ทำไมปลาทูนึ่งเค็ม

50 ครั้งเข้าชม
ปัจจุบันปลาทูนึ่งไม่ว่าจะเป็นของแม่กลองหรือจากแหล่งอื่น มีรสเค็มจัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีต สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มปริมาณเกลือในกระบวนการต้ม เพื่อวัตถุประสงค์ในการถนอมปลาให้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานยิ่งขึ้น และช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งกระจายสินค้าไปยังตลาดในพื้นที่ห่างไกล ให้ผู้บริโภคเข้าถึงปลาทูคุณภาพได้ง่ายขึ้น นี่จึงเป็นที่มาของรสเค็มจัดในปลาทูนึ่งที่เราคุ้นเคย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำไมปลาทูนึ่งถึงมีรสเค็ม? มีสาเหตุมาจากอะไร?

อืม เรื่องปลาทูเค็มนี่นะ มันก็เป็นอะไรที่หลายคนสงสัยเหมือนกันแหละ

ก่อนอื่นเลยนะ ตอนเด็กๆ สมัยก่อนนะ ยายเคยทำให้กิน ปลาทูแม่กลองนี่มันหอม หวาน มัน ไม่เค็มจัดเท่าไหร่นัก

แต่เดี๋ยวนี้สิ พอลองซื้อกินทีไร มันเค็มขึ้นเยอะเลย แบบว่า กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วยังรู้สึกว่าเค็มโดดๆ

เค้าบอกกันว่าที่มันเค็มเนี่ย เพราะว่าเวลาเค้านึ่งปลาทูอะนะ เค้าจะใส่เกลือลงไปเยอะๆ

ก็เหมือนวิธีถนอมอาหารแหละ ยิ่งเค็มมันก็ยิ่งเก็บได้นาน

สมัยก่อนการขนส่งมันไม่สะดวกเหมือนทุกวันนี้ไง การใส่เกลือเยอะๆ ก็เลยช่วยให้ปลาทูไม่เน่าเสียระหว่างทาง

แล้วก็ส่งไปขายตามต่างจังหวัด หรือพื้นที่ห่างไกลได้สบายๆ

แต่พอมาสมัยนี้ เทคโนโลยีมันไปไกลแล้ว การขนส่งก็เร็วขึ้น การใช้เกลือเยอะๆ อาจจะไม่ได้จำเป็นเท่าเมื่อก่อนแล้วก็ได้

แต่ก็อาจจะมีบางกลุ่มที่ยังคงทำแบบเดิมอยู่ เพราะความเคยชิน หรืออาจจะเพราะคิดว่ามันยังดีที่สุดแล้วก็ได้

สำหรับเราเองนะ ก็ยังชอบกินปลาทูอยู่แหละ แต่ก็แอบคิดถึงรสชาติแบบเมื่อก่อนอยู่เหมือนกัน

คือมันก็อร่อยนะ เค็มๆ มันๆ ดี แต่บางทีก็อยากได้รสชาติที่มันกลมกล่อมกว่านี้อีกหน่อย

ก็ไม่รู้สินะ อาจจะเป็นเพราะเราคิดมากไปเองก็ได้

แต่เท่าที่สังเกตอะนะ ปลาทูจากแหล่งที่ต่างกัน รสชาติก็ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ เลย

บางทีก็เจอที่เค็มกำลังดี บางทีก็เจอที่เค็มจนกินยากเลยก็มี

เอาเป็นว่า มันก็มีเหตุผลของมันแหละนะ ในการทำให้ปลาทูมีรสเค็มเพิ่มขึ้น

ทำยังไงให้ปลาทูไม่เค็ม

ทำปลาทูไม่ให้เค็มจัดจนลิ้นชา แถมยังนุ่มละมุนลิ้นน่ะเหรอ? ง่ายนิดเดียว แค่เอาปลาทูไปหมักกับ น้ำมะนาว (หรือมะกรูดก็ได้นะ เปรี้ยวได้ใจ) กับ ขิงขูดสด ทิ้งไว้สัก 15 นาทีก็พอ ไม่ต้องนานไปกว่านี้ เดี๋ยวปลาจะเปื่อยยุ่ยจนหมดสภาพก่อนได้ลงกระทะ

ความเปรี้ยวเนี่ย มันเป็นตัวกู้ชีพ! เข้าไปจับคู่กับความเค็ม แล้วกล่อมให้มันอ่อนลง แถมยังเพิ่มกลิ่นหอมที่ไม่ใช่กลิ่นคาว ส่วนขิงน่ะ มันคือฮีโร่ตัวจริง ที่จะมาปราบกลิ่นคาวซะอยู่หมัด แถมยังเติมความซาบซ่านนิดๆ แบบผู้ดีให้ปลาทูของเรา ไม่ใช่เผ็ดแบบหน้ามืดตามัวนะ รับรองว่า อร่อยลงตัว จนต้องยกนิ้วให้เลย

และถ้าอยากให้ปลาทูของคุณเป็นตำนานยิ่งขึ้น ลองทำตามนี้ดูนะ:

  • เลือกปลาทูให้ดีก่อนเลยนะ: ปลาทูสดใหม่ ไม่ต้องเค็มปี๋ตั้งแต่แรก มันก็เหมือนเลือกคู่ชีวิตนั่นแหละ เริ่มดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
  • แช่น้ำเปล่าก่อนหมัก: ถ้ามันเค็มจนรู้สึกว่า "นี่มันเกลือเดินได้เหรอ?" แช่น้ำเปล่าสัก 10-15 นาทีก็ช่วยได้เยอะนะ แต่มันจะชะความหอมธรรมชาติไปหน่อย (อันนี้ต้องทำใจ)
  • ลองใช้นมสด (จริงจังนะ): ก่อนทอด ลองแช่ปลาทูใน นมสดเย็นๆ สัก 5 นาที นมจะช่วยดูดซับความเค็มส่วนเกินออกไป แถมเนื้อปลาจะนุ่มขึ้นอีกสเต็ปนึงด้วย เหมือนไปทำสปาให้ปลาเลยทีเดียว
  • ห้ามปรุงรสเพิ่มเยอะ: ปลาทูเค็ม มันเค็มอยู่แล้ว! อย่าเผลอไปโรยเกลืออีกนะ บางทีเราก็คิดว่าปรุงเยอะแล้วจะอร่อย แต่ความจริงคือมันจะกลายเป็นหายนะในจาน
  • ทอดด้วยไฟกลาง: ทอดเร็วไป ข้างนอกไหม้ ข้างในไม่สุก ทอดช้าไป ปลาก็จะอมน้ำมันหมดอารมณ์ ไฟกลางๆ นั่นแหละคือทางสายกลางของชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

ปลาทูแขก กับปลาทูต่างกันยังไง?

ปลาทูแขกเนี่ยนะ ก็เหมือนรุ่นพี่ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าหน่อยนึง ตัวสั้นป้อมกว่าน้องปลาทูธรรมดาเยอะะะะ แถมลายจุดข้างตัวก็ไม่ใช่เล่นๆ นะใหญ่เบ้อเริ่ม เห็นชัดแจ๋วราวกับมีใครเอาพู่กันมาแต้ม!

เรื่องเกล็ดนี่ก็คนละเรื่อง เกล็ดปลาทูแขกเหมือนจะใหญ่กว่า ชอบร่วงง่ายกว่านิดนึง (ระวังตอนแกะนะ เดี๋ยวจะงงว่าทำไมมีเกล็ดติดมือเต็มไปหมด!) แต่พอเข้าปากแล้วล่ะก็...โอ้โห! เนื้อแน่นสะใจ รสชาติเข้มข้นกว่าปลาทูบ้านเราลิบลับ เหมือนได้อัพเกรดรสชาติปลาทูไปอีกขั้น

ทีนี้มาดูดีเทลเล็กๆ น้อยๆ กัน หัวปลาทูแขกจะป้านกว่าหน่อยนึง ส่วนครีบอกก็สั้นกว่าน้องปลาทูอีกนะ คิดซะว่าเป็นดีไซน์เฉพาะตัวของเค้าแล้วกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจจะทำให้คุณอยากไปลองชิม:

  • ถิ่นกำเนิด: ปลาทูแขก (Indian Mackerel) ไม่ได้มาจากอินเดียจ๋าๆ เสมอไปนะ แต่อาจพบได้ในทะเลแถบตะวันออกกลาง มหาสมุทรอินเดีย และบางส่วนของแปซิฟิกตะวันตก
  • ขนาด: โดยทั่วไปปลาทูแขกมักจะมีขนาดใหญ่กว่าปลาทูม้า (ปลาทูที่เราคุ้นเคย)
  • ความนิยม: ในบางพื้นที่ ปลาทูแขกเป็นที่นิยมมากในการนำไปทอด ย่าง หรือทำปลาแดดเดียว เพราะเนื้อแน่น รสชาติอร่อย
  • การแยกแยะ: นอกเหนือจากลักษณะที่กล่าวมา ลองสังเกต เส้นสีดำเล็กๆ (Lateral line) บนลำตัว ซึ่งปลาทูแขกมักจะเด่นชัดกว่า

จำไว้ว่า ถึงจะชื่อ "ปลาทู" เหมือนกัน แต่รสชาติ เนื้อสัมผัส และรูปลักษณ์ก็มีคาแรคเตอร์ชัดเจนของใครของมันนะ!

ปลาทูแขก คือปลาอะไร?

ปลาทูแขก. ของย้อมแมวในตลาด.

ตัวจริงของมันคือปลาปลอมที่หน้าตาคล้ายปลาทูไทย แต่รสชาติคนละเรื่อง เนื้อแม่งโคตรหยาบ ไม่มีไขมันแทรก กินแล้วติดคอ ไม่มีความนัว. คนขายชอบเอามาปนกับปลาทูแม่กลอง คนไม่รู้ก็โดนไป.

ลำตัวมันจะยาวๆ ผอมๆ ดูไม่สมส่วน ไม่เหมือนปลาทูอ่าวไทยที่สั้นป้อม อ้วนกลม.

  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Rastrelliger kanagurta. คนละสายพันธุ์กับปลาทูไทย (Rastrelliger brachysoma)
  • จุดสังเกต: หาง. หางของมันจะมีเกล็ดแข็งเป็นเส้นตรง เรียกว่า Scute ปลาทูไทยไม่มี. จำแค่นี้พอ.
  • ลำตัว: ปลาทูแขกจะยาวกว่า ผอมกว่า. ปลาทูไทยจะสั้นป้อม เนื้อแน่น น่ากินกว่าเยอะ.
  • ราคา: ถูกกว่าปลาทูไทยครึ่งต่อครึ่ง. เห็นของถูกเกินจริงให้สงสัยไว้ก่อน.
  • การปรุง: เนื้อแข็ง ไม่เหมาะจะทอด. เอาไปทำต้มเค็ม ต้มยำ หรือแกง ยังพอไหว.

ปลาทูแขกมีเกล็ดไหม?

โอ๊ย ล่าสุดนี่แหละ เดือนที่แล้วที่ตลาดบางลำพูไง ตอนไปซื้อปลาทูจะเอามานึ่งกินกับน้ำพริก พอเลือกๆ ไป แม่ค้าก็ชี้มา ตัวนี้เลยป้า สดๆ อ้วนๆ ฉันก็มอง อื้อหือ ตัวใหญ่กว่าปลาทูที่เราเคยซื้อมาตลอดเลยนะ ใจนึงก็คิดดีใจ อีกใจก็เอะใจนิดๆ เหมือนกัน คือมันดูทรงแปลกๆ หน่อยนึงอะ ไม่เหมือนปลาทูที่เราคุ้นตาจริงๆ เลย

พอถึงบ้าน กำลังจะเอาไปล้างเตรียมทำกับข้าวเท่านั้นแหละ สัมผัสได้เลยตรงโคนหางมันมีอะไรสากๆ แข็งๆ เป็นเกล็ดเล็กๆ เลยนะไม่ใช่เกล็ดนิ่มๆ เหมือนปลาทั่วไป ฉันก็อ้าว นี่มันปลาทูแขกนี่หว่า แม่ค้าเอามาปนกับปลาทูทั่วไปจริงๆ พอดูปากก็ต่างกันนิดนึง

รู้สึกผิดหวังหน่อยๆ นะ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว ลองดู เป็นประสบการณ์ไป บ่นไปนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าคราวหน้าต้องดูดีๆ กว่านี้แล้ว ที่สำคัญคือมันมีเกล็ดจริงๆ นั่นแหละ ย้ำชัดๆ ปลาทูแขกมีเกล็ดหนามแข็งๆ ตรงโคนหางเลย ส่วนตัวปลาทูแท้ๆ ไม่มีเกล็ดนะ

  • ปลาทูแขกมีเกล็ด โดยเฉพาะส่วน โคนหางจะมีเกล็ดแข็งๆ เป็นหนาม ชัดเจน
  • ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Decapterus macrosoma
  • ลักษณะภายนอกจะคล้ายปลาทูปากจิ้งจก ลำตัวเรียวยาวแต่หนา ดูค่อนข้างกลม
  • สีด้านหลังเป็นสีน้ำเงินแกมเขียว ท้องสีขาวเงิน ครีบสีขาวใส
  • เนื้อปลาทูแขกจะค่อนข้างหยาบ และมีไขมันน้อยกว่าปลาทูแท้
  • ปัจจุบันคนนิยมนำปลาทูแขกมานึ่งกินแทนปลาทู หรือทำปลาเค็ม

ปลาตาโต คือปลาอะไร?

ปลาตาโตเหรอ? โห ตอนที่ฉันไปเที่ยวใต้เมื่อปีที่แล้ว 2567 อ่ะ ไปแถวๆ ระนองนี่แหละ แล้วเจอที่ตลาดสด คือมันตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้นะ ตอนแรกก็นึกว่าปลาทูรึเปล่า แต่ตาโตกว่าเยอะเลย แบบ ตาโตจริงๆ เขาถึงเรียกปลาตาโตเลยมั้งเนี่ย

แม่ค้าบอกว่ามันชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆ นี่แหละ เออ จริงดิ? คือมองเห็นเป็นฝูงๆ ใต้น้ำเลยเหรอ แล้วจับยังไงอ่ะ คือมันหากินทั้งผิวน้ำกลางน้ำเลยนะ ไม่ใช่แค่ก้นทะเล มันก็คล้ายปลาทูแหละ แต่ตาโตไง ผิวมันๆ สีเงินสวยดี เนื้อนุ่มด้วย

ตอนนั้นซื้อมาทำที่บ้าน วัดดูได้ประมาณ 20 กว่าเซ็นติเมตร เกือบ 25 เลยนะ ตัวใหญ่เลย สำหรับปลาแบบนี้ คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยรู้จักจริงแหละ ขนาดฉันยังเพิ่งรู้จักเมื่อปีที่แล้วเอง ตอนนั้นก็แปลกใจนะ ทำไมไม่ค่อยเห็น เขาว่ามันหาเยอะทางฝั่งทะเลอันดามัน

รสชาติก็ดีนะ ราคาไม่แพงเลย ทำเมนูได้เหมือนปลาทูเลย ทอดก็ได้ ฉู่ฉี่ก็อร่อย ต้มส้มก็แซ่บนะ นี่ว่าจะไปหามากินอีกปีนี้

ต่อไปนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับปลาตาโต:

  • ปลาตาโตอาศัยตามแนวชายฝั่ง
  • อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่
  • พบได้ทางฝั่งทะเลอันดามัน
  • หากินทั้งผิวน้ำและกลางน้ำ
  • รูปร่างคล้ายปลาทู แต่มีดวงตาใหญ่ ผิวสีเงิน เนื้อนุ่ม
  • โตเต็มที่ยาวประมาณ 25 เซนติเมตร
  • เป็นปลาที่มีรสชาติดี และราคาไม่แพง
  • สามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย เช่น ทอด ฉู่ฉี่ หรือต้มส้ม