ลาบเป็นของแสลงไหม

78 ครั้งเข้าชม
ลาบเป็นของแสลงหลังผ่าตัดจริงหรือ?อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ จัดเป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆ เสี่ยงติดเชื้อ: เชื้อโรค แบคทีเรีย หรือพยาธิที่ปนเปื้อนมา อาจทำให้แผลผ่าตัดติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ร่างกายอ่อนแอ: อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลงและฟื้นตัวได้ช้า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คนป่วยกินลาบได้ไหม ลาบสุกเป็นของแสลงสำหรับคนป่วยหรือเปล่า?

คนป่วยจะกินลาบได้ไหมเหรอ อืม... มันก็แล้วแต่ว่าป่วยแบบไหนนะ แต่ถ้าให้พูดจากใจจริงนะ ตอนฉันผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อปี 2565 ช่วงเดือนมิถุนายน หมอเขาก็ห้ามเด็ดขาดเลย พวกอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบเนี่ย ห้ามเลยนะ แม้แต่ลาบหมูที่ว่าสุกแล้ว หมอยังบอกว่าอย่าเพิ่งเลย.

ฉันก็งงๆ ว่าทำไมต้องห้ามขนาดนั้น ทั้งที่ลาบก็เอาไปรวนจนหมูสุกแล้วนี่นา แต่พยาบาลมาอธิบายให้ฟังตอนฉันนอนพักที่โรงพยาบาลภูมิพลน่ะ ว่าถึงจะสุก มันก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะมีเชื้อโรคหรือพยาธิติดมาได้อยู่ดี ยิ่งคนป่วย ภูมิต้านทานต่ำ แผลก็ยังไม่หายดีนะ.

แล้วไม่ใช่แค่ลาบนะ พวกก้อย ซอยจุ๊ ซาชิมิ กุ้งเต้น หรืออะไรที่มันดิบๆ กึ่งดิบกึ่งสุกเนี่ย หมอบอกว่าต้องงดหมดเลย. แผลผ่าตัดมันติดเชื้อง่ายนะ ถ้าเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เราจะไม่รู้เลยว่ามันจะไปสร้างปัญหาตรงไหนบ้าง.

นึกภาพดูสิ ลำไส้เรายังอ่อนแออยู่เลย บางทีก็ย่อยไม่ค่อยดีอยู่แล้ว พอไปกินของพวกนี้เข้าไปอีก มันอาจจะท้องเสีย หรืออาหารเป็นพิษซ้ำเติมเข้าไปอีก. ตอนนั้นแค่เห็นภาพลาบก็อยากกินจนน้ำลายสอ แต่ก็ต้องทน. อดเอาไว้ก่อนดีที่สุด ให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ค่อยจัดเต็มก็ยังไม่สาย.

แผลผ่าตัดห้ามกินอะไรบ้าง

แผลยังตึงๆ อยู่เลย...ในห้องที่เงียบงัน มีเพียงเสียงนาฬิกาเดินไปช้าๆ ร่างกายกำลังถักทอตัวเองขึ้นมาใหม่ เหมือนด้ายเส้นบางๆ ที่ต้องการความอ่อนโยนที่สุด

ของแสลง...คำที่แม่เคยพูดลอยๆ ในครัว ตอนนี้มันดังก้องอยู่ในหัว ของรสจัดจ้านที่เคยเรียกหา ตอนนี้เป็นเหมือนเปลวไฟที่จ้องจะเลียแผลให้ร้อนผ่าว อักเสบขึ้นมาอีกครั้ง ต้องพักก่อนนะใจ...พักก่อน

ส้มตำปลาร้ารสแซ่บ แกงกะทิหอมมัน ของทอดกรอบๆ ที่เคยทำให้โลกสดใส ตอนนี้เป็นเพียงภาพฝันเลือนลาง ท่องไว้ว่าเพื่อแผลที่สวยงาม เพื่อการสมานตัวที่สมบูรณ์ อดใจไว้ก่อน อดทนอีกนิดเดียว

แล้ววันที่จะได้กลับไปลิ้มรสความสุขนั้นจะกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้ขอแค่ซุปใสๆ ปลาต้มจืดๆ ให้ร่างกายได้เยียวยาตัวเองอย่างสงบที่สุด

สิ่งที่แผลผ่าตัดไม่ชอบ:

  • อาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า, หน่อไม้ดอง, ผักกาดดอง เพราะมีสารที่กระตุ้นการอักเสบ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • อาหารรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัดไปหมด มันไปรบกวนสมดุลของร่างกาย ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง
  • ของมันของทอด ย่อยยาก ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานเยอะเกินไปในการจัดการไขมัน แทนที่จะไปซ่อมแซมแผล
  • อาหารทะเลบางชนิดและของดิบ โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติแพ้ อาจกระตุ้นให้แผลคัน บวม และเสี่ยงพยาธิหรือแบคทีเรีย
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เส้นเลือดขยายตัว อาจมีเลือดซึมที่แผล และลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • ไข่และไก่ จริงๆ แล้วกินได้เลย เป็นแหล่ง โปรตีนสูง ชั้นดีที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลหายเร็ว แต่ต้องปรุงให้สุกสนิทและสะอาดเท่านั้น

ขิงเป็นของแสลงไหม

"ขิงเป็นของแสลงมั้ย?"

คำตอบ: ขิงเนี่ยนะ? แสลง? ขึ้นอยู่กับว่าคุณหมายถึงแสลงในแง่ "อาหารต้องห้าม" หรือ "แสลงคำผวน" มากกว่านะ! ???? ถ้าพูดถึงเรื่องท้องไส้ ขิงก็เหมือนกับเพื่อนสนิทของหอม กระเทียม พริกไทย พริก ที่พร้อมจะป่วนท้องน้อยๆ ของคุณ ถ้าคุณเป็นคนไส้ไม่ค่อยดี ระวังจะกลายเป็น "แตก" แทน "ดี" นะจ๊ะ ????

ส่วนเรื่องที่ว่า "ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด" แล้วต้องเลี่ยงเนื้อแพะ กุ้ง หอย ปู ไข่ นม เนี่ย... อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษหน่อยนะ เหมือนกำลังเล่นเกม "งด" กับร่างกายเลยทีเดียว! ???????????? พวกนี้มันเหมือนนักเลงในวงการอาหาร ที่พร้อมจะกระตุ้นให้ผื่นขึ้นพรึ่บพรั่บ หรือทำให้หายใจติดขัดได้ ใครเป็นสิวก็ต้องระวังเพิ่ม เพราะเจ้าต่อมไขมันอักเสบอาจจะอยากออกมาอาละวาดอีกรอบ ????

ข้อมูลเสริมที่คุณอาจจะอยากรู้:

  • ขิงกับระบบย่อยอาหาร: ขิงมีสาร Gingerol ที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ แต่ถ้ากินเยอะเกินไป หรือร่างกายคุณอ่อนไหวมากๆ ก็อาจจะทำให้ท้องเสียได้เหมือนกันนะ เหมือนเพื่อนซี้ที่บางทีก็เฮ้วเกินไปนิดนึง!
  • อาหารกระตุ้นภูมิแพ้: อาหารทะเล ไข่ นม บางทีก็เป็นตัวจุดชนวนชั้นดีสำหรับคนที่มีอาการแพ้ หรือมีปัญหาผิวหนังอักเสบ/หอบหืด เพราะโปรตีนบางชนิดในอาหารเหล่านี้สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานหนักเกินไปได้
  • ความเผ็ดร้อน: อาหารรสเผ็ดมากๆ ไม่ว่าจะมาจากพริกสด พริกแห้ง หรือพริกไทย ก็สามารถกระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้ และอาจทำให้โรคลำไส้ หรือปัญหาผิวหนังบางอย่างแย่ลงไปอีก!
  • สิวและต่อมไขมัน: สิวไม่ได้เกิดจากอาหารอย่างเดียวหรอกนะ แต่การกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะๆ หรืออาหารแปรรูป อาจมีส่วนทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น และสิวก็ถามหาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน!

จำไว้ว่า ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ สิ่งที่คนอื่นกินแล้วสบายท้อง อาจเป็นตัวป่วนของคุณก็ได้! ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ จะได้รู้ว่า "ขิง" เป็นเพื่อนหรือศัตรูของท้องคุณกันแน่! ????

อะไรคือของแสลง

ประเด็นเรื่อง ก๋วยเตี๋ยวหลังเสริมจมูก นี่น่าสนใจนะ จริงๆ แล้วตัวเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ได้จัดอยู่ในหมวด ของแสลงหลังผ่าตัด โดยตรงเลย สามารถกินได้

หัวใจสำคัญมันอยู่ที่ "การปรุง" และ "อุณหภูมิ" มากกว่า รสเผ็ดจัด หรือน้ำซุปที่ร้อนจัดเกินไป จะไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ผลคืออาจจะทำให้บริเวณแผลผ่าตัดบวมขึ้น หรือมีเลือดซึมออกมาได้

ส่วนรสเค็มจัดก็ไม่ต่างกัน โซเดียมมีผลต่อการอุ้มน้ำในร่างกายโดยตรง ยิ่งกินเค็มมาก ร่างกายก็ยิ่งบวมง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางอยู่แล้วหลังการผ่าตัด

บางทีเราก็ลืมไปว่าการฟื้นฟูร่างกายไม่ใช่แค่การเลี่ยงของต้องห้ามใหญ่ๆ แต่คือการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ การเลือกกินก๋วยเตี๋ยวจืดๆ น้ำซุปอุ่นๆ ก็เป็นศิลปะของการดูแลตัวเองอย่างหนึ่ง

มองให้ลึกลงไปอีกนิดเรื่องของกินหลังทำจมูก

  • สิ่งที่ควรเลี่ยงจริงๆ: กลุ่มอาหารหมักดองทุกชนิด ไม่ใช่แค่เรื่องโซเดียมสูง แต่ยังเสี่ยงเรื่องความสะอาดที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ แอลกอฮอล์ก็เช่นกัน เพราะมีผลโดยตรงต่อระบบไหลเวียนเลือด ทำให้บวมนานขึ้น
  • อาหารทะเล: หลายคนกังวลเรื่องนี้ ประเด็นหลักคือสำหรับบางคน อาหารทะเลอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรืออาการแพ้ได้ หากไม่แน่ใจ การเว้นไปก่อนในช่วงสัปดาห์แรกก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย
  • อาหารที่ช่วยฟื้นฟู: เน้นโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อปลา ไข่ อกไก่ เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และอย่าลืมวิตามินซีจากผักผลไม้ ซึ่งช่วยในกระบวนการสมานแผลได้ดีมาก

โรคอะไรไม่ควรกินขิง

เรื่องขิงนี่จำได้แม่นเลย ตอนพฤศจิกาปี 2566 พาแม่ไปตามนัดโรคหัวใจที่โรงพยาบาลศิริราช แม่ชอบจิบชาขิงร้อนๆ ตอนเช้าทุกวัน บอกว่ามันโล่งคอดี

พอคุยกับคุณหมอเรื่องการกินอยู่ หมอเบรกเลย บอกว่าแม่กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ การกินขิงเยอะๆ มันจะไปเสริมฤทธิ์ยา ทำให้เลือดเหลวยิ่งกว่าเดิม อันตรายมากถ้าเกิดอุบัติเหตุ เลือดจะหยุดไหลยาก

ตอนนั้นเราก็งงนะ ของดีๆ มีประโยชน์ ทำไมจะกินไม่ได้ กลับมาบ้านเลยต้องมานั่งหาข้อมูลเพิ่มเลย กลัวแม่แอบไปกินอีก สรุปจากที่ไปหาข้อมูลมาให้แม่วันนั้นนะ คือมันไม่ได้ห้ามกินเด็ดขาด แต่บางกลุ่มต้องระวังมากๆ หรือเลี่ยงไปเลย

  • คนที่กินยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด อันนี้ตรงกับเคสแม่เลย ขิงมันมีสารที่ออกฤทธิ์คล้ายๆ กัน กินคู่กันไปอาจจะทำให้เลือดออกง่ายกว่าปกติมาก
  • คนที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติอยู่แล้ว เช่น โรคฮีโมฟีเลีย อันนี้ก็ชัดเจน อะไรที่ทำให้เลือดเหลวลงก็คือต้องเลี่ยง
  • คนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี ขิงมันไปกระตุ้นการหลั่งน้ำดี ซึ่งถ้ามีก้อนนิ่วอยู่แล้ว มันอาจจะถูกบีบออกมาไปอุดตันท่อน้ำดีได้ ปวดท้องหนักเลยทีนี้
  • คนที่กำลังจะผ่าตัด ควรงดกินขิงก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะเหตุผลเรื่องเลือดแข็งตัวช้านี่แหละ
  • ส่วนคนเป็นเบาหวาน จริงๆ กินได้นะ แต่ต้องระวัง เพราะขิงมันช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้นิดหน่อย ถ้ากินเยอะๆ พร้อมกับยาลดน้ำตาล อาจทำให้น้ำตาลในเลือดตกต่ำเกินไปจนวูบได้