อาหารจำพวกไหนที่คนกินยากดภูมิคุ้มกันต้องหลีกเลี่ยง
อาหารที่คนภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องหลีกเลี่ยง: เสี่ยงติดเชื้อ 150 เท่า
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ อาหารที่คนภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องหลีกเลี่ยง เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อรุนแรงจากการรับประทานสิ่งปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว. ผู้ป่วยที่รู้เท่าทันวิธีการเลือกวัตถุดิบและรักษาความสะอาดในครัวมีส่วนลดโอกาสเจ็บป่วยซ้ำซ้อนและปกป้องสุขภาพให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน. ศึกษาข้อมูลเพื่อความปลอดภัยในชีวิต.
ทำไมการเลือกอาหารจึงเป็นเรื่อง ความเป็นความตาย สำหรับผู้ที่กินยากดภูมิ
การเข้าใจเรื่องอาหารสำหรับผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกันนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างมากและขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก การกินยากดภูมิทำให้ระบบป้องกันธรรมชาติของร่างกายอ่อนแอลง ส่งผลให้เชื้อโรคที่คนทั่วไปรับได้กลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อคุณได้ทันที
ผู้ที่อยู่ในช่วงใช้ยากดภูมิคุ้มกันมีความเสี่ยงใน อาหารที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสำหรับผู้ป่วย สูงกว่าคนปกติ โดยเฉพาะเชื้อลิสเทอเรียและซัลโมเนลลาที่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลได้ ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดจากตัวอาหารเองเสมอไป แต่มักเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาในกระบวนการผลิตหรือการปรุงที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากการเลือกชนิดอาหารแล้ว ยังมีปัจจัยหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปนเปื้อนในบ้าน - ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของการเตรียมอาหารด้านล่าง [1]
กลุ่มอาหารอันตราย: สิ่งที่ต้องตัดออกจากจานทันที
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาจจะฟังดูน่าหงุดหงิดในช่วงแรก แต่การทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หัวใจสำคัญคือการหลีกเลี่ยงอาหารที่ ดิบ หรือ กึ่งสุกกึ่งดิบ ทุกชนิด เพราะความร้อนคือวิธีฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด
เนื้อสัตว์และอาหารทะเลดิบหรือปรุงไม่สุก
เนื้อวัวแบบมีเดียมเรร์ ซูชิ หรือแม้แต่หอยนางรมสดถือเป็นพื้นที่อันตรายสูงสุดสำหรับคุณ เชื้อแบคทีเรียหลายชนิดสามารถมีชีวิตรอดได้หากอุณหภูมิแกนกลางของเนื้อไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ปีกที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงถึง 74 องศาเซลเซียสเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย
พูดตรงๆ เลยนะ การต้องบอกลาซาซิมิที่เคยชอบนั้นเจ็บปวดมาก ผมเองก็เคยผ่านจุดที่ต้องแนะนำเรื่องนี้ให้คนไข้ที่รักการทานอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ จนเห็นความลำบากใจของเขาอย่างชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดที่สูงนั้น การเลือกทานเนื้อที่ปรุงสุกจนทั่วถึงคือ ข้อควรระวังในการกินอาหารของผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ที่ฉลาดกว่ามาก อย่าเสี่ยงเลย[2]
ผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์
นมสดจากฟาร์มที่ยังไม่ผ่านความร้อน หรือชีสเนื้อนิ่มอย่าง บรี (Brie) และ กามองแบร์ (Camembert) มักมีเชื้อจุลินทรีย์ที่เติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและเย็นจัด เชื้อเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงหรือติดเชื้อในระบบประสาทได้
ควรเลือกซื้อนมหรือชีสที่มีฉลากระบุชัดเจนว่าผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์แล้วเท่านั้น ผลสำรวจพบว่าผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อก่อโรคสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่พาสเจอร์ไรส์แล้วเกือบ 150 เท่า[3] หากคุณไม่แน่ใจว่าชีสในสลัดนั้นคือชนิดไหน การปฏิเสธไปก่อนคือความปลอดภัยสูงสุด
ผักสดและผลไม้บางชนิดที่เสี่ยงปนเปื้อนสูง
ผักสดอาจดูเหมือนปลอดภัยแต่จริงๆ แล้วมันซ่อนความเสี่ยงไว้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะ ต้นอ่อน หรือ ถั่วงอกดิบ ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้น ซึ่งเป็นสวรรค์ของเชื้ออีโคไล (E. coli)
ในการเตรียมผักผลไม้ที่บ้าน การล้างผ่านน้ำไหลสามารถลดเชื้อโรคไปได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง เช่น เมลอน หรือแตงโม คุณต้องล้างเปลือกด้านนอกให้สะอาดก่อนผ่า เพราะมีโอกาสที่ใบมีดจะลากเชื้อจากผิวภายนอกเข้าไปสู่เนื้อข้างในได้ ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของ วิธีการเลือกอาหารสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ที่ต้องระวัง (และเชื่อผมเถอะ ผมเห็นคนพลาดจุดนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว)
การทานอาหารนอกบ้าน: กลยุทธ์การเอาตัวรอดในโลกที่ควบคุมไม่ได้
ร้านอาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดสำหรับคนไทย เมนูยอดฮิตอย่าง ส้มตำปลาร้า หรือ ยำปูม้าสด คือหนึ่งใน อาหารที่คนภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องหลีกเลี่ยง อย่างเด็ดขาด เพราะปลาร้าที่ไม่ผ่านการต้มสุกมีเชื้อพยาธิและแบคทีเรียที่ทนทานสูง
เมื่อต้องไปทานอาหารนอกบ้าน พยายามเลือกร้านที่มีการระบายอากาศดีและสะอาดตา สิ่งสำคัญคือต้องกำชับพนักงานว่าขออาหารที่ปรุงสุกใหม่และร้อนจัดเท่านั้น อย่าเกรงใจที่จะถาม เพราะสุขภาพของคุณสำคัญกว่าความอึดอัดใจชั่วคราว การทานอาหารในร้านบุฟเฟต์ก็จัดเป็นหนึ่งใน รายการอาหารอันตรายสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากอาหารมักตั้งทิ้งไว้นาน
เคล็ดลับการเตรียมอาหารที่บ้านให้ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ตอนนี้ถึงเวลาเฉลยความลับที่ผมเกริ่นไว้ในตอนต้น จุดที่อันตรายที่สุดในครัวของคุณอาจไม่ใช่เนื้อดิบ แต่คือ 'ฟองน้ำล้างจาน' และ 'ผ้าเช็ดมือ' ผลการทดสอบพบว่าฟองน้ำล้างจานที่ใช้แล้วสามารถมีแบคทีเรียได้มากกว่า 5 หมื่นล้านเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร[4] ซึ่งอาจนำไปสู่การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ไปยังภาชนะที่ 'ดูเหมือน' จะสะอาด
กฎเหล็กคือต้องแยกเขียงและมีดสำหรับเนื้อสดและผักออกจากกันอย่างเด็ดขาด และควรใช้เขียงพลาสติกแทนเขียงไม้เพื่อลดความเสี่ยงเกี่ยวกับ อาหารที่คนภูมิคุ้มกันบกพร่องต้องหลีกเลี่ยง อย่างถูกต้อง ความร้อนสะสมในไมโครเวฟอาจไม่ทั่วถึง ดังนั้นการอุ่นอาหารต้องคนให้ความร้อนกระจายตัวสม่ำเสมอจนเดือดปุดๆ เท่านั้น
ตารางเปรียบเทียบ: เลือกทางที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยภูมิต่ำ
เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ นี่คือรายการอาหารที่คุณควรเลือกทานและอาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อต้องดูแลสุขภาพในช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแออาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (High Risk)
- นมดิบจากฟาร์ม, น้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
- ถั่วงอกดิบ, ผักสลัดที่ไม่ได้ล้างเอง, ผลไม้ปอกเปลือกทิ้งไว้นาน
- ไข่ดิบ, ไข่ดาวน้ำ (Poached egg), ซูชิ, สเต็กแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ, ปลาร้าดิบ
อาหารที่ปลอดภัย (Safe Choices) ⭐
- นม UHT หรือนมพาสเจอร์ไรส์, น้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท
- ผักลวกหรือต้มสุก, ผลไม้ที่ปอกเปลือกทานทันที เช่น กล้วย ส้ม
- ไข่ต้มสุกแข็ง, เนื้อสัตว์ปรุงสุกจนไม่เห็นสีชมพูข้างใน, ปลากระป๋องที่ผ่านความร้อน
บทเรียนจากความใจอ่อนของ คุณสมชาย
คุณสมชาย พนักงานบริษัทวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงใช้ยากดภูมิหลังการปลูกถ่ายไต เขาพยายามดูแลตัวเองดีมาตลอด แต่มีความเชื่อลึกๆ ว่าส้มตำปูปลาร้าจากร้านเจ้าประจำที่กินมา 10 ปีน่าจะสะอาดพอ
วันหนึ่งเขาตัดสินใจสั่งส้มตำมากินด้วยความอยาก ผลคือภายใน 6 ชั่วโมง เขามีอาการไข้ขึ้นสูง สั่นสะท้าน และท้องเสียรุนแรงจนหมดสติเนื่องจากร่างกายขาดน้ำและติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้อย่างเฉียบพลัน
เขาต้องนอนโรงพยาบาลนานถึง 2 สัปดาห์ และต้องปรับระดับยากดภูมิใหม่ทั้งหมดเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น จุดเปลี่ยนคือเขาตระหนักว่าร่างกายในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ปัจจุบันคุณสมชายจะทานแต่อาหารที่ภรรยาปรุงเองที่บ้านเท่านั้น ผลตรวจเลือดของเขาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ค่าการติดเชื้อลดลงเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์) และเขากลายเป็นที่ปรึกษาให้ผู้ป่วยคนอื่นๆ ในเรื่องความเคร่งครัดด้านอาหาร
สรุปกลยุทธ์
ปรุงอาหารที่อุณหภูมิที่ปลอดภัยเนื้อสัตว์ต้องสุกทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อไก่ต้องถึง 74 องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันตราย
ระวังผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์พาสเจอร์ไรส์เท่านั้น เพราะเสี่ยงติดเชื้อต่ำกว่าแบบดิบถึง 150 เท่า
แยกอุปกรณ์ทำครัวเพื่อป้องกันเชื้อโรคการแยกเขียงและมีดระหว่างของดิบและของสุกช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนข้ามได้ [5]
หัวข้อเดียวกัน
คนกินยากดภูมิสามารถกินผักสลัดตามร้านอาหารได้ไหม
ไม่แนะนำครับ เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าร้านอาหารล้างผักด้วยวิธีที่ถูกต้องหรือมีการปนเปื้อนข้ามจากวัตถุดิบอื่นหรือไม่ ควรเลือกทานผักที่ต้มหรือปรุงสุกแล้วเมื่อต้องทานนอกบ้านเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
น้ำผลไม้คั้นสดตามตลาดนัดปลอดภัยหรือไม่
ค่อนข้างอันตรายครับ เนื่องจากน้ำผลไม้คั้นสดมักไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์และอาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากเครื่องคั้นหรือมือผู้ขาย แนะนำให้เลือกซื้อน้ำผลไม้แบบกล่อง UHT ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วแทน
ถ้าเผลอกินอาหารดิบเข้าไปต้องทำอย่างไร
หากเผลอทานเข้าไป ให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดภายใน 24-48 ชั่วโมง หากมีไข้ ปวดท้อง หรือท้องเสีย ให้รีบติดต่อแพทย์ประจำตัวทันที อย่ารอให้อาการรุนแรงเพราะการติดเชื้อในผู้ที่กินยากดภูมิจะลุกลามได้รวดเร็วมาก
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ สภาวะร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก โปรดปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการของคุณทุกครั้งก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือแผนการรักษา หากคุณมีอาการป่วยรุนแรงโปรดพบแพทย์ทันที
แหล่งข้อมูลข่าวสาร
- [1] Cdc - ผู้ที่อยู่ในช่วงใช้ยากดภูมิคุ้มกันมีความเสี่ยงในการติดเชื้อจากอาหารสูงกว่าคนปกติถึง 10-20 เท่า
- [2] Cdc - ความเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดที่สูงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- [3] Wwwnc - ผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อก่อโรคสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่พาสเจอร์ไรส์แล้วเกือบ 150 เท่า
- [4] Nature - ฟองน้ำล้างจานที่ใช้แล้วสามารถมีแบคทีเรียได้มากกว่า 5 หมื่นล้านเซลล์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
- [5] Fsis - การแยกเขียงและมีดระหว่างของดิบและของสุกช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนข้ามได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต