กินอะไรก่อนเข้าห้องสอบ

68 ครั้งเข้าชม
กินอะไรก่อนสอบ? รวมเมนูเพิ่มพลังสมองเตรียมพร้อมก่อนเข้าห้องสอบด้วยอาหารที่เหมาะสม ช่วยให้มีสมาธิและทำข้อสอบได้เต็มที่ เน้นอาหารโปรตีนสูง ช่วยให้สมองตื่นตัวและมีสมาธิ เลือกทานไข่, โยเกิร์ต, ถั่ว, หรือปลา เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานพร้อมทำข้อสอบ เสริมด้วยผักและผลไม้ เติมวิตามินบำรุงสมองและความจำ แนะนำผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, กล้วย, ส้ม และผักใบเขียวอย่างบรอกโคลีหรือผักโขม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ก่อนสอบควรกินอะไรดี ที่ช่วยบำรุงสมองและเพิ่มความจำ?

จำได้เลยนะ ตอนจะสอบทีไรนี่หัวมันตื้อไปหมด สมองเหมือนโดนปิดสวิตช์ไปครึ่งนึงเลย พออ่านหนังสือไปสักพักก็เริ่มหลุด โฟกัสไม่ได้ นี่แหละปัญหาใหญ่ของฉันทุกครั้งก่อนสอบ ไม่ว่าจะเป็นวิชาเลขหรือวิชาภาษาไทย ตัวหนังสือมันซ้อนกันไปหมด ฉันเลยมานั่งคิดว่า เออ...แล้วเราควรจะกินอะไรดีวะก่อนไปห้องสอบเนี่ย

เคยนะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปีสอง ช่วงสอบกลางภาควิชาแคลคูลัส 1 ที่คณะวิศวะฯ นั่นแหละ จำได้ว่าตื่นเช้ามาแบบงัวเงียสุดๆ แทบจะลากขาไปห้องสอบไม่ได้ เลยลองคว้าไข่ต้มสองฟองที่แม่เตรียมไว้ให้ พร้อมนมจืดแช่เย็นเจี๊ยบ กลัวว่าจะไม่ไหว ปรากฏว่ามันช่วยได้จริงๆนะ กินเสร็จแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาหน่อยนึงเลย สมองมันเหมือนเริ่มทำงาน

จากวันนั้น ฉันก็เลยเริ่มสังเกตตัวเองว่า พวกอาหารโปรตีนเนี่ยมันน่าจะเวิร์คเลยสำหรับฉัน พวกข้าวโอ๊ตใส่เมล็ดทานตะวัน เคยลองกินก่อนสอบปลายภาควิชาเศรษฐศาสตร์ ตอนบ่ายๆ ที่ต้องคิดเยอะๆ พอสมควรเลยนะ ฉันรู้สึกเลยว่าไม่ค่อยหิวระหว่างทำข้อสอบ แถมยังรู้สึกว่าความคิดมันไหลลื่นดีกว่าเดิม อย่างปลาแซลมอนย่างที่เคยไปกินตอนนั้นที่ร้านแถวสุขุมวิทก่อนจะเข้าสอบใหญ่ นี่ก็ช่วยให้สมองไม่ล้าเร็ว

ส่วนเรื่องผักผลไม้ อันนี้ยอมรับว่าไม่ได้กินจริงจังทุกครั้ง แต่มีครั้งนึงที่จำได้แม่น ช่วงสอบภาษาอังกฤษ สมัย ม.ปลาย ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กินกล้วยไปลูกนึงกับส้มอีกครึ่งลูกตอนเช้าก่อนเข้าห้องสอบ เพราะเพื่อนบอกว่ามันดี ฉันก็ลองดู ตอนนั้นง่วงมาก แต่พอได้กิน รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเฉยเลยนะ ไม่ได้หลับคาวาทะกรรมเหมือนปกติ อาจจะช่วยเรื่องความจำตรงๆ ไม่ได้เท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ตื่นตัวดี

บลูเบอร์รี่กับสตรอเบอร์รี่นี่แหละที่ฉันชอบสุดๆ เวลาไปซูเปอร์มาเก็ตตรงพารากอน ถ้ามีช่วงไหนต้องเตรียมตัวหนักๆ อย่างตอนสอบสัมภาษณ์เข้าทำงานใหม่ๆ ฉันจะซื้อมาติดตู้เย็นไว้เลยนะ เอามากินเล่นเพลินๆ รู้สึกว่ามันช่วยให้ฉันมีสมาธิดีขึ้น เหมือนหัวมันโปร่งๆ เวลาต้องตอบคำถามยากๆ ส่วนแครอท หรือผักโขม ก็เคยลองนะ แต่เอาจริงๆ ก็คือไม่ได้รู้สึกว้าวเท่าพวกผลไม้เปรี้ยวๆ หวานๆ เท่าไหร่ มันอาจจะดีนะ แต่ความรู้สึกส่วนตัวฉันคิดว่ามันไม่ได้ต่างกันมาก

สรุปคือสำหรับฉันนะ ถ้าอยากให้สมองมันทำงานได้เต็มที่ก่อนสอบนะ อาหารโปรตีนช่วยให้ตื่นตัว ส่วนพวกผลไม้ก็ช่วยให้สดชื่น มันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกว่าต้องกินอะไรเป๊ะๆ แต่แค่กินอะไรที่รู้สึกว่ามันดีกับเราจริงๆ ก็พอแล้ว ลองสังเกตตัวเองดูนะว่ากินอะไรแล้วรู้สึกดีมีพลัง มันช่วยได้เยอะเลยแหละ

กินอะไรกระตุ้นสมองก่อนสอบ

เฮ้ย! จะสอบแล้วสมองมันมืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ ต้องหาอะไรยัดลงท้องไปกระตุ้นมันหน่อยโว้ยยย ไม่ใช่แค่ท้องอิ่มนะ ต้องสมองปิ๊งด้วย!

ปลาทะเลนี่แหละตัวเด็ด! พวกปลาทู ปลาโอ ปลาแซลมอนอะไรเทือกนั้นอ่ะนะ โอเมก้า 3 มันเยอะชิปปิ้งงงงง กินเข้าไปเหมือนได้ไปต่อสายไฟให้สมองมันแล่นฉิว คิดอะไรออกเร็วปรื๋อเลยล่ะ จำแม่นยังกะเปิดกูเกิลเลยเอ้า!

ส่วนพวกถั่วเนี่ยนะ ทั้งถั่วลิสง อัลมอนด์ วอลนัท กินเข้าไปเถอะ! มันบำรุงระบบประสาทและสมองเราดีนักแล เหมือนได้เติมน้ำมันหล่อลื่นให้เครื่องยนต์สมองเดินเรียบ โปรตีนก็เยอะแยะ ช่วยให้มีแรงไปสอบ ไม่ใช่นั่งหาวหวอดๆ หน้าห้องสอบนะโว้ย!

นอกจากที่ว่ามาแล้วนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ช่วยให้สมองเราฟิตเปรี๊ยะก่อนไปปวดหัวกับข้อสอบเว้ยยย ลองไปหามากินดู รับรองว่าดีไม่ดีก็ต้องลองอะนะ!

  • ไข่ไก่: มีสารโคลีนสูง ช่วยเรื่องความจำนะเออ กินไปเหอะ ไม่ได้มีแต่โปรตีนนะคุณ!
  • เบอร์รี่รวม: ไม่ว่าจะเป็นบลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ พวกนี้สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมากก ช่วยให้สมองเฟรชชี่ตลอดเวลา!
  • อะโวคาโด: ไอ้ลูกเขียวๆ เนี่ยแหละ ไขมันดีมันเยอะ บำรุงเลือดไปเลี้ยงสมองดี๊ดี คิดเลขคล่องตัวยังกับเครื่องคิดเลข!
  • ดาร์กช็อกโกแลต: ไม่ใช่ช็อกโกแลตนมหวานเจี๊ยบนะเว้ย เอาดาร์กๆ ขมๆ นั่นแหละ คาเฟอีนกับสารต้านอนุมูลอิสระมันช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้จริง
  • น้ำเปล่า: สำคัญสุดๆ เลยนะโว้ย! ขาดน้ำเมื่อไหร่ สมองก็เอ๋อทันที จิบไปเรื่อยๆ อย่าให้ขาดดด

กินอะไรก่อนสอบ สายมู

เรื่องสอบน่ะ ความรู้ก็ส่วนนึง แต่ดวงก็ต้องมา! จัดไปเลยกับเมนูเทพประทาน กินแล้วเหมือนมีพระเจ้ากระซิบคำตอบข้างหู

เมนูเสริมดวง สอบผ่านฉลุย

กินเข้าไปให้ข้อสอบมันดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก! ของมันต้องมี ก่อนเดินเข้าสนามรบแห่งความรู้

  • กล้วย: ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเรื่อง 'กล้วยๆ' ไงเพื่อน กินเข้าไปให้ข้อสอบมันดูซอฟต์ลงทันที ขอเป็นกล้วยหอมนะ กลิ่นมันช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ชื่อ

  • ขนมตระกูลทอง (ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง): เหมือนเป็นการอัญเชิญความสำเร็จมาสถิตในร่าง หยิบจับข้อไหนก็ถูกเป็นทองไปหมด ทำข้อสอบเสร็จเหมือนได้จับเงินล้าน

  • ขนมชั้น: เพื่อการอัปเลเวลสติปัญญาแบบก้าวกระโดด กินหนึ่งชิ้นเหมือนเลื่อนขั้นไปอีกระดับในเกมชีวิต ยิ่งกินหลายชั้นยิ่งดี เหมือนอัปเกรดสมองเป็นเวอร์ชันพรีเมียม

  • ซุปไก่สกัด: ไอเทมในตำนานที่ขาดไม่ได้เลย เหมือนยาชูกำลังของนักรบ กินแล้วรู้สึก สมองไบรท์ ขึ้นมาทันที 300% แม้ว่าข้างในจะกลวงโบ๋ก็ตามที มันคือเอฟเฟกต์ทางใจล้วนๆ

  • ช็อกโกแลต: เพิ่มน้ำตาลในเลือดให้สมองแล่นปรู๊ดปร๊าด คิดซะว่าเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้แก่เซลล์สมองที่ฝืดเคืองมานานจากการอ่านหนังสือ

ลิสต์ต้องห้าม! กินแล้วอาจทำข้อสอบไม่ได้

ของบางอย่างก็เป็นเหมือนตัวถ่วงความเจริญ กินแล้วอาจทำให้พลังสมองหดหาย โปรดหลีกเลี่ยงถ้ายังอยากเห็นเดือนเห็นตะวัน

  • ไข่ทุกชนิด: ไม่ว่าจะไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียว เพราะมันสื่อถึง 'ศูนย์' เดี๋ยวจะได้คะแนนเป็นเลขกลมๆ กลับบ้านมาฝากแม่ ไม่เอานะ

  • ของทอด ของมัน: เลี่ยงได้เลี่ยงไปก่อนเลยเพื่อน นอกจากจะหนักท้องทำให้ง่วงแล้ว คำว่า 'ทอด' มันยังพ้องเสียงกับ 'ถอด' เดี๋ยวโดนถอดชื่อออกจากห้องสอบไม่รู้ด้วย

  • อาหารประเภทเส้น: อย่างก๋วยเตี๋ยวหรือบะหมี่ ตอนทำข้อสอบเดี๋ยวจะคิดอะไรติดๆ ขัดๆ ไม่ลื่นไหลเหมือนสายน้ำ แต่จะพันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นในชาม

เอาจริงๆ นะ... ไอ้ของกินพวกนี้มันเป็นแค่ 'เครื่องช่วยทางใจ' เท่านั้นแหละ เหมือนมียันต์แปะไว้ที่หน้าผากแต่ข้างในไม่มีวิชาอาคมอะไรเลย ความมั่นใจต่างหากที่มันทำงาน

หัวใจสำคัญของการกินก่อนสอบที่แท้ทรู ไม่ได้อยู่ที่ชื่อมงคล แต่อยู่ที่การเลือกอาหารที่ส่งผลดีต่อร่างกายและสมองโดยตรงต่างหากล่ะ สายมูตัวจริง ต้องรู้ลึกกว่านั้น

  • กินของย่อยง่าย: สมองจะได้ไม่ต้องแบ่งพลังงานไปช่วยกระเพาะย่อยสเต๊กชิ้นโต เลือกกินปลา ข้าวกล้อง หรือซุปใสๆ ดีกว่าเยอะ ร่างกายจะได้เอาพลังไปใช้คิดวิเคราะห์ข้อสอบล้วนๆ

  • อย่ากินเยอะเกินไป: หนังท้องตึง หนังตาหย่อน เป็นสัจธรรมที่ทุกคนรู้ กินแค่อิ่มพอดีๆ จะได้ไม่ง่วงกลางห้องสอบจนอาจารย์ต้องเดินมาปลุก

  • น้ำตาลนิดหน่อยพอ: ช็อกโกแลตหรือของหวานช่วยให้สมองตื่นตัวได้จริง แต่อย่าอัดเข้าไปเยอะ เดี๋ยวจะดีดแค่ช่วงแรก แล้วก็หมดแรงกลางทางเหมือนรถน้ำมันหมด

  • สิ่งที่ขลังที่สุดคือความรู้ในหัว: ต่อให้กินของมงคลทั้งจักรวาล แต่ถ้าไม่อ่านหนังสือไปเลย ก็เหมือนพกเครื่องรางไปรบโดยไม่มีอาวุธนั่นแหละเพื่อนเอ๊ย การนอนให้พอ คือคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแล้ว

กินอะไรเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง

สมองก็เหมือนเครื่องจักร ต้องการเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงคือเลือด ที่นำออกซิเจนและสารอาหารไป

กินเพื่อสมอง ไม่ใช่เพื่อลิ้น

ปลาทะเลน้ำลึก. โอเมก้า 3. ไม่ใช่แค่ไขมัน. มันคือโครงสร้าง. ผักใบเขียว. วิตามิน. แร่ธาตุ. สารต้านอนุมูลอิสระ. ของจำเป็น. เบอร์รี. สีเข้มๆ. ปกป้องเซลล์. ชะลอความพัง. ดาร์กช็อกโกแลต. ไม่ใช่ของหวาน. มันคือ ฟลาโวนอยด์. กระตุ้นการไหลเวียน. ถั่วและเมล็ดพืช. ไขมันดี วิตามินอี.

สมองทำงาน 24 ชั่วโมง. อย่าปล่อยให้มันหิว.

  • วิตามินบี 1 (ไทอามีน): เปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานให้สมองโดยตรง พบในธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อหมู
  • วิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน): สร้างสารสื่อประสาทสำคัญ เช่น เซโรโทนินและโดพามีน อยู่ในปลาเนื้อแดง กล้วย มันฝรั่ง
  • วิตามินบี 12 (โคบาลามิน): จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์เพื่อ ขนส่งออกซิเจน และบำรุงปลอกไมอีลินที่หุ้มเส้นประสาท แหล่งที่มาคือเนื้อสัตว์ ไข่ นม
  • ธาตุเหล็ก: องค์ประกอบหลักของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ขาดเหล็ก. เลือดจาง. ออกซิเจนไม่ถึงสมอง. คิดช้า. ตับและเนื้อแดงมีเยอะ
  • แมกนีเซียม: ควบคุมการส่งสัญญาณประสาท ช่วยให้ผ่อนคลาย. อยู่ในถั่ว อะโวคาโด ผักโขม
  • สังกะสี: เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้โดยตรง. พบในหอยนางรม เนื้อวัว เมล็ดฟักทอง

ไม่ควรกินอะไรก่อนสอบ

ก่อนสอบ, อาหารบางชนิดเป็นเพียงภาระ. สมองต้องการความคมชัด, ไม่ใช่ความหนักหน่วง.

ข้าว, มันฝรั่ง, คุกกี้, เค้ก, มัฟฟิน. พวกมันคือ คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว. ดูดกลืนพลังงานให้ว่างเปล่า.

น้ำตาลสูง: ช็อกโกแลต, ลูกอม. ให้พลังงานวูบวาบ. แล้วดิ่งลง. ความจริงก็เป็นเช่นนั้น.

ไก่งวง. มี L-tryptophan. สิ่งนี้ทำให้ ง่วงเหงา. ความรู้มิอาจอยู่คู่กับความมึน.

อาหารแป้งย่อยช้า. ดึงออกซิเจนไปสู่การย่อย. สมองขาดแคลน. นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น.

  • คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวสูง: (ข้าว, มันฝรั่ง, ขนมหวาน) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนรวดเร็ว. สมองเสียสมดุล.
  • อาหารย่อยยาก: ร่างกายใช้พลังงานมากเกินไปเพื่อย่อย. ออกซิเจนสำคัญถูกดึงไป.
  • L-tryptophan: (ในไก่งวง) สารนี้เร่งการสร้างสารสื่อประสาทที่ทำให้ง่วง. สติจะจางหาย.

กินอะไรให้มีเอเนอจี้

  • น้ำ

    ร่างกายน่ะ ต้องการน้ำ. ขาดเมื่อไหร่ ก็อ่อนล้า. สมองมันก็ต้องการ.

  • คาร์โบไฮเดรต

    แหล่งพลังงานหลัก. เติมได้. แต่อย่ามากไป.

  • วิตามินรวม

    ช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงาน. บางทีก็ขาด.

  • วิตามินรวมแบบเม็ดฟู่

    สะดวก. ละลายน้ำ. รับง่าย.

  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • น้ำ: การขาดน้ำแม้เพียงน้อยนิด ส่งผลต่อสมาธิและความเหนื่อยล้าได้โดยตรง การดื่มน้ำอย่างเพียงพอช่วยให้เลือดไหลเวียนดี นำพาออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • คาร์โบไฮเดรต: ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง โฮลวีท ธัญพืชไม่ขัดสี เพราะจะค่อยๆ ปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้มีพลังงานยาวนานกว่าคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (น้ำตาล, ขนมหวาน)
    • วิตามินรวม: กลุ่มวิตามินบีมีความสำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน วิตามินซีช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทและลดความเครียด
    • วิตามินรวมแบบเม็ดฟู่: มักมีส่วนประกอบของแร่ธาตุบางชนิดร่วมด้วย และรูปแบบที่ละลายน้ำอาจช่วยในการดูดซึมได้เร็วกว่า

เครื่องดื่มอะไรบำรุงสมอง

ดึกแล้วนะ... นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่... สมองก็ยังคงทำงานอยู่เรื่อยๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย... ถ้าถามถึงเครื่องดื่มที่บำรุงสมองจริงๆ ก็มีหลายอย่างที่พอช่วยได้นะ...

หลักๆ ที่เขาพูดถึงกันบ่อยๆ ก็มี 4 อย่างนี้แหละ:

  • น้ำบีทรูท
    • ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดในสมองให้ดีขึ้น เพราะมีสารไนเตรทสูง
  • ชาเขียว
    • เต็มไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ เยอะมาก ป้องกันเซลล์สมองเสื่อม
    • มี L-theanine ช่วยให้จิตใจสงบลง ลดความเครียด และมีสมาธิ
  • น้ำบลูเบอร์รี่
    • มีสารแอนโทไซยานินสูงมาก ช่วยเรื่องความจำ และการทำงานของสมอง
    • ป้องกันความเสียหายของเซลล์สมอง ลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์
  • น้ำผักผลไม้สีเขียว
    • ได้วิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มๆ
    • ช่วยลดการอักเสบในสมอง ส่งเสริมสุขภาพสมองโดยรวม

ตอนเช้ากินอะไรให้สมองดี

อยากให้สมองแล่นปรื๊ดตอนเช้า แทนที่จะอ๊องเหมือนคอมพ์ค้างใช่มั้ย จัดไปเลยกับเมนูเหล่านี้ ที่จะช่วยบูสต์สมองซีกซ้ายและปลอบใจสมองซีกขวา

น้ำเปล่า อาวุธพื้นฐานที่สุดแต่คนมองข้ามที่สุด เหมือนอัปเดตซอฟต์แวร์นั่นแหละ ไม่ทำแล้วเครื่องมันหน่วง ร่างกายขาดน้ำ สมองก็เบลอเป็นธรรมดา ไม่ต้องคิดเยอะ ดื่มไปเลยหนึ่งแก้วโตๆ หลังตื่นนอน

ไข่ คือ โปรตีนแห่งชาติ ที่แท้ทรู เป็นเหมือนหน่วยซ่อมบำรุงให้สมอง ทำงานเสถียร ไม่ใช่แค่กระตุ้นแล้วก็ดับไปเหมือนกินน้ำตาล ไข่ต้ม นี่แหละง่ายสุด ไม่ต้องมีสกิลเชฟมิชลินก็ทำได้

กล้วย พาวเวอร์แบงก์ฉบับพกพาของธรรมชาติ โพแทสเซียม ในกล้วยช่วยให้สารสื่อประสาททำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับวันที่ต้องรีบไปประชุม แต่สมองยังอยู่ที่เตียงนอน ปอกแล้วกิน จบ

ข้าวโอ๊ต หรือ โฮลเกรน เป็นพลังงานแบบสโลว์ไลฟ์ ปล่อยออกมาเรื่อยๆ ไม่พรวดพราด ทำให้สมาธิดีไปยาวๆ ไม่เหมือนพวกน้ำหวานที่ทำให้คึกแค่ 15 นาทีแล้วสมองก็ดับวูบไปเลย

ถั่วต่างๆ โดยเฉพาะ อัลมอนด์ วอลนัท คือของว่างสำหรับคนฉลาด (หรือคนที่อยากฉลาด) มันคือไขมันดีที่สมองต้องการ เหมือนเติมน้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียมให้รถนั่นแหละ กินวันละกำมือนะ ไม่ใช่ทั้งกระปุก

บลูเบอร์รี ผลไม้สำหรับชนชั้นสูง (ในด้านราคา) แต่คุณค่ามันสมราคาจริงๆ สารต้านอนุมูลอิสระ เพียบ ช่วยปกป้องเซลล์สมองไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร กินแล้วรู้สึกเหมือนจ่ายเงินอัปเกรดสมองเป็นเวอร์ชันล่าสุด

เรื่องต้องรู้เพิ่มเติมสำหรับคนอยากสมองไบรท์:

  • อย่าบูสต์ด้วยน้ำตาลล้วนๆ: โดนัทเอย ครัวซองต์เอย มันคือความสุขระยะสั้นที่มาพร้อมกับหายนะระยะยาว พลังงานจะพุ่งปรี๊ดแล้วดิ่งเหวลงมา ทำให้ง่วงกว่าเดิมตอนสายๆ
  • โปรตีน + คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือคู่หูสมองดี: ลองจับคู่ดู เช่น ไข่กับขนมปังโฮลวีต หรือ กรีกโยเกิร์ตกับถั่ว มันจะทำให้พลังงานคงที่และอิ่มนาน
  • กาแฟไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง: กาแฟช่วยแค่ "ปลุก" แต่ไม่ได้ "บำรุง" เหมือนการตบหน้าให้ตื่น แต่ไม่ได้ให้อาหารสมองจริงๆ ควรกินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ก่อน แล้วค่อยตามด้วยกาแฟ