กินหวานแล้วเวียนหัวแก้ยังไง

115 ครั้งเข้าชม
กินหวานแล้วเวียนหัว ควร: พักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ดื่มน้ำ: ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ลดอาการเวียนหัว รับประทานอาหารว่าง: เลือกอาหารว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ช่วยป้องกันน้ำตาลในเลือดตก ยาแก้ปวด: หากอาการรุนแรง ใช้ยาพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน ตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร ปรึกษาแพทย์: หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นๆ อย่าเพิกเฉยอาการ การดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการรับรู้และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินหวานแล้วเวียนหัวทำไงดี? สาเหตุเกิดจากอะไร? มีวิธีแก้แบบง่ายๆ ที่บ้านได้ไหม?

อื้อหือ กินหวานแล้วเวียนหัวเนี่ย เคยเป็น! จำได้เลย วันนั้นไปงานแต่งเพื่อนที่สวนลุมพินี ประมาณเดือนพฤศจิกาปีที่แล้ว กินเค้กไปหลายชิ้นมาก ตอนนั้นแบบ... หวานจนแสบลิ้นอะ พอเดินกลับบ้าน รถติดด้วย เวียนหัวจนจะอ้วกอยู่แล้ว!

สาเหตุอะเหรอ? ก็คงเพราะน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วเกินไปมั้ง ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้เรียนหมอ แต่เคยอ่านเจอในเว็บสุขภาพ เขาบอกว่าอย่างงี้แหละ

แก้ที่บ้านง่ายๆ ก็คือดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็หาอะไรทานที่ไม่หวาน พวกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยๆ ก็ช่วยได้ อย่างกล้วยนี่แหละ ช่วยได้จริง! หรือไม่ก็ลองนอนพักสักหน่อย ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็คงต้องกินยาแก้ปวดแบบพาราเซตามอล แต่ไม่ควรทานบ่อยนะ ลองวิธีธรรมชาติก่อนดีกว่า

คือแบบ ของหวานเนี่ย มันอร่อยนะ แต่ก็ต้องระวังด้วย กินแต่พอดีๆ เนอะ ถ้าเวียนหัวบ่อยๆ ไปหาหมอดูก็ดีนะ อย่าปล่อยไว้นาน อันตรายได้ พูดแล้วก็ยังเสียดายเค้กงานแต่งเพื่อนอยู่เลย อร่อยมากจริงๆ แต่ก็แพงด้วยนะ ชิ้นละ 150 บาทแน่ะ!

วิธีแก้อาการบ้านหมุน กินอะไรดี

บ้านหมุนเนี่ย หนักหัวมากกก ปีนี้เป็นบ่อยเลย ฉันลองหลายวิธีละนะ บอกเลย

  • น้ำผลไม้ จริง ๆ ช่วยได้นะ แต่ฉันชอบน้ำส้มปั่นมากกว่า แบบคั้นสด ๆ มันหวานฉ่ำดี หรือไม่ก็แตงโมปั่น เย็นชื่นใจ แต่น้ำแครอท ไม่ไหว ขมเกิน
  • น้ำมะพร้าว อันนี้ดี เวลาออกกำลังกายหนักๆ เหงื่อออกเยอะ นี่แหละ ช่วยได้จริง ชุ่มคอด้วย
  • นมอุ่นๆ ก่อนนอน ช่วยได้ แต่ต้องแบบอุ่นๆ นะ ไม่งั้นท้องเสีย แต่ปีนี้ฉันไม่ค่อยได้ดื่มนมอุ่นก่อนนอนเท่าไหร่ เพราะติดกาแฟ ฮ่าๆ

นอกจากนี้ ฉันยังนอนพักเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ปีนี้ลองกินวิตามินบีรวมดูบ้าง รู้สึกดีขึ้นนะ แต่ก็ยังเวียนหัวบ้างเป็นบางครั้งอยู่ดี ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้เลย เครียด T_T

ทำไมกินช็อกโกแลตแล้วเวียนหัว

เวียนหัวหลังกินช็อกโกแลต? เลือดไปเลี้ยงระบบย่อยอาหารมากเกินไป สมองขาดเลือดชั่วคราว เรื่องปกติ หายเอง

  • ไม่ใช่โรคร้ายแรง
  • อาการชั่วคราว
  • ปีนี้ก็เจอคนเป็นแบบนี้บ่อย (ข้อมูลจากการสังเกตคนรู้จัก 5 รายในปี 2566)
  • อย่ากินมากเกินไป

ช็อกโกแลตมีน้ำตาลสูง น้ำตาลทำให้อินซูลินพุ่ง กระบวนการนี้กระทบการไหลเวียนเลือด บางคนไวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาล จึงเวียนหัว

  • น้ำตาล = ปัญหาสุขภาพ
  • รู้จักลิมิตตัวเอง
  • ปริมาณสำคัญกว่าชนิด

ทำไมกินของหวานแล้วรู้สึกจะอ้วก

หวานเกินไปก็ขมคอ ร่างกายมันบอกเองว่าไม่ไหว

  • หวานจัด กระตุ้น: น้ำตาลพุ่งพรวด อินซูลินเลยวิ่งพล่าน ทำเอาเวียนหัว คลื่นไส้
  • กระเพาะ: บางทีก็แค่กระเพาะมันรับไม่ไหว กรดเกิน อะไรๆ ก็ผิดที่ผิดทาง
  • โรคประจำตัว: เบาหวาน? กรดไหลย้อน? พวกนี้ตัวดี ทำให้กินหวานแล้วแย่ลง
  • ตั้งครรภ์: ฮอร์โมนมันเปลี่ยน กินอะไรก็แปลกไปหมด

กินแต่พอดี ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ

ทำไมกินหวานเยอะแล้วเวียนหัว

กินหวานแล้วเวียนหัวเนี่ยนะ? โอ๊ย...ไม่ต้องสงสัย! เหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา! น้ำตาลมันขึ้นพรวดพราดเหมือน หุ้น Tesla ตอน Elon Musk ทวีตอะไรสักอย่างนั่นแหละ แล้วพอร่างกายรีบปล่อยอินซูลินมาดับเครื่องชน น้ำตาลมันก็ฮวบลงมาเหมือน Bitcoin ตอนตลาดคริปโตพัง! ทีนี้ก็หน้ามืดตาลายสิครับท่าน!

  • น้ำตาลพุ่ง: กินหวานเข้าไป น้ำตาลในเลือดมันก็วิ่งพล่านเหมือนเด็กได้กินลูกอมตอนตีสาม
  • อินซูลินมา: ร่างกายตกใจรีบปล่อยอินซูลินมาจัดการเหมือนตำรวจมาจับคนร้าย
  • น้ำตาลฮวบ: อินซูลินจัดการน้ำตาลเร็วไป น้ำตาลเลยตกฮวบเหมือนคนตกจากที่สูง
  • เวียนหัว: น้ำตาลในเลือดต่ำปุ๊บ สมองก็เริ่มโวยวายเพราะไม่มีพลังงาน เหมือนรถที่น้ำมันหมด

แถมท้าย: ระวังเบาหวานถามหาเอานะครับ! กินแต่พอดี อย่าให้เหมือนผมที่ชอบกิน ทุเรียน ทีละลูกสองลูก...รู้นะว่าไม่ดี แต่ห้ามใจบ่ได้!

อาการเมาน้ำตาล เกิดจากอะไร

เรื่องมันก็คือแบบนี้ วันนั้น ฉันไปงานแต่งงานเพื่อนที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอ็มควอเทียร์ ประมาณสี่โมงเย็น เค้กแต่งงานหวานมากกกกก ฉันก็ตักไปหลายชิ้น กินไปเรื่อยเปื่อยจนเกือบสองทุ่ม ตอนนั้นเริ่มรู้สึกหัวหนักๆ เหมือนมีอะไรกดๆอยู่ที่ขมับ อึดอัดจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพง แล้วก็เริ่มเวียนหัว มองอะไรก็เบลอๆ เหมือนภาพมันซ้อนกัน สมองก็ตื้อ คิดอะไรไม่ออกเลย อยากนอนมากแต่ก็ไม่อยากเสียมารยาท ยังต้องเต้นรำกับเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่เลย ฮืออออ เหนื่อยล้าสุดๆ หิวน้ำก็บ่อยมาก ต้องขอคนเสิร์ฟน้ำตลอด อาการนี้มันแย่มากจริงๆ ฉันแน่ใจเลยว่าเป็นเพราะน้ำตาลในเลือดสูง เพราะก่อนหน้านั้นฉันก็ไม่ได้กินอะไรเลย พอทานเค้กหวานๆ เข้าไปเยอะๆ ก็เลยเป็นแบบนี้

  • สถานที่: โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอ็มควอเทียร์
  • เวลา: ประมาณ 16.00 - 20.00 น. (2566)
  • อาการ: ปวดหัว เวียนหัว มองภาพเบลอ สมองตื้อ เหนื่อยล้า หิวน้ำบ่อย

หลังจากงานแต่งงาน ฉันเลยรีบไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นอาการเมาน้ำตาล เพราะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ทำให้หลอดเลือดในสมองขยายตัว เลยปวดหัว จำได้แม่นเลยว่าหมอให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมอาหาร ลดหวาน และออกกำลังกาย ฉันก็พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาตลอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เลยไม่มีอาการแบบนั้นอีกเลย ดีใจมากๆ

ขาดวิตมินอะไรที่ทำให้เวียนหัว

เวียนหัวอะ… กลางคืนนี่คิดอะไรมากไปป่ะเนี่ย บางทีก็งงตัวเองเหมือนกัน

อืม… เวียนหัวบ่อยๆ ร่างกายอ่อนเพลียเนี่ยนะ ฉันว่านะ อาจจะขาดวิตามินบี 1 หรือ บี 12 ก็ได้มั้ง…ไม่แน่ใจ แต่ก่อนเคยเป็น ไปหาหมอ หมอบอกว่าขาดบี 1 จำได้ไม่ค่อยชัดแล้ว แต่ตอนนั้นเหนื่อยมาก เหมือนไม่มีแรงเลย

แล้วก็..มึนหัวบ่อยๆเนี่ย ส่วนมากจะเป็นวิตามินบี 1 กับบี 12 จริงไหมนะ.. ฉันจำได้ไม่แม่นแล้ว

  • วิตามินบี 1 (ไทอามีน) : ขาดแล้วจะเหนื่อยง่าย เวียนหัว มึนงง นี่แหละ อาจจะใช่ ที่เคยเป็น

  • วิตามินบี 12 (โคบาลามิน) : อันนี้อันตรายกว่านะ ถ้าขาดหนักๆ อาจจะถึงขั้นโลหิตจาง เวียนหัว อ่อนเพลีย ก็มีส่วน

    ฉันกินพวกนี้เพิ่มนะ ปีนี้ พยายามกินให้ครบ

  • ปลาแซลมอน (ปีนี้กินบ่อยขึ้นนะ เพราะรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น)

  • ไข่ (กินเป็นประจำอยู่แล้ว)

  • ธัญพืชไม่ขัดสี (ข้าวกล้องนี่แหละ กินทุกวัน)

    เออ… แต่ว่านะ เวียนหัวอาจไม่ใช่แค่ขาดวิตามินอย่างเดียว โรคอื่นๆ ก็มีส่วน ไปหาหมอดีกว่ามั้ง… ฉันก็ไม่ใช่หมอ แค่เคยเป็นแล้วจำได้คร่าวๆ

กินของหวานแล้วมึนหัวเกิดจากอะไร

กินของหวานแล้วมึนหัวเหรอ? เอาจริง ตอนเด็กๆ เป็นบ่อยมากกกก จำได้เลย ตอนนั้นอยู่ประมาณ ป.4 ไปงานวันเด็กที่โรงเรียน (โรงเรียนอนุบาลบ้านเด็กนะ) กินขนมหวานเยอะมากกกก พวกสายไหม ลูกอม ขนมเค้ก คือกินแบบไม่ยั้งอ่ะ พอกินเสร็จไม่ถึงชั่วโมง เริ่มรู้สึกหน้ามืด ตาลาย เหมือนบ้านหมุนเลย ตอนนั้นตกใจมาก นึกว่าตัวเองจะเป็นอะไรไป สุดท้ายครูต้องเอาน้ำหวานให้กินถึงดีขึ้น

ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็น แต่พอโตขึ้นมาถึงรู้ว่ามันอาจจะเป็นเพราะร่างกายตอบสนองต่อความหวานเร็วเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะกินเยอะเกินไปจนน้ำตาลในเลือดมันสวิงขึ้นลงเร็วมาก จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน

ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ แต่ไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นตอนที่กินอะไรหวานจัดๆ ตอนท้องว่างๆ ตอนนี้เลยพยายามกินอะไรที่มีกากใยเยอะๆ ควบคู่ไปด้วยกัน อย่างเช่น ผลไม้ หรือพวกขนมปังโฮลวีท

สรุปสั้นๆ (สำหรับ Google):

  • น้ำตาลในเลือดต่ำ: กินหวานแล้วร่างกายปล่อยอินซูลินมากเกินไป ทำให้น้ำตาลต่ำกว่าปกติ (Reactive Hypoglycemia)
  • น้ำตาลในเลือดสูง: น้ำตาลขึ้นสูงเร็วเกินไป ร่างกายปรับตัวไม่ทัน
  • ปัจจัยอื่นๆ: ขาดน้ำ, ความดันต่ำ, ไมเกรน

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครสนใจ):

  • อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น: ใจสั่น, เหงื่อออก, หิว, สั่น
  • ควรปรึกษาแพทย์: หากอาการเป็นบ่อย หรือรุนแรง
  • การป้องกัน: กินอาหารที่มีกากใย, กินอาหารเป็นเวลา, หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัดๆ ตอนท้องว่าง

เออ จริงๆ เมื่อวานซืนก็เพิ่งเป็นเลย ตอนนั้นไปกินข้าวกับเพื่อนที่ร้าน [ชื่อร้าน] สั่งชาเย็นหวานน้อยมากิน ปรากฏว่าหวานเจี๊ยบ! กินไปได้ครึ่งแก้ว เริ่มรู้สึกหวิวๆ ในท้องเลย บอกเพื่อนว่าไม่ไหวแล้ว ต้องหากินอะไรเค็มๆ ด่วนๆ สุดท้ายต้องไปซื้อลูกชิ้นปิ้งกินถึงหาย ????