อาชีพมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

319 ครั้งเข้าชม
คำตอบสำหรับ อาชีพมีกี่ประเภท มีภาคเกษตรกรรมเป็นการจ้างงานมากที่สุดครอบคลุมประชากรวัยทำงาน 31% งานกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และประมงซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ การนำเทคโนโลยี Smart Farming เข้ามาใช้ทำให้สายอาชีพนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาชีพมีกี่ประเภท: สัดส่วน 31% ของประชากรวัยทำงาน

การทำความเข้าใจว่า อาชีพมีกี่ประเภท ช่วยให้มองเห็นโอกาสในการทำงานได้กว้างขวางมากขึ้น ภาคเกษตรกรรมคือรากฐานสำคัญของประเทศที่มีอัตราการจ้างงานสูงที่สุด การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับงานกลุ่มนี้เปิดมุมมองใหม่ในการประยุกต์ใช้เครื่องมือสมัยใหม่เพื่อพัฒนาการทำงานให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้น

ภาพรวม: อาชีพมีกี่ประเภทกันแน่?

อาชีพมีกี่ประเภท สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบหลักๆ ครับ คือ แบ่งตามลักษณะการจ้างงานซึ่งมี 3 ประเภท (อาชีพอิสระ อาชีพรับจ้าง และอาชีพรับราชการ) และแบ่งตามลักษณะเนื้อหางานซึ่งมี 6 กลุ่มหลัก การทำความเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้คุณวางแผนอนาคตและพัฒนาทักษะได้ตรงจุดมากขึ้น

บอกตามตรง ตอนที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมสับสนกับการจำแนกประเภทอาชีพที่มีหลายเกณฑ์มาก นั่งหาข้อมูลจนปวดหัว เพราะบางตำราก็บอกมี 3 บางตำราบอกมี 6 สรุปอันไหนถูก? ความจริงคือถูกทั้งคู่ครับ แค่ใช้เกณฑ์ต่างกัน แต่มีข้อผิดพลาดตลกร้ายอย่างหนึ่งที่คน 90% มักมองข้ามเวลาเลือกประเภทของอาชีพ - ผมจะเฉลยให้ฟังในหัวข้อวิธีเลือกอาชีพด้านล่างครับ

เอาล่ะ. มาดูกันเลย.

การแบ่งประเภทอาชีพตามลักษณะการจ้างงาน (3 ประเภทหลัก)

การแบ่งแบบนี้จะเน้นไปที่ว่า ใครเป็นคนจ่ายเงินให้คุณ และ ใครเป็นคนรับความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อไลฟ์สไตล์และความมั่นคงในชีวิตของคุณครับ

1. อาชีพอิสระ (Freelance และ เจ้าของธุรกิจ)

อาชีพอิสระคือการที่คุณเป็นเจ้านายตัวเอง ลงทุนเอง บริหารจัดการด้วยตนเอง และรับความเสี่ยงทั้งหมด ไม่มีนายจ้างมาคอยสั่งงาน ตัวอย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้า ช่างตัดผม ฟรีแลนซ์รับทำกราฟิก หรือเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพ

ปัจจุบันมีแรงงานในระบบอาชีพอิสระคิดเป็นร้อยละ 52 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ[1] แนวโน้มนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังยุคโควิด เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การไม่มีเจ้านายแปลว่าคุณต้องมีวินัยขั้นสุดยอดต่างหาก

2. อาชีพรับจ้าง (Employee)

อาชีพรับจ้างคือการทำงานให้กับผู้อื่นหรือองค์กร โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างรายวัน คุณไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องการขาดทุนของบริษัท แต่ต้องแลกมาด้วยการทำตามกฎระเบียบและเวลาทำงานที่กำหนดไว้ชัดเจน เช่น พนักงานบริษัทเอกชน ลูกจ้างร้านอาหาร หรือพนักงานโรงงาน

ฟังดูน่าเบื่อ? อาจจะใช่ครับ. แต่มันแลกมาด้วยความสบายใจในวันสิ้นเดือนที่คุณรู้แน่ๆ ว่าจะมีเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่ (ซึ่งคนทำฟรีแลนซ์มักจะอิจฉาจุดนี้มาก)

3. อาชีพรับราชการและรัฐวิสาหกิจ (Government / State Enterprise)

นี่คือกลุ่มบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ให้บริการประชาชนและบริหารจัดการประเทศ เช่น ครู ทหาร ตำรวจ แพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ หรือพนักงานการไฟฟ้า อาชีพกลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องความมั่นคงและสวัสดิการที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว แม้ฐานเงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่สูงเท่าเอกชนก็ตาม

กลุ่มอาชีพในประเทศไทย แบ่งตามเนื้อหางาน (6 กลุ่มหลัก)

หากเรามองข้ามเรื่องการจ้างงาน แล้วมาโฟกัสที่ ทักษะและเนื้องานที่ทำ เราจะสามารถแบ่งกลุ่มอาชีพในประเทศไทยออกได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ

1. กลุ่มเกษตรกรรม (Agriculture)

งานที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และประมง นี่คือรากฐานของประเทศ ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นกลุ่มอาชีพที่มีการจ้างงานมากที่สุด โดยครอบคลุมประมาณ 31% ของประชากรวัยทำงาน[2] แม้สัดส่วนจะลดลงเรื่อยๆ แต่การนำเทคโนโลยี (Smart Farming) เข้ามาใช้กำลังทำให้อาชีพนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

2. กลุ่มอุตสาหกรรม (Industry)

การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป ตั้งแต่โรงงานขนาดเล็กไปจนถึงโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ อาชีพในกลุ่มนี้ต้องใช้ความแม่นยำ ทักษะทางวิศวกรรม และการจัดการระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

3. กลุ่มพาณิชยกรรม (Commerce)

งานเกี่ยวกับการค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า และการบริการธุรกิจทุกรูปแบบ ตั้งแต่พนักงานขายหน้าร้าน นักการตลาด ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ อาชีพกลุ่มนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

4. กลุ่มคหกรรม (Home Economics)

งานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการในบ้าน อาหาร และเสื้อผ้า เช่น เชฟ นักโภชนาการ ช่างตัดเสื้อ หรือผู้จัดการธุรกิจโรงแรม อาชีพเหล่านี้ต้องใช้ความใส่ใจในรายละเอียดและความเข้าใจในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์

5. กลุ่มหัตถกรรม (Crafts)

งานฝีมือหรืองานช่างที่ใช้ทักษะมือเป็นหลัก เช่น ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างทอผ้า ไปจนถึงช่างทำอัญมณี ในยุคที่สินค้าผลิตจากโรงงานหน้าตาเหมือนกันไปหมด งานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกลับมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

6. กลุ่มศิลปกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Arts / Creative)

งานศิลปะ การแสดง สื่อ และการออกแบบ ครอบคลุมตั้งแต่นักดนตรี จิตรกร คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปจนถึงนักพัฒนาเกม อาชีพกลุ่มนี้เติบโตเร็วมากในยุคดิจิทัล เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ AI ยังลอกเลียนแบบได้ยาก

จำได้ไหมครับ? (3) ลองทบทวนดู. (3)

หลุมพรางที่คนส่วนใหญ่พลาดเวลาเลือกอาชีพ

มาถึงข้อผิดพลาดตลกร้ายที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นครับ คนส่วนใหญ่มักเลือกอาชีพโดยดูแค่ เนื้อหางาน (กลุ่ม 1-6) แต่ลืมพิจารณา การแบ่งประเภทอาชีพตามลักษณะงาน อย่างถี่ถ้วน

หลายคนบอกว่าให้ทำในสิ่งที่รัก แต่ในความเป็นจริง การเลือกอาชีพ - โดยเฉพาะในยุคนี้ - ควรเลือกจากรูปแบบความเครียดที่คุณรับได้มากกว่า คุณอาจจะรักการวาดรูป (กลุ่มศิลปกรรม) แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะทนความเครียดของการไม่มีเงินเดือนประจำในฐานะฟรีแลนซ์ (อาชีพอิสระ) ได้ บางทีการเป็นนักวาดภาพประกอบรับจ้างในบริษัท (อาชีพรับจ้าง) อาจจะตอบโจทย์ชีวิตคุณมากกว่า

ผมเคยเห็นคนที่ลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านกาแฟเพราะรักการชงกาแฟ แต่สุดท้ายต้องปิดตัวลงใน 6 เดือน ไม่ใช่เพราะชงไม่อร่อย แต่เพราะทนความเครียดเรื่องกระแสเงินสดในฐานะเจ้าของกิจการไม่ได้ การจับคู่ระหว่างสิ่งที่คุณชอบทำกับรูปแบบการจ้างงานที่คุณรับไหว คือกุญแจสำคัญที่สุดครับ

เปรียบเทียบ 3 ประเภทอาชีพตามลักษณะการจ้างงาน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ ลองมาดูข้อดีข้อเสียของรูปแบบการจ้างงานหลักๆ กันครับ

อาชีพรับจ้าง (Employee)

• สูงมาก ได้รับเงินแน่นอนทุกสิ้นเดือน ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่าย

• เป็นไปตามโครงสร้างองค์กร อาจต้องใช้เวลาในการเลื่อนตำแหน่ง

• ต่ำ ต้องทำงานตามเวลาและสถานที่ที่นายจ้างกำหนด

• ดี มีประกันสังคม วันลาหยุดพักผ่อน และสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน

อาชีพอิสระ (Freelance / Owner)

• ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความขยัน คอนเนคชัน และสภาพเศรษฐกิจ

• ไร้ขีดจำกัด รายได้สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดหากจับทางถูก

• สูงมาก สามารถเลือกงาน เวลา และสถานที่ทำงานได้ด้วยตนเอง

• ต้องจัดหาและวางแผนด้วยตัวเองทั้งหมด

อาชีพรับราชการ (Government)

• สูงสุด ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเลิกจ้างกะทันหัน

• ชัดเจนตามระบบราชการ มักขึ้นอยู่กับอายุงานและการสอบเลื่อนขั้น

• ต่ำมาก มีกฎระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เข้มงวด

• ดีเยี่ยม ครอบคลุมการรักษาพยาบาลไปถึงพ่อแม่และบุตร มีบำนาญ

ไม่มีรูปแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ หากคุณเพิ่งเริ่มทำงาน การเป็นลูกจ้างเพื่อเก็บประสบการณ์และเรียนรู้ระบบงานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อฐานแน่นแล้วค่อยขยับไปสู่อาชีพอิสระ หรือสอบรับราชการตามเป้าหมายชีวิตในระยะยาว

บทเรียนการเปลี่ยนสายงานของก้อง: จากพนักงานสู่อาชีพอิสระ

ก้อง กราฟิกดีไซเนอร์วัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว เพราะอยากได้ความอิสระและเบื่อการตอกบัตรเข้างาน 8 โมงเช้า เขาคิดว่าการไม่มีเจ้านายคือสวรรค์ แต่เขากลับพบว่าตัวเองต้องทำงานวันละ 14 ชั่วโมงเพื่อหาลูกค้ามาจ่ายค่าเช่าคอนโด

เดือนแรกเขาพยายามรับงานทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่คัดกรอง ผลที่ตามมาคือทำงานแทบไม่ได้นอน งานออกมาเผา และลูกค้าหลายคนบ่นว่างานล่าช้า ก้องเครียดหนักจนเกือบจะถอดใจกลับไปสมัครงานประจำเพราะทนแรงกดดันเรื่องเงินไม่ไหว

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่ราคาถูกเกินไป และจัดตารางเวลาทำงานของตัวเองให้ชัดเจน (9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ห้ามเกิน) เขาเปลี่ยนโฟกัสมาที่งานออกแบบเว็บไซต์ซึ่งเขาถนัดที่สุดเพียงอย่างเดียว แทนที่จะรับทำกราฟิกทุกชนิด

หลังจากปรับตัวได้ 3 เดือน รายได้ของเขาเสถียรขึ้นประมาณ 40% และมีเวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก้องเรียนรู้ว่าอาชีพอิสระไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีระเบียบ แต่มันคือการที่คุณต้องเป็นเจ้านายที่เข้มงวดของตัวเองต่างหาก

ข้อมูลเพิ่มเติม

ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าอาชีพที่ทำอยู่จัดอยู่ในกลุ่มใด?

ลองพิจารณาจากแหล่งที่มาของรายได้ครับ ถ้ารับเงินเดือนประจำจากบริษัท คุณคืออาชีพรับจ้าง ถ้าหาเงินจากลูกค้าโดยตรง คุณคืออาชีพอิสระ ส่วนการจัดกลุ่มเนื้อหางาน ให้ดูว่าทักษะหลักที่คุณใช้คืออะไร เช่น ใช้คอมพิวเตอร์เขียนโค้ด (อุตสาหกรรม/บริการ) หรือใช้มือประดิษฐ์ของ (หัตถกรรม)

ควรเลือกอาชีพอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?

เริ่มต้นจากการประเมิน 'ความเสี่ยงที่คุณรับได้' ควบคู่กับ 'สิ่งที่คุณถนัด' อย่าเพิ่งมองแค่รายได้ ให้ถามตัวเองว่าทนรับความกดดันแบบไหนได้ดีกว่ากัน ระหว่างกฎระเบียบขององค์กร (ลูกจ้าง) หรือความไม่แน่นอนของรายได้ (อาชีพอิสระ)

สามารถทำงานหลายประเภทพร้อมกันได้ไหม?

ได้แน่นอนครับ ปัจจุบันคนนิยมทำควบคู่กัน (Hybrid) เช่น เป็นพนักงานประจำในวันธรรมดา (เพื่อความมั่นคง) และรับงานฟรีแลนซ์ในวันหยุด (เพื่อเพิ่มรายได้และทำสิ่งที่ชอบ) วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีมาก

เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ

รูปแบบการจ้างงานกำหนดไลฟ์สไตล์

อาชีพมี 3 ประเภทหลักตามการจ้างงาน (อิสระ, รับจ้าง, ราชการ) การเลือกผิดประเภทจะทำให้คุณเครียดแม้งานนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณรักก็ตาม

หากคุณยังสงสัยว่าการประกอบอาชีพแบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การประกอบอาชีพแบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง
เนื้อหางานแบ่งเป็น 6 กลุ่มหลัก

ตั้งแต่เกษตรกรรมไปจนถึงศิลปสร้างสรรค์ การรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหนช่วยให้หาแหล่งเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่อยอดได้ตรงจุด

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

ความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตจะเปลี่ยนไป วันนี้คุณอาจเหมาะกับพนักงานประจำ แต่อีก 5 ปีข้างหน้าคุณอาจพร้อมที่จะเป็นเจ้าของกิจการ จงยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเสมอ

การอ้างอิงไขว้

  • [1] Tradingeconomics - ปัจจุบันมีแรงงานในระบบอาชีพอิสระคิดเป็นร้อยละ 30 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ
  • [2] Data - ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นกลุ่มอาชีพที่มีการจ้างงานมากที่สุด โดยครอบคลุมประมาณ 31% ของประชากรวัยทำงาน