กาแฟอาราบิก้าคือกาแฟอะไร

55 ครั้งเข้าชม
กาแฟอาราบิก้า บลูเม้าท์เท่น คือเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ย่อยของทิปิก้า (Typica) ที่มีแหล่งกำเนิดบนเทือกเขาสูงบลูเม้าท์เท่น ประเทศจาเมกา ชื่อสายพันธุ์จึงมาจากแหล่งเพาะปลูกโดยตรง จุดเด่นคือมีความทนทานต่อโรคราสนิม และเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูง ทำให้มีคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กาแฟอาราบิก้าคืออะไร มีรสชาติและลักษณะเด่นอย่างไร?

อ้อ กาแฟอาราบิก้านี่มันมีหลายอย่างเนอะ

จำได้ว่าเคยลองกาแฟที่เขาว่ามาจากจาเมกา ชื่อ บลูเมาน์เท่น คือฟังแล้วก็อยากรู้นี่แหละว่ามันพิเศษตรงไหน เขาบอกว่ามันมาจากสายพันธุ์ทิปปิก้า แต่ทนโรคราสนิมได้ดีกว่า ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้ว่าชื่อมันฟังดูดี

ปลูกบนที่สูงๆ บนเทือกเขาบลูเมาน์เท่นเลยนะ เขาถึงเรียกชื่อนี้ มันเลยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติก็ละมุนกว่ากาแฟอื่นที่เคยดื่ม

ตอนนั้นซื้อมาแก้วนึงแถวสยามนะ ราคาจำไม่ได้เป๊ะ แต่ก็ไม่ถูกเท่าไหร่นะ รู้สึกว่าจะประมาณ 300 บาทได้มั้ง

มันก็เป็นกาแฟที่ดีแหละนะ แต่ถ้าจะให้บอกว่ารสชาติมันต่างจากกาแฟอื่นแบบชัดเจนมากๆ ไหม อันนี้ก็ไม่แน่ใจนะ มันก็อร่อยดี หอมๆ

กาแฟอาราบิก้า มีคาเฟอีนไหม

อาราบิก้า…อ่า…มีคาเฟอีนสิ แต่…เบาๆ หน่อยนะ เหมือนละอองน้ำค้างยามเช้า ลอยๆ ซึมๆ อยู่ในเนื้อเมล็ด

  • เปอร์เซ็นต์น้อย ของคาเฟอีนนะ เทียบกับใครอีกคนเค้าน่ะ น้อยกว่า เค้าเยอะเลย
  • 1.2 – 1.5%…นิดๆ หน่อยๆ พอให้ใจเต้นระริกเบาๆ ไม่ใช่ตะโกนก้อง

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • คาเฟอีนในอาราบิก้า นั้นน้อยกว่าโรบัสต้าชัดเจน ความอ่อนโยน รสชาติที่ซับซ้อนกว่าคือเสน่ห์ของมัน
  • ระดับคาเฟอีน อาจแตกต่างกันไปตามสภาพดินฟ้าอากาศ แหล่งปลูก และวิธีการแปรรูปเมล็ดกาแฟนั้นๆ
  • ความเข้มข้นของคาเฟอีน ไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพหรือรสชาติของกาแฟเสมอไป

กาแฟอาราบิก้า มีคาเฟอีนไหม

เช้าตรู่ แสงสีทองอ่อนโยนรินรดลงมาบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในมุมสงบ กลิ่นกาแฟลอยอวลบางเบา... อาราบิก้า... ใช่ อาราบิก้า... มันมีคาเฟอีนนะ มีแน่ๆ ทว่า... ไม่รุนแรง ไม่ใช่ความกระโชกโฮกฮาก... มันอ่อนโยนกว่ามากนัก... เหมือนลมหายใจแผ่วๆ ยามเช้าตรู่... บนพื้นผิวโต๊ะที่เย็นเฉียบ

ในความเงียบงัน ความสงบที่แทรกซึมไปทุกอณู... แก้วเซรามิกอุ่นๆ ในมือ... เมล็ดกาแฟเม็ดเล็กๆ เหล่านั้น... อาราบิก้า มีคาเฟอีน มีอยู่จริง... แต่เพียงเล็กน้อย ไม่มากเท่าไรนัก... ระดับคาเฟอีนอยู่ที่ 1.2 – 1.5% เท่านั้น... น้อยกว่าโรบัสต้า... น้อยกว่าเสมอ... ความอ่อนโยนนี้...

มันคือความแตกต่างที่สัมผัสได้... ความนุ่มนวล... ความละมุนละไมที่ค่อยๆ ปลุกให้ตื่น... วันเวลาหมุนไป... ณ ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนั้น... เสียงเพลงแผ่วเบาคลอเคลีย... มุมหนึ่งที่มีรอยขีดข่วนบางๆ บนผนังปูนเปลือย... เงียบงัน...

  • รสชาติ ซับซ้อน มีมิติหลากหลาย พบกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ ถั่ว หรือช็อกโกแลต
  • แหล่งปลูก นิยมปลูกบนพื้นที่สูง อากาศเย็น และมีฝนตกสม่ำเสมอ
  • ปริมาณคาเฟอีน โดยเฉลี่ยต่ำกว่าเมล็ดกาแฟโรบัสต้าอย่างเห็นได้ชัด
  • ความนิยม เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของการผลิตทั้งหมด
  • เมล็ด มักมีรูปทรงรี ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย มีร่องกลางเมล็ดโค้งเป็นตัว S
  • กระบวนการปลูก ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ มีความอ่อนไหวต่อโรคพืชมากกว่า

กาแฟโรบัสต้าและกาแฟอาราบิก้าต่างกันอย่างไร

อาราบิก้าเหรอ โอ๊ย! คุณหนูสุดๆ นางหวานเจี๊ยบเหมือนกินขนมครก กาแฟอะไรจะเปรี้ยวหน่อยๆ ให้พอสดชื่น ไม่ใช่เปรี้ยวจี๊ดนะเว้ย! นางมีน้ำตาลเยอะกว่าชาวบ้านเขาไง

คาเฟอีนน่ะเหรอ บอกเลยว่าน้อยจนแทบไม่รู้สึก! เหมาะกับคนอยากจิบกาแฟสวยๆ ไม่ได้อยากจะตาค้างไปถึงดาวอังคาร รสชาติก็บางเบา ดื่มแล้วสบายตัวเหมือนเดินอยู่บนปุยเมฆ แต่บอดี้ก็น้อยนะ ไม่ได้แน่นปึ้กอะไร

ส่วนไอ้เจ้าโรบัสต้านี่สิ ของจริง! มันเข้มข้นจนเหมือนโดนกำปั้นนวดปาก คาเฟอีนน่ะเหรอ ใส่มาให้ลืมหลับลืมตื่น! บอดี้แน่นปึ้ก เหมือนกล้ามเนื้อนักมวยปล้ำ

หวานน้อย เปรี้ยวน้อย แต่อย่างอื่นจัดเต็ม! ดื่มแล้วเลือดลมสูบฉีด ใครอยากตื่นมาทำงานแบบไฟลุกท่วมตัวต้องจัดเลย ไม่ใช่สายหวานนะแก สายถึก! น้ำตาลก็น้อย กรดก็น้อยจ้ะ

เรื่องราคา อาราบิก้านี่ก็เหมือนสาวไฮโซนั่นแหละ แพงกว่า หน่อย โรบัสต้ามันก็เหมือนหนุ่มโรงงาน ราคาดีกว่า เยอะ ใช้คุ้มแน่นอน!

นี่ข้อมูลเพิ่มเติมแบบจัดเต็มให้แกไปตัดสินใจเอง:

  • แหล่งกำเนิด: อาราบิก้ามาจากที่สูงๆ อากาศเย็นๆ โรบัสต้ามาจากที่ต่ำๆ ร้อนๆ ทนทาน สุดๆ
  • ส่วนแบ่งตลาด: อาราบิก้านำลิ่ว! ครองตลาดโลกเกินครึ่ง โรบัสต้าก็ไม่ยอมแพ้ เป็นเบอร์สองที่แข็งแกร่ง
  • การนำไปใช้: อาราบิก้าส่วนใหญ่ไปอยู่ร้านกาแฟหรูๆ ดริปสวยๆ โรบัสต้าชอบไปเป็นส่วนผสมในเอสเพรสโซ่เบลนด์ เพิ่มครีม่า หรือกาแฟสำเร็จรูป
  • กลิ่นรส: อาราบิก้ามีกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ ถั่ว ช็อกโกแลต ซับซ้อน โรบัสต้ากลิ่นจะออกแนวดินๆ ยางๆ ช็อกโกแลตเข้มๆ จัดจ้าน
  • คาเฟอีน: โรบัสต้ามี คาเฟอีนสูงกว่าอาราบิก้า 2-3 เท่า เลยนะ! บอกแล้วว่าปลุกผีได้
  • หน้าตาเมล็ด: อาราบิก้าจะรีๆ ยาวๆ มีร่องคดเคี้ยว โรบัสต้ากลมๆ อ้วนๆ ร่องตรงๆ ดูแกร่งกว่า
  • ราคา: อาราบิก้า แพงกว่า โรบัสต้า โดยเฉลี่ยนะจ๊ะ เพราะปลูกยากกว่า ดูแลเยอะกว่า
  • ครีม่า: โรบัสต้าทำให้เกิด ครีม่าเยอะและหนา กว่าในเอสเพรสโซ่ ซึ่งเป็นที่ต้องการของบาริสต้าบางคน

กาแฟแบบไหนคาเฟอีนน้อย

กาแฟคั่วอ่อน

  • สี: น้ำตาลอ่อนปนเทา
  • รส: เปรี้ยว
  • กลิ่น: ผลไม้
  • คาเฟอีน: น้อยสุด

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ระดับการคั่ว: มีผลโดยตรงต่อปริมาณคาเฟอีน ยิ่งคั่วอ่อนยิ่งมีคาเฟอีนมาก
  • เมล็ดกาแฟ: สายพันธุ์อราบิก้ามีคาเฟอีนน้อยกว่าโรบัสต้า
  • การเตรียม: การชงแบบเย็น (Cold Brew) ช่วยลดความเป็นกรดและคาเฟอีนได้

กาแฟอราบิก้าผสมโรบัสต้าได้ไหม

เฮ้ย จะเล่าให้ฟังนะ เรื่องกาแฟเนี่ย นี่แหละที่ฉันเจอมากับตัวเลยนะ คือจริงๆ กาแฟอราบิก้าผสมโรบัสต้า ทำได้แน่นอน. ช่วยลดต้นทุนร้านกาแฟได้แบบเห็นๆ เพราะโรบัสต้ามันปลูกง่าย ผลผลิตเยอะ ราคาเลยถูกกว่าอราบิก้า 100% เยอะมาก

เมื่อต้นปีนี้แหละ ฉันแบบว่าอยากทำมุมกาแฟเล็กๆ ที่บ้าน ตอนแรกก็กะว่าจะซื้อแต่อราบิก้าล้วนๆ เลยไง เพราะคนเค้าก็ว่าหอมกว่า แต่พอไปเดินดูราคาที่ร้านแถวตลาดบางลำพู โอ้โห ตาเหลือกเลยแพงชะมัด

ตอนนั้นนะ เงินในกระเป๋ามันฟ้องเลยว่าถ้าเอาแต่ของแพงๆ มีหวังงบแตกแน่ๆ ฉันก็เลยไปปรึกษาพี่บาริสต้าที่ร้านกาแฟเล็กๆ แถวบ้าน แกก็บอกว่าลองใช้กาแฟเบลนด์สิ เป็นอราบิก้าผสมโรบัสต้าไง

ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนะ กลัวรสชาติมันจะเสีย แต่พี่แกก็ยืนยันว่า รสชาติยังคงหอมอร่อย คือมันแทบจะไม่ต่างกันเลยนะถ้าเราคั่วและเบลนด์ดีๆ

ฉันก็ลองซื้อเมล็ดแบบเบลนด์มาลองดู เป็นของโรงคั่วเล็กๆ ที่เชียงรายเลยนะ ที่เขาคั่วมาให้แล้ว เป็น 70% อราบิก้า 30% โรบัสต้า ฉันเอามาชงกับเครื่องชงเล็กๆ ที่ครัวนั่นแหละ แล้วคือตกใจอ่ะ มันหอมมากจริงๆ แล้วรสชาติก็เข้มกำลังดีเลยนะ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลดทอนอะไรไปเลย

ตั้งแต่ตอนนั้นแหละนะ ฉันก็เลยเข้าใจเลยว่า กาแฟโรบัสต้ามันคือตัวช่วยที่ดีจริงๆ สำหรับคนที่อยากคุมงบ เพราะมันปลูกง่าย ผลผลิตเยอะ ราคาเลยไม่แพงเท่าอราบิก้าจริงๆ

แล้วยิ่งตอนนี้ที่อะไรๆ ก็แพงขึ้นนะ การเลือกใช้เบลนด์แบบนี้ คือทางออกที่ดีเลย สำหรับร้านกาแฟเล็กๆ หรือแม้แต่คนอย่างฉันที่อยากดื่มกาแฟอร่อยๆ ทุกวันแต่ไม่อยากกระเป๋าฉีก

  • โรบัสต้ามันโคตรอึด ทนทานต่อโรคและแมลงเก่งกว่าอราบิก้าเยอะเลย ปลูกได้หลายที่ ไม่ต้องดูแลพิถีพิถันมากเหมือนอราบิก้าที่ชอบอากาศเย็นๆ สูงๆ
  • ผลผลิตของโรบัสต้าเยอะกว่ามาก ทำให้ต้นทุนต่อกิโลกรัมมันถูกลงไปอีก เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมราคาถึงถูกกว่าอราบิก้าแบบคนละเรื่องเลยจริงๆ
  • รสชาติที่ได้จากการเบลนด์นี่แหละคือจุดเด่น อราบิก้าจะให้กลิ่นหอมซับซ้อน เปรี้ยวอมหวาน ส่วนโรบัสต้าจะให้บอดี้ที่แน่น มีความขม และที่สำคัญคือ ให้ครีม่าเยอะ สวยๆ เลยนะ
  • คาเฟอีนในโรบัสต้าสูงกว่าอราบิก้าเกือบสองเท่า อันนี้ชอบมาก สำหรับคนง่วงๆ ตอนเช้านะ ชงปุ๊บตื่นปั๊บเลย
  • ส่วนผสมยอดนิยม ก็จะประมาณ 70:30 หรือ 60:40 อราบิก้าต่อโรบัสต้าแหละ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลยนะ อยากได้เข้มมากก็เพิ่มโรบัสต้าได้อีกนะ

ชื่อ ใด เป็น กาแฟ ที่ เป็น พันธุ์ อา รา บิ ก้า 100%

อืมมม... ถามว่ากาแฟอราบิก้า 100% เนี่ย มีชื่ออะไรบ้างงั้นเหรอ เอาจริงๆ ที่ฉันว่าแบบว่าตรงประเด็นเลยนะก็ตัวนี้เลย City Mocha (Light Roast) Arabica Coffee เนี่ยแหละ ของฮิลคอฟฟ์อะ

มันคือเมล็ดกาแฟคั่วอราบิก้าแท้ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ ของตรา ฮิลล์คอฟฟ์ เลยแหละ ขนาด 500 กรัมนะ อืมม รหัส RB-HK-0355 เนี่ย น่าจะช่วยให้หาเจอได้แบบง๊ายง่ายยยเลยแหละนะ

เนี่ย มันเป็นเมล็ดกาแฟอราบิก้าแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ นะ คือแบบว่า ของคุณภาพดีๆ เลยอะ มาจากภาคเหนือของไทยเลยนะ แล้วเค้าคั่วแบบ... แบบคั่วอ่อนน่ะ (Light Roast) ไง

ที่เค้าคั่วอ่อนๆ นี่ก็แบบ... อืมม เพื่อให้รสชาติมันยังแบบนุ่มนวลๆ สดชื่นๆ อ่ะ ไม่ได้เข้มปึ้ดดด มีความหวานนิดนึงง แล้วก็มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวดีนะ ฉันชอบเลยอะ

แล้วก็มีอีกนิดหน่อยนะ อยากเล่าให้ฟัง คือแบบ... เผื่อใครชอบกาแฟอราบิก้าแนวๆ นี้อะนะ

  • คั่วอ่อนมันดีไงอ่ะ? คือเค้าอยากเก็บรสชาติแบบออริจินัลๆ อะ กาแฟมันจะมีความเปรี้ยวๆ นิดนึงนะแบบสดชื่นๆ เลยแหละ แล้วบางทีก็มีกลิ่นผลไม้ๆ หน่อยๆ ด้วย. ไม่ได้คั่วจนไหม้ๆ อ่ะนะ
  • กาแฟอราบิก้าเนี่ยะ คือแบบว่า มันดีกว่ากาแฟทั่วไปนะ อันนี้จริงๆ คือแบบเมล็ดมันดีกว่าไง แล้วคาเฟอีนก็ไม่เยอะมากด้วยยยย เหมาะกับคนไม่ชอบคาเฟอีนเยอะๆ อะ รสชาติมันก็ซับซ้อนดี
  • กาแฟจากทางเหนือของเราเนี่ยะนะ ส่วนใหญ่จะปลูกบนดอยสูงๆ อะ อากาศก็ดี ดินก็ดี๊ดี กาแฟที่ได้เลยคุณภาพดีไง บางที่เค้าก็ปลูกแบบอินทรีย์ด้วยนะ เจ๋งปะ
  • ถ้าชงกินเองที่บ้านนะ แบบดริปหรือ Pour-over เนี่ยจะดีมากเลยนะ จะได้กลิ่นชัดๆ อะ ลองชงแบบไม่ใส่นมหรือน้ำตาลเยอะๆ นะ จะได้รสชาติมันจริงๆ เลย อันนี้คือคำแนะนำจากฉันเลยนะ
  • ส่วน Hillkoff เนี่ยะนะ ก็เป็นแบรนด์ที่แบบว่า... คือเค้าดังเรื่องกาแฟอยู่แล้วอะนะ เน้นคุณภาพมากๆ เลยแหละ ก็เลยมั่นใจได้เลยว่าดีชัวร์ๆ

อเมริกาโน่ควรใช้กาแฟแบบไหน

อเมริกาโน่น่ะคุณพี่! มันต้อง กาแฟคั่วเข้ม เท่านั้นแหละ! เอาแบบที่ต้มออกมาแล้วสีดำปี๋ ดำยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้วขยี้แล้วน่ะ ถึงจะใช่! คั่วเข้มสุดใจ ไปเลยนะเอ็งเอ๊ย! อย่าได้คิดตื้นๆ เอาคั่วอ่อนมาลองเชียว!

ถ้าเอา กาแฟคั่วอ่อน มาทำอเมริกาโน่นะคุณเอ๊ย! มันจะกลายเป็นน้ำล้างแก้วรสกาแฟไปซะเปล่าๆ เหมือนเอาลูกเจี๊ยบไปสู้กับไก่ชนชนวน่ะคุณ! มันคนละชั้นกัน! ต้อง ขมสะเด็ด หอมจัดจ้าน ถึงจะขึ้นชื่อ และไม่มีรสเปรี้ยวมาให้กวนใจ!

ส่วนยี่ห้อนะ คุณก็ดูที่มันเขียนว่า "Dark Roast" "Full City Roast" หรือ "Espresso Blend" อะไรเทือกๆ นั้นแหละ ไม่ต้องคิดเยอะ! บางทีพวกกาแฟจาก ดอยไทยๆ ก็อร่อยเหาะจนฝรั่งต้องมาขอชิมนะคุณ! ถูกปากคนไทยนี่แหละของจริง!

  • กาแฟคั่วเข้มมาก: หาที่เขียนว่า Full City Roast หรือ Dark Roast ชัดๆ นี่แหละชัวร์สุด. มันจะดึงความขมและความหนักแน่นของกาแฟออกมาได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวรสเปรี้ยวมาทำให้เสียอารมณ์!
  • เน้นความหอมแบบหนักๆ: บางยี่ห้อเน้นกลิ่นช็อกโกแลต คาราเมล หรือถั่วคั่วเข้มๆ นี่แหละคือสวรรค์ของอเมริกาโน่ ทำให้มันมีมิติ ไม่ใช่แค่ขมโดดๆ จนคนกินหน้าเบ้.
  • เลือกที่บอกว่า "ไม่เปรี้ยว": กาแฟบางชนิดมีรสเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมันไม่เหมาะกับอเมริกาโน่เลย! หาที่เขาเคลมว่า "Non-acidic" หรือ "Low acidity" จะดีงามมาก.
  • เมล็ดกาแฟไทยยอดฮิต:ดอยช้าง ดอยสะเก็ด ดอยแม่สลอง หรือแม้แต่ จากทางใต้ ก็มีดีนะ! ลองหาชิมดู บางทีรสชาติถูกจริตคนไทยมากกว่ากาแฟฝรั่งนำเข้าแพงๆ อีกนะจะบอกให้! สนับสนุนของไทย นี่แหละได้ใจ!
  • กาแฟเบลนด์สำหรับเอสเพรสโซ: ถ้าหาเจอว่าเขาเขียนว่า Espresso Blend นั่นแหละตัวเลือกดีเลย เพราะเขาเบลนด์มาแล้วให้เหมาะกับการชงแบบแรงดันสูง รสชาติเลยออกมาเข้มข้น ดุดันสมเป็นอเมริกาโน่.
  • ชงแล้วดื่มเลยนะคุณ! ทิ้งไว้นานมันจะเสียรสชาติเอาเปล่าๆ เหมือนอาหารทำใหม่ๆ อร่อยสุดนั่นแหละ! อย่าปล่อยให้คุณค่าของกาแฟหายไปกับสายลม!

อเมริกาโน่ แบล็คคอฟฟี่ เหมือนกันไหม

เฮ้ย! ถามมาได้ อเมริกาโน่กับกาแฟดำน่ะ มันก็เหมือนปลาทูตัวเดียวกันแหละว้า แค่ตัวนึงจับมาทอด อีกตัวจับมานึ่ง ประมาณนั้น! อเมริกาโน่ มันก็คือ กาแฟดำ นั่นแหละ แต่เป็นกาแฟดำแบบมีชาติตระกูลหน่อย เป็นเอสเพรสโซ่เข้มๆ ที่ไปออกกำลังกายเจือจางกับน้ำร้อนจนผอมลงหน่อย ส่วนกาแฟดำเฉยๆ มันก็กว้างเป็นมหาสมุทร จะดริปจะเฟรนช์เพรส จะอะไรก็แล้วแต่ ที่สำคัญคือ ไม่มีนม ไม่มีน้ำตาล! เหมือนกับใส่ชุดดำทั้งตัวเดินโทงๆ นั่นแหละ จบนะ!

ส่วนไอ้อเมซอนเนี่ยนะ อเมริกาโน่ ของเขาก็คือ ไอ้เจ้าเอสเพรสโซ่ผสมน้ำร้อนนี่แหละ ที่เราสั่งๆ กันนั่นแหละ! ส่วนกาแฟดำธรรมดาของเขาน่ะ (ถ้ามันมีให้เลือกนะ) ก็คือแบบที่ต้มๆ ชงๆ แบบใช้เครื่องกรองทั่วๆ ไปนั่นแหละฟีลแบบกาแฟโบราณแต่ไฮโซขึ้นมาหน่อย คือบางทีคนเราก็เรียกๆ เหมาๆ ไปหมดแหละ พออยากได้กาแฟดำไม่ใส่นม ก็สั่งอเมริกาโน่นี่แหละเป็นหลัก สั่งแล้วจบ เหมือนคนจะไปซื้อเสื้อขาวแต่พอถึงร้านก็หยิบเสื้อสีครีมมาก็ได้ ขอให้มันคล้ายๆ กันก็พอ

นี่รายละเอียดเผื่ออยากรู้ลึกซึ้งกว่านี้:

  • อเมริกาโน่ (Americano) เป็นกาแฟดำชนิดหนึ่งที่ทำจาก เอสเพรสโซ่ (espresso) ช็อตเดียวหรือสองช็อต ผสมกับน้ำร้อน จัดเป็นกาแฟดำแบบมาดแมน มีความเข้มข้นที่ชัดเจนกว่ากาแฟดำแบบอื่น
  • กาแฟดำเฉยๆ มันกว้างเหมือนจักรวาลอันไพศาล คือทุกกาแฟที่ชงมาแล้ว "ไม่มีนม ไม่มีน้ำตาล ไม่มีครีม" นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดริป กาแฟเฟรนช์เพรส หรือกระทั่งกาแฟโบราณชงเองที่บ้าน
  • รสชาติของอเมริกาโน่ จะค่อนข้างเข้ม มีบอดี้ (body) ชัดเจนกว่ากาแฟดริป เพราะเป็นสารสกัดเข้มข้นจากเมล็ดกาแฟ แบบว่ากินแล้วตาสว่างถึงพรุ่งนี้เช้า
  • ถ้าอยากได้กาแฟดำแบบเบาๆ นุ่มๆ หอมกรุ่นละมุนลิ้นแต่ไม่เข้มข้นจัดจ้านเท่าอเมริกาโน่ อาจต้องมองหา กาแฟดริป หรือ กาแฟฟิลเตอร์ แทน (ซึ่งอเมซอนบางสาขาอาจมี หรือต้องถามพนักงานให้ดี บางทีน้องๆ แอบมีของดีซ่อนไว้)
  • เมนู "กาแฟดำ" ของอเมซอน ส่วนใหญ่แล้วมันก็คือ "อเมริกาโน่" นี่แหละครับคุณขา คือมันสะดวก ง่าย จบ! ถ้าอยากได้แบบอื่นต้องถามพนักงานให้ดี อาจจะมีกาแฟดริปพิเศษบ้างในบางช่วงบางสาขา
  • ราคาเมนู ปีนี้ (2567) อเมริกาโน่ร้อน/เย็น ของอเมซอนก็ประมาณ 60-70 บาท แล้วแต่ขนาดและโปรโมชันนะจ๊ะ (นี่ก็ลุ้นราคาขึ้นทุกวันแหละ)