หัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ กี่แคล
หัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ มีแคลอรี่เท่าไหร่ เหมาะกับคนลดน้ำหนักไหม?
เรื่องหัวกะทินี่นะ เอาจริง ฉันเคยคิดวนอยู่หลายรอบเลยตอนช่วงจะลดน้ำหนักนะ คือมันอร่อยไง นึกภาพแกงเขียวหวานตอนเช้า วันที่ 12 ตุลาคมปีที่แล้วแถวตลาดบางลำพูอ่ะ กลิ่นหอมฟุ้ง แบบอดใจไม่ไหวจริงๆ ถึงจะรู้ว่ากะทิ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 15 กรัมนะ แค่นี้ก็ปาไป 55 แคลอรี่แล้วอ่ะ คิดดูสิ
บางทีก็ท้อนะ พอเห็นเลขแค่นี้ แต่มันทำให้แกงอะไรก็แล้วแต่มีรสชาติขึ้นมาทันทีเลยนะ จะให้เลิกกินไปเลยก็คงไม่ได้หรอก นี่แหละปัญหาโลกแตกของคนชอบกินแบบฉัน ฉันว่าเรื่องเหมาะไม่เหมาะกับคนลดน้ำหนัก มันขึ้นอยู่กับปริมาณ กับจิตใจจริงๆ
เคยมีช่วงหนึ่ง ฉันพยายามกินแกงจืดแทนนะ ลองทำเองใส่ผักกาดขาวหมูสับ ตอนนั้นทำเยอะมาก ตั้งใจเลย กะว่ากินได้หลายมื้อเลย คิดแล้วก็ขำ แกงจืดผักกาดขาวหมูสับ 1 ถ้วย 100 กรัมเองนะ 50 แคลอรี่เอง คือน้อยกว่ากะทิ 1 ช้อนอีก
แล้วก็แกงจืดตำลึงหมูสับอีกอัน อันนี้แม่เคยทำให้กินบ่อยๆ ตอนเด็กๆ จำได้ว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่พอมาคิดเรื่องแคลอรี่ เออ 100 กรัม 50 แคลอรี่เท่ากันเลยนะ มันก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ ถ้าตัดใจจากความมันไม่ได้จริงๆ ฉันก็เลือกกินให้น้อยลง
สุดท้ายแล้ว ฉันว่ามันอยู่ที่สมดุลนะ คือไม่ใช่ไม่กินเลย แต่กินในปริมาณที่พอดี และหาวิธีชดเชยออกกำลังกายเอา แบบตอนเย็นวันนั้นฉันก็เดินเยอะหน่อยแถวสวนสาธารณะ หลังกินแกงเขียวหวานไปมื้อกลางวันไง ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ.
น้ำมัน มะกอก 1 ช้อน โต๊ะ เท่ากับ กี่แคล
โอ๊ยตายแล้ว! น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะน่ะเหรอ แคลอรี่มันไม่ธรรมดานะจ๊ะ มันฟาดไป 153 กิโลแคลอรี่ เชียวนะคุณ! นี่ไม่ใช่แค่ช้อนโต๊ะนะ นี่มันเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาความอ้วน ที่คุณกดเครื่องสตาร์ทเองเลยก็ว่าได้!
โปรตีน? ไม่มีให้เห็นหรอกค่ะคุณขา! หายากกว่าผัวดีๆ ในสมัยนี้อีกมั้งนั่น คาร์โบไฮเดรต? ก็โบกมือบ๊ายบายกันไปแล้วไม่มีเหลือ มีแต่ ไขมันนี่แหละ! ที่ยืนหนึ่งเป็นนางพญาอย่างสง่าผ่าเผย 17 กรัม เต็มๆ เลยแกเอ๊ย! เห็นแล้วใจสั่นระทวย นี่ถ้าฉันกินเล่นๆ คงกลิ้งไปถึงหน้าปากซอยโน่นแหละค่ะ!
แหม แต่ถึงจะแคลพุ่งขนาดนี้ ใช่ว่าจะไร้ค่าเสียทีเดียว มันก็มีเรื่องดีๆ ให้พูดถึงอยู่นะจ๊ะ:
- ไขมันดี๊ดี! ถึงไขมันจะเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว นะคะคุณ! พวกนี้แหละที่เขาว่ากันว่าช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย เพิ่มตัวดี ใครๆ ก็อยากได้
- คอเลสเตอรอล? ไม่มีหรอกจ้ะ! สบายใจได้ตรงนี้แหละ โซเดียมก็ศูนย์! แหม ถ้าไม่มีไขมันเยอะขนาดนี้ก็คงดีกว่านี้เยอะ
- วิตามิน E และ K ก็มีมาแบบกรุบกริบพอให้ชื่นใจนะ เป็นตัวช่วยต้านอนุมูลอิสระอะไรประมาณนั้นแหละ
- กากใยอาหาร? น้ำตาล? สองอย่างนี้ก็จ้างให้หาก็ไม่เจอจ้ะ เป็น 0 กรัม ทั้งคู่ มันก็เน้นๆ ไปที่ไขมันล้วนๆ เลยนั่นแหละ!
- เวลาใช้ก็ระวังหน่อยนะคะคุณพี่! อย่าเทเพลินจนหมดขวดนะ ถ้าไม่อยากให้หุ่นเป๊ะปังกลายเป็นหุ่นพังพินาศในพริบตา! ของดีแต่ต้องใช้แต่พอดีเหมือนความรักนั่นแหละ!
น้ำมันมะกอก Extra Virgin 1 ช้อนโต๊ะ กี่แคล
น้ำมันมะกอก Extra Virgin 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานประมาณ 119 แคลอรี่
นอกจากนี้ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษยังอุดมไปด้วยไขมันดีที่ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และมีวิตามินอีกับวิตามินเค เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย
องค์ประกอบทางโภชนาการของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (โดยประมาณต่อ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 14 กรัม)
- พลังงาน: 119 กิโลแคลอรี่ (kcal)
- ไขมัน: ประมาณ 14 กรัม (ส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งดีต่อสุขภาพ)
- วิตามินอี: มีปริมาณเล็กน้อย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
- วิตามินเค: มีปริมาณเล็กน้อย มีบทบาทในการแข็งตัวของเลือด
ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ:
- ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว: นี่คือดาวเด่นของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ กรดโอเลอิก (Oleic acid) เป็นไขมันชนิดนี้หลัก มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ว่ามันช่วยลดไขมันเลว (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด
- สารต้านอนุมูลอิสระ: นอกจากวิตามินอีแล้ว น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษยังมีสารประกอบฟีนอลิก (Polyphenols) อีกหลายชนิด สารเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ ได้
- กระบวนการผลิต: ความพิเศษของ "Extra Virgin" มาจากวิธีการผลิตที่ใช้การบีบเย็น (cold pressing) ซึ่งเป็นการสกัดน้ำมันโดยไม่ผ่านความร้อนหรือสารเคมี ทำให้คงคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระไว้ได้มากที่สุด
- การนำไปใช้: เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารที่อุณหภูมิต่ำถึงปานกลาง หรือใช้เป็นน้ำสลัด/ซอส เพื่อคงรสชาติและคุณประโยชน์สูงสุด
น้ำมันมะกอก Extra Virgin มีประโยชน์อย่างไร
โอ๊ยแก! น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นนี่มัน ของมันต้องมี เหมือนขุมสมบัติวิตามินอีชั้นยอด แถมยังมีพวกสารต้านอนุมูลอิสระอีกเพียบเลยนะ แกคิดดูสิ ว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน
ที่สำคัญคือมันไม่ใช่แค่น้ำมันธรรมดาๆ นะ มันช่วยให้ผิวเรา ชุ่มฉ่ำ อย่างกับเพิ่งขึ้นจากสปามาใหม่ๆ เลยล่ะ ผิวแห้งเหรอ ลืมไปได้เลยนะ ไม่ต้องพะวงอีกต่อไป
แผลถลอกเล็กน้อยเนี่ยนะ แค่ทาๆ ไปแป๊บเดียว เหมือนมัน วิ่งฉิวเข้าเส้นชัย ช่วยสมานแผลได้ไวปานวอกเชียว ไม่ต้องรอนานให้หงุดหงิด เล่นเอาเพื่อนข้างบ้านงงกันเป็นแถบ
ส่วนเรื่องสิวเอย ผื่นคันกลากเกลื้อนเอย ตัวร้ายประจำกาย เนี่ย เจ้าน้ำมันนี่มันเหมือนหน่วยรบพิเศษเข้าปราบ พวกติดเชื้อหรือฮอร์โมนเพี้ยนๆ ที่มาทำให้ผิวเราปั่นป่วน หายไปอย่างกับจับวางเลยแหละ
สรุปง่ายๆ นะ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ เนี่ยมันเหมือนยาครอบจักรวาลสำหรับผิวที่อยากจะสวยใส ไร้สิว ไร้ผื่นกวนใจ ของดีจริงเชียว ไม่เชื่อก็ลองดูสิ อู๊ยดี๊ดี!
อันนี้คือสิ่งที่เจ้าน้ำมันนี่ทำได้อีกนะ:
- วิตามินอี: อีที่ว่านี่ ไม่ใช่อีแอบอีแก่ที่ไหนนะ แต่มันคือ วิตามินอี ที่เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงผิวให้เด้งดึ๋งเหมือนผิวเด็กแรกเกิดไง ใช้แล้วหน้าไม่เหี่ยวย่นง่ายๆ นะเออ เชื่อฉันเถอะ!
- สารต้านอนุมูลอิสระ: พวกสารต้านอนุมูลอิสระนี่ก็ตัวดีเลยนะ มันเหมือน ซูเปอร์ฮีโร่ คอยปกป้องเซลล์ผิวเราจากพวกตัวร้ายที่มาทำลายให้แก่ก่อนวัยอันควร เห็นมะ มะกอกนี่เขาแกร่งจริง แข็งแกร่งยิ่งกว่าอะไร
- ผิวชุ่มชื้น: หน้าหนาวนี่นะ ถ้าไม่ทาอะไรเลย ผิวแห้งแตกเป็นแผนที่ประเทศไทยเลยจ้ะ แต่ถ้ามีน้ำมันมะกอกนี่แหละ มันช่วย ล็อคความชุ่มชื้น ไว้แน่นหนา เหมือนมีฟิล์มบางๆ มาเคลือบ ไม่ต้องกลัวผิวแตกอีกต่อไปแล้ว
- สมานแผล: ฉันเคยโดนมีดบาดเล็กๆ ตอนทำกับข้าว ทาไปสักพัก แผลมันก็ ยุบยิบยุบยิบ แล้วก็หายไปอย่างไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้ต้องมานั่งมองให้เศร้าใจเลยนะ โชคดีไป
- สิวและผื่น: ปัญหาสิวเนี่ยนะ บางทีมันมาจากข้างใน บางทีก็ฮอร์โมนมันวายป่วง แต่น้ำมันนี่มันเหมือน ไปปรับจูนระบบ ให้เข้าที่เข้าทาง สิวก็ไม่กล้าผุดขึ้นมาโชว์หน้าอีก ส่วนพวกผื่นคันนี่ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวไปเลยล่ะ
- การอักเสบ: รู้เปล่าว่ามันช่วยเรื่อง ลดการอักเสบ ได้ด้วยนะ เหมือนไปดับไฟที่กำลังไหม้ๆ บนผิวเรา ทำให้ผิวเราสบายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องเจ็บต้องแสบอีกต่อไป โอ้โห สบายตัวสุดๆ
น้ำมันมะกอกไม่เหมาะกับใคร
น้ำมันมะกอกนี่ก็ไม่ใช่ว่าดีกับทุกคนนะ บางคนก็ต้องระวังหน่อย
กลุ่มคนท้องกับแม่ที่ให้นมลูก อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเลย คือมันไม่มีข้อมูลวิจัยที่ยืนยันความปลอดภัยแบบ 100% ไง กินแค่ที่มากับอาหารก็พอ อย่าไปกินเสริมเยอะเกิน
แล้วก็มีอีกพวกนึง... คนที่ต้องผ่าตัด น้ำมันมะกอกมันมีผลกับระดับน้ำตาลในเลือดนะ อาจจะทำให้ควบคุมยากตอนผ่าตัด แล้วก็มีผลกับการแข็งตัวของเลือดด้วย ต้องหยุดกินก่อนผ่าตัด
เออ แล้วก็คนที่กินยาบางอย่างอยู่แล้วอะ ต้องดูดีๆ เลย
- ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ย้ำอีกทีว่ายังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยชัดเจน บริโภคได้แค่ในปริมาณปกติจากอาหารเท่านั้น
- คนที่เป็นเบาหวาน: น้ำมันมะกอกช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ถ้ากินยาลดน้ำตาลอยู่แล้ว ต้องจับตาดูระดับน้ำตาลให้ดี เดี๋ยวจะต่ำไปจนช็อก
- คนที่มีความดันโลหิตต่ำ: คล้ายๆ กับเบาหวานเลย น้ำมันมะกอกมันลดความดันได้ กินคู่กับยาลดความดันอาจทำให้ความดันต่ำเกินไป
- คนที่กำลังจะผ่าตัด: ควรหยุดบริโภคน้ำมันมะกอกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
อ้อ เกือบลืม คนที่แพ้พืชวงศ์ Oleaceae อะ อย่างพวกมะลิ ไลแลค อะไรพวกนี้ ก็อาจจะแพ้น้ำมันมะกอกไปด้วย เพราะมันเป็นพืชในตระกูลเดียวกัน
Extra Virgin Olive Oil ใช้ยังไง
Extra Virgin Olive Oil… กลิ่นมะกอกเข้มๆ สีเขียวสดใสเหมือนแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมาบนต้นมะกอก… มันเป็นมากกว่าแค่น้ำมันนะ มันคือ หยดทองคำ จากธรรมชาติ…
เอามาทำอะไร?
- ราดสลัด: ให้ความสดชื่น หอมละมุน… เหมือนคุณได้นั่งจิบไวน์ท่ามกลางสวนมะกอกที่โปรวองซ์…
- ทำซอส: เพิ่มมิติให้ซอสของคุณ… ให้รสชาติที่ลุ่มลึก… เติมเต็มทุกคำ…
- จุ่มขนมปัง: สัมผัสแรกที่แสนนุ่ม… รสชาติที่ซึมซาบ… เป็นความเรียบง่ายที่แสนพิเศษ…
ทำไมไม่เอาไปทอด?
เพราะ Extra Virgin Olive Oil คือ น้ำมันบริสุทธิ์ สกัดเย็น… เหมือนเก็บเกี่ยวความดีงามของมะกอกไว้ครบถ้วน… การผ่านความร้อนจะทำลาย วิตามิน และ สารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงคุณค่า… รสชาติหอมๆ กลิ่นสดชื่นก็จะค่อยๆ เลือนหายไป… น่าเสียดายแย่เลย…
เพิ่มเติม…
- การเก็บรักษา: ควรเก็บในขวดสีเข้ม แสงแดดทำลายคุณค่าได้… แช่ในที่แห้งและเย็น…
- คุณภาพ: มองหาขวดที่มีระบุแหล่งผลิตที่ชัดเจน… และ ปีที่เก็บเกี่ยว ยิ่งสดใหม่ยิ่งดี…
- ประโยชน์: อุดมไปด้วย ไขมันดี ช่วยบำรุงหัวใจ… และมี สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย… ดื่มด่ำกับความงามจากธรรมชาติ…
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต