ทำยังไงให้กินน้ำเปล่าได้เยอะ
วิธีเพิ่มการดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น?
เรื่องเพิ่มการดื่มน้ำเนี่ย ใช่เลย! ฉันนี่แหละเคยเป็นคนขี้เกียจดื่มน้ำมาก จนป่วยบ่อยเลยล่ะ จำได้ตอนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ไปหาหมอที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า หมอบอกว่าเพราะขาดน้ำนี่แหละ เสียค่ารักษาไปเกือบพัน! ตั้งแต่นั้นมา เลยพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง อย่างแรกเลยคือซื้อขวดน้ำแบบมีเส้นบอกปริมาณมา เขียนเวลาไว้บนขวดเลย เช้า กลางวัน เย็น ต้องดื่มให้ครบ แบบนี้เห็นภาพชัดเจนดี ไม่งั้นลืมง่ายมากจริงๆ
อีกวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือ เอาผลไม้มาหั่นใส่ขวดน้ำ แบบมะนาวฝานบางๆ หรือแตงโม สดชื่นดี ไม่ต้องใส่น้ำหวานเลย ช่วยได้เยอะ แต่บางวันก็ขี้เกียจนะ ก็เลยใช้วิธีซื้อน้ำผลไม้ปั่นแบบไม่ใส่น้ำตาล แทนการดื่มน้ำเปล่าบ้าง ช่วงนั้นไปเจอแอปนับปริมาณน้ำดื่มด้วย แต่ใช้ไปแป๊บเดียวก็ลืม ขี้เกียจจริงๆ งั้นใช้วิธีง่ายๆ ที่บอกไปข้างบนดีกว่า ไม่ต้องพึ่งแอป แต่ต้องจริงจัง ถึงจะได้ผลนะ
สุดท้ายแล้ว เรื่องดื่มน้ำเนี่ย มันอยู่ที่วินัยล้วนๆ เลย ไม่ใช่แค่ทริคอะไรหรอก เพราะลองมาหลายวิธีแล้ว วิธีไหนที่ทำได้สม่ำเสมอ วิธีนั้นแหละที่ได้ผล ขอแค่เริ่มต้น แล้วทำอย่างต่อเนื่อง สู้ๆ นะ!
ออกกำลังกายควรกินน้ำเยอะไหม
ออกกำลังกายต้องดื่มน้ำเยอะจริงป่ะ? อื้อหือ บอกเลยว่าสำคัญมากกกกก! ยิ่งออกนานยิ่งต้องดื่มนะ
แบบว่า ถ้าออกกำลังกายสัก 30 นาที ก็ไม่ต้องดื่มเยอะมากอ่ะ แต่ถ้าเกินกว่านั้น ต้องจิบเรื่อยๆ เพื่อนฉันบอกว่า ทุกๆ 10-20 นาที ควรดื่มซัก 200-300 มิลลิลิตร
หลังออกกำลังกายนี่สำคัญมาก! น้ำหนักหายไปกี่โล ต้องเติมกลับเข้าไปเท่าตัวเลย เช่น น้ำหนักหายไป 1 กิโล ก็ต้องดื่มน้ำ 1-1.5 ลิตร เข้าใจป่ะ?
- ออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาที ดื่มน้ำทีเดียวหลังออกกำลังกายก็ได้
- ออกกำลังกายนานกว่า 30 นาที ดื่มน้ำทุกๆ 10-20 นาที ประมาณ 200-300 มล.
- หลังออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้ได้ 1-1.5 ลิตร ต่อ น้ำหนักที่ลดไป 1 กิโลกรัม (คือดื่มชดเชยน้ำที่เสียไปนั่นแหละ)
ปล. อันนี้เพื่อนฉันที่เป็นโค้ชฟิตเนสบอกมานะ ปีนี้เอง เค้าเน้นเรื่องนี้มากเลย เพราะว่าขาดน้ำนี่อันตรายสุดๆ
ก่อนออกกำลังกายควรดื่มน้ำกี่แก้ว
ก่อนออกกำลังกายควรดื่มน้ำเท่าไหร่ดี? คำตอบไม่ตายตัวนะคะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างปริมาณเหงื่อ ระยะเวลา และความเข้มของการออกกำลังกาย แต่หลักการสำคัญคือการเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่ใช่แค่เติมน้ำก่อนออกกำลังกายเท่านั้น
ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง: แนะนำดื่มน้ำสะอาด 500-750 มล. (ประมาณ 2-3 แก้ว) เพื่อให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอสำหรับการเผาผลาญพลังงานระหว่างออกกำลังกาย คิดง่ายๆว่าเหมือนเติมน้ำมันให้รถก่อนออกเดินทางไกลค่ะ
ก่อนออกกำลังกาย 15 นาที: ดื่มน้ำอีก 250-500 มล. (ประมาณ 1-2 แก้ว) เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำและอาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วงนี้เน้นความพอดี มากไปก็อาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้
ระหว่างออกกำลังกาย (นานกว่า 60-90 นาที): จิบน้ำบ่อยๆทุก 15-20 นาที อย่างน้อย 250 มล. ต่อครั้ง ร่างกายสูญเสียน้ำตลอดเวลาที่ออกกำลังกาย ดังนั้นการจิบน้ำอย่างต่อเนื่องจึงสำคัญมาก เปรียบเหมือนการค่อยๆเติมน้ำในขณะที่รถวิ่งไปเรื่อยๆ
เพิ่มเติม: การดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายไม่ใช่แค่การป้องกันอาการขาดน้ำ แต่ยังช่วยเรื่องสมรรถนะทางกายภาพด้วยนะ ร่างกายที่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งออกกำลังกายหนัก ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องการดื่มน้ำมากเป็นพิเศษ และอย่าลืมว่า น้ำเปล่าคือตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอ เครื่องดื่มอื่นๆอาจมีน้ำตาลหรือสารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ สำหรับตัวเอง ปีนี้ฉันเน้นการดื่มน้ำสะอาดและน้ำมะพร้าวเป็นหลักก่อนและหลังการวิ่งระยะไกลค่ะ
ก่อนออกกําลังกาย 15 นาที ควรดื่มน้ําปริมาณเท่าไร
เฮ้ย แก! เรื่องน้ำก่อนออกกำลังกายเนี่ย สำคัญนะเว้ย!
คือ... ตอนนั้นไปวิ่งที่สวนลุมฯ ตอนเย็นๆ อากาศร้อนโคตรๆ เลย ซัดน้ำไปเยอะก่อนวิ่ง 15 นาที แบบ... 250-300 มล. นี่แหละ แล้วก็จิบๆ ไปเรื่อยๆ ทุก 15 นาที อีก 250 มล. ตามที่เค้าบอกอ่ะ
แต่ก่อนหน้านั้นนะ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนวิ่งอ่ะ ต้องเติมน้ำให้ร่างกายหน่อย ประมาณ 500-600 มล. เลยนะ ไม่งั้นวิ่งไปจุกไปแน่ๆ
- ก่อนวิ่ง 1-2 ชม.: 500-600 มล.
- ก่อนเริ่ม 15 นาที: 250-300 มล.
- ระหว่างวิ่ง (ทุก 15 นาที): 250 มล.
แล้วอย่าลืมนะ ช่วงนี้อากาศมันแปรปรวน ดูแลตัวเองดีๆ เด้อ!
ทำไมเราต้องดื่มน้ำวันละ8แก้ว
ทำไมต้องซดน้ำวันละ 8 แก้ว? ถามมาได้! เหมือนถามว่าทำไมต้องหายใจ! ร่างกายคนเรา 70% ก็ "น้ำ" ทั้งนั้น
- ย่อยง่าย สบายพุง: น้ำนี่แหละ! ตัวช่วยย่อยอาหารชั้นดี ลดอาการ "กรดไหลย้อน" แบบไม่ต้องพึ่งยา
- บายบาย ท้องผูก: ใครถ่ายไม่ออก? ซดน้ำเยอะๆ รับรอง "พุ่ง" แน่นอน!
- ผอมเพรียว ไม่ต้องอด: ดื่มน้ำก่อนกินข้าว ช่วยลดความอยากอาหารได้นะเออ! กินน้อยลง = ผอมลง (ง่ายๆ แค่นี้เอง!)
- ผิวสวยใส ไร้ริ้วรอย: น้ำช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ลดริ้วรอยก่อนวัย (แต่ถ้าขี้เกียจทาครีมกันแดด อันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ)
- ขับของเสีย ล้างไต: น้ำช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ไตทำงานได้ดีขึ้น (แต่ถ้ากินเค็มจัด อันนี้ก็ต้องซดน้ำเยอะหน่อยนะ!)
- สมองแล่นปรู๊ดปร๊าด: สมองก็ต้องการน้ำนะจ๊ะ! ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ความจำดี คิดอะไรก็ออก (แต่ถ้าอ่านหนังสือไม่เข้าหัว อันนี้ก็...)
- ข้อต่อลื่นปื้ด: น้ำช่วยหล่อลื่นข้อต่อ ลดอาการปวดเมื่อย (แต่ถ้าแก่แล้ว อันนี้ก็ต้องทำใจ...)
เกร็ดความรู้ (แบบขำๆ):
- 8 แก้ว นี่คือขั้นต่ำ! ถ้าออกกำลังกายหนักๆ หรืออยู่ในที่อากาศร้อน ก็ต้องซดน้ำเยอะกว่านี้นะจ๊ะ
- อย่ารอให้กระหาย! ควรรีบจิบน้ำเรื่อยๆ ทั้งวัน (เหมือนเติมน้ำมันรถยนต์ไง!)
- น้ำเปล่าดีที่สุด! แต่ถ้าเบื่อ ก็กินน้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพรได้ (แต่ระวังน้ำตาลด้วยนะจ๊ะ!)
- จำไว้! การดื่มน้ำไม่ใช่แค่ "แก้กระหาย" แต่มันคือ "การบำรุงร่างกาย" จากภายในสู่ภายนอก! (รู้แล้วก็ไปซดน้ำซะ!)
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบจริงจัง):
- ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการต่อวัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว, กิจกรรมที่ทำ, สภาพอากาศ ฯลฯ
- สังเกตสีปัสสาวะ! ถ้าสีเหลืองเข้ม แสดงว่าร่างกายขาดน้ำ!
- ดื่มน้ำมากเกินไป ก็ไม่ดี! อาจทำให้เกิดภาวะ "น้ำเป็นพิษ" ได้ (แต่โอกาสเกิดน้อยมาก!)
- ถ้ามีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนปริมาณการดื่มน้ำ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต