ทำไมจับพริกแล้วแสบ

85 ครั้งเข้าชม
สาเหตุที่จับพริกแล้วแสบ แคปไซซิน: สารน้ำมันชนิดหนึ่งที่พบมากในไส้พริกและแกนกลาง การสัมผัส: เมื่อหั่นหรือทุบพริก สารแคปไซซินจะออกมาสัมผัสผิวหนัง อาการแสบร้อน: เป็นปฏิกิริยาของผิวหนังต่อสารแคปไซซิน ข้อแนะนำ: หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง หากสัมผัสแล้วควรล้างมือให้สะอาดทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จับพริกแล้วแสบร้อนมือ ทำอย่างไรให้หาย มีวิธีแก้เร่งด่วนไหม?

โอ๊ย จับพริกแล้วมือแสบ! นี่มันเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากเลยนะ ยิ่งช่วงทำกับข้าวเยอะๆ นี่เจอประจำเลย.

พอดีวันก่อนทำผัดกะเพรา หม้อใหญ่หน่อย ต้องหั่นพริกเยอะมาก. หั่นไปได้สักพัก ร้อนมือเลย.

มันเป็นเพราะสาร Capsaicin ในพริกนี่แหละ. มันอยู่ในไส้ขาวๆ กับแกนกลางของพริก.

บางทีแค่โดนผิวๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอหั่นเมื่อไหร่ สารพวกนี้มันจะออกมา.

แล้วมันเป็นน้ำมันนะ เลยติดมือเรา.

ทีนี้จะทำไงให้หาย? ถ้าเร่งด่วนเลยนะ.

ลองเอาไปแช่น้ำเย็นจัดๆ ดู. หรือไม่ก็ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำนิดหน่อย แล้วล้างมือ.

เคยได้ยินว่าใช้นมสด หรือโยเกิร์ตก็ช่วยได้นะ. มันเหมือนไปละลายตัวน้ำมัน Capsaicin ออก.

แต่ถ้าให้ดีเลย คือตอนหั่นพริก ควรใส่ถุงมือยาง. อันนี้กันได้ชะงัก!

ประสบการณ์ตรงเลยคือวันนั้นไม่ได้ใส่ถุงมือ. พอล้างมือด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวก็ไม่ค่อยหาย.

สุดท้ายก็ต้องไปหาอะไรที่มีไขมันหน่อยมาล้าง. อย่างเช่น น้ำยาล้างจานน่ะ. มันพอช่วยได้.

จริงๆ มันมีวิธีป้องกันที่ดีกว่าแก้. อย่าให้มันแสบก่อน.

แต่ถ้ามันแสบไปแล้ว ก็ลองวิธีพวกนั้นดู. หวังว่าจะหายไวๆ นะ.

แสบร้อนแก้ยังไง

เมื่อเดือนที่แล้ว วันอาทิตย์บ่าย ๆ เองนะ กำลังทำน้ำพริกกะปิอยู่บ้านคนเดียว พริกขี้หนูสวนเม็ดจิ๋ว ๆ เนี่ย โห แสบจริง ปกติใส่ถุงมือตลอด แต่วันนั้นรีบจัด ลืมไปเลย พอสับพริกเสร็จ ไม่ได้ล้างมือ ดันไปขยี้ตาตัวเอง โอ๊ยยยย! แสบตามาก เหมือนมีไฟลุกในลูกตาทั้งสองข้างเลยนะ น้ำตาไหลไม่หยุดเลย ร้อนไปหมด ไม่ไหวแล้ว

ตอนนั้นคือช็อกไปเลยไง รีบวิ่งไปเปิดน้ำก๊อก ล้างตาไปเรื่อย ๆ เลย คิดว่าจะดีขึ้น แต่มัน ยิ่งแสบหนักกว่าเดิม แดงก่ำไปหมด ร้อนจี๋เลยอ่ะ จนแม่เดินมาเห็น ถามว่าเป็นอะไร ฉันก็บอกไปว่าพริกเข้าตา แม่เลยรีบเดินไปหยิบน้ำมันพืชในครัวเลยนะ

แม่บอกว่าให้เอาน้ำมันรำข้าวเทใส่ฝ่ามือ แล้วก็เอามาประคบเบา ๆ ที่เปลือกตา ไม่ต้องขยี้ ฉันก็ทำตาม ตอนแรกก็เสียว ๆ นะ แต่มันดีขึ้นจริง ๆ ว่ะแก! อาการแสบร้อนมันค่อย ๆ ลดลง อย่างเห็นได้ชัดเลย โล่งใจไปที หลังจากนั้นก็ใช้สบู่เหลวล้างมือธรรมดาล้างซ้ำตรงบริเวณที่โดนพริกให้สะอาดอีกที นี่แหละประสบการณ์ตรงเลย โคตรทรมานแต่ก็ได้เรียนรู้

หลังจากวันนั้นนะ เลยจำขึ้นใจเลยว่า การแก้แสบร้อนจากพริก เนี่ย มันต้องทำยังไงบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องตานะ ผิวหนังก็เหมือนกัน

  • ใช้ น้ำมันพืช ชนิดไหนก็ได้ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ทาบริเวณที่แสบ จะช่วยละลายสารแคปไซซินได้ดีมาก
  • นมสด หรือผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ช่วยได้เหมือนกัน ลองเอามาล้างหรือประคบเบาๆ
  • ล้างด้วย น้ำสบู่ หรือสบู่เหลว หลาย ๆ ครั้ง สบู่ช่วยชะล้างสารที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อน
  • ห้ามใช้น้ำเย็นจัด หรือน้ำแข็ง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงและทำให้สารแสบร้อนกระจายตัวมากขึ้น
  • หากอาการไม่ดีขึ้น หรือรุนแรงมาก เช่น แสบตาจนมองไม่เห็น หรือผิวหนังพุพอง ควรรีบไปพบแพทย์ ทันที

แพ้พริกทำไง

ก็... ถ้าแพ้พริกแล้วแสบร้อนเนอะ

เอาแป้งมาทาเลย

แป้งอะไรก็ได้นะ

แป้งเย็น แป้งฝุ่น หรือแป้งเด็ก

ทาไปตรงที่มันแสบๆ อ่ะ

แล้วก็ปล่อยไว้อย่างนั้น

เดี๋ยวมันก็ค่อยๆ ดีขึ้น

แสบน้อยลง

จนหายไป

แล้วค่อยไปล้างออก

ทำตอนทำอาหารเสร็จแล้วจะดีกว่า

  • ทาแป้ง: ใช้แป้งเย็น แป้งฝุ่น หรือแป้งเด็ก

  • บรรเทาอาการ: ทาบริเวณที่แสบร้อนจากพริก

  • ปล่อยทิ้งไว้: ให้แป้งดูดซับความแสบร้อน

  • ล้างออก: เมื่ออาการดีขึ้น

  • เวลาที่เหมาะสม: หลังทำอาหารเสร็จ

อาการแสบร้อนผิวหนังเกิดจากอะไร

อาการแสบร้อนผิวหนังเนี่ยนะ? โห... มันเหมือนมีใครเอาพริกป่นไปโรยตามเส้นประสาทใต้ผิวหนังเราเลยอะ! สาเหตุก็มีสารพัด ตั้งแต่ประสาทเรามันประท้วง หาเรื่องอักเสบอะไรของมันก็ไม่รู้ หรือไม่ก็โดนอะไรบีบ รัด กด ทับเส้นจนมันร้องโอดครวญไปหมด

ที่หนักกว่านั้นก็มีนะ อย่างปลอกประสาทเสื่อมเหมือนมันฉีกขาด ยิ่งถ้าโดนไวรัสตัวแสบอย่าง "งูสวัด" เล่นงานด้วยล่ะก็... โอ้โห! นอกจากจะแสบแล้ว ยังมีตุ่มใสๆ มาเป็นแพ็คเกจให้อีกต่างหาก!

  • เส้นประสาทอักเสบ: เหมือนสายไฟในบ้านเรามีปัญหา ขาดในบางจุด ทำให้สัญญาณไฟมันกระตุกๆ แสบๆ
  • เส้นประสาทถูกกดทับ: นึกภาพก้อนหินไปทับสายยางน้ำ แรงดันมันก็พุ่งปรี๊ด! อันนี้เส้นประสาทเราก็โดนบีบจนต้องโวยวาย
  • ปลอกประสาทเสื่อม: เหมือนสายเคเบิลที่มันกร่อน ปลอกมันหลุด เปลือยแกนใน สุดท้ายก็ช็อต!
  • งูสวัด: อันนี้ไวรัสตัวร้ายเลยนะ มันชอบไปเกาะตามเส้นประสาท แล้วก็ปะทุเป็นตุ่มน้ำแสบๆ คันๆ

ทำไมอยู่ดีๆถึงแสบผิว

แสบผิวเนี่ยนะ เหมือนอยู่ดีๆ ผิวเรามันก็ 'วีนแตก' ขึ้นมาน่ะสิคะ! ไม่ใช่เรื่องตลกนะ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าผิวข้างในกำลัง 'กรีดร้อง' ขอความเมตตา "ฉันไม่โอเค!" มันคืออาการที่บอกว่ากำแพงผิวเรามันร้าวแล้วจ้ะ ไม่ใช่แค่แดงๆ คันๆ นะ บางทีมันมาเป็นแพ็กเกจ ทั้งแสบร้อน คันยิบๆ หรือหนักหน่อยก็มีผื่นแดงประจานความอ่อนแอของผิวเลยทีเดียว เหมือนโดนใครเอาพริกไทยไปโรยบางๆ แต่ดันเผ็ดซะงั้น

สาเหตุหลักๆ ก็ใช่ว่าจะซับซ้อนอะไรนักหรอก บางทีเราก็ไป "ท้าทายอำนาจมืด" อย่างพระอาทิตย์แผดเผามากเกินไป ออกไปท้าแดดทั้งวันเหมือนจะแข่งแทนนิ่งโอลิมปิก พอนานเข้า ผิวก็เลยประท้วงด้วยการแสบๆ คันๆ หรือบางทีมันก็แค่ "อากาศ" นี่แหละตัวดี อากาศแห้งๆ เย็นๆ หรือบางทีร้อนจนผิวเสียน้ำเยอะ ก็ทำผิวเราเป็น "ทะเลทรายซาฮาร่า" ขาดน้ำจนพังหมด ลองคิดดูสิ ไม่มีใครชอบโดนทอดทิ้งให้แห้งเหี่ยวหรอกจริงไหม

แล้วก็เรื่องสกินแคร์นี่สิ บางทีเราก็เป็น "เหยื่อแฟชั่นบิวตี้" เห็นอะไรดีก็อยากลองไปหมด จนลืมไปว่าผิวเรามันก็มี "หัวใจ" ที่บอบบาง อาจจะไปแพ้ส่วนผสมบางอย่างเข้า อย่างที่เขาว่า "หวังดีประสงค์ร้าย" นั่นแหละ หรือบางคนนี่ก็ "เกิดมาเพื่อเป็นผิวแพ้ง่าย" เลย เป็นทุนเดิมที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เหมือนมี "เซนเซอร์" ติดตัวที่ไวต่อทุกสิ่งรอบกาย นี่แหละถึงบอกว่าผิวแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนะ อย่าคิดว่าจะเอาประสบการณ์เพื่อนมาใช้กับผิวเราได้เสมอไป มันอาจจะจบที่หน้าแสบๆ คันๆ ก็เป็นได้

ถ้าผิวแสบขึ้นมา ไม่ต้องตกใจ "เกินเบอร์" ไปนะ ลองดูข้อมูลพวกนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์แบบ "ทางรอด" ของผิวคุณ:

  • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยทันที: เหมือนเลิกคบเพื่อนที่พฤติกรรมไม่โอเค อย่าเสียดายนะ
  • ปลอบประโลมผิวด้วยความเย็น: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบ หรือฉีดสเปรย์น้ำแร่เย็นๆ จะช่วยลดอาการแสบร้อนได้ดี
  • มองหาส่วนผสม "เจ้าปัญหา":น้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ พวกนี้มักจะเป็นตัวจุดชนวนความระคายเคืองตัวฉกาจ
  • ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว: เช่น Ceramide, Hyaluronic Acid, Niacinamide พวกนี้คือฮีโร่ตัวจริงของผิว
  • ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอ:Patch Test ทำก่อนเสมอ เหมือนลองเสื้อในร้าน อย่าเพิ่งซื้อมาทั้งๆ ที่ไม่รู้จะใส่ได้ไหม
  • งดสครับ งดใช้กรดแรงๆ: ช่วงที่ผิวอ่อนแอ ให้พักการผลัดเซลล์ผิวรุนแรงไปก่อน ให้ผิวได้มีเวลา "พักฟื้น" เหมือนนักกีฬาเจ็บน่ะแหละ
  • ทาครีมกันแดดสำคัญมาก: ถ้าผิวเริ่มกลับมาดีแล้ว ก็ต้องป้องกันไว้ก่อนนะ แดดเมืองไทยนี่มันจริงจังเสมอ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: ผิวที่ดีเริ่มจากภายใน เหมือนสร้างบ้านที่ดีก็ต้องมีรากฐานที่แข็งแรงไงล่ะ

จับพริกแล้วแสบมือแก้ยังไง

อ๋อ อาการยอดฮิตของนักรบห้องครัวมือใหม่ (และมือเก่าที่เผลอ) สินะ คิดว่าตัวเองเป็นเชฟกระทะเหล็ก แต่ดันแพ้พริกเม็ดเดียว... ไม่เป็นไร เรามีทางออก

วิ่งไปห้องน้ำเลย คว้ายาสีฟันสูตรมิ้นต์เย็นซ่ามา โบกเข้าไปบางๆ บนมือที่กำลังจะระเบิดเป็นจุล ไม่ต้องหนาเหมือนฉาบปูนนะ แค่เคลือบผิวก็พอ ปล่อยให้หน่วยบรรเทาทุกข์รสชาติมิ้นต์เขาทำงานไปสักพัก ความเย็นจะเข้าไปสู้รบตบมือกับความร้อนบนผิวหนัง พอรู้สึกว่าสงครามสงบแล้วค่อยล้างออก

ทำไมยาสีฟันถึงช่วยได้? เพราะสารแสบร้อนในพริกที่ชื่อ แคปไซซิน (Capsaicin) มันมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ การล้างน้ำเปล่าเฉยๆ เลยเหมือนเอาน้ำไปราดกองไฟน้ำมัน ยิ่งลามไปกันใหญ่ แต่มิ้ินต์ในยาสีฟันจะให้ความรู้สึกเย็นมากลบเกลื่อนอาการแสบร้อน เหมือนเปิดแอร์สู้กับแดดเปรี้ยงๆ ชนะกันที่ความรู้สึกล้วนๆ

แต่ถ้าในห้องน้ำดันมียาสีฟันรสส้ม หรือรสมะนาว... อย่าหาทำนะ มันไม่ช่วยอะไรเลย

เผื่อว่าวิธีนี้ยังไม่สะใจ หรือที่บ้านไม่มียาสีฟันมิ้นต์ (ซึ่งแปลกมาก) ลองใช้อาวุธลับอื่น ๆ ดู:

  • นมสด หรือ โยเกิร์ต: ไม่ได้เอาไว้ดื่มแก้เผ็ดได้อย่างเดียว ในนมมีโปรตีนชื่อ เคซีน (Casein) ที่เป็นเหมือนอัศวินขี่ม้าขาว มันจะเข้าไปจับและล้างแคปไซซินออกไปได้ดีมาก เอามือจุ่มลงไปเลย ฟินๆ
  • น้ำมันพืช หรือ น้ำมันมะกอก: ใช้หลักการ "หนามยอกเอาหนามบ่ง" แคปไซซินเป็นน้ำมัน ก็ต้องใช้น้ำมันล้างมันออกไป ชโลมมือให้ทั่วแล้วล้างด้วยสบู่ล้างจานตามอีกที มือจะมันๆ หน่อย แต่หายแสบ
  • แอลกอฮอล์ (สำหรับสายแข็ง): เหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์ล้างแผลก็ใช้ได้ มันเป็นตัวทำละลายชั้นดี ช่วยละลายแคปไซซินได้ แต่ระวังมือแห้งนะ รีบล้างออกด้วย
  • เบกกิ้งโซดา: ผสมกับน้ำให้เป็นเนื้อครีมข้นๆ แล้วพอกมือทิ้งไว้สักพัก มันจะช่วยดูดซับความแสบและความเป็นกรดด่างบางส่วนออกไปได้ เป็นวิธีของแม่บ้านยุค 90 ที่ยังใช้ได้ผลจนทุกวันนี้เลยล่ะ