ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลเตรียมอะไรไปบ้าง

85 ครั้งเข้าชม
เตรียมตัวผ่าตัด: งดอาหาร-น้ำ 8 ชม. ก่อนผ่าตัด อาบน้ำสระผมให้สะอาด เก็บของมีค่า/เครื่องประดับไว้บ้าน ถอดฟันปลอม/คอนแทคเลนส์ (ถ้ามี) งดทาเล็บ/แต่งหน้าทำผม มีญาติเฝ้าที่ รพ. 1 ท่าน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดที่โรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เอ่อ... ตอนเตรียมตัวผ่าตัดนะ (ที่ศิริราช, น่าจะปี 60 มั้ง?) อย่างแรกที่จำได้แม่นคือ งดน้ำงดอาหาร 8 ชั่วโมง! หิวแทบขาดใจ!

อาบน้ำสระผมให้สะอาด... อันนี้ก็เข้าใจได้แหละ ใครอยากขึ้นเขียงแบบหัวมันเยิ้มๆ ล่ะวะ?

ของมีค่าไม่ต้องเอามา! อันนี้จริง, เคยเกือบทำแหวนหายที่ห้องน้ำ รพ. ดีนะหาก่อนเจอ

ฟันปลอม คอนแทคเลนส์ ถอดออก! (อันนี้ก็แน่นอนป่ะ?) เล็บอย่าทา หน้าก็ห้ามแต่ง... คือจะโทรมๆ หน่อยวันนั้น

ญาติมาเฝ้าคนนึง... อันนี้สำคัญมาก! ไม่มีใครให้กำลังใจ มันใจหวิวๆ นะ

เตรียมใจให้พร้อม! (อันนี้ลืมไม่ได้เลย, สำคัญกว่าทุกอย่าง!) ????

ไปผ่าตัดต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

ไปผ่าตัดต้องเตรียมตัวเยอะอยู่นะ อย่างแรกเลยต้องงดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง จำได้แม่นเลย พี่สาวฉันผ่าตัดเมื่อเดือนที่แล้ว หมอบอกอย่างนี้ สำคัญมากด้วยนะ ห้ามลืมเด็ดขาด!

อาบน้ำสระผมให้สะอาดๆก่อนไปโรงพยาบาลด้วย ล้างให้หมดจดเลยนะ ของมีค่าอย่าเอาไปเลย เก็บไว้บ้านดีกว่า ปลอดภัยกว่า ถ้ามีฟันปลอมหรือคอนแทคเลนส์ก็ถอดออกก่อนเข้าห้องผ่าตัดนะ หมอบอกมาเอง จำได้แม่นๆ

เรื่องทาเล็บ แต่งหน้าทำผม อย่าทำไปเลย อันตราย พี่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ไปแบบธรรมดาๆ แล้วก็ หาคนมาเฝ้าสักคนดีกว่า ไว้คอยดูแลเรา อย่างน้อยๆก็สบายใจขึ้นเยอะ ฉันไปเฝ้าพี่สาวฉันคนเดียวเหนื่อยอยู่นะ

  • งดน้ำงดอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  • อาบน้ำสระผมให้สะอาด
  • เก็บของมีค่าไว้ที่บ้าน
  • ถอดฟันปลอมและคอนแทคเลนส์
  • งดทาเล็บ แต่งหน้า ทำผม
  • มีญาติมาเฝ้าที่โรงพยาบาลสัก 1 คน

ผ่าตัดทำไมต้องใส่สายสวนปัสสาวะ

ใส่สายสวนปัสสาวะหลังผ่าตัด? ฟังดูเหมือนบทลงโทษของเทพเจ้าแห่งห้องน้ำเลยนะ! แต่จริงๆ แล้วมันมีเหตุผลลึกซึ้งกว่าการแกล้งคนไข้เยอะเลยล่ะ

  • เพื่อความสะดวกสบาย (ของคนไข้) : คิดภาพว่าคุณเพิ่งผ่าตัดใหญ่มา เจ็บตัวอยู่ แถมยังต้องคอยระวังไม่ให้ปัสสาวะเลอะเทอะอีก ใส่สายสวนนี่แหละคือความสุขเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณนอนหลับสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการปัสสาวะ เหมือนมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา (ประหยัดเวลาพยาบาลด้วยนะ อิอิ)

  • เพื่อประเมินการทำงานของไต : ไตสำคัญนะรู้มั้ย? เหมือนเครื่องกรองน้ำเสียในร่างกาย ถ้ามันทำงานผิดปกติหลังผ่าตัดใหญ่ ปริมาณปัสสาวะก็จะเปลี่ยนไป สายสวนจะช่วยให้หมอเช็คได้ว่าไตยังทำงานเป็นปกติอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ปกติ ก็จะได้รักษาได้ทันท่วงที ไม่งั้นงานเข้า!

  • เพื่อความสะอาดปลอดภัย : คิดดูสิ ถ้าคนไข้รู้สึกตัวไม่เต็มที่ หรือมีแผลใหญ่ๆ ใกล้ๆ อวัยวะเพศ หรือแถวก้น การปัสสาวะเองอาจทำให้แผลติดเชื้อได้ง่าย สายสวนช่วยป้องกันอันตรายตรงนี้ได้ เหมือนเป็นเกราะป้องกันสุดแกร่งเลยทีเดียว! ไม่งั้นเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่ายๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): การใช้สายสวนปัสสาวะยังคงเป็นวิธีการที่แพทย์นิยมใช้ แต่ปัจจุบันมีเทคนิคใหม่ๆ เช่น การใช้สายสวนชนิดพิเศษที่ลดโอกาสการติดเชื้อได้มากขึ้น และพยายามลดระยะเวลาการใช้สายสวนให้สั้นที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกอย่าง มีโอกาสติดเชื้อได้เสมอ ก็เหมือนกับว่า แม้แต่มือของคุณหมอก็ต้องล้างให้สะอาดด้วย ไม่งั้นก็มีโอกาสติดเชื้อได้เหมือนกันนะ

ฉี่ไม่ออกแก้อย่างไร

ฉี่ไม่ออก แก้ที่ต้นเหตุ

  • สวนปัสสาวะ: ระบายของเสียด่วนที่สุด อย่ารอช้า
  • ล้างท่อ: เลือด? เศษอะไร? เอาออกให้หมด
  • จี้ไฟฟ้า: เลือดหยุด = รอด
  • คาสาย: ใช่ คาไว้ก่อน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สาเหตุ: ต่อมลูกหมากโต? นิ่ว? หรือแค่เครียด?
  • อย่ากลั้น: ปวดก็ไป อย่าอั้น
  • ปรึกษาหมอ: อย่าเชื่อคนในเน็ตมากเกินไป
  • สมุนไพร: บางทีก็ช่วย แต่ไม่ใช่ยาหลัก
  • น้ำ: จิบเรื่อย ๆ ไม่ใช่ซัดโฮก

คำแนะนำ: ถ้าไม่หาย ไปหาหมอ อย่าดื้อ

การดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะมีอะไรบ้าง

การดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะ: ลดเสี่ยง ติดเชื้อ

  • ล้างมือ. ใส่ถุงมือ (สะอาด). กันไว้ดีกว่าแก้.

  • เช็ด. แอลกอฮอล์ 70%. ปลายท่อ. ถุงเก็บ.

  • เทปัสสาวะ. ภาชนะ. สังเกตสี. กลิ่น. ผิดปกติ?

  • เช็ดอีกครั้ง. แอลกอฮอล์. ก่อนปิด. ป้องกันย้อนกลับ.

  • ล้างมือ. เสมอ. จบ. ป้องกันตนเอง.

เพิ่มเติม:

  • ตำแหน่งถุง: ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะเสมอ. แรงโน้มถ่วง.

  • สังเกต: ปริมาณปัสสาวะ. สี. กลิ่น. ขุ่น. เลือด. แจ้งแพทย์ทันที หากผิดปกติ.

  • การดูแล: บริเวณใส่สายสวน. ทำความสะอาด. สม่ำเสมอ. ลดการสะสมเชื้อโรค.

  • ดื่มน้ำ: มากๆ. ช่วยขับปัสสาวะ. ลดความเข้มข้น. ลดโอกาสติดเชื้อ.

  • ระวัง: สายสวนพับงอ. อุดตัน. ปัสสาวะไหลย้อน. อันตราย.

  • เปลี่ยนสายสวน: ตามระยะเวลาที่กำหนด. โดยแพทย์. ลดความเสี่ยง.

  • บันทึก: ปริมาณ. ลักษณะปัสสาวะ. อาการผิดปกติ. สำคัญต่อการวินิจฉัย.

  • ผู้ป่วย: สอนวิธีดูแลตนเอง. สังเกตอาการ. แจ้งเมื่อผิดปกติ. เพิ่มความร่วมมือ.

  • อุปกรณ์: ฆ่าเชื้อ. ตามมาตรฐาน. ลดการแพร่กระจายเชื้อ.

  • ความสะอาด: สิ่งแวดล้อม. รอบตัวผู้ป่วย. สำคัญไม่แพ้กัน.