ตอนกลางคืน กินผลไม้อะไรได้บ้าง

45 ครั้งเข้าชม
กินผลไม้ตอนกลางคืน เลือกอะไรดี?หากรู้สึกหิวตอนดึก สามารถกินผลไม้สดเป็นของว่างได้ แต่ควรจำกัดปริมาณ เพื่อควบคุมแคลอรีและน้ำตาล ผลไม้ที่แนะนำ: แอปเปิล, ส้ม, แตงโม, องุ่น ปริมาณที่เหมาะสม: 1 จานเล็ก หรือประมาณ 1 ผล ข้อควรระวัง: การกินผลไม้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้เช่นกัน ดังนั้น ควรกินแค่พอหายอยากเท่านั้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินผลไม้อะไรตอนกลางคืนดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้อ้วน?

หิวตอนดึกๆ นี่เรื่องปกติของผมเลย. ถ้าจะให้เลือกผลไม้ซักอย่างนะ ผมกินแต่แอปเปิลเขียวหรือไม่ก็ฝรั่ง. ฝรั่งนี่คือที่สุดแล้ว ซื้อจากรถเข็นแถวออฟฟิศที่อโศก ถุงละ 20 บาท ได้มาเยอะๆ แช่ตู้เย็นไว้. มันกรอบ ไม่หวานจัด กินแล้วรู้สึกสดชื่นดี ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรมากมาย.

แต่ถ้าเป็นพวกทุเรียน มะม่วงสุกนี่คือลืมไปได้เลย. เคยพลาดกินทุเรียนหมอนทองไปตอนเกือบเที่ยงคืนตอนไปเที่ยวระยองเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว คือนอนไม่หลับเลย มันร้อนวูบวาบในท้องไปหมด. ตื่นมาตัวบวมๆ อีกต่างหาก. น้ำตาลมันสูงเกินไปจริงๆ สำหรับตอนกลางคืน.

เรื่องอ้วนไม่อ้วน มันอยู่ที่ปริมาณล้วนๆ. สำหรับผมนะ แอปเปิลครึ่งลูกก็พอแล้ว หรือฝรั่งซัก 4-5 ชิ้น. มากกว่านั้นมันจะจุกๆ แล้วเช้ามาจะรู้สึกไม่สบายตัว. เหมือนร่างกายมันไม่ได้พักผ่อนเต็มที่เพราะต้องมาย่อยของหวานๆ ที่เรากินเข้าไป.

กินองุ่นตอนดึกได้ไหม

องุ่นตอนดึก? ห่า! ไม่ควรแดก กรดมันเยอะ กัดกระเพาะ พาลนอนไม่หลับ ใยอาหารอีก อิ่มฉิบหาย นอนไม่ได้

  • กรดสูง:ส้ม, มะนาว, มะเขือเทศ นี่ก็ตัวดี. ถ้าไม่อยากเจอ กรดไหลย้อน หรือแสบไส้จนนอนไม่หลับ ห่า! ก็เลิกกินตอนดึกไปซะ
  • ใยอาหารเยอะ: กีวี แอปเปิ้ล ฝรั่ง. พวกนี้น่ะ มันทำให้อิ่มจน ท้องอืด ขับถ่ายวนไป พักผ่อนไม่ได้
  • น้ำตาลสูง: องุ่นนี่แหละ ตัวปัญหา น้ำตาลมันเยอะ กระตุ้นสมอง ให้ตื่นตัว อยากนอน? คงยาก
  • ทางออก? อยากกินผลไม้จริงๆ? ลอง กล้วยหอม หรือ เชอร์รี่ พวกนั้นมีสารช่วยให้ หลับง่ายขึ้น
  • เวลาที่เหมาะ:เช้าถึงบ่าย กินไปเถอะ ไม่เรื่องมาก ดึกๆ น่ะ ปล่อยมันไป

องุ่นห้ามกินตอนไหน?

องุ่น...ใต้แสงดาวนั่นน่ะเหรอ ไม่ใช่เวลาของมันเลย ยามค่ำคืน เมื่อร่างกายอยากจะพักผ่อน อย่ากินองุ่นตอนกลางคืน กระเพาะจะวุ่นวาย ไม่ยอมหลับยอมนอนไปกับเรา

รสเปรี้ยวแหลมของมัน... ของผลไม้พวกส้ม มะนาว เหมือนกันเลย มันปลุกทุกอย่างให้ตื่น กรดในตัวมันทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนในความเงียบสงัดของห้องนอน

แล้วก็พวกที่มีกากใยเยอะๆ แอปเปิ้ล ฝรั่ง... เหมือนเราสั่งให้ร่างกายทำงานหนักตอนที่มันควรจะได้พักผ่อน ท้องจะอืด แน่น... แล้วจะข่มตาหลับลงได้ยังไงกัน

เก็บความสดชื่นของมันไว้สำหรับตอนเช้าสิ ตอนที่แสงแดดสาดส่อง ตอนที่ร่างกายต้องการพลังงาน นั่นแหละ คือเวลาของผลไม้ เวลากินองุ่น... ไม่ใช่ตอนกลางคืนนน

  • กรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) ในองุ่น เป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรานอนลงในท่าราบ กรดจะย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ง่าย ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก
  • น้ำตาลฟรุกโตสที่สูง ในผลไม้จะเข้าไปรบกวนการทำงานของร่างกายในยามพักผ่อน มันทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นชั่วขณะ ซึ่งขัดขวางการผลิตเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยให้เราหลับ
  • ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน (GERD) ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีกรดสูงทุกชนิดในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบในตอนกลางคืน
  • การย่อยกากใย ในขณะที่เราหลับเป็นไปได้ช้ากว่าตอนกลางวัน ทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ง่าย ส่งผลให้ท้องอืด รู้สึกไม่สบายตัวจนนอนไม่หลับ

กล้วยช่วยให้นอนหลับไหม?

กล้วยช่วยเรื่องนอนหลับนะ ทำให้ง่วงเร็วขึ้น ด้วย

ตอนที่สมองผ่อนคลายมากๆ ก็นอนหลับง่ายขึ้นไง

ถ้าวันไหนเพลียๆ สมองตึงๆ เนี่ย หลังกินข้าว หรือก่อนจะนอน ลองกินกล้วยสักลูกสองลูกทุกคืนเลยนะ มันจะรู้สึกสบายๆ แล้วก็หลับลึกขึ้นด้วย

  • ช่วยให้ผ่อนคลาย: สารบางอย่างในกล้วยเนี่ยมันทำให้รู้สึกง่วงๆ ได้
  • แก้ความเหนื่อยล้า: กินแล้วมันเหมือนช่วยเติมพลังให้สมองได้พัก
  • กินก่อนนอน: เป็นตัวเลือกที่ดีเลยถ้าอยากนอนไวๆ

สารอาหารในกล้วยที่ช่วยเรื่องการนอน:

  • แมกนีเซียม: ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • ทริปโตเฟน: เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นเซโรโทนินและเมลาโทนิน ซึ่งฮอร์โมนพวกนี้ช่วยควบคุมวงจรการนอนหลับ

กินตอนไหนดี?

  • หลังอาหารเย็น: กินเป็นของหวาน หรือกินสักชั่วโมงก่อนนอน
  • ก่อนนอน: ถ้าหิวเล็กน้อย หรือรู้สึกว่าคืนนี้จะนอนไม่หลับ

คำเตือน: ของแบบนี้มันแล้วแต่คนด้วยนะ บางคนอาจจะรู้สึกต่างกันไป แต่อย่างน้อยๆ กล้วยก็เป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพมากๆ อยู่แล้ว!

กินองุ่นน้ำตาลเยอะไหม?

องุ่นนี่หวานจริงนะ ถ้าเป็นคนเป็นเบาหวานต้องเพลาๆ มือหน่อย กรมอนามัยเขาว่ามาแบบนั้นเลย เพราะในองุ่นมีน้ำตาลธรรมชาติที่ค่อนข้างสูง กินเข้าไปเยอะๆ ระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะพุ่งปรี๊ดได้

เขาแนะนำให้กินองุ่นแค่ประมาณ 15-20 ผลต่อครั้ง หรือราวๆ ครึ่งถ้วยตวง ก็กำลังดีนะ เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากไปจนกระทบระดับน้ำตาลในเลือดไง

  • น้ำตาลธรรมชาติสูง: องุ่นมีฟรุกโตสเยอะ เป็นน้ำตาลที่พบตามธรรมชาติในผลไม้
  • ปริมาณที่แนะนำ: ไม่เกิน 15-20 ผลต่อครั้ง หรือครึ่งถ้วยตวง
  • ผลกระทบต่อเบาหวาน: การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

จริงๆ แล้ว การดูแลเรื่องอาหารการกินสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ มันไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยงของหวานชัดๆ แต่มันรวมถึงผลไม้หลายชนิดด้วยที่ต้องระวังปริมาณ เหมือนเป็นศิลปะของการบาลานซ์ความอร่อยกับสุขภาพเลยนะ.

เพิ่มเติม:

  • Glycemic Index (GI): องุ่นมีค่า GI ปานกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับชนิดขององุ่น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นได้เร็วกว่าผลไม้บางชนิด
  • การปรับเปลี่ยน: หากอยากทานองุ่น ควรแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ หรือทานคู่กับโปรตีนและไขมันดี เช่น ถั่ว เพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อปรับแผนการบริโภคให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล