ทำไมหิวข้าวแล้วเวียนหัว
คำถาม?
เออ... เวลาหิวแล้วปวดหัวเนี่ย เป็นเรื่องจริงเลยนะ ฉันก็เป็นบ่อย
จำได้เลยว่าเคยไปตลาดน้ำอัมพวา วันนั้นเดินเล่นเพลิน จนเกือบบ่ายสอง ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ แต่ก็ยังมัวแต่ดูของ จนรู้สึกว่าตาเริ่มพร่ามัว หัวตื้อๆ คิดอะไรก็ไม่ค่อยออก
เหมือนสมองมันประท้วงนะ พอระดับน้ำตาลในเลือดมันดรอปลง สมองที่ปกติก็ใช้พลังงานเยอะอยู่แล้ว ก็เริ่มอ่อนแรง
แล้วมันก็ค่อยๆ ลามมาเป็นปวดหัวตุบๆ ด้วย
ความรู้สึกตอนนั้นคือ อยากจะนั่งลงเฉยๆ ไม่อยากคิด ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
ถ้าใครเคยเป็น คงเข้าใจเลย มันทรมานจริง
จริงๆ ร่างกายเรามันก็ฉลาดนะ ส่งสัญญาณเตือนมาว่า "ให้เติมพลังงานได้แล้ว!"
เลยคิดว่า การหาอะไรเล็กๆ น้อยๆ รองท้องก่อนจะถึงเวลามื้อหลักจริงๆ มันก็ช่วยได้เยอะ
ไม่ต้องถึงกับจัดเต็ม แค่ของว่างที่พอจะไปประทังความหิว และรักษาระดับพลังงานไว้
มันช่วยให้เรายังคงมีสมาธิ คิดอะไรต่อได้ ไม่หงุดหงิดง่ายๆ ด้วย
ไม่งั้นจากที่หิวๆ อาจจะยิ่งเครียดกว่าเดิมอีก
ดังนั้น ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องอดข้าว หรือกินช้าหน่อย
ก็ลองพกขนมอะไรนิดๆ หน่อยๆ ติดตัวไว้ก็ดีนะ
เผื่อจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวตอนหิวได้
หิวข้าวแล้วปวดหัวเกิดจากอะไร
โอ้ยยย หิวแล้วปวดหัวอีกละ เป็นตลอดเลย
ที่แท้มันคือ น้ำตาลในเลือดต่ำ นี่เอง ร่างกายมันเอาพลังงานไปใช้หมดแล้วอะดิ สมองเลยประท้วง ไม่มีอะไรจะกินไง ไม่มีกลูโคสไปเลี้ยง
แล้วคือพอสมองขาดพลังงานปุ๊บ สมาธิคือศูนย์เลยนะ คิดอะไรก็ไม่ออก เบลอๆ ตื้อๆ ไปหมด แล้วร่างกายก็เครียดด้วยนะ ปล่อยฮอร์โมนอะไรออกมาไม่รู้ ทำให้ปวดหัวเข้าไปอีก
สรุปง่ายๆ คือแบบนี้
- ระดับกลูโคสในเลือดต่ำ คือสาเหตุหลักเลย
- สมองอดอาหาร ขาดพลังงาน ทำให้สั่งการมั่วไปหมด
- ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาสู้กับความหิว
- เส้นเลือดในสมองขยายตัว เลยปวดหัวตุ้บๆ
นี่ต้องพกของกินติดกระเป๋าตลอดแล้ว ปกติจะมีแค่กล้วยหอม ตอนหลังๆ มานี่ต้องมีถั่วอัลมอนด์อบเกลือติดไว้ตลอดเลย ไม่งั้นตอนบ่ายสามคือไม่รอดแน่ๆ
บางทีถ้าวันไหนหิวจัดๆ ลืมกินข้าวเที่ยงนะ มันไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา มันลามไปเป็นไมเกรนเลย อ้วกด้วย ซัฟเฟอร์สุดๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจัดเด็ดขาด เตือนแล้วนะ
กินข้าวไม่ตรงเวลาปวดหัวไหม
กินข้าวไม่ตรงเวลา ปวดหัว จริงๆ นะ
- ปวดหัวไมเกรน เนี่ยนะ เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเราเลย
- กินข้าวไม่ตรงเวลา หรือ ขาดมื้ออาหาร เนี่ยแหละตัวการเลย
- แสงจ้าๆ ก็ใช่เลย เหมือนตาจะแตก
- กาแฟ หรือ เหล้า มากไป ก็ไม่ดีนะ
- กล้วยหอมเนยแข็งช็อกโกแลต บางทีก็กระตุ้นเหมือนกัน
ใช่, การกินข้าวไม่ตรงเวลาทำให้ปวดหัวได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นไมเกรน
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
- ระดับน้ำตาลในเลือดมันแกว่งไปมา ร่างกายเรามันก็โวยวาย
- สมองเราต้องการพลังงานสม่ำเสมอ พอไม่ได้ปุ๊บ มันก็ส่งสัญญาณเตือน
- บางคนก็แพ้สารบางอย่างในอาหารที่เรากินเข้าไป พออดอาหารก็เหมือนไปกระตุ้นอะไรบางอย่าง
สรุปคือ ไม่ใช่แค่กินแล้วปวด แต่การ ไม่กิน หรือ กินไม่ตรงเวลา นี่แหละตัวดีเลย
- ไมเกรน มันซับซ้อนกว่าที่คิด บางทีเราก็ไม่รู้ตัวว่าอะไรไปกระตุ้นมัน
- พฤติกรรม ที่ดูเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวเรา
- หมอ ก็บอกแบบนี้แหละ ว่าต้องปรับการใช้ชีวิต
- จำไว้ กินให้ตรงเวลา สำคัญมาก!
ทำไมไม่ได้กินข้าวแล้วปวดหัว
ก็เพราะร่างกายมันประท้วงเสียงดังลั่นน่ะสิคะคุณ! ขาดน้ำตาลปุ๊บก็ออกอาการปั๊บ ไม่ได้กินข้าวแล้วปวดหัวน่ะ มันคือสัญญาณเตือนว่าสมองกำลังจะประท้วงหยุดงานค่ะ!
สมองเราน่ะมันเป็นนายทุนใหญ่! ใช้แต่น้ำตาลเป็นพลังงานหลัก พอคุณปล่อยให้ท้องมันกิ่วจนกิ่วค้าง กลูโคสในเลือดก็ดิ่งเหวถึงก้นทะเล! ทีนี้สมองมันก็เริ่มฉอเลาะ คิดอะไรไม่ออก เหมือนคอมพิวเตอร์แฮงก์ พาลให้คุณ หงุดหงิดหัวเสีย ไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลยค่ะ สุดท้ายมันก็งัดไม้ตายออกมา นั่นก็คือ ปวดหัวจี๊ด ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!
อย่าปล่อยให้ความหิวโหยเข้าครอบงำชีวิตขนาดนั้นเลยนะ! มันไม่ใช่เทรนด์สุขภาพ! ถ้าเวลายังไม่ถึง มื้อหลัก จริงๆ ให้คว้าอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ใกล้ตัวเข้าปากไปก่อนเถอะค่ะ จะได้ไม่สิ้นสติไปซะก่อน! ไม่งั้นมันจะไป ลงที่หัวคุณ ก่อนเพื่อนเลยเชียว!
- สัญญาณเตือนจากร่างกาย มันก็เหมือนเมียจู้จี้บ่นๆ นั่นแหละคุณ! ถ้าปล่อยให้นางหิว นางก็จะบ่นจนปวดหัวไปหมด!
- อย่าปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป บางทีมันก็ไม่ได้ปวดแค่หัวนะเออ อาจจะพาลไปถึงขั้นเวียนหัว หรือหน้ามืดเป็นลมได้ง่ายๆ เหมือนโดนตบด้วยกะละมัง!
- น้ำเปล่าช่วยได้ชั่วคราว ถ้ายังหาของกินไม่ได้จริงๆ ซัดน้ำไปก่อนค่ะ อย่างน้อยก็หลอกท้องไปพลางๆ สักพัก!
- เลือกของว่างดีมีประโยชน์ ถ้าจะกินจริงๆ หาผลไม้ หรือนม สักกล่อง ไม่ใช่จัดเต็มขนมกรอบถุงใหญ่ เดี๋ยวได้ปวดหัวเรื่องน้ำหนักแทน!
- กินเป็นเวลาดีที่สุด ฝึกตัวเองให้กินเป็นเวลาเถอะค่ะ ระบบร่างกายจะได้ไม่ปั่นป่วน เหมือนรถไฟตกราง! ไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าทำไมมันปวดหัว!
ปวดหัวไมเกรนเป็นแบบไหน
โห พูดถึงไมเกรนแล้วของขึ้นเลย เพิ่งเป็นไปเมื่อวันอังคารที่แล้วนี่เอง นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศแถวอโศก ตอนบ่ายสามโมงเป๊ะๆ จู่ๆ ตาข้างซ้ายมันเริ่มพร่าๆ เห็นแสงแวบๆ เหมือนมีดาววิ่งในตา ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร นึกว่าตาล้า
สักพักเท่านั้นแหละ มาเลยจ้า ความปวดแบบตุบๆ ที่ขมับซ้าย ปวดเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ที่เดิม ปวดร้าวไปถึงหลังคอจนถึงลูกตาเลย มันไม่ใช่ปวดหัวธรรมดานะเว้ย มันคือความทรมานที่อยากจะควักลูกตาออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แล้วไอ้แสงไฟนีออนในออฟฟิศที่เคยปกติเนี่ย มันสว่างจ้าซะจนแสบตาไปหมด เสียงคนคุยกันก็ดังจนน่ารำคาญ แค่ลุกไปเข้าห้องน้ำก็รู้สึกเหมือนโลกหมุน คลื่นไส้จนต้องเกาะผนังเดิน ต้องรีบกลับบ้านไปนอนปิดไฟมืดๆ เงียบๆ ถึงจะดีขึ้น นี่แหละ ไมเกรนของจริงของฉันเลย
- ปวดหัวไมเกรน ส่วนใหญ่จะ ปวดหัวข้างเดียว สลับซ้ายขวาได้ หรือบางทีก็เป็นทั้งสองข้าง
- ลักษณะการปวดจะเป็นแบบตุบๆ ตามจังหวะชีพจร
- มีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
- ไวต่อแสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นบางอย่างมากกว่าปกติ
- บางคนอาจมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่น เห็นแสงซิกแซก หรือภาพเบลอ ที่เรียกว่า "ออร่า"
- อาการปวดมักจะคงอยู่นานตั้งแต่ 4 ชั่วโมง ไปจนถึง 3 วันเต็มๆ เลยก็ได้
ปวดหัวติดกันหลายวันเกิดจากอะไร
แสงเช้าสาดลอดหน้าต่างบางเบา ลมหายใจแผ่วๆ ในห้องเงียบงัน... อูยย... ตื้อไปหมด ช่างเป็นเช้าที่หนักอึ้ง ความปวดมันค่อยๆ คืบคลานมาอีกแล้วนะ ตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนหน้านั้น... กี่วันแล้วนะที่มันอยู่ตรงนี้ เป็นเพื่อนที่ไม่ได้รับเชิญ เหมือนเมฆหมอกทึบๆ คลุมสมองไม่ให้ได้คิด
เหมือนโดนบีบ อึดอัดไปหมด เสียงโทรศัพท์ดังแว่วๆ ไกลๆ อ้า... เรื่องงาน วนเวียนไม่รู้จบ เหมือนวงกลมสีเทาๆ บนหน้าจอ ความคิดพุ่งพล่านไปมา พุ่งชนกันข้างใน ไม่มีที่ให้พักเลย ความตึงเครียดมันเกาะกิน เหมือนรากไม้ที่ชอนไช ไม่ปล่อยให้ว่างเปล่าเลยนะ
นอนไม่พอ... แน่ๆ ตาพร่ามัวไปหมดเมื่อวาน ดึกแค่ไหนก็ยังไม่หลับ เหมือนใจมันยังวิ่งอยู่ ไม่ได้พักเลยนะ ไม่ได้พักจริงๆ หลับไปก็แค่ชั่วครู่ ตื่นมาก็เจอความหนักอึ้งนี้อีกแล้ว มันช่างคุ้นเคย เหมือนเป็นเพื่อนเก่าแก่ที่มาเยี่ยม แต่ไม่เคยเอาของขวัญดีๆ มาให้เลย มีแต่ความปวด... ปวดตึงๆ บางทีก็ตุบๆ แรงๆ เหมือนมีใครมาทุบๆ อยู่ข้างใน
- ปวดหัวติดกันหลายวัน มักเกิดจากความเครียดสะสม
- พักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว
- ความเครียดและการนอนไม่พอ กระตุ้นอาการปวดหัว ทั้งชนิดตึงเครียด (Tension-type)
- และชนิดไมเกรน (Migraine) ได้
- การบริหารจัดการความเครียด มีส่วนช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัว
- จัดตารางการนอน ให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละคืน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทราบ (เช่น คาเฟอีน, แอลกอฮอล์, อาหารบางชนิด)
- พบแพทย์ หากอาการปวดหัวไม่ทุเลา หรือรุนแรงขึ้นในปีนี้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต