กุ้งมีโทษอะไรบ้าง

128 ครั้งเข้าชม
โทษของกุ้งที่สำคัญคือมีคอเลสเตอรอลสูง หากบริโภคมากเกินไปอาจทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ข้อควรระวังคือควรจำกัดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ได้รับจากอาหารไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้รับประทานกุ้งในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ไม่เกิน 85 กรัมต่อวัน ซึ่งจะให้คอเลสเตอรอลประมาณ 161 มิลลิกรัม การควบคุมปริมาณจึงเป็นสิ่งสำคัญในการบริโภคกุ้ง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินกุ้งเยอะมีผลเสียอะไรบ้าง? อันตรายต่อสุขภาพไหม?

เรื่องกินกุ้งเยอะๆ เนี่ย โห คุยกับผมได้เลย ของโปรดเลยแหละ โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำเผามันเยิ้มๆ แต่ก็เคยโดนเบรคเหมือนกัน พ่อผมนี่แหละตัวอย่างชัดๆ เลย ตอนนั้นไปกินซีฟู้ดที่มหาชัยกันช่วงปลายปี 2022 จัดกุ้งไปหนักมาก ผลเลือดออกมาคอเลสเตอรอลพุ่งปรี๊ด หมอเตือนเลย

แต่เอาจริงๆ นะ จากที่ผมพยายามหาข้อมูลมาเอง คือคอเลสเตอรอลในกุ้งมันก็มีแหละ แต่มันไม่ได้น่ากลัวเท่าไขมันอิ่มตัวในพวกหมูกรอบหรือของทอดจัดๆ นะ คือร่างกายเราจัดการกับมันคนละแบบกันเลย มันไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดว่ากินคอเลสเตอรอลแล้วมันจะไปอยู่ในเลือดเราทั้งหมด

ปัญหาจริงๆ ที่ผมเจอคือไอ้ของที่กินคู่กับกุ้งต่างหาก กุ้งเผาตัวเดียวอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่พอเจอน้ำจิ้มซีฟู้ดหวานๆ ข้าวสวยร้อนๆ สองสามจาน หรือกุ้งเอาไปชุบแป้งทอดเยิ้มๆ แบบนั้นอะ ตัวการเลย มันคือการบวกกันของแป้ง น้ำตาล และไขมันทอด ซ้ำเติมเข้าไป

หลังๆ มาผมเลยมีกฎของตัวเอง ถ้าจะกิน ก็คือกินแบบเน้นตัวกุ้งจริงๆ อย่างกุ้งลวก กุ้งนึ่ง กุ้งอบวุ้นเส้นยังพอไหว แล้วก็กะปริมาณเอา ไม่ใช่กินเป็นกิโลเหมือนตอนวัยรุ่น ถ้ามื้อไหนรู้ว่ากินกุ้งเยอะ มื้ออื่นในวันนั้นก็จะพยายามเลี่ยงของมันๆ ไปเลย มันคือการบาลานซ์มากกว่าห้ามเด็ดขาด

กุ้งมีสารปรอทไหม

กุ้งมีสารปรอท แต่ปริมาณมักจะน้อยกว่าสัตว์ทะเลขนาดใหญ่

สารปรอทพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ จากทั้งแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ เช่น อุตสาหกรรมต่างๆ การบริโภคอาหารทะเลเป็นช่องทางหลักที่ร่างกายได้รับสารปรอท โดยเฉพาะจากปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ

  • ความเสี่ยงในกุ้ง: กุ้งโดยทั่วไปมีปริมาณสารปรอทในระดับต่ำถึงปานกลาง เมื่อเทียบกับปลาทะเลขนาดใหญ่ เช่น ฉลาม ทูน่า หรือปลาอินทรี ที่มีแนวโน้มสะสมสารปรอทมากกว่า เพราะกินสัตว์อื่นที่มีสารปรอทเข้าไปเรื่อยๆ
  • การสะสม: สารปรอทในสัตว์น้ำมักจะอยู่ในรูปของ เมทิลเมอร์คิวรี (Methylmercury) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ของปรอท ที่สามารถสะสมในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตได้
  • ปัจจัยที่ส่งผล: ปริมาณสารปรอทในกุ้งอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้ง สภาพแวดล้อม และชนิดของกุ้งเอง

คิดดูนะ ทุกอย่างที่มาจากธรรมชาติก็มีทั้งประโยชน์และโทษในตัวมันเอง การรับประทานอาหารทะเลให้หลากหลายและไม่บริโภคมากจนเกินไปจึงเป็นหลักการที่ดี

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ประเภทของปรอท: ปรอทที่พบในสิ่งแวดล้อมมีหลายรูปแบบ แต่เมทิลเมอร์คิวรีเป็นรูปแบบที่น่ากังวลที่สุดในแง่ของผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและตกค้างได้นาน
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: การได้รับสารปรอทในปริมาณมากและต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกในครรภ์และเด็กเล็กที่ระบบประสาทกำลังพัฒนา
  • คำแนะนำ: หน่วยงานด้านสาธารณสุขมักจะมีคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคอาหารทะเลสำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น สตรีมีครรภ์และเด็ก เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับสารปรอทเกินขนาด การเลือกบริโภคอาหารทะเลขนาดเล็กหรือจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ทำไมกินกุ้งแล้วคัน

โอ๊ยยย ถามถูกคนแล้ว! เรื่องกินกุ้งแล้วคันเนี่ย มันคือมหากาพย์ดราม่าระดับเซลล์ในร่างกายเราเลยนะ

เรื่องของเรื่องมันอยู่ที่โปรตีนเจ้าปัญหาชื่อ โทรโปไมโอซิน (Tropomyosin) นี่แหละ ตัวนี้คือลาสบอสแห่งวงการแพ้กุ้งเลย มันเป็นโปรตีนในกล้ามเนื้อกุ้งที่ทำหน้าที่ปกติสุขของมันไป แต่พอเข้าปากเราปุ๊บ... ภูมิต้านทานบางคนก็ดันติสต์แตก มองพี่เขาเป็นผู้บุกรุกจากต่างดาวซะงั้น เลยปล่อยสารฮิสตามีนออกมาสู้รบปรบมือ ผลคือ... คันยิบๆๆๆ เหมือนโดนกองทัพมดรุม

ส่วนอีกตัวที่มาแบบเงียบๆ แต่ต่อยหนักคือ ฮีโมไซยานิน (Hemocyanin) ตัวนี้สิงสถิตอยู่แถวๆ หัวกุ้ง มันคือโปรตีนที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนในเลือดกุ้ง (เลือดกุ้งสีฟ้าก็เพราะเจ้านี่แหละ) สำหรับบางคน โดยเฉพาะสายดูดหัวกุ้ง ตัวนี้ก็เป็นเหมือนญาติข้างบ้านที่ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่พอเจอทีไรก็สร้างเรื่องทุกที คือไม่ได้แพ้ทุกคน แต่ถ้าโดนก็คันไม่แพ้กัน

  • ความร้อนฆ่าพี่เขาไม่ตาย: คิดว่าจะต้ม ผัด แกง ทอด แล้วโปรตีนจะสลายตัวเหรอ... ฝันไปเถอะจ้ะ พี่โทรโปไมโอซินเขาทนความร้อนสูงปรี๊ด ยิ่งโดนความร้อนยิ่งพร้อมออกฤทธิ์เต็มที่ เหมือนพวกตัวร้ายในหนังที่โดนระเบิดแล้วเก่งขึ้น

  • แก๊งเพื่อนซี้สัตว์เปลือกแข็ง: ถ้าคุณแพ้กุ้ง ก็มีโอกาสสูงลิ่วที่จะแพ้เพื่อนร่วมแก๊งมันด้วย ทั้งปู กั้ง ล็อบสเตอร์ บางทีอาจลามไปถึงหอย หมึก หรือแม้แต่แมลงสาบ! ใช่ ฟังไม่ผิด แมลงสาบ... เพราะพวกมันมีโปรตีนตระกูลเดียวกัน โลกเรามันช่างเชื่อมโยงกันอย่างน่าขนลุก

  • อาการไม่ใช่แค่คัน: บางคนเจอแค่ลมพิษเบาๆ พอให้เกาเล่น แต่บางคนอาการหนักถึงขั้นปากบวม หายใจไม่ออก ความดันตก เหมือนร่างกายกำลังจัดคอนเสิร์ตอำลาโลกแบบไม่ทันตั้งตัว

  • กรรมพันธุ์หรือกรรมเก่า?: ส่วนใหญ่แล้วอาการแพ้พวกนี้มีรากมาจากกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่พี่น้องมีประวัติแพ้ คุณก็เหมือนได้ตั๋วทองคำมาลุ้นด้วยคนนึงแหละ ไม่ต้องเสียใจไป

ทำไมจู่ๆแพ้กุ้ง

ภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาด. มองโปรตีนกุ้งเป็นภัย. ร่างกายจึงขับสารก่อภูมิแพ้. สารนี้แหละที่สร้างปัญหา.

  • สารฮิสตามีน คือตัวการ. ทำให้เกิดอาการต่างๆ.
  • การตอบสนองเกินเหตุ. ไม่ใช่ความผิดของกุ้ง. แต่เป็นระบบภายใน.

เกิดได้ทุกเมื่อ. ไม่จำเป็นต้องเคยแพ้มาก่อน. โลกเปลี่ยนแปลง. ร่างกายก็ตามนั้น.

กุ้งมีสารอะไรที่ทำให้คนแพ้

แพ้กุ้ง? ต้นตอคือโปรตีน. โทรโปไมโอซิน คือตัวหลัก. เฮโมไซยานิน ก็จัดไป. บางทีมาจากสารปนเปื้อนในอาหารกุ้ง.

  • โทรโปไมโอซิน: ตัวร้ายหลัก. โปรตีนในกล้ามเนื้อกุ้งทุกชนิด. แพ้ง่าย แพ้หนัก.
  • เฮโมไซยานิน: โปรตีนในเลือด. พบมากในกุ้งแม่น้ำ. บางคนเจอตัวนี้.
  • โปรตีนอื่นก็มี. อาร์จินีน ไคเนส, แคลเซียม ไบน์ดิง. ไม่บ่อยเท่า แต่ก็ใช่.
  • อาการ? คันยิบ ผื่นขึ้น ลมพิษ. ร้ายสุดอาจถึงช็อก. อย่าประมาท.
  • บางทีไม่ใช่เนื้อกุ้ง. สารเคมีตกค้าง. ยาปฏิชีวนะที่ใช้เลี้ยง. เล่นงานได้เหมือนกัน.
  • ถ้าแพ้กุ้ง อาจแพ้ข้าม. ปู ปลาหมึก พวกเดียวกัน. ระวังหน่อย.

ทำไมตอนเด็กถึงไม่แพ้กุ้ง แต่โตมาแพ้กุ้ง

ร่างกายเปลี่ยน. ภูมิคุ้มกันก็เปลี่ยน.

  • เมื่อเด็ก. ร่างกายยังอ่อนแอ. ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์. อาจมองข้ามโปรตีนแปลกปลอมในกุ้ง.
  • โตขึ้น. ภูมิคุ้มกันพัฒนา. รู้จักแยกแยะ. อาจมองโปรตีนในกุ้งเป็น "ศัตรู".
  • เกิดการตอบสนอง. แพ้.

ข้อมูลเสริม:

  • การแพ้อาหารมักแสดงอาการในวัยเด็ก. แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย.
  • โปรตีนในกุ้งชื่อ " tropomyosin" เป็นตัวการหลัก.
  • พันธุกรรมมีผล. หากคนในครอบครัวแพ้. โอกาสก็สูงขึ้น.
  • การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้บ่อยๆ. อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้.
  • อาการแพ้มีตั้งแต่เล็กน้อย (ผื่นคัน) ถึงรุนแรง (หายใจลำบาก).
  • ถ้าสงสัยว่าแพ้. ควรปรึกษาแพทย์. เพื่อวินิจฉัยและรับคำแนะนำ.