อาชีพมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
อาชีพมีกี่ประเภท: สัดส่วน 31% ของประชากรวัยทำงาน
การทำความเข้าใจว่า อาชีพมีกี่ประเภท ช่วยให้มองเห็นโอกาสในการทำงานได้กว้างขวางมากขึ้น ภาคเกษตรกรรมคือรากฐานสำคัญของประเทศที่มีอัตราการจ้างงานสูงที่สุด การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับงานกลุ่มนี้เปิดมุมมองใหม่ในการประยุกต์ใช้เครื่องมือสมัยใหม่เพื่อพัฒนาการทำงานให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้น
ภาพรวม: อาชีพมีกี่ประเภทกันแน่?
อาชีพมีกี่ประเภท สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบหลักๆ ครับ คือ แบ่งตามลักษณะการจ้างงานซึ่งมี 3 ประเภท (อาชีพอิสระ อาชีพรับจ้าง และอาชีพรับราชการ) และแบ่งตามลักษณะเนื้อหางานซึ่งมี 6 กลุ่มหลัก การทำความเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้คุณวางแผนอนาคตและพัฒนาทักษะได้ตรงจุดมากขึ้น
บอกตามตรง ตอนที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมสับสนกับการจำแนกประเภทอาชีพที่มีหลายเกณฑ์มาก นั่งหาข้อมูลจนปวดหัว เพราะบางตำราก็บอกมี 3 บางตำราบอกมี 6 สรุปอันไหนถูก? ความจริงคือถูกทั้งคู่ครับ แค่ใช้เกณฑ์ต่างกัน แต่มีข้อผิดพลาดตลกร้ายอย่างหนึ่งที่คน 90% มักมองข้ามเวลาเลือกประเภทของอาชีพ - ผมจะเฉลยให้ฟังในหัวข้อวิธีเลือกอาชีพด้านล่างครับ
เอาล่ะ. มาดูกันเลย.
การแบ่งประเภทอาชีพตามลักษณะการจ้างงาน (3 ประเภทหลัก)
การแบ่งแบบนี้จะเน้นไปที่ว่า ใครเป็นคนจ่ายเงินให้คุณ และ ใครเป็นคนรับความเสี่ยง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อไลฟ์สไตล์และความมั่นคงในชีวิตของคุณครับ
1. อาชีพอิสระ (Freelance และ เจ้าของธุรกิจ)
อาชีพอิสระคือการที่คุณเป็นเจ้านายตัวเอง ลงทุนเอง บริหารจัดการด้วยตนเอง และรับความเสี่ยงทั้งหมด ไม่มีนายจ้างมาคอยสั่งงาน ตัวอย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้า ช่างตัดผม ฟรีแลนซ์รับทำกราฟิก หรือเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพ
ปัจจุบันมีแรงงานในระบบอาชีพอิสระคิดเป็นร้อยละ 52 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ[1] แนวโน้มนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังยุคโควิด เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การไม่มีเจ้านายแปลว่าคุณต้องมีวินัยขั้นสุดยอดต่างหาก
2. อาชีพรับจ้าง (Employee)
อาชีพรับจ้างคือการทำงานให้กับผู้อื่นหรือองค์กร โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างรายวัน คุณไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องการขาดทุนของบริษัท แต่ต้องแลกมาด้วยการทำตามกฎระเบียบและเวลาทำงานที่กำหนดไว้ชัดเจน เช่น พนักงานบริษัทเอกชน ลูกจ้างร้านอาหาร หรือพนักงานโรงงาน
ฟังดูน่าเบื่อ? อาจจะใช่ครับ. แต่มันแลกมาด้วยความสบายใจในวันสิ้นเดือนที่คุณรู้แน่ๆ ว่าจะมีเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่ (ซึ่งคนทำฟรีแลนซ์มักจะอิจฉาจุดนี้มาก)
3. อาชีพรับราชการและรัฐวิสาหกิจ (Government / State Enterprise)
นี่คือกลุ่มบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ให้บริการประชาชนและบริหารจัดการประเทศ เช่น ครู ทหาร ตำรวจ แพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ หรือพนักงานการไฟฟ้า อาชีพกลุ่มนี้ขึ้นชื่อเรื่องความมั่นคงและสวัสดิการที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว แม้ฐานเงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่สูงเท่าเอกชนก็ตาม
กลุ่มอาชีพในประเทศไทย แบ่งตามเนื้อหางาน (6 กลุ่มหลัก)
หากเรามองข้ามเรื่องการจ้างงาน แล้วมาโฟกัสที่ ทักษะและเนื้องานที่ทำ เราจะสามารถแบ่งกลุ่มอาชีพในประเทศไทยออกได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
1. กลุ่มเกษตรกรรม (Agriculture)
งานที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และประมง นี่คือรากฐานของประเทศ ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นกลุ่มอาชีพที่มีการจ้างงานมากที่สุด โดยครอบคลุมประมาณ 31% ของประชากรวัยทำงาน[2] แม้สัดส่วนจะลดลงเรื่อยๆ แต่การนำเทคโนโลยี (Smart Farming) เข้ามาใช้กำลังทำให้อาชีพนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
2. กลุ่มอุตสาหกรรม (Industry)
การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป ตั้งแต่โรงงานขนาดเล็กไปจนถึงโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ อาชีพในกลุ่มนี้ต้องใช้ความแม่นยำ ทักษะทางวิศวกรรม และการจัดการระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
3. กลุ่มพาณิชยกรรม (Commerce)
งานเกี่ยวกับการค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า และการบริการธุรกิจทุกรูปแบบ ตั้งแต่พนักงานขายหน้าร้าน นักการตลาด ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ อาชีพกลุ่มนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
4. กลุ่มคหกรรม (Home Economics)
งานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการในบ้าน อาหาร และเสื้อผ้า เช่น เชฟ นักโภชนาการ ช่างตัดเสื้อ หรือผู้จัดการธุรกิจโรงแรม อาชีพเหล่านี้ต้องใช้ความใส่ใจในรายละเอียดและความเข้าใจในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
5. กลุ่มหัตถกรรม (Crafts)
งานฝีมือหรืองานช่างที่ใช้ทักษะมือเป็นหลัก เช่น ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างทอผ้า ไปจนถึงช่างทำอัญมณี ในยุคที่สินค้าผลิตจากโรงงานหน้าตาเหมือนกันไปหมด งานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกลับมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
6. กลุ่มศิลปกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Arts / Creative)
งานศิลปะ การแสดง สื่อ และการออกแบบ ครอบคลุมตั้งแต่นักดนตรี จิตรกร คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปจนถึงนักพัฒนาเกม อาชีพกลุ่มนี้เติบโตเร็วมากในยุคดิจิทัล เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ AI ยังลอกเลียนแบบได้ยาก
จำได้ไหมครับ? (3) ลองทบทวนดู. (3)
หลุมพรางที่คนส่วนใหญ่พลาดเวลาเลือกอาชีพ
มาถึงข้อผิดพลาดตลกร้ายที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นครับ คนส่วนใหญ่มักเลือกอาชีพโดยดูแค่ เนื้อหางาน (กลุ่ม 1-6) แต่ลืมพิจารณา การแบ่งประเภทอาชีพตามลักษณะงาน อย่างถี่ถ้วน
หลายคนบอกว่าให้ทำในสิ่งที่รัก แต่ในความเป็นจริง การเลือกอาชีพ - โดยเฉพาะในยุคนี้ - ควรเลือกจากรูปแบบความเครียดที่คุณรับได้มากกว่า คุณอาจจะรักการวาดรูป (กลุ่มศิลปกรรม) แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะทนความเครียดของการไม่มีเงินเดือนประจำในฐานะฟรีแลนซ์ (อาชีพอิสระ) ได้ บางทีการเป็นนักวาดภาพประกอบรับจ้างในบริษัท (อาชีพรับจ้าง) อาจจะตอบโจทย์ชีวิตคุณมากกว่า
ผมเคยเห็นคนที่ลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านกาแฟเพราะรักการชงกาแฟ แต่สุดท้ายต้องปิดตัวลงใน 6 เดือน ไม่ใช่เพราะชงไม่อร่อย แต่เพราะทนความเครียดเรื่องกระแสเงินสดในฐานะเจ้าของกิจการไม่ได้ การจับคู่ระหว่างสิ่งที่คุณชอบทำกับรูปแบบการจ้างงานที่คุณรับไหว คือกุญแจสำคัญที่สุดครับ
เปรียบเทียบ 3 ประเภทอาชีพตามลักษณะการจ้างงาน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ ลองมาดูข้อดีข้อเสียของรูปแบบการจ้างงานหลักๆ กันครับ
อาชีพรับจ้าง (Employee)
• สูงมาก ได้รับเงินแน่นอนทุกสิ้นเดือน ช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่าย
• เป็นไปตามโครงสร้างองค์กร อาจต้องใช้เวลาในการเลื่อนตำแหน่ง
• ต่ำ ต้องทำงานตามเวลาและสถานที่ที่นายจ้างกำหนด
• ดี มีประกันสังคม วันลาหยุดพักผ่อน และสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน
อาชีพอิสระ (Freelance / Owner)
• ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความขยัน คอนเนคชัน และสภาพเศรษฐกิจ
• ไร้ขีดจำกัด รายได้สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดหากจับทางถูก
• สูงมาก สามารถเลือกงาน เวลา และสถานที่ทำงานได้ด้วยตนเอง
• ต้องจัดหาและวางแผนด้วยตัวเองทั้งหมด
อาชีพรับราชการ (Government)
• สูงสุด ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเลิกจ้างกะทันหัน
• ชัดเจนตามระบบราชการ มักขึ้นอยู่กับอายุงานและการสอบเลื่อนขั้น
• ต่ำมาก มีกฎระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เข้มงวด
• ดีเยี่ยม ครอบคลุมการรักษาพยาบาลไปถึงพ่อแม่และบุตร มีบำนาญ
ไม่มีรูปแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ หากคุณเพิ่งเริ่มทำงาน การเป็นลูกจ้างเพื่อเก็บประสบการณ์และเรียนรู้ระบบงานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อฐานแน่นแล้วค่อยขยับไปสู่อาชีพอิสระ หรือสอบรับราชการตามเป้าหมายชีวิตในระยะยาวบทเรียนการเปลี่ยนสายงานของก้อง: จากพนักงานสู่อาชีพอิสระ
ก้อง กราฟิกดีไซเนอร์วัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว เพราะอยากได้ความอิสระและเบื่อการตอกบัตรเข้างาน 8 โมงเช้า เขาคิดว่าการไม่มีเจ้านายคือสวรรค์ แต่เขากลับพบว่าตัวเองต้องทำงานวันละ 14 ชั่วโมงเพื่อหาลูกค้ามาจ่ายค่าเช่าคอนโด
เดือนแรกเขาพยายามรับงานทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่คัดกรอง ผลที่ตามมาคือทำงานแทบไม่ได้นอน งานออกมาเผา และลูกค้าหลายคนบ่นว่างานล่าช้า ก้องเครียดหนักจนเกือบจะถอดใจกลับไปสมัครงานประจำเพราะทนแรงกดดันเรื่องเงินไม่ไหว
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่ราคาถูกเกินไป และจัดตารางเวลาทำงานของตัวเองให้ชัดเจน (9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ห้ามเกิน) เขาเปลี่ยนโฟกัสมาที่งานออกแบบเว็บไซต์ซึ่งเขาถนัดที่สุดเพียงอย่างเดียว แทนที่จะรับทำกราฟิกทุกชนิด
หลังจากปรับตัวได้ 3 เดือน รายได้ของเขาเสถียรขึ้นประมาณ 40% และมีเวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ก้องเรียนรู้ว่าอาชีพอิสระไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีระเบียบ แต่มันคือการที่คุณต้องเป็นเจ้านายที่เข้มงวดของตัวเองต่างหาก
ข้อมูลเพิ่มเติม
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าอาชีพที่ทำอยู่จัดอยู่ในกลุ่มใด?
ลองพิจารณาจากแหล่งที่มาของรายได้ครับ ถ้ารับเงินเดือนประจำจากบริษัท คุณคืออาชีพรับจ้าง ถ้าหาเงินจากลูกค้าโดยตรง คุณคืออาชีพอิสระ ส่วนการจัดกลุ่มเนื้อหางาน ให้ดูว่าทักษะหลักที่คุณใช้คืออะไร เช่น ใช้คอมพิวเตอร์เขียนโค้ด (อุตสาหกรรม/บริการ) หรือใช้มือประดิษฐ์ของ (หัตถกรรม)
ควรเลือกอาชีพอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?
เริ่มต้นจากการประเมิน 'ความเสี่ยงที่คุณรับได้' ควบคู่กับ 'สิ่งที่คุณถนัด' อย่าเพิ่งมองแค่รายได้ ให้ถามตัวเองว่าทนรับความกดดันแบบไหนได้ดีกว่ากัน ระหว่างกฎระเบียบขององค์กร (ลูกจ้าง) หรือความไม่แน่นอนของรายได้ (อาชีพอิสระ)
สามารถทำงานหลายประเภทพร้อมกันได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ ปัจจุบันคนนิยมทำควบคู่กัน (Hybrid) เช่น เป็นพนักงานประจำในวันธรรมดา (เพื่อความมั่นคง) และรับงานฟรีแลนซ์ในวันหยุด (เพื่อเพิ่มรายได้และทำสิ่งที่ชอบ) วิธีนี้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีมาก
เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ
รูปแบบการจ้างงานกำหนดไลฟ์สไตล์อาชีพมี 3 ประเภทหลักตามการจ้างงาน (อิสระ, รับจ้าง, ราชการ) การเลือกผิดประเภทจะทำให้คุณเครียดแม้งานนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณรักก็ตาม
ตั้งแต่เกษตรกรรมไปจนถึงศิลปสร้างสรรค์ การรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหนช่วยให้หาแหล่งเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่อยอดได้ตรงจุด
ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียวความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตจะเปลี่ยนไป วันนี้คุณอาจเหมาะกับพนักงานประจำ แต่อีก 5 ปีข้างหน้าคุณอาจพร้อมที่จะเป็นเจ้าของกิจการ จงยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเสมอ
การอ้างอิงไขว้
- [1] Tradingeconomics - ปัจจุบันมีแรงงานในระบบอาชีพอิสระคิดเป็นร้อยละ 30 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ
- [2] Data - ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นกลุ่มอาชีพที่มีการจ้างงานมากที่สุด โดยครอบคลุมประมาณ 31% ของประชากรวัยทำงาน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต