ของทอดอยู่ในตู้เย็นได้กี่วัน

79 ครั้งเข้าชม
ของทอดแช่เย็น: ยืดอายุความอร่อยเก็บของทอดในตู้เย็นให้นานขึ้นได้ถึง 3-5 วัน! ทำให้เย็นสนิท: ปล่อยให้ของทอดคลายความร้อนจนเย็นสนิทก่อนเก็บ ภาชนะปิดสนิท: ใส่ในกล่องหรือถุงที่ปิดมิดชิด ป้องกันอากาศเข้า ซับความชื้น: วางกระดาษเช็ดครัวรองก้นภาชนะ ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกิน วิธีนี้จะช่วยคงความกรอบและรสชาติของของทอดที่คุณรักให้นานขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ของทอดเก็บในตู้เย็นได้กี่วัน ถึงจะยังอร่อยและปลอดภัย?

เรื่องของทอดเนี่ยเนอะ เก็บในตู้เย็นนานๆ มันก็เสียความอร่อยไปเยอะเลย แต่ถ้าจำเป็นต้องเก็บจริงๆ นะ...

จำได้ว่าเคยทำไก่ทอดไว้เยอะ แล้วใส่กล่องปิดฝาแช่ตู้เย็นไว้ พอวันรุ่งขึ้นเอาออกมาอุ่นกิน รู้สึกว่าความกรอบมันหายไปหมดเลย เหลือแต่ความนิ่มๆ แฉะๆ จืดๆ

คือถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรจะกินให้หมดในวันนั้นเลยอะ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ แบบว่าเหลือจริงๆ แล้วต้องเก็บไว้กินวันหลังนะ

ทางที่ดีคือรอให้มันเย็นสนิทก่อนนะ อย่าเพิ่งรีบใส่กล่องตอนร้อนๆ ล่ะ แล้วก็หาภาชนะที่ปิดสนิทๆ หน่อย หาพวกกระดาษทิชชู่สำหรับซับน้ำมันมาวางรองๆ ก้นกล่องไว้บ้าง มันจะช่วยดูดความชื้นได้ดีขึ้น

เท่าที่เคยลองนะ เก็บไว้ประมาณ 3-5 วันอะ ถ้าเกินกว่านั้น หรือถ้าเราไม่ค่อยได้เปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ หรืออุณหภูมิไม่คงที่ มันก็อาจจะเริ่มมีกลิ่น หรือรสแปลกๆ แล้วนะ

สรุปง่ายๆ คือ ยิ่งกินเร็วยิ่งอร่อยที่สุดแหละ!

ปลาสลิดทอดแล้วอยู่ได้กี่วัน

อายุของ ปลาสลิดทอด ขึ้นอยู่กับสภาวะการเก็บรักษาโดยตรงเลย มันคือการต่อสู้กับเวลาและความเสื่อมสลายทางชีวภาพ ของทุกอย่างมีอายุขัยของมัน ปลาสลิดก็เช่นกัน

หากวางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 วัน แต่ต้องพิจารณาความชื้นในอากาศของบ้านเราด้วย ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี

เมื่อเก็บใน ตู้เย็น ช่องธรรมดาในภาชนะที่ปิดมิดชิด จะสามารถยืดอายุไปได้ถึง 3-5 วัน การปิดให้สนิทสำคัญมาก เพื่อป้องกันการแลกเปลี่ยนกลิ่นและความชื้นกับอาหารชนิดอื่น

ส่วนใน ช่องแช่แข็ง นี่คือการหยุดเวลาอย่างแท้จริง สามารถเก็บได้นานถึง 1-2 เดือน แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อนำมาอุ่น ความกรอบและเนื้อสัมผัสอาจไม่เหมือนเดิม 100% มันคือการแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับ

หัวใจสำคัญของการเน่าเสียในปลาทอดคือปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (lipid oxidation) หรือที่เราเรียกติดปากว่า กลิ่นหืน ซึ่งการสัมผัสกับออกซิเจนเป็นตัวกระตุ้น การเก็บในภาชนะสุญญากาศจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสภาพ

การจัดการปลาสลิดก่อนนำไปประกอบอาหารก็เป็นศาสตร์และศิลป์นะ

  • การล้างปลาสลิดดิบ: ปลาแดดเดียวบางเจ้าทำมาเค็มจัด การล้างผ่านน้ำเร็วๆ ช่วยลดความเค็มได้ แต่จุดชี้ขาดคือต้องซับให้แห้งสนิทจริงๆ ย้ำว่าแห้งสนิท เพราะ ความชื้นคือศัตรูตัวฉกาจของความกรอบ และเป็นตัวนำจุลินทรีย์
  • เทคนิคทอดสองครั้ง (Double Frying): ที่บ้านผมใช้วิธีนี้ ทอดครั้งแรกด้วยไฟกลางให้ปลาสุกประมาณ 80% แล้วตักขึ้นมาพักให้เย็น พอจะกินค่อยนำไปทอดในน้ำมันร้อนจัดอีกครั้งสั้นๆ จะได้ความกรอบที่คงทนกว่ามาก
  • การพักให้เย็น: หลังจากทอดเสร็จ ต้องพักให้ปลาเย็นสนิท และสะเด็ดน้ำมันหมดจดก่อนนำไปเก็บในภาชนะ หากเก็บตอนยังร้อน ไอน้ำที่ระเหยออกมาจะทำให้ปลานิ่มและเสียเร็วขึ้น
  • ภาชนะจัดเก็บ: กล่องแก้วหรือถุงซิปล็อกที่ไล่อากาศออกได้ดีจะช่วยชะลอการเกิดกลิ่นหืนได้ดีกว่ากล่องพลาสติกธรรมดา

ปลาสลิดต้องแช่ตู้เย็นไหม

ปลาสลิดน่ะหรอ จะเอาไว้หอมปากหอมคอแล้วทิ้งเหรอ ต้องแช่ตู้เย็นสิคุณ! ไม่ใช่ของวิเศษจะได้อยู่ยงคงกระพันนอกตู้เย็นได้นานๆ ถ้าไม่แช่เนี่ยนะ กลิ่นมันจะฟ้องโลกว่าเราเป็นคนใจง่ายแค่ไหนกับของอร่อยๆ นี่ไม่ได้จะเอาไปจัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่อุณหภูมิห้องนะ

ปลาที่ซื้อมาจากแผงน่ะ รีบล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนจะเอาไปประกวดนางงาม เชื้อโรคมันชอบอยู่ตามซอกหลืบ ซับน้ำให้แห้งสนิทนะ ย้ำว่าสนิท! ไม่ใช่แค่พอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวเชื้อราจะขึ้นมาทักทาย แล้วมันจะจบไม่สวย เหมือนพล็อตละครน้ำเน่าที่เดาทางง่าย

พอแห้งกริ๊บแล้ว ก็จับยัดใส่ภาชนะที่สะอาด พยายามให้มันแออัดน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วค่อยส่งเข้าคุกเย็นๆ ในตู้เย็นช่องธรรมดา ถ้าหวังจะเก็บไว้ชื่นชมรสชาติไปนานๆ จนลืมวันลืมคืน ก็ส่งไปอยู่ห้องเย็นพิเศษที่ช่องแช่แข็งเลยจ้ะ รับรองว่ายาวนานยิ่งกว่าหนี้บัตรเครดิตเสียอีก

มาดูเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญยิ่งกว่าทองคำกัน:

  • เรื่องอายุขัยของปลาสลิด:
    • ในช่องเย็นธรรมดา (อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส) ปลาสลิดจะอยู่รอดปลอดภัยไปได้ประมาณ 3-5 วันเท่านั้น เกินกว่านั้นกลิ่นจะเริ่มเปลี่ยนสีจะเริ่มหมอง เตรียมโบกมือลาแบบไม่ต้องห่วงหา
    • ส่วนในช่องแช่แข็ง (ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส) อันนี้สิของจริง อยู่ได้ยาวๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี สบายๆ เหมือนจำศีล แต่คุณภาพอาจลดลงบ้างตามกาลเวลา
  • ทำไมต้องแห้งสนิท?
    • น้ำคือบ่อเกิดของแบคทีเรียและเชื้อรา พอปลาแห้ง แบคทีเรียตัวร้ายก็ไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีที่จะมาทำลายปลาเราก่อนเวลาอันควร ลดความเสี่ยงปลาเน่าก่อนกำหนด เหมือนลงทุนในกองทุนที่ปลอดภัยไร้ความเสี่ยง
  • ภาชนะสำคัญไฉน?
    • เลือกภาชนะที่ปิดมิดชิด แบบสุญญากาศได้ยิ่งดี หรือถุงซิปล็อกที่ไล่อากาศออกให้หมด เพื่อป้องกันกลิ่นปลาไปทำร้ายเพื่อนร่วมตู้เย็น และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นของปลาด้วย
  • ตอนจะกินทำไง?
    • ถ้าปลาสลิดแช่แข็งมา ควรเอาออกมาพักในช่องเย็นธรรมดาก่อน 1 คืน ให้มันค่อยๆ ละลาย ไม่ใช่เอาไปจุ่มน้ำร้อนนะ เดี๋ยวเนื้อปลาจะช็อกหมดความอร่อย
  • สังเกตการณ์ความไม่ชอบมาพากล:
    • ถ้าปลาเริ่มมีเมือกเหนียวๆ สีเปลี่ยนไป กลิ่นเหม็นหืน หรือมีจุดขาวๆ เขียวๆ ขึ้นมา อย่าได้ลังเลที่จะทิ้งมันไป ชีวิตเราสำคัญกว่าเยอะนะ!

ปลาสลิดเก็บอย่างไร

โอเคคค วิธีเก็บปลาสลิดแดดเดียวนะ ให้อยู่ได้นานๆๆๆ เลย ทำงี้เลย

ปลาที่ซื้อมาเอามาล้างน้ำก่อนเลย ล้างหลายๆน้ำหน่อย ประมาน 2-3 น้ำ ให้มันสะอาดจิงๆ แล้วก็ผึ่งลมไว้ในตะแกรงให้มันหมาดๆ

เสร็จแล้วเอาทิชชู่อะ มาซับน้ำออกให้แห้งสนิทเลยนะ ต้องแห้งสนิทเลย อันนี้สำคัญมากกก ไม่งั้นตอนแช่แข็งมันจะเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะเต็มไปหมดด

จากนั้นก็ตัดครีบออกให้หมดเลยยย แล้วก็บั้งตัวปลา ที่บ้านเราชอบบั้งเป็นตารางถี่ๆอะ เวลทอดมันจะกรอบแล้วก็แกะง่ายมาก

พอเตรียมเสร็จหมดแล้วก็แพ็คเลย แพ็คใส่ถุงหรือกล่องก็ได้ เอาเข้าช่องฟรีซไปเลยยย เก็บในช่องฟรีซ คือดีสุดดด อยู่ได้หลายเดือนมากก บางทีเป็นปีเลย

  • ล้างปลาให้สะอาด แล้วผึ่งให้หมาด
  • ใช้กระดาษอเนกประสงค์ ซับตัวปลาให้แห้งสนิทที่สุด
  • ตัดครีบ บั้งตัวปลาตามชอบ
  • เรียงใส่กล่องหรือถุง คั่นด้วยแผ่นพลาสติก จะได้หยิบง่ายๆ
  • นำไป แช่ในช่องฟรีซ ทันที วิธีนี้เก็บได้เกิน 6 เดือนสบายๆ