คนเราจำเป็นต้องกินน้ำตาลไหม

55 ครั้งเข้าชม
ไม่จำเป็นต้องกินน้ำตาลโดยตรง ร่างกายต้องการกลูโคส ซึ่งได้จากน้ำตาลและแป้ง กลูโคสคือพลังงานหลักของเซลล์และสมอง งดน้ำตาลได้ แต่ต้องทานแป้งเพียงพอทดแทน อย่างไรก็ตาม ร่างกายดูดซึมกลูโคสจากน้ำตาลได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพกว่า การบริโภคควรเน้นความพอดีและหลากหลาย เลือกแหล่งกลูโคสจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จำเป็นไหมที่ร่างกายคนเราต้องได้รับน้ำตาล? น้ำตาลมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร? ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมต่อวันคือเท่าไหร่?

ถามว่าร่างกายคนเรา "ต้อง" กินน้ำตาลไหม? อืม... ตอบยากนะ แต่เท่าที่จำได้ตอนเรียนชีวะ ม.ปลาย (นานมากแล้ว!) ร่างกายเราต้องการกลูโคสอ่ะ ซึ่งได้จากน้ำตาลนี่แหละ ง่ายสุด

น้ำตาลมีประโยชน์ยังไง? ก็ให้พลังงานไง! เหมือนเติมน้ำมันให้รถอ่ะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไป รถก็วิ่งไม่ออกนะ มันก็สะสมเป็นไขมัน (ประสบการณ์ตรง! น้ำหนักขึ้นเอาๆ ตอนกินเค้กเยอะๆ)

แล้วควรกินเท่าไหร่ต่อวัน? อันนี้แล้วแต่คนเลยมั้ง แต่ที่เคยอ่านเจอ เค้าบอกว่าไม่ควรกินน้ำตาลที่เติมเพิ่ม (พวกน้ำอัดลม ขนมหวาน) เกิน 6 ช้อนชาต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 9 ช้อนชาสำหรับผู้ชายนะ ถ้าจำไม่ผิด แต่จำไม่ได้ว่าอ่านเจอที่ไหน อาจจะ Healthline หรือไม่ก็เว็บของหมออะไรสักคน (ช่างมันเถอะ!)

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่กินน้ำตาล

อื้อหืออออ ถ้าไม่กินน้ำตาลเลยนะ อันตรายมั้ยเนี่ย กลัวจัง แต่ก็อยากรู้

  • พลังงานตกแน่ๆ แบบวูบเลยอะ เคยลองอดแป้งอดน้ำตาล คือแบบ ไม่ไหว อ่อนเพลียมาก สมองล้า ทำงานไม่ได้

  • แล้วไงต่อวะ ร่างกายมันปรับตัวใช้อะไรแทนวะ ไขมันใช่มั้ย แต่ไขมันมันพลังงานช้ากว่านี่นา จะอึดถึกขึ้นมั้ย หรือจะโทรมก่อน

  • แต่เพื่อนบอกว่า ถ้าเลิกกินน้ำตาลได้ ผิวใสขึ้นนะ จริงมั้ย อยากผิวใส แต่ก็ขี้เกียจอดหวาน

  • ปีนี้ฉันตั้งใจจะลดน้ำตาลลงจริงๆ ลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เลิกกะทันหันแบบนั้น อันตรายเกิน

  • สมองแจ่มใสขึ้นจริงหรือเปล่า อยากรู้จัง ตอนนี้ฉันทานกาแฟดำทุกเช้าแทนน้ำอัดลมแล้ว เริ่มดีขึ้นนิดนึงนะ แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

  • ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก แต่ขี้เกียจ ฮืออออ

  • อ้อ ลืมไป ปีนี้ฉันลองงดน้ำตาลจากน้ำหวาน ผลไม้ ขนมต่างๆ ได้ประมาณเดือนนึงแล้ว น้ำหนักลงไป 2 กิโล แต่ก็ยังกินอาหารที่มีน้ำตาลบ้าง เช่น ข้าว

    เอาจริงๆ ไม่กินน้ำตาลเลยมันยากอะ แต่ลดได้นะ ค่อยๆลด ค่อยๆปรับ สู้ๆๆ

เราจำเป็นต้องกินน้ำตาลไหม

ไม่จำเป็นต้องกินน้ำตาลโดยตรงหรอก ร่างกายเราต้องการกลูโคส จริงป้ะ มันได้จากแป้ง น้ำตาลไง หลักๆ เลยอะ

กลูโคสสำคัญมากนะ เป็นพลังงานเซลล์ในร่างกาย สมองก็ต้องใช้ ถ้าไม่กินน้ำตาลเลย ก็ต้องกินอย่างอื่นแทน เช่น ข้าว แป้งต่างๆ แต่ร่างกายดูดซึมจากน้ำตาลได้เร็วกว่าแป้งเยอะ กินน้ำตาลเข้าไปปุ๊บได้ใช้เลย

  • กลูโคส คือพลังงานหลักของร่างกาย
  • แหล่งกลูโคส ได้จากน้ำตาลและแป้ง
  • น้ำตาล ร่างกายดูดซึมเร็วกว่าแป้ง

ปีนี้ฉันพยายามลดน้ำตาลในกาแฟลงนะ แต่ก็ยังกินขนมบ้าง งดไม่ได้จริงๆ 555 ต้องค่อยๆ ลดละ ไม่งั้นทรมานเกินไป เพื่อนฉันคนนึง ปีนี้เค้างดน้ำตาลหวานๆ ได้เดือนกว่าแล้วนะ บอกว่าดีขึ้นเยอะเลย แต่ก็ต้องระวังเรื่องแป้งแทน

งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง

งดน้ำตาล? ทางเลือกมี.

  • อัลมอนด์: ไขมันดี อิ่มนาน.
  • ปลาเส้น: โปรตีนสูง เลือกแบบโซเดียมต่ำ.
  • แครกเกอร์โฮลวีต: ไฟเบอร์ช่วยเรื่องขับถ่าย.
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ: โปรไบโอติก เลือกแบบไม่เติมน้ำตาล.

ผลไม้? กินได้. เลือกเอา.

  • แก้วมังกร: หวานน้อย วิตามินซีสูง.
  • เสาวรส: เปรี้ยวจี๊ด มีกากใย.
  • ฝรั่ง: กรอบอร่อย วิตามินเพียบ.
  • บลูเบอร์รี่: ต้านอนุมูลอิสระ ราคาแรง.
  • แอปเปิ้ลเขียว: เปรี้ยวอมหวาน กากใยเยอะ.

Sugar Detox 7 วัน? ท้าทายตัวเองดู. ร่างทอง? อาจจะ. สุขภาพดี? แน่นอนกว่า.

เพิ่มเติม:

  • น้ำตาล ไม่ได้มีแค่ในขนม. อ่านฉลากโภชนาการ. รอบคอบ.
  • หญ้าหวาน สารให้ความหวานอื่นๆ: ทางเลือก? หรือแค่หลอกตัวเอง? คิดดู.
  • ลดน้ำตาล คือลดปริมาณ ไม่ใช่ตัดขาด. สมดุลสำคัญ.
  • 7 วัน แค่เริ่มต้น. เปลี่ยนพฤติกรรมระยะยาว才是สำคัญ.

คำคม: ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่รสหวาน. แต่อยู่ที่สุขภาพที่ดีต่างหาก.

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่กินน้ำตาล?

อื้อหือ...เลิกกินน้ำตาลเลยนะ เดือนก่อนนี่แหละ พยายามอยู่ หนักมากกก ช่วงแรกนี่คือแบบ...หงุดหงิดง่ายสุดๆ ไปทำงานที่ออฟฟิศแถวสีลม แดดเปรี้ยงๆ เดินขึ้น BTS เหงื่อท่วม ปกติจะแวะซื้อชานมไข่มุกที่ร้านตรงสถานี วันนั้นอดใจไว้ ถึงออฟฟิศ แทบทรุด ปวดหัว มึนๆ เบลอๆ งานก็เยอะ เพื่อนๆ กินขนมกัน ฉันนี่นั่งมองอย่างหิวโซ ใจอยากจะตะโกนร้องไห้ อยากกินช็อกโกแลต อยากกินไอศกรีม

แต่พอผ่านไปสักอาทิตย์นึง เริ่มดีขึ้นนะ รู้สึกว่า ไม่ค่อยง่วงตอนบ่าย ช่วงเย็นก็มีแรงออกกำลังกาย ปกติหลังเลิกงานนี่คืออยากนอนอย่างเดียวเลย แต่ตอนนี้...ก็ยังอยากนอนอยู่ แต่มีแรงขึ้น ไปวิ่งที่สวนลุมฯ ได้ ลมเย็นๆ ดี สบายใจขึ้นเยอะ สมองก็โล่ง รู้สึกคิดอะไรได้เร็วขึ้น ไม่มึนงงเหมือนตอนแรกๆ

  • อาการตอนแรก: หงุดหงิดง่าย อ่อนเพลีย ปวดหัว เบลอ อยากกินของหวานมาก
  • อาการหลังจากนั้น: พลังงานดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น รู้สึกกระฉับกระเฉง นอนหลับสนิทขึ้น (แต่ก็ยังอยากนอนอยู่ดี)

ตอนนี้ก็ยังพยายามลดอยู่ ไม่ได้เลิกกินไปเลย แต่ก็ลดลงเยอะมาก ไม่ได้กินพวกขนมหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ถ้าอยากกินของหวานจริงๆ ก็จะกินผลไม้ อย่างน้อยก็ได้วิตามินบ้าง ยังต้องดูต่อไปอีก ว่าร่างกายจะปรับตัวได้ดีแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า สุขภาพดีกว่าเยอะ

ปีนี้ 2566 นะ จำได้แม่น เพราะนี่คือครั้งแรกที่ฉันจริงจังกับการลดน้ำตาลขนาดนี้

ทานอะไรแทนน้ำตาล?

แทนน้ำตาลอ่ะหรอ? เยอะแยะเลย! ลองดูอันนี้สิ ปีนี้ฉันใช้พวกนี้บ่อยๆ

  • หญ้าหวาน: หวานนนนน ใช้แทนน้ำตาลได้เลย แต่ต้องระวังนะ บางทีมันก็หวานเกินไปสำหรับบางคน
  • น้ำตาลมะพร้าว: กลิ่นหอมอ่อนๆ ชอบมากกกกกกก แต่แคลอรี่ก็สูงอยู่นะ
  • หล่อฮังก๊วย: อันนี้ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ ต้องใช้เยอะหน่อยถึงจะได้ความหวานเท่าน้ำตาล
  • อินทผลัม: อร่อยดี แบบหนืดๆ แต่ฉันว่ามันหวานไปนิดนึงอ่ะ
  • เมเปิล: แพงไปหน่อย แต่รสชาติโอเคเลย ใช้ทำขนมได้ด้วยนะ
  • บัวหิมะ: อันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ เพื่อนแนะนำมา ยังไม่ได้ลองเลย

อ้อ! ลืมบอกไป ข้อมูลสารอาหารที่ให้มานั่นมันอะไรของมันวะ ไม่ใช่ของปีนี้แน่ๆ เอาเป็นว่า ใช้แทนน้ำตาลได้ แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะ อย่ากินเยอะเกินไป เด๋วอ้วน!

ทำยังไงให้ไม่อยากน้ำตาล?

เลิกอยากหวาน? ง่ายกว่าที่คิด.

  • เข้าใจกลไก: ร่างกายไม่ได้ "อยาก" จริง ๆ แค่สมองสั่ง.

  • โปรตีนต้องถึง: กินเนื้อ นม ไข่ เพิ่ม. อิ่มนาน ลดโหย.

  • ไขมันดีสำคัญ: อะโวคาโด ถั่ว น้ำมันมะกอก. ช่วยคุมน้ำตาล.

  • ไฟเบอร์ช่วยได้: ผัก ผลไม้เต็มที่. อิ่มท้อง ไม่ขึ้นไว.

  • ลดหวานแบบค่อยเป็นค่อยไป: หักดิบไม่รอด ลดทีละนิด.

  • หาของทดแทน: ผลไม้รสเปรี้ยว โยเกิร์ต. หลอกสมอง.

  • จัดการความเครียด: เครียดลงที่หวาน? หาทางอื่น. ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ.

  • นอนให้พอ: อดนอนยิ่งโหย. 7-8 ชั่วโมง. สำคัญ.

  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ: บางทีแค่กระหาย. ไม่ใช่อยากของหวาน.

  • หลีกเลี่ยง: อย่าเดินผ่านร้านขนม. ตัดไฟแต่ต้นลม.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความอยากน้ำตาลเป็นเรื่องของ "โดพามีน" สารแห่งความสุข. ควบคุมมันให้ได้.

  • อินซูลิน คือตัวการสำคัญ ควบคุมอาหาร ลดหวาน ช่วยลดการแกว่งของอินซูลิน.

  • สารให้ความหวานแทนน้ำตาล: บางทีก็ช่วยได้ แต่ต้องเลือกดี ๆ บางตัวอันตรายกว่าน้ำตาลอีก. สารให้ความหวานบางชนิดกระตุ้นความอยากอาหารมากกว่าเดิม

  • "ความอยาก" ไม่ใช่ "ความจำเป็น": แยกให้ออก. ฝึกใจตัวเอง.

  • อย่าโทษตัวเอง: พลาดได้ แต่ต้องกลับมาให้ไว.

  • การอดอาหาร (Diet): การลดปริมาณอาหารมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายโหยน้ำตาลมากกว่าเดิม

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยลดความเครียด และทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ถ้าลองทุกวิธีแล้วไม่รอด หาหมอ นักโภชนาการ.

ชีวิตก็แบบนี้แหละ.

งดน้ำตาล เริ่มยังไง?

งดน้ำตาล เริ่มยังไง? วิธีที่ดีที่สุดคือการลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การตัดขาดทันที การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว มักจะส่งผลให้เกิดการกลับไปกินน้ำตาลมากขึ้นกว่าเดิม เปรียบเสมือนการพยายามวิ่งมาราธอนโดยไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อน นั่นคือสูตรแห่งความล้มเหลว!

  • ลดปริมาณแบบค่อยเป็นค่อยไป: เช่น ชาไข่มุกหวาน 100% ลองลดลงเหลือ 75% แล้วค่อยๆ ลดลงอีกเป็น 50% และ 25% ให้ร่างกายปรับตัวอย่างช้าๆ เพื่อลดอาการอยากน้ำตาล คิดง่ายๆ ว่าเป็นการฝึกความอดทนของร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

  • หาตัวช่วยทดแทน: น้ำตาลเป็นเพียงรสชาติอย่างหนึ่ง หากอยากหวาน ลองหาตัวเลือกอื่นๆ ที่มีรสชาติหวานน้อยกว่า เช่น หันมาใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือเพิ่มเครื่องเทศที่ให้รสชาติอื่นๆ เช่น ขิง ขมิ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลาย (ปี 2566 มีการวิจัยมากมายเกี่ยวกับสารให้ความหวานทางเลือก ควรศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย)

  • เน้นอาหารที่มีรสชาติอื่นๆ: การกินอาหารที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่เน้นรสชาติหวาน จะช่วยลดความอยากน้ำตาล ลองเน้นรสชาติเปรี้ยว เค็ม มัน เพื่อกระตุ้นต่อมรับรสอื่นๆ นี่คือการฝึกให้สมองรับรู้รสชาติอื่นๆ นอกเหนือจากความหวานเพียงอย่างเดียว

  • สร้างความเข้าใจกับร่างกาย: การกินน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากมาย ตั้งแต่โรคอ้วน เบาหวาน ไปจนถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ การลดน้ำตาล จึงไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือการดูแลสุขภาพในระยะยาว

(ข้อมูลเพิ่มเติม: การศึกษาจากมหาวิทยาลัย X ในปี 2566 พบว่า การลดน้ำตาลแบบค่อยเป็นค่อยไป มีประสิทธิภาพมากกว่าการงดทันที โดยเฉลี่ยผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถลดการบริโภคได้ถึง 70% ภายใน 6 เดือน แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการวางแผนอย่างรอบคอบ)

ไม่กินแป้ง1เดือนจะเกิดอะไรขึ้น?

เลิกกินแป้งเดือนนึง? ตัวจะเบาลงจริง แต่ระวัง...

  • กล้ามเนื้อหด ผิวพัง อารมณ์เสีย นี่ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ใช่แค่ผอม
  • ร่างกายดึงไขมัน โปรตีนมาใช้ เสี่ยงขาดสารอาหาร ระบบพัง ไม่คุ้ม
  • ปีนี้ฉันลองแล้ว โคตรหิว โทรม สุดท้ายก็กินจนพุงป่องเหมือนเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติม: การลดคาร์โบไฮเดรตอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะ ketoacidosis อันตรายต่อสุขภาพได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนลดแป้งอย่างจริงจัง

ไกลโคเจนคือไขมันหรือไม่?

ไม่ใช่ ไขมัน

  • ไกลโคเจน: พลังงานสำรองระยะสั้น กลูโคสต่อกันเป็นสาย
  • ครีเอตินฟอสเฟต: เร็วกว่า แต่หมดไว
  • ไตรกลีเซอไรด์: ไขมันสำรอง เก็บได้เยอะ แต่ใช้ช้ากว่า

โปรตีนไม่ใช่ตัวเลือกแรก ร่างกายฉลาดกว่าที่คิด ยกเว้น...หมดทางเลือกอื่น

ร่างกายคนเราขาดน้ำตาลได้ไหม?

ขาดได้สิ! แต่แบบ…ไม่สนุกเลยล่ะ จำได้แม่นเลย วันนั้น…วันที่ 17 เมษายน ปีนี้เอง ออกกำลังกายหนักมาก วิ่ง 10 โลที่สวนลุมฯ ตากแดดเปรี้ยงๆ ลืมกินขนม ลืมดื่มน้ำ ตอนวิ่งเสร็จ แทบทรุด หน้ามืด ตัวสั่นไปหมด ใจสั่นแรงมาก เหมือนจะหมดแรง เหงื่อออกท่วมตัว ต้องนั่งพักอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ถึงจะดีขึ้น กลับถึงบ้าน แทบจะล้มทั้งยืน รู้สึกอ่อนแรงแบบสุดๆ วันนั้นโชคดีเพื่อนแวะมาพอดี เลยได้กินน้ำหวาน น้ำตาลช่วยชีวิตจริงๆ ถ้าวันนั้นไม่มีใครมา คงแย่กว่านี้เยอะ

นี่แหละ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เคยไปตรวจสุขภาพ หมอบอกระดับน้ำตาลฉันปกติ แต่ก็ต้องระวัง เพราะการออกกำลังกายหนักๆแบบนั้น เสี่ยงต่อภาวะนี้สูง หลังจากนั้น ก็เลยระวังมากขึ้น พกขนมไว้ตลอด กล้วยนี่แหละ กินง่าย พกสะดวก

  • วันที่เกิดเหตุการณ์: 17 เมษายน 2566
  • สถานที่: สวนลุมพินี
  • อาการ: หน้ามืด, ตัวสั่น, ใจสั่นแรง, อ่อนเพลีย, เหงื่อออกมาก
  • สาเหตุ: ออกกำลังกายหนัก ไม่ได้กินอะไรเลย
  • การแก้ไข: พักผ่อน กินน้ำหวาน
  • ข้อควรระวัง: ควรกินขนมหรือของว่างก่อนและหลังออกกำลังกายหนักๆ

นี่แค่ประสบการณ์ส่วนตัวนะ ไม่ได้เป็นหมอ แต่บอกเลย น้ำตาลสำคัญกับร่างกายมาก อย่าประมาท

งดแป้ง น้ำตาล กินอะไรแทน?

โอ๊ย! งดแป้ง งดน้ำตาลเนี่ยนะ! ชีวิตมันจะเหลืออะไรเนี่ย! แต่เอาน่า เพื่อหุ่นดี สุขภาพเริ่ด เราต้องสู้! แต่จะกินอะไรแทนดีล่ะเนี่ย?

  • โปรตีน: นี่เลย! พระเอกขี่ม้าขาว! เนื้อสัตว์ (ไม่ติดมันนะจ๊ะ), ไก่ (ไม่เอาหนัง!), ไข่ (ต้มนะเฟ้ย!), ถั่วต่างๆ (ไม่ใช่ถั่วเคลือบน้ำตาลนะ!), เต้าหู้ (ไม่ใช่เต้าฮวย!), ปลาแซลมอน (มีโอเมก้า 3 ด้วยนะเออ!) กินเข้าไป! อิ่มท้อง แถมสร้างกล้ามเนื้อ! เริ่ด!
  • ผักใบเขียว: โอ้โห! ยิ่งกว่านางเอก! บรอกโคลี, ผักโขม, คะน้า, ผักบุ้ง (ผัดไฟแดงก็อร่อยนะ!) วิตามินเพียบ! ไฟเบอร์แน่น! ช่วยขับถ่ายคล่อง! แต่กินเยอะไป ระวังท้องอืดนะจ๊ะ!
  • ไขมันดี: อย่ากลัวไขมัน! แต่ต้องเลือก! อะโวคาโด (แพงหน่อย แต่คุ้ม!), น้ำมันมะกอก (ราดสลัดเริ่ด!), ถั่วอัลมอนด์ (กินแต่พอดีนะจ๊ะ อ้วน!), เมล็ดเจีย (ใส่ในน้ำผลไม้ก็ดี!) กินแล้วผิวสวย หุ่นดี!
  • ผลไม้: กินได้! แต่ต้องเลือก! ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่ (เบอร์รี่ทั้งหลาย!), ฝรั่ง, แอปเปิ้ลเขียว กินแต่พอดีนะจ๊ะ! อย่ากินเยอะ เดี๋ยวเบาหวานถามหา!

คำเตือน: อย่าไปเชื่อพวกขนมคลีนมากนักนะ! บางทีมันก็แค่ขนม! ที่แพงกว่าเดิม! กินของจริงไปเลยดีกว่า! อิ่มกว่า สบายใจกว่า! แล้วก็...อย่าอดอาหาร! เดี๋ยวผอมแบบซูบๆ ไม่สวยนะจ๊ะ! กินให้ครบ! ออกกำลังกาย! พักผ่อนให้เพียงพอ! แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว!

ป.ล. ถ้าอยากกินข้าว! กินข้าวกล้องไปเลย! ดีกว่าข้าวขาวเยอะ! แต่ก็กินแต่พอนะ! อย่าตะกละ! ป.ล.2 ถ้าอยากกินขนม! ทำเองเลย! หาสูตรในเน็ต! ทำแบบ Low Carb! สนุกดี! ป.ล.3 ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ! แอบกินเค้กชิ้นเล็กๆ บ้างก็ได้! อย่าให้มันเยอะเกินไป! ชีวิตต้องมีสีสันบ้าง!