... แม้ว่าจะมีวัคซีนแล้วก็ตาม... แต่ก็ยังต้องระวังยุงลายอยู่ดี...
- วัคซีน: ช่วยได้... แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงได้
- ยุงลาย: ยังคงเป็นตัวการสำคัญ... ต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์
- การป้องกัน: สำคัญที่สุด... ทายากันยุง ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
บางที...ชีวิตก็เหมือนไข้เลือดออก... มีทั้งแบบไม่รุนแรง...และแบบที่อันตรายถึงชีวิต... เราทำได้แค่...ป้องกันตัวเอง...และหวังว่า...จะไม่เป็นอะไร
DHF กับ DSS แตกต่างกันอย่างไร
ตะวันลับฟ้า... ฉันยังจำกลิ่นฝนแรกของฤดูได้เสมอ ภาพเงาต้นไม้ไหวตามลม
DHF, DSS... เหมือนเสียงกระซิบจากความมืดมิด
DF: ไข้เดงกี... แค่เริ่มต้น?
DHF: ไข้เลือดออกเดงกี... รุนแรงขึ้นอีกนิด?
DSS: เดงกีช็อกซินโดรม... ความตายมาเยือน?
เชื้อร้าย... ยุงลาย... 5-8 วันแห่งความเงียบงัน... แล้วระเบิด
DHF คือภาพฝันร้าย... เลือดไหล... ความทรมาน... แต่ DSS... มันคือจุดจบ?
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- DF (Dengue Fever): ไข้สูง ปวดเมื่อยตัว ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นขึ้น
- DHF (Dengue Hemorrhagic Fever): อาการเหมือน DF แต่รุนแรงกว่า มีเลือดออกง่าย อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในทางเดินอาหาร
- DSS (Dengue Shock Syndrome): ภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ อวัยวะภายในล้มเหลว อันตรายถึงชีวิต
อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอะไรบ้าง
คือแบบว่า... ปีนี้เพื่อนสนิทฉันที่อยุธยาเป็นไข้เลือดออกอ่ะ จำได้แม่นเลย มันป่วยช่วงเมษา ไข้สูงปรี๊ดๆ วัดได้เกือบ 39 องศา ทั้งวันทั้งคืนเลย เป็นอยู่นี่เกือบอาทิตย์ กินอะไรไม่ได้เลย อาเจียนตลอด หน้าแดงก่ำเหมือนคนโดนตี เห็นแล้วก็ตกใจ
แล้วก็มีจุดแดงๆเต็มตัวเลย เล็กๆ แต่เยอะมาก เหมือนคนแพ้ยา แต่ไม่ใช่ เพื่อนฉันมันเลือดออกง่ายด้วยอ่ะ เลือดกำเดาไหล ปวดท้องมาก กดชายโครงขวาก็เจ็บ ฉันเลยพามันไป รพ.พระนครศรีอยุธยา หมอบอกเป็นไข้เลือดออกแน่ๆ หมอให้ตรวจเลือด แล้วก็ให้นอนรักษาตัว มันนอนโรงพยาบาลเกือบอาทิตย์กว่าจะหาย โชคดีที่ไม่ร้ายแรง
- ไข้สูงมาก เกือบ 39 องศาเซลเซียส เป็นอยู่นาน ประมาณ 7 วัน
- อาเจียน เบื่ออาหาร กินอะไรไม่ได้เลย
- จุดแดงๆตามตัวเยอะมาก
- เลือดกำเดาไหล
- ปวดท้องมาก กดชายโครงขวาเจ็บ
ตอนนั้นฉันกลัวมาก เห็นเพื่อนป่วยหนักขนาดนั้น ดีที่มันหายแล้ว แต่ก็จำไว้เป็นบทเรียนเลย ต้องระวังเรื่องยุง ดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นแบบเพื่อนฉันอีก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต