เมาน้ำตาลคืออะไร

85 ครั้งเข้าชม
อาการเมาน้ำตาลคือภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อการได้รับแป้งและน้ำตาลปริมาณสูงเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมาอาการที่พบได้ คลื่นไส้ พะอืดพะอม ปวดศีรษะ ลิ้นไม่รับรสชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ทานอาหารคลีนมานานแล้วกลับมาทานอาหารรสจัด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

คำถาม? กินของหวานหรือแป้งเยอะๆ หลังคุมอาหารแล้วทำไมรู้สึกทรมาน?

เคยเป็นเลยหนักๆ เลย ตอนนั้นน่าจะช่วงปลายปีที่แล้ว คุมอาหารแบบสุดๆ ไม่แตะของหวานมาสองสามเดือน วันนั้นไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลลาดพร้าวแล้วเพื่อนซื้อชานมไข่มุกเจ้าดังมาให้ แค่แก้วเดียวเท่านั้นแหละ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมั้ง หัวมันตื้อๆ มึนไปหมดเลย เหมือนคนเมาแบบไม่มีเหตุผลอะ มันไม่ได้ปวดหัวจี๊ดๆ นะ แต่มันหน่วงๆ แล้วก็ใจสั่นๆ ด้วยนิดหน่อย ต้องนั่งพักเลยนะตอนนั้น

ร่างกายมันคงช็อกแหละ อยู่ดีๆ ก็เจอของหวานจัดเต็มเข้าไปแบบไม่ทันตั้งตัว มันเลยประท้วงด้วยอาการแปลกๆ พวกนี้เลย

อีกอย่างคือลิ้นเลย พอกินคลีนนานๆ แล้วกลับไปกินของรสจัดๆ มันรู้สึกว่ารสชาติมันโดดไปหมดเลยนะ หวานก็หวานแหลม เค็มก็เค็มแปลกๆ ลิ้นมันจำรสชาติธรรมชาติไปแล้วมั้ง

Sugar Rush คืออะไร

Sugar Rush ก็คืออาการอยากน้ำตาลลนี่แหละ ภาษาอังกฤษเขาเรียกแบบนั้นไง โอ้ย เมื่อวานฉันเจอมาเต็มๆ เลยนะ ตอนบ่ายสองเนี่ย กำลังง่วงจัดๆ เลย แล้วก็ อยากกินของหวาน ขึ้นมาแบบกะทันหัน มันคือการที่ร่างกายอ่อนเพลียสุดๆ แล้วก็ ต้องการน้ำตาล อย่างหนักมาก เลยส่งสัญญาณปรี๊ดขึ้นมาว่าต้องกิน! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ตลอดนะ พอเหนื่อยทีไรเป็นแบบนี้ทุกที

คือร่างกายมันคงรู้ว่าพลังงานหมดแล้วเลยขอเติมด่วนๆ เอ๊ะ แล้วคนอื่นเขาก็เป็นแบบนี้ด้วยหรอ ฉันว่าทุกคนเคยนะ อาการแบบนี้ชัดๆ ก็คือ Sugar Rush เนี่ยแหละ ปีนี้ก็เจอถี่ขึ้นกว่าปีก่อนเยอะเลย สงสัยเพราะทำงานหนักขึ้นจริงๆ ด้วยนะ ตอนเช้าลืมกินข้าวนี่ก็ตัวดีเลย

  • เวลาเกิด: ส่วนใหญ่ก็เจอตอนบ่ายๆ หรือตอนที่ ง่วงนอน มากๆ รู้สึกไม่มีแรง
  • ผลลัพธ์: พอได้กินของหวานปุ๊บ จะรู้สึกสดชื่น มีแรงขึ้นมาทันทีเลยนะ แต่แป๊บเดียวก็กลับไปซึมเหมือนเดิม
  • ต้นตอ: ไม่ใช่แค่หิวเฉยๆ หรอก แต่คือระดับน้ำตาลในเลือดมันตกฮวบ หลังจากที่เราใช้พลังงานเยอะ หรือกินแต่แป้งที่ย่อยเร็ว
  • วิธีจัดการ: ลองเปลี่ยนไปกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทนนะ พวกข้าวกล้อง หรือผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงๆ
  • ข้อควรระวัง: การได้น้ำตาลเร็วๆ แบบนี้บ่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวเลยนะ ต้องหาทางปรับพฤติกรรมการกิน

ทำไมกินหวานแล้วเมา?

เมื่อคืนนั้น... ลมหนาวพัดแผ่วที่ระเบียง พลบค่ำยามดาวเริ่มส่องแสงริบหรี่ แก้วค็อกเทลใสเย็นเฉียบในมือ หวานจัดจนบาดคอ ภาพสะท้อนของแสงไฟในแก้วมันพร่าเลือน ความรู้สึกเบาโหวงเริ่มคืบคลานมาเงียบๆ เหมือนฝัน

ทุกอย่างมันหมุนช้าลง... รสหวานเจือแอลกอฮอล์นั้น มันซึมซาบไปทั่วอย่างรวดเร็ว กลิ่นดอกราตรีอ่อนๆ จากพุ่มไม้ข้างหน้าต่าง ลอยมาปะปนกับกลิ่นเหล้า ฉันแค่หลับตาลง ภาพเมืองยามราตรีมันก็เต้นระริกอยู่ในหัว

ความหวาน... มันเป็นเหมือนประตูบานใหญ่ที่เปิดออก ต้อนรับทุกอย่างให้ไหลหลากเข้ามาในตัวเราอย่างง่ายดาย เร็วกว่าที่คิดเสมอ เหมือนน้ำไหลบ่าเข้าท่วม เมื่อผนังกั้นมันพังทลายลง ไม่มีอะไรต้านทานได้เลย

ใช่... ความหวานนั้นเอง มันฉุดกระชากทุกสิ่งให้เร่งรีบเข้าไป ในกระแสเลือดที่ไหลวน ไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจ ความรู้สึกมึนงงมันก็มาถึงตัว อย่างง่ายดายเหลือเกิน ฉันแค่จิบเบาๆ

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง:

  • ร่างกายดึงกลูโคสไปใช้ก่อน: น้ำตาลจากเครื่องดื่มหวานถูกลำเลียงเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นพลังงาน
  • แอลกอฮอล์ติดไปด้วย: แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมพร้อมกับกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดในอัตราที่เร่งขึ้น
  • ระดับแอลกอฮอล์สูงเร็ว: ส่งผลให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกเมาได้เร็วกว่าปกติ

ทำไมกินของหวานแล้วเมาเร็ว?

ของหวานกระตุ้นกาย. เลือดเทสู่ระบบย่อย. สมองรับน้อยลง. วิงเวียน จึงเกิด. เป็นธรรมชาติ. กฎเกณฑ์ที่กายแสดงออก.

  • การย่อยน้ำตาลต้องการพลังงานมาก. เลือดส่งไปหล่อเลี้ยง.
  • สมองต้องการเลือดสม่ำเสมอ. การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ส่งผล.
  • อาการมักชั่วคราว. ร่างกายปรับตัว. ความจริงของสมดุล.

ทำไมกินหวานแล้วคลื่นไส้?

กินหวานแล้วคลื่นไส้? มันเหมือนร่างกายกำลังบอกว่า "เฮ้ย เบาหน่อยพ่อหนุ่ม!" ระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งพรวดหลังกินของหวานจัดๆ เป็นตัวการสำคัญเลยนะ ทำให้ร่างกายรับมือไม่ไหว เหมือนเจอพายุไซโคลนน้ำตาลนั่นแหละ พอระบบปรับสมดุลพัง ก็คลื่นไส้ไงจ๊ะ

บางทีก็เหมือนโดนหักหลังนะ ของหวานแสนอร่อยดันแฝงร่างมาเป็น อาหารเป็นพิษ ซะงั้น หรือไม่ก็ ลำไส้ เจ้ากรรมดันไม่ถูกชะตากับน้ำตาลหนักๆ เลยอักเสบประท้วง หรือ แผลในกระเพาะ ที่ซ่อนอยู่ก็กำเริบขึ้นมาโวยวาย อันนี้ไม่ใช่แค่หวานแล้วจะแย่ บางทีมันมีเรื่องอื่นซ่อนอยู่

ส่วนบางกรณีที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์ ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงก็เล่นตลก ทำให้คลื่นไส้ได้ง่ายๆ แม้แต่ของที่เคยชอบ หรือในเคสที่ไม่ค่อยเจออย่าง ความดันในสมองสูง ที่มักจะมาจากเลือดออกในสมอง อันนี้คือสัญญาณร้ายแรง ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ อย่าชะล่าใจล่ะ

จริงๆ แล้วอาการคลื่นไส้เวลาเจอของหวานเนี่ย มันมีอะไรแอบแฝงได้อีกเพียบเลยนะ ไม่ได้มีแค่ที่บอกไปเท่านั้นแหละ ลองมาดูกันว่ามีอะไรอีกบ้างที่น่าคิด:

  • โรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุม: ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้ได้ง่าย ถ้า ระดับน้ำตาลสูงหรือต่ำเกินไป จนระบบภายในรวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีภาวะ ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน (Diabetic Ketoacidosis - DKA) อันนี้อันตรายขั้นสุดนะจ๊ะ ต้องระวังมากๆ เลย
  • กลุ่มอาการ dumping syndrome: เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหารบางชนิด ทำให้สารอาหารจากกระเพาะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป น้ำตาลที่เยอะเกินไปก็กระตุ้นให้คลื่นไส้ เวียนหัว ตัวซีดได้ง่ายๆ เลย เหมือนร่างกายตกใจน่ะ
  • ความไวต่ออาหาร (Food Sensitivity): บางคนร่างกายก็ไม่ถูกกับน้ำตาล หรือสารให้ความหวานบางชนิดเป็นการส่วนตัว ไม่ได้แพ้จริงจัง แต่ก็ปั่นป่วนในท้องได้คล้ายๆ กัน เหมือนคนรักไม่ถูกกันไง เจอหน้าทีไรก็มีเรื่องทุกที
  • ไมเกรน: อาการปวดหัวไมเกรนบางครั้งก็มาพร้อมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสง รสหวานจัดๆ หรือแม้แต่กลิ่นของหวานบางอย่าง อาจเป็น ตัวกระตุ้น ให้ไมเกรนกำเริบได้เช่นกันนะ
  • ภาวะเครียดหรือวิตกกังวล: เรื่องไม่คาดฝันหรือความกังวลหนักๆ ก็ส่งผลต่อระบบย่อยอาหารได้นะ บางทีสมองมันวุ่นวายจนแยกไม่ออกว่ากำลังกินอะไรเข้าไป เลยส่งสัญญาณคลื่นไส้ออกมาแบบงงๆ เหมือนกดปุ่มฉุกเฉินผิดน่ะแหละ

กินของหวานแล้วมึนหัวเกิดจากอะไร?

กินของหวานแล้วมึนหัวน่ะเหรอ? โถ่ ร่างกายเรานี่ก็ขี้ตกใจซะจริง! เหมือนเจอเจ้าของบ้านรวยจัดเลี้ยงบุฟเฟต์ แล้วส่งบอดี้การ์ดมาจัดการแขกเหรื่อแบบจัดเต็มเกินเหตุไปหน่อย จนสุดท้ายแขกหิวโซกลับบ้านกันหมด

นี่คืออาการที่เรียกอย่างหรูหราว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังกินอาหาร (Reactive Hypoglycemia) มันคือสถานการณ์ที่พอน้ำตาลพุ่งปรี๊ดเหมือนจรวด ร่างกายเราก็จะส่ง "หน่วยอินซูลินพิเศษ" ออกมาปฏิบัติการ เหมือนตำรวจจราจรที่เห็นรถติดหนักๆ แล้วเร่งระบายรถออกจนถนนว่างโล่งไปเลย

แต่ปัญหาคือ บางทีไอ้หน่วยอินซูลินพิเศษนี่มันทำงานเพลินไปหน่อย ดันเร่งระบายน้ำตาลออกจากกระแสเลือดออกเยอะเกิน จนน้ำตาลดิ่งฮวบยิ่งกว่าหุ้นตกตอนตลาดเปิด ทำให้สมองเราที่กำลังฟินอยู่ดีๆ ก็เข้าสู่โหมด "พลังงานสำรอง" ทันทีทันใด สภาพก็เลยมึนๆ งงๆ นี่แหละ เหมือนโดนตัดไฟกระทันหันยังไงยังงั้น

เรื่องอาการมึนหลังกินหวานนี่ ไม่ใช่แค่คนที่ไม่เคยกินหวานจัดๆ เท่านั้นนะ ใครๆ ก็เป็นได้ ถ้าปัจจัยมันเป๊ะพอดี

  • ตัวการสำคัญไม่ใช่แค่ของหวานจัดๆ พวกอาหารคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว อย่างข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือเครื่องดื่มรสหวานจัด ก็กระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์อินซูลินโอเวอร์โหลดนี้ได้เหมือนกัน เรียกว่าน้ำตาลพุ่งไว ดิ่งไว
  • มันอาจเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ว่าร่างกายเรากำลัง "จูนไม่ติด" กับการจัดการน้ำตาล บางคนมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานแฝง หรืออยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน ซึ่งร่างกายเริ่มมีปัญหาในการควบคุมน้ำตาลแล้ว
  • สาเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจรวมถึงภาวะอินซูลินดื้อ (Insulin Resistance) ความผิดปกติของการทำงานของตับอ่อน หรือแม้แต่ความไม่สมดุลของฮอร์โมนบางชนิดที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาล
  • การแก้ไขเบื้องต้น ไม่ต้องถึงขั้นงดหวานตลอดชีวิต แค่ลองปรับพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ควบคู่กับโปรตีนและไขมันดี เพื่อให้การดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างช้าๆ ต่อเนื่อง เหมือนเติมน้ำมันทีละน้อยๆ ไม่ใช่สาดโครมเดียว
  • กินอาหารให้เป็นมื้อๆ เล็กๆ บ่อยขึ้น แทนที่จะจัดเต็มมื้อใหญ่ทีเดียว ก็ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้น ไม่สวิงขึ้นลงรุนแรงเกินไป
  • ถ้ายังมึนหนักๆ อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังกินอาหารที่ไม่ใช่แค่ของหวานอย่างเดียว ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดีที่สุดนะ เขาจะได้ช่วยวิเคราะห์ต้นเหตุที่แท้จริง แบบไม่มโนเอง