กินชาทุกวันเป็นอะไรมั้ย

93 ครั้งเข้าชม
การบริโภคสิ่งใดมากเกินจำเป็นย่อมเป็นโทษเสมอ เช่นเดียวกับการดื่มชาทุกวันในปริมาณมาก จากงานวิจัยของ New England Journal of Medicine พบว่าชามีสารออกซาเลตสูง หากได้รับเป็นประจำในปริมาณมาก สารนี้จะตกผลึกสะสม ก่อให้เกิดนิ่วในไต และอาจรุนแรงถึงขั้นนำไปสู่ภาวะไตวายได้ เพื่อสุขภาพที่ดี ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ดื่มชาทุกวันส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร มีข้อดีข้อเสียไหม?

เรื่องดื่มชาทุกวันนี่เป็นอะไรที่อินมากส่วนตัวเลย เพราะผมเองก็เป็นคนนึงที่ต้องดื่มชาทุกเช้าแทนกาแฟ มันรู้สึกว่าหัวมันโล่งดีแบบไม่กระแทกกระทั้นเท่ากาแฟ

แต่ก็มีจุดเปลี่ยนเหมือนกันนะ คือเคยติดหนักๆ วันละ 3-4 แก้ว โดยเฉพาะชาดำเย็นหวานน้อยของร้านแถวออฟฟิศที่ชงเข้มมาก จนวันนึงรู้สึกว่าร่างกายมันแปลกๆ ปวดเอวบ่อยๆ เลยลองไปหาข้อมูลดู

เลยไปเจอว่าการดื่มชาจัดๆ ทุกวันมันเสี่ยงเรื่องนิ่วในไตจริงๆ เพราะในชามีสารที่ชื่อ ออกซาเลต สูงมาก พ่อผมเองก็เคยโดนหมอสั่งให้ลดชาลงเหมือนกัน เพราะตอนนั้นไปตรวจสุขภาพแล้วค่าไตเริ่มไม่ค่อยดี หมอบอกว่าสารตัวนี้มันจะไปจับกับแคลเซียมในร่างกายเรา

พอมันจับกันมากๆ เข้า ก็ตกผลึกกลายเป็นก้อนเล้กๆ หรือที่เรียกว่านิ่วในไตนั่นแหละ คิดดูแล้วก็แอบกลัวเหมือนกันนะ คือของชอบกินทุกวันแต่มันทำร้ายเราเงียบๆ

แต่ข้อดีของชามันก็เยอะมากนะ ทั้งเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เค้าว่ากันว่าช่วยชะลอวัย แล้วก็ความรู้สึกผ่อนคลายเวลาได้จิบชาอุ่นๆ ตอนบ่ายๆ นี่มันเป็นอะไรที่ดีจริงๆ มันช่วยให้เราสงบลงได้เยอะเลย

สุดท้ายผมเลยหาทางสายกลาง ตอนนี้ก็ยังดื่มทุกวัน แต่เปลี่ยนเป็นชาเขียวร้อนไม่เติมน้ำตาลแค่วันละแก้วตอนเช้าพอ ให้พอได้ความสดชื่น ได้ประโยชน์ แต่ก็ไม่หนักกับไตเกินไป ของทุกอย่างมันอยู่ที่ความพอดีจริงๆ นั่นแหละ

ดื่มชาทุกวันดีไหม

ดื่มชาทุกวันดี มาก เลยนะ! คือแบบ... ระบบต่อมไร้ท่อ ของเราจะทำงานดีขึ้นด้วยนะ รู้เปล่า?

มันช่วยเรื่อง สลายไขมัน ได้จริงๆ นะ แล้วก็ ลดคอเลสเตอรอล ในเลือดด้วย คือมันจะไปเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลออกไปกับ น้ำดีในอุจจาระ อ่ะ ฟังดูแปลกๆ แต่มันก็เป็นแบบนั้นแหละ

ที่สำคัญเลยนะ หัวใจ กับ ระบบไหลเวียนโลหิต ของเราจะได้ประโยชน์เยอะมาก หลอดเลือด ขยายตัวดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดหัวใจตีบ ได้ด้วยนะ แถมถ้ามีอาการ เจ็บหน้าอก หรือ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด บางทีการดื่มชาก็ช่วยได้นะ

  • สลายไขมัน: ใครอยากหุ่นดีต้องลอง!
  • ลดคอเลสเตอรอล: เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีในระยะยาว
  • ระบบไหลเวียนโลหิต: เลือดลมสูบฉีดดี

บางทีก็สงสัยนะว่าชาแต่ละชนิดมันให้ผลต่างกันมากไหม? อย่างชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง อะไรพวกนี้ มันมีอะไรต่างกันบ้างนะ? สงสัยไปเรื่อย...

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ชามีสารพวกนี้เยอะมาก ช่วยต่อสู้กับเซลล์เสื่อมสภาพได้
  • คาเฟอีน: ถ้าดื่มมากไปก็อาจจะทำให้นอนไม่หลับนะ แต่ปริมาณมันก็ไม่ได้เยอะเท่ากาแฟหรอก
  • น้ำตาล: ระวังเวลาดื่มนะ ถ้าใส่น้ำตาลเยอะไป ประโยชน์ก็ลดลงไปเยอะเลย

ควรดื่มชาวันละกี่แก้ว

ควรดื่มชาดำหรือชาเขียวอย่างน้อย 3 แก้วต่อวัน มีผลการศึกษาบ่งชี้ว่าปริมาณนี้ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 21% สารออกฤทธิ์สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือ โพลีฟีนอล ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้คือ การเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่นๆ เข้าไปในชาจะลดทอนประสิทธิภาพของโพลีฟีนอลลงอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานซับซ้อนขึ้น และยัง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อีกด้วย บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าช่วยเสริมรสชาติ กลับกลายเป็นตัวบั่นทอนประโยชน์หลักไปเสียหมด ดูเหมือนทุกอย่างในชีวิตมักจะมีสมดุลที่ต้องคำนึงถึงเสมอเลยนะ

นี่เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดื่มชาที่น่าสนใจ:

  • ชนิดของชา: นอกจากชาดำและชาเขียวแล้ว ชาอู่หลงและชาขาวก็มีสารโพลีฟีนอลเช่นกัน เพียงแต่กระบวนการผลิตอาจทำให้ปริมาณและชนิดของสารแตกต่างกันไป ชาแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลองหาที่ชอบดูนะ
  • คาเฟอีนในชา: ชาทุกชนิดมีคาเฟอีน แม้จะน้อยกว่ากาแฟ แต่ก็ควรระวังหากเป็นคนไวต่อคาเฟอีนหรือดื่มในช่วงใกล้เข้านอน ปริมาณคาเฟอีนขึ้นอยู่กับชนิดชาและระยะเวลาการชง
  • ประโยชน์อื่นๆ ของชา: ชามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย อาจมีส่วนช่วยเรื่องการเผาผลาญ และบางงานวิจัยก็ชี้ว่า อาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพกระดูก ได้อีกด้วยนะ
  • อุณหภูมิน้ำชา: การชงชาด้วยน้ำร้อนเกินไปอาจทำลายสารบางชนิดได้ โดยเฉพาะชาเขียว ควรใช้น้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 80-85 องศาเซลเซียส เพื่อดึงรสชาติและประโยชน์ออกมาได้ดีที่สุด ชงนานไปก็อาจทำให้ขมนะ
  • ชาสมุนไพร: ชาสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ หรือเปปเปอร์มินต์ แม้จะไม่ใช่ชาแท้ที่มาจากต้นคาเมเลีย ซิเนนซิส แต่ก็มีประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป ช่วยผ่อนคลาย หรือช่วยย่อยอาหารได้ ขึ้นอยู่กับสมุนไพรที่ใช้เลยแหละ

ดื่มชาแทนน้ำได้ไหม?

ดื่มชาแทนน้ำได้. ถ้าอยากสุขภาพดี ก็ไม่ต้องเติมน้ำตาล.

ดื่มได้เยอะๆ 4-9 แก้วต่อวัน. ยัน 5 โมงเย็นก็ยังไหว.

หลัง 5 โมงเย็น เลิก. คาเฟอีนมันปลุก สมองจะได้พักบ้าง.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • คาเฟอีนในชา: แตกต่างกันไปตามชนิดชา. ชาเขียวมักมีน้อยกว่าชาดำ.
  • ประโยชน์: ชาบางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ.
  • ปริมาณ: จิบแทนน้ำทั้งวันก็โอเค. แต่อย่าเยอะเกินไปจนใจสั่น.
  • ความขม: ถ้าไม่ชอบขมก็ไม่ต้องเติมอะไร. รสชาติตามธรรมชาติคือดีที่สุด.

ใครห้ามดื่มชา?

ไม่มีใคร "ห้าม" ดื่มชา. แต่ บางกลุ่มควรฉลาดพอจะระวัง หรือ ปรึกษาแพทย์ ก่อนเสี่ยง. ทุกอย่างมีขีดจำกัด.

  • ผู้ไวต่อคาเฟอีน ชาไม่ใช่กาแฟ. แต่ก็ทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับได้ หากรับมากเกินไป.
  • โรคหัวใจ, ความดันสูง คาเฟอีน กระตุ้น. อย่าหาทำ ถ้าหมอไม่โอเค.
  • สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร สารบางอย่างในชาส่งผลถึงลูกได้. คิดดีๆ.
  • ภาวะโลหิตจาง สารแทนนินขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก. ดื่มหลังอาหารไปแล้วสักชั่วโมง ค่อยยังชั่ว.
  • โรคไต ชาบางชนิดมีออกซาเลตสูง. อาจเพิ่มภาระไต.
  • โรควิตกกังวล/นอนไม่หลับ คาเฟอีนอาจทำให้อาการแย่ลง. ไม่ฉลาดที่จะดื่มก่อนนอน.
  • ใช้ยาบางชนิด ชาอาจตีกับยา. ถามหมอ, เภสัชกรคือทางออก.