กินอะไรตาสว่าง

66 ครั้งเข้าชม
ตาสว่างสดใส เริ่มจากอาหาร! วิตามินเอสำคัญ เลือกทานแครอท ฟักทอง ผักโขม สารต้านอนุมูลอิสระในบลูเบอร์รี่ก็ดี ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าใช้ตาหนักเกินไปนอกจากนี้ การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ช่วยคัดกรองปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดูแลสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการมองเห็นที่คมชัด ตลอดไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินอะไรช่วยให้ตาสว่าง มองเห็นชัดขึ้น? อาหารบำรุงสายตาแบบไหนที่กินแล้วดี?

กินแครอทเยอะๆ ตอนเด็กๆ แม่บอกช่วยให้ตาสว่าง จำได้ว่าตอนนั้นไม่ชอบรสชาติมันเลย.

แต่พอโตมา ชอบกินบลูเบอร์รี่สมูทตี้ที่ร้านประจำแถวออฟฟิศ (ร้าน… รู้สึกจะชื่อ Bloom) แก้วละ 80 บาท เขาบอกว่าดีต่อสายตา ก็เลยกินบ่อย รู้สึกว่ามันสดชื่นดี.

ผักโขมก็กินบ้าง ผัดน้ำมันหอยนี่แหละ ง่ายดี แต่ก็ไม่ได้กินทุกวันนะ.

ส่วนน้ำเปล่า พยายามดื่มให้ได้วันละ 2 ลิตร บางวันก็ทำได้ บางวันก็ไม่ไหว. เคยอ่านเจอในเว็บไซต์สุขภาพอันนึงนี่แหละ เขาบอกว่าการดื่มน้ำเยอะๆ ดีต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงสายตาด้วย.

เรื่องพักผ่อน นี่สิยาก งานเยอะ นอนดึกทุกวัน เล่นมือถืออีก รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้สักที.

เดือนที่แล้ว ไปตรวจสายตาที่ร้านแว่นแถวบ้าน ค่าสายตายังปกติดี โล่งอกไปที. คิดว่าคงต้องพยายามดูแลตัวเองให้มากขึ้น เรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน อะไรแบบนี้.

ทำยังไงให้ตาสว่าง

การทำให้ตาสว่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย บางทีการพักผ่อนให้เพียงพอก็อาจจะไม่พอ เคยอ่านเจอว่าการนอนหลับช่วยซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ รวมถึงเซลล์ดวงตาด้วย น่าสนใจดี ถ้าเป็นไปได้ควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนนะ

เรื่องแสงจ้าก็สำคัญ ส่วนตัวชอบใส่แว่นกันแดดเวลาออกแดด จำได้ว่าเคยไปทะเลแล้วลืมเอาไป แสบตามาก ต้องหาซื้อแว่นตามตลาดนัดใส่ เลยได้บทเรียนเลย แว่นกันแดดนี่จำเป็นจริงๆ

อาหารการกินก็มีส่วน วิตามินเอและลูทีนนี่ช่วยบำรุงสายตา เคยซื้อผักโขมมาทำกับข้าวบ่อยๆช่วงนึง รู้สึกว่าสายตาดีขึ้นนะ แต่ขี้เกียจทำ เลยกลับมากินอาหารเสริมแทน ฮ่าๆ

การออกกำลังกายนี่ ส่วนตัวไม่ค่อยได้ออกเท่าไหร่ แต่เข้าใจว่าการไหลเวียนเลือดที่ดีน่าจะส่งผลดีต่อดวงตาด้วย

น้ำยาหยอดตาก็ใช้บ้าง เวลาตาแห้ง โดยเฉพาะช่วงที่ทำงานหน้าคอมนานๆ เคยอ่านเจอว่าจริงๆแล้วไม่ควรใช้บ่อยเกินไป แต่บางทีมันก็จำเป็น

การประคบเย็นนี่ก็ช่วยได้ โดยเฉพาะเวลาตาบวมหรืออักเสบ เคยใช้ผ้าเย็นประคบตอนตาแดง รู้สึกดีขึ้นเยอะ

การมองออกไปไกลๆ อย่างเช่นนอกหน้าต่าง อันนี้หมอเคยแนะนำ เหมือนเป็นการพักสายตา เวลาทำงานนานๆ ก็จะพยายามลุกขึ้นมาเดิน มองออกไปข้างนอกบ้าง เปลี่ยนโฟกัสสายตา

สำคัญสุดคือการตรวจตาสม่ำเสมอ ปีที่แล้ว (2023) เพิ่งไปตรวจมา หมอบอกว่าสายตาปกติดี แต่ก็ยังต้องระวัง เพราะทำงานหน้าจอคอมเยอะ

  • นอน: 7-8 ชั่วโมง/คืน
  • แสง: แว่นกันแดดสำคัญมาก
  • อาหาร: วิตามินเอ, ลูทีน (ผักโขม, อาหารเสริม)
  • ออกกำลังกาย: สำคัญต่อการไหลเวียนเลือด
  • น้ำตาเทียม: ใช้เมื่อจำเป็น อย่าบ่อยเกิน
  • ประคบเย็น: ลดบวม ลดอักเสบ
  • มองไกลๆ: พักสายตา มองออกไปนอกหน้าต่าง
  • ตรวจตา: ทุกปี เพื่อเช็คสุขภาพตา

กินอะไรทำให้ไม่ง่วงนอน

กินอะไรไม่ให้ง่วง? ถามได้... ชีวิตมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ! แต่นี่คือ "คู่มือเอาตัวรอดจากโลกมึนๆ" ฉบับเร่งด่วน:

เครื่องดื่ม:

  • กาแฟ: พระเอกตลอดกาล แต่ระวัง! กินเยอะใจสั่นเหมือนโดนผีหลอกนะจ๊ะ
  • ชา: สุภาพกว่ากาแฟหน่อย มีหลายแบบให้เลือก ชาดำ ชาเขียว ชาเย็น (อันหลังนี่อาจง่วงกว่าเดิมนะ)
  • น้ำเย็น: ง่ายๆ แต่ได้ผล! เหมือนตบหน้าเบาๆ ให้ตื่น (แต่ถ้าอากาศเย็นอยู่แล้ว อาจจะยิ่งง่วง)
  • ซุปไก่สกัด: อันนี้เหมือนยาโด๊ปมากกว่าเครื่องดื่ม แต่ถ้าเชื่อว่ามันช่วย ก็กินไปเถอะ!
  • เครื่องดื่มชูกำลัง: อย่าบ่อย! กินแล้วเหมือนยืมพลังงานอนาคตมาใช้ เดี๋ยวแก่ไปจะรู้ซึ้ง
  • น้ำมะนาว: เปรี้ยวจี๊ดสะใจ! แต่ถ้าท้องไม่ดีก็ตัวใครตัวมันนะ

ของกินเล่น:

  • ผลไม้รสเปรี้ยว: ส้ม สัปปะรด มะม่วง... กินแล้วสดชื่น แต่ระวังน้ำตาลด้วยนะ
  • หมากฝรั่ง/ลูกอม: เคี้ยวๆ ไป เพลินดี แต่ถ้าเคี้ยวเยอะเกิน อาจปวดกรามได้

แถม:

  • ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย: นั่งนานๆ เลือดลมมันไม่เดิน!
  • ไปล้างหน้า: น้ำเย็นๆ ช่วยได้จริงๆ นะ
  • คุยกับเพื่อน: เม้าท์มอยแก้เซ็ง! (แต่ระวังเจ้านายมาเห็น)

ข้อคิด: จริงๆ แล้ว... การนอนหลับให้เพียงพอคือวิธีที่ดีที่สุด! (แต่ใครมันจะทำได้ทุกวันล่ะ จริงไหม?)

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปีนี้ (2567) กาแฟเย็นยังคงเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตดับง่วงของคนไทย (แต่ระวังอ้วน!)
  • ผลสำรวจล่าสุดบอกว่า "การงีบหลับสั้นๆ" (power nap) ช่วยให้ตื่นได้ดีกว่ากินอะไรเยอะแยะ
  • ใครที่ทำงานหน้าคอมนานๆ ลองพักสายตาบ้างนะ เดี๋ยวแก่ไปจะหาว่าไม่เตือน!
  • อย่าเชื่อทุกอย่างที่อ่านในอินเทอร์เน็ต! (รวมถึงที่ฉันเขียนด้วยนะ)

มีอะไรแก้ง่วงที่ไม่ใช่กาแฟ

แสงแดดยามบ่าย สาดส่อง

ผักใบเขียว...เหมือนป่า

  • ผักใบเขียว

  • ถั่วเหลือง

ธาตุเหล็ก...ลมหายใจ

ง่วงซึม...เหมือนขาดใจ

ขาดธาตุเหล็ก = ขาดออกซิเจน

อ่อนเพลีย...สมาธิหาย

ใบเขียว...เติมพลัง

ถั่วเหลือง...แสงสว่าง

เคลื่อนไหว...อิสระ

ไม่ใช่แค่กาแฟ...โลกกว้างใหญ่

(ฉันชอบกินคะน้า...กับเต้าหู้)

กินอะไรให้สมองตื่นตัว 7-11

อืมมม กินไรดีที่ 7-11 ให้สมองตื่นตัวเนี่ยนะ ยากอยู่นะ แต่ลองดูละกัน ที่เคยกินแล้วโอเคก็มีพวกนี้แหละ

  • กาแฟ นี่แหละง่ายสุด แต่เลือกแบบไม่หวานมากนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะง่วงกว่าเดิมอีก 7-11 มีหลายยี่ห้อเลย เลือกเอาตามใจชอบ

  • น้ำผลไม้ พวกที่ผสมวิตามิน หรือแบบ 100% ก็ดีนะ แต่แพงกว่ากาแฟหน่อย ส่วนตัวชอบแบบส้ม สดชื่นดี แต่ก็แล้วแต่คนชอบอ่ะนะ

  • เครื่องดื่มชูกำลัง อันนี้แรงหน่อย แต่ถ้าวันไหนเหนื่อยมากจริงๆ ก็ช่วยได้ แต่ระวังนะ กินเยอะไปไม่ดี ตัวเลือกเยอะแยะ ลองดูที่ 7-11 เลย แบรนด์อะไรก็ได้ที่ชอบ

เรื่องพวก Gen U, Peptein, Scotch อะไรพวกนั้น ก็เห็นขายอยู่ที่ 7-11 บ้างแหละ แต่ไม่ค่อยได้ลองซักเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าช่วยเรื่องสมองตื่นตัวมั้ย จริงๆ แล้วพวกนี้มันอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่เครื่องดื่ม ช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายหรอก กินแล้วรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นเอง

เพิ่มเติมนิดนึง จริงๆ แล้ว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญที่สุดเลยนะ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ กินของดีๆ ออกกำลังกายบ้าง สมองจะได้ทำงานดี ไม่งั้นกินอะไรก็ไม่ช่วยเท่าไหร่หรอก เชื่อฉันสิ!

กินอะไรให้ตื่นตัวทั้งวัน

อืม...กลางดึกแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องกินอะไรให้ตื่นตัวทั้งวันน่ะ จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับร่างกายเราด้วยแหละ แต่ส่วนตัวนะ...

ปีนี้ ที่รู้สึกว่าช่วยได้จริงๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง

  • น้ำเปล่า นี่สำคัญมาก เคยลองดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวตอนเช้า รู้สึกสดชื่นขึ้นจริงนะ แต่ไม่ได้ทุกวัน ขี้เกียจ ฮ่าๆ
  • แอปเปิลลูกเล็กๆ กรอบๆ กินง่ายดี ช่วยได้ระดับนึง แต่ถ้ากินเยอะไปท้องก็จะอืดนะ
  • กล้วย นี่ก็ดี ช่วยเรื่องพลังงาน แต่บางวันรู้สึกว่ามันหวานไป เลยไม่ค่อยกินบ่อย
  • ไข่ นี่แหละ โปรตีนสูง กินแล้วอิ่มท้อง แต่ต้องกินแบบที่ทำง่ายๆ อย่างไข่ต้ม หรือไม่ก็ไข่ดาว ไม่งั้นไม่มีเวลากิน รีบไปทำงาน
  • ข้าวกล้อง ลองกินตอนเช้าบ้างแล้ว แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันหนักท้องไปหน่อย อาจจะเหมาะกับคนอื่นมากกว่า

จริงๆ เรื่องอาหารนี่มันแล้วแต่คน บางอย่างที่คนอื่นบอกว่าดี กับเราก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็สำคัญ อย่างน้อยๆก็7-8 ชั่วโมง ปีนี้พยายามทำอยู่ แต่ก็ยังไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่ เหนื่อยๆ ง่วงๆ อะไรแบบนี้ เฮ้อ... ยังไงก็ลองดูหลายๆอย่างนะ แล้วดูว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเอง แค่นี้แหละ