กินของทอดตอนเย็นได้ไหม

58 ครั้งเข้าชม
กินของทอดตอนเย็น? ไม่แนะนำ: ทานของทอดช่วงเย็นหรือก่อนนอนส่งผลต่อน้ำหนักตัว เหตุผล: หลังมื้อเย็นกิจกรรมน้อย การเผาผลาญไขมันต่ำ พลังงานส่วนเกินสะสมเป็นไขมัน ทางเลือก: เลือกทานของทอดในมื้อเช้าหรือกลางวัน เหมาะสมกว่า ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงของทอดใกล้เวลานอน เพื่อสุขภาพที่ดี.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินของทอดตอนเย็นมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร?

โอ๊ย พูดถึงของทอดตอนเย็นทีไรนะ ใจมันจะวูบวาบอยากกิน แต่ก็ต้องพยายามข่มใจสุดๆ เลย รู้ใช่ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพเอามากๆ ฉันเองก็เจอกับตัวบ่อยๆ เลย อย่างต้นปีที่แล้วช่วง ม.ค. นี่แหละ ลองกินไก่ทอดร้านหน้าปากซอยทุกวันก่อนนอน ตื่นเช้ามานี่ท้องอืดพุงป่องไปหมด ไม่สดชื่นเอาเสียเลย บางทีก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ อยู่ในท้องแบบนั้นทั้งวันมันอึดอัดมาก

คือคิดดูสิ พอตกเย็นอ่ะ เราก็ไม่ได้ขยับตัวอะไรเยอะแยะแล้วใช่ป่ะ ร่างกายมันก็แบบ... ช้าลงไปหมด การเผาผลาญมันก็ไม่เท่าตอนกลางวันไง แล้วไอ้พลังงานจากน้ำมันทั้งหลายที่กินเข้าไปเนี่ย มันก็เลยเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมง่ายๆ เลยจริงๆ นะ จำได้ว่าเคยมีช่วงนึง ฉันไปเที่ยวเชียงรายเมื่อ เมษา ปี 65 กินแคบหมูตอนดึกทุกคืนเลย สนุกมากตอนนั้น แต่กลับมานี่น้ำหนักขึ้นมา 2 โลอ่ะ คือรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นเพราะอะไร

ฉันเลยคิดว่านะ ถ้าอยากกินของทอดจริงๆ ก็ควรกินตอนเช้าดีกว่าไหม หรือเที่ยงก็ได้ ให้ร่างกายได้มีเวลาเผาผลาญพลังงานหน่อย อย่างน้อยบ่ายๆ เราก็ยังเดินไปนู่นนี่นั่นบ้าง ออกไปทำธุระบ้าง มันน่าจะช่วยได้เยอะเลยนะเรื่องไม่ให้อ้วนขึ้นมาง่ายๆ ส่วนตัวฉันว่านะมื้อเย็นนี่ควรเน้นอะไรเบาๆ ไปเลยดีกว่า เยอะแล้ว เดี๋ยวจะนอนไม่หลับเอาซะเปล่าๆ

ทำไมต้องลดของทอด

การลดของทอดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอาหารประเภทนี้มักมีไขมันสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ โรคอ้วนในเด็กวัยเรียน ตามที่กรมอนามัยชี้แนะ

เด็กๆ เดี๋ยวนี้บริโภคอาหารแปรรูปและไขมันสูงกันเยอะ พวกของทอด ของมัน ฟาสต์ฟู้ด ขนมกรุบกรอบ พวกนี้มันสะสมพลังงานในร่างกายได้ง่ายมาก

  • ไขมันส่วนเกิน ส่งผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันในร่างกาย
  • ความเสี่ยงโรคอ้วน เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การที่เด็กวัยเรียนอ้วนไม่ได้มีแค่เรื่องรูปร่างนะ แต่มันส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดอีก

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ที่พบมากในของทอด เป็นตัวการสำคัญที่เพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือด
  • สารอาหารรอง ในอาหารทอดมักมีน้อย ทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน แม้จะรู้สึกอิ่มก็ตาม
  • ผลกระทบทางจิตใจ เด็กอ้วนอาจมีปัญหาความมั่นใจและถูกล้อเลียนได้ ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสังคม

ทำไมของทอดถึงอันตราย

โอ้ ท้องฟ้าสีครามยามบ่ายคล้อย ท้องฟ้าที่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่าง... เหมือนหมึกที่ละลายในน้ำใสๆ ลอยไปมา...

  • ไขมันเยอะจนเกินไป! ในของทอดกรุบกรอบ หรือเนื้อเหนียวนุ่มติดมัน มันคือพลังงานชั้นดีที่ร่างกายต้องการก็จริงนะ แต่ถ้ามันมากเกินไป... เกินไปจริงๆ มันก็สะสมไงล่ะ

  • เผาผลาญไม่ทัน! ร่างกายเราก็เหมือนเตาไฟเล็กๆ ที่ต้องเผาผลาญพลังงานพวกนี้ แต่ถ้าของทอดเข้ามาเยอะๆ เหมือนเราเติมฟืนตลอดเวลา เผาไม่ทันแน่ๆ ไขมันก็กองอยู่ตรงนั้นแหละ

  • สะสม...ที่ไหนสักแห่ง มันจะไปกองตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เหมือนขนนกที่ปลิวไปติดต้นไม้ แล้วถ้ามันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดล่ะ?

  • หลอดเลือดที่ค่อยๆ ตีบ... เหมือนสายน้ำที่โดนใบไม้แห้งไปอุดกั้น มันก็จะไหลไม่สะดวก แล้วมันจะส่งผลให้เกิดโรค...

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • คอเลสเตอรอลตัวร้าย: การทานของทอดบ่อยๆ โดยเฉพาะที่ใช้น้ำมันซ้ำๆ จะยิ่งเพิ่มปริมาณไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือดสูงขึ้น

  • ความดันโลหิตสูง: ไขมันที่สะสมในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: การตีบตันของหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

  • น้ำหนักเกินและโรคอ้วน: ไขมันส่วนเกินที่สะสมเป็นเวลานาน นำไปสู่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่ภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายอื่นๆ อีกมากมาย

  • เบาหวานชนิดที่ 2: ร่างกายที่ดื้อต่ออินซูลิน (ภาวะที่เซลล์ไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน) มักจะสัมพันธ์กับการมีน้ำหนักเกิน และการทานอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2

ทําไมอาหารทอดถึงไม่ดีต่อสุขภาพ

อาหารทอดเป็น ปัจจัยหลักหนึ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ อย่างมาก มันอุดมไปด้วย ไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันที่ได้มาจากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน หรือบางทีก็เกิดจากการทอดซ้ำๆ ที่อุณหภูมิสูงนะ

ไขมันทรานส์ตัวร้ายนี้มีกลไกที่ไปเพิ่มความเสี่ยง โรคหัวใจ ได้ชัดเจนเลย มันทำงานโดยการเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอลชนิด LDL หรือที่เราเรียกว่าคอเลสเตอรอล "ไม่ดี"

และในทางกลับกัน มันยังไปลดระดับ คอเลสเตอรอลชนิด HDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอล "ดี" ที่ควรมีในร่างกาย คิดดูสิว่ามันทำงานตรงข้ามกับสิ่งที่เราต้องการ มันบั่นทอนกลไกปกป้องหลอดเลือดของเราไปดื้อๆ เลย

จริง ๆ แล้ว การเลือกกินอาหาร มันคือการเข้าใจความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างสิ่งที่เราบริโภคกับผลลัพธ์ที่จะเกิดกับร่างกายเรา อาหารทอดให้ความอร่อยชั่วคราว แต่มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายนะ

อาหารทอดยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่น่ากังวลอีกหลายอย่างนะ ลองมาดูกัน:

  • ไขมันอิ่มตัวสูง: นอกจากไขมันทรานส์แล้ว น้ำมันที่ใช้ทอดจำนวนมากมักมี ไขมันอิ่มตัว สูง ซึ่งก็มีส่วนเพิ่มระดับ LDL ได้เช่นกัน
  • AGEs (Advanced Glycation End Products): การทอดที่อุณหภูมิสูงทำให้เกิดสารพวกนี้ สาร AGEs นี่เชื่อมโยงกับการอักเสบและภาวะ เครียดออกซิเดชัน ในร่างกายเลยนะ มันเร่งความเสื่อมของเซลล์
  • อะคริลาไมด์ (Acrylamide): เป็นอีกสารที่เกิดขึ้นเมื่ออาหารจำพวกแป้งถูกทอดจนเป็นสีน้ำตาลทองหรือไหม้ สารนี้จัดอยู่ในกลุ่ม สารก่อมะเร็ง ในสัตว์ทดลอง
  • แคลอรี่และโซเดียมสูง: อาหารทอดมักมีแคลอรี่หนาแน่น แถมยังนิยมปรุงรสด้วยโซเดียมปริมาณมาก ทำให้เสี่ยงต่อ น้ำหนักเกิน และ ความดันโลหิตสูง ได้ง่าย
  • การอักเสบ: โดยรวมแล้ว ส่วนประกอบเหล่านี้กระตุ้นให้เกิด การอักเสบเรื้อรัง ในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นตอของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด ทั้งเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดสมอง

อาหารปรุงสุกอยู่ได้กี่ ชม

อาหารปรุงสุก ควรบริโภคภายใน 2-4 ชั่วโมง คือกำหนด. บูดเสียไว? ให้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง จบ. ชีวิตไม่รอนาน อาหารก็เช่นกัน.

  • หากยังไม่บริโภคทันที เก็บในที่เย็นจัด อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส คือมาตรฐาน. แช่แข็งยิ่งยืด.
  • อุณหภูมิ 5-60 องศาเซลเซียส คือแดนอันตราย แบคทีเรียเติบโตไว. พึงระวัง.
  • ก่อนนำมาบริโภคอีกครั้ง อุ่นร้อนให้ทั่วถึง คือกฎ. ต้องถึง 74 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 วินาที. เพื่อความปลอดภัย.
  • อาหารค้างคืน ไม่ควรเกินหนึ่งถึงสองวันในตู้เย็น. รสชาติอาจเสื่อม คุณภาพก็เช่นกัน.
  • ไม่ควรนำอาหารมาอุ่นซ้ำเกินหนึ่งครั้ง. ทุกครั้งที่อุ่น คุณค่าลดลง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น. เลือกให้ดี.

อาหารปรุงสุก เก็บได้นานแค่ไหน

อาหารปรุงสุก 2-4 ชั่วโมง คือช่วงเวลาที่สมเหตุสมผล

อาหารที่เสียง่าย 1-2 ชั่วโมง คือขีดจำกัด

เก็บ 5-10°C แล้วค่อย อุ่นให้ร้อน ก่อนกิน.

  • ระยะเวลา: โดยทั่วไป อาหารปรุงสุกที่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ถือว่าเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย.
  • อาหารเสียง่าย: เมนูที่มีส่วนผสมของนม ไข่ เนื้อสัตว์ หรืออาหารทะเล ควรลดเวลาลงเหลือ 1 ชั่วโมง.
  • การเก็บรักษา: ตู้เย็นที่อุณหภูมิ 5-10 องศาเซลเซียส ช่วยชะลอการเติบโตของจุลินทรีย์.
  • การอุ่น: การทำให้อาหารร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 74°C หรือเดือด) เป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจเกิดขึ้น.
  • ความเสี่ยง: การบริโภคอาหารที่เก็บไว้นานเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษ.