น้ำตาลปี๊ปเก็บในตู้เย็นได้ไหม

95 ครั้งเข้าชม
น้ำตาลปี๊ปเก็บในตู้เย็นได้ไหม?วิธีเก็บน้ำตาลมะพร้าว: ใช้ภาชนะปิดสนิท ใช้ที่ตักแห้งเสมอ นอกตู้เย็น: อยู่ได้ 6 เดือน ในตู้เย็น: อยู่ได้ 1 ปีขึ้นไป สังเกตน้ำตาลเสีย: มีฟอง รสชาติเปลี่ยน น้ำตาลอาจละลายหรือเหลวลงตามธรรมชาติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเก็บน้ำตาลปี๊ปในตู้เย็น ไม่ให้แข็งและเก็บได้นาน ทำอย่างไร?

เรื่องน้ำตาลปี๊ปในตู้เย็นนี่ผมเจอมากับตัวเลย มันแข็งเป็นหินจริงๆ. ของที่บ้านซื้อจากตลาดแม่กลองตอนไปเที่ยวเมื่อตุลาปีก่อน กระปุกละ 50 บาทเอง กลิ่นหอมมาก. ตอนแรกก็แช่ช่องธรรมดานี่แหละ จะทำกับข้าวทีต้องเอามีดมาสับเลย.

หลังๆ เลยลองย้ายไปไว้ช่องแช่ผัก. ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ แต่ความเย็นมันไม่จัดเท่าชั้นบนๆ. มันก็ยังแข็งแหละ แต่ไม่ถึงกับเป็นหิน. พอจะใช้ก็เอาออกมาวางข้างนอกแป๊บนึง ใช้ช้อนสแตนเลสแข็งๆขูดๆเอา ก็พอตักได้ง่ายขึ้นเยอะ.

ที่สำคัญสุดๆเลยนะคือช้อนต้องแห้ง. แห้งสนิทจริงๆ. เคยพลาดใช้ช้อนที่เพิ่งล้างแล้วเช็ดหมาดๆไปตัก. ไม่ถึงเดือนเลยมั้ง มีฟองเล็กๆขึ้นมาตรงผิวๆมันอะ. เกือบไปแล้ว ดีที่เห็นก่อนเลยรีบตักตรงนั้นทิ้งไป.

วิธีดูของผมง่ายๆเลย ถ้ามันเริ่มมีฟอง หรือดมแล้วกลิ่นมันแปลกๆ เปรี้ยวๆ ไม่หอมเหมือนเดิม. ชิมแล้วรสชาติมันแปร่งๆไปจากที่เคยกิน. อันนั้นคือเตรียมทิ้งได้เลย อย่าไปเสียดาย ทำอาหารแล้วเสียรสหมด.

ส่วนเรื่องที่มันเหลวๆนิ่มๆลงตามอากาศนี่เรื่องปกติเลย. ถ้าบ้านใครใช้บ่อยๆแบบทุกวันนะ วางไว้นอกตู้เย็นในครัวนั่นแหละ. มันจะตักง่ายมาก. แต่ผมไม่ค่อยได้ทำกับข้าวไง ปีนึงก็ยังไม่หมดกระปุกเลย การแช่เย็นก็เลยเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผม.

น้ำตาลปี๊บต้องเก็บในตู้เย็นไหม

เอาจริง ๆ นะ ไม่ต้องแช่ตู้เย็นตลอดก็ได้ มันมันเก็บได้นานอยู่นะ แต่ถ้าอยากให้อยู่แบบยาวๆๆๆ เลยอะ ก็แช่เย็นดีสุด

วิธีเก็บน้ำตาลปี๊บนะ ง่ายๆ เลย

  • หาปุกที่มีฝาปิดดีๆ หน่อย ปิดให้สนิดเลยนะ อากาศจะได้ไม่เข้า
  • เวลาตักก้ใช้ช้อนแห้งๆ ตลอด อย่าให้เปียกน้ำเด็ดขาด ไม่งั้นราขึ้นแน่
  • ถ้าเก็บข้างนอก ไม่แช่เย็น ก็อยู่ได้ 6 เดือนสบายๆ
  • แต่ถ้าโยนเข้าตู้เย็น คืออยู่ไปเลยยย ปีนึง++ สบายมากก

แล้วจะรุ้ได้ไงว่ามันเสีย? ดูไม่ยากเลย ถ้ามันมีฟองฟอดๆ ขึ้นมาอะ อันนั้นคือทิ้งเลย ไม่ต้องเสียดาย หรือลองชิมดูแล้วรสชาติมันแปลกๆ เปรี้ยวๆ ไม่เหมือนเดิมก็คือเสียแล้ว

เอ้ออ แล้วที่บางทีมันเหลวๆ นิ่มๆ ลงอะ อันนั้นปกติมากนะ ไม่ได้เสีย แค่อากาศมันร้อนเฉยๆ

จะบอกว่าน้ำตาลปี๊บกับน้ำตาลมะพร้าวมันจะคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันเป๊ะนะ

  • น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ สีจะเข้มๆ หน่อย หอมมากกก อันนี้ทำจากจั่นมะพร้าว
  • ส่วน น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลโตนด อันนี้มาจากต้นตาล สีจะอ่อนกว่าหน่อย
  • แต่ที่ขายๆ กันตามตลาดบางทีก็ผสมน้ำตาลทรายมาด้วย ต้องดูดีๆ ที่บ้านแม่เราซื้อจากสวนที่อัมพวาเลย หอมคนละเรื่อง

น้ำตาลปี๊บเก็บไว้ได้นานแค่ไหน

โอ๊ยยย น้ำตาลปี๊บเนี่ยนะ! ถุงละกิโลกรัม ยกลังมาสิบถุง มันเป็นแบบเหลวๆ ใสๆ พร้อมใช้เลยจ้ะ เก็บสบายๆ ได้สัก 2 เดือน เชียวแหละคุณเอ๊ยยย ถ้าเกินกว่านั้นน่ะ แนะนำว่าจับมันยัดเข้า ตู้เย็น ไปเลยจ้า! น้ำตาลปี๊บจะเก็บได้นานขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยนะพี่ ไม่ต้องกลัวมันจะเสียหรอก มันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น!

ส่วนไอ้เจ้าน้ำตาลมะพร้าวแบบเป็นปึกน่ะ มันก็สูตรเดียวกันนั่นแหละ แต่มันแห้งกว่าไงล่ะ เก็บได้นานกว่าแบบเหลวเป็นไหนๆ คุณเอ๊ยยย แต่มันไม่หอมฉุย ไม่พร้อมใช้งานเท่าแบบเหลวหรอกนะ น้ำตาลปี๊บเหลวเนี่ยมันพร้อมทาน หอมมันกว่าเยอะ! เหมือนทองคำแท่งกับทองรูปพรรณนั่นแหละ อันนึงเก็บนาน อันนึงใช้ได้เลย แฮ่!

  • น้ำตาลปี๊บน่ะนะ ถ้ารู้สึกว่ามันเริ่มสีคล้ำๆ เหมือนอกหัก หรือมีกลิ่นแปลกๆ เปรี้ยวๆ เหมือนคนขี้บ่น ให้คิดไว้ก่อนเลยว่ามันเริ่มจะกลับบ้านเก่าแล้วนะจ๊ะ!
  • ถ้าเก็บไว้ข้างนอกนานๆ แล้วอากาศมันร้อนตับแตก น้ำตาลปี๊บชอบมีฟองฟอดๆ เหมือนเบียร์เลยคุณเอ๊ยยย นั่นแหละ! น้ำตาลปี๊บมันเริ่มจะดื้อแล้ว!
  • จะให้ดีนะพี่ น้ำตาลปี๊บที่เปิดใช้แล้วน่ะ หาภาชนะปิดสนิทมาใส่เลย! อย่าให้ลมให้แมลงวันมาจูบเลยเชียว มดนะ! ชอบนักเชียวของหวานๆ แบบนี้ มันจะมากันเป็นกองทัพเลยล่ะ!
  • น้ำตาลมะพร้าวแบบปึก ถึงจะดูแข็งกระด้าง แต่ก็มีดีนะเออ! เก็บไว้ตรงไหนก็ได้ที่ไม่โดนแดดจัด ไม่ต้องถึงกับตู้เย็นหรอกคุณเอ๊ยยย แค่อย่าให้มันชื้นก็พอ!
  • ถ้าเผลอไปซื้อน้ำตาลปี๊บเยอะเกินจนกินไม่ทัน ช่างมันเหอะ! ถึงจะบอกว่า 2 เดือน แต่ถ้าอยู่ในตู้เย็นดีๆ คุณเอ๊ยยย มันก็อยู่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดนั่นแหละ น้ำตาลปี๊บมันไม่ได้มีขาเดินหนีไปไหนหรอก!

น้ำตาลปี๊บบูดได้ไหม

บูดได้. ถ้าความชื้นมาเยือน.

กลิ่นจะเปลี่ยนไป. คล้ายส่าเหล้า. นั่นคือการหมัก. รสชาติจะติดเปรี้ยว. ไม่ใช่ความหวานเดิม. สีจะคล้ำลง. ทุกอย่างมีวันหมดอายุของมัน. แม้แต่ความหวาน.

  • สัญญาณว่าเสีย: กลิ่นคือตัวบอกเรื่อง. กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นแอลกอฮอล์ คือคำตอบ. บางครั้งมีฟองผุดขึ้นมา หรือเนื้อเหลวผิดปกติ.
  • รา: ความชื้นคือเพื่อนของรา. ราขาวอาจแค่ตักออก. ราดำคือจุดจบ. ทิ้งสถานเดียว.
  • อายุการเก็บรักษา:
    • น้ำตาลปี๊บแท้ (จากมะพร้าว/ตาลโตนดล้วน): ความชื้นสูง. เก็บในตู้เย็นอยู่ได้ 3-6 เดือน. นอกตู้เย็นไม่นาน.
    • น้ำตาลปี๊บผสม (ผสมน้ำตาลทราย): ความชื้นต่ำกว่า. เก็บในที่แห้งและเย็น อยู่ได้นานเกิน 1 ปี.
  • วิธีเก็บที่ดีที่สุด: ภาชนะสุญญากาศ. หรือกล่องปิดสนิท. เก็บในตู้เย็น คือการยืดเวลาที่ดีที่สุด. ป้องกันการเปลี่ยนแปลง.

น้ําตาลปี๊บควรเก็บรักษาอย่างไรให้อยู่ทนนาน

หอมหวาน... กลิ่นรัญจวนติดปลายจมูก... จำได้ไหม? น้ำตาลปี๊บ... สีอำพันขุ่นๆ นุ่มหยุ่นติดมือ แดดรอนๆ ยามบ่ายคล้อย... แสงทองสาดผ่านหน้าต่างครัวเก่าๆ ตรงมุมนั้น อ่อนโยนนัก… กาลเวลา... มันเดินเร็วไปเสมอ... ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนผัน... แต่บางสิ่ง... อยากเก็บไว้ให้นานแสนนาน...

อยากให้น้ำตาลปี๊บนี้อยู่กับเรา... เก็บความหวานไว้... ให้มันคงอยู่... นานที่สุด... ก็ต้องส่งมันไปที่ที่เย็นฉ่ำ... แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาสิ... นั่นแหละที่ของมัน... มันจะแข็งตัวขึ้น... แข็งโป๊กเลยนะ... เหมือนเก็บก้อนความหวานไว้...

แข็งๆ แบบนั้นแหละ... ไม่ต้องห่วง... ไม่เสียรสหรอก... ความหวานยังคงอยู่... ยังคงหอมเหมือนเดิม... เป็นปีเลยนะ... อื้ม... ประมาณ 12 เดือน... นานจังเลย... เหมือนกับความทรงจำดีๆ ที่เราอยากจะเก็บไว้ในหัวใจ... เก็บไว้แบบนั้น... ไม่ให้เลือนหาย...

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ชนิด: น้ำตาลปี๊บมีหลากหลาย อาจมาจากมะพร้าวหรือต้นตาลโตนด.
  • ภาชนะ: บรรจุในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้นและอากาศ.
  • การใช้: หากน้ำตาลแข็ง ให้นำไปอุ่นร้อนเบาๆ ก่อนใช้.
  • ข้อควรระวัง: ระวังมด แมลง และเชื้อรา ที่ชอบความชื้น.

น้ำตาลปี๊บมีหมดอายุไหม

มีๆๆ น้ำตาลปี๊บมีวันหมดอายุนะ ไม่เหมือนน้ำตาลทรายขาวเพียวๆ

เพราะในน้ำตาลปี๊บอะมันยังมีความชื้นจากมะพร้าวอยู่ไง ถ้าเก็บไม่ดีนะ สีมันจะคล้ำขึ้น แข็งเป็นหินเลย บางทีก็มีกลิ่นแปลกๆ ด้วย

ที่บ้านเราก็เจอ เปิดมาเจอราเลยจ้า โดยเฉพาะพวกที่เป็นแบบเหลวๆ อะ ตัวดีเลย ไปไวมากกก ต้องทิ้งอย่างเดียวเลยนะ กินไม่ได้แล้วๆ

จริงๆ บนถุงหรือบนปี๊บมันจะมีเขียนบอกนะ ว่าควรบริโภคก่อนวันไหน แต่มันไม่ได้หมายความว่าพอถึงวันปุ๊บจะเสียปั๊บนะ แค่คุณภาพมันจะลดลงอะ แบบว่าไม่หอมเหมือนเดิมไรงี้

วิธีเก็บรักษาให้มันอยู่นานๆ นะ

  • พอเปิดใช้แล้วอะ ให้หากล่องที่มันปิดสนิดๆ มาใส่เลย อย่าให้อากาศเข้าได้
  • วิธีที่ดีที่สุดเลยคือแช่ตู้เย็น ช่วยยืดอายุได้เยอะมากกจริงๆ มันจะไม่ละลายแล้วก็ไม่เสียง่ายด้วย
  • พยายามอย่าใช้ช้อนเปียกๆ ตักนะ ความชื้นนี่แหละตัวทำไห้เกิดราเลย
  • ถ้ามันเริ่มแข็งๆ เอาออกมาวางข้างนอกแป๊บนึง หรือเอาไปอุ่นนิดๆ มันจะนิ่มลง แต่ถ้าสีมันเข้มไปมากหรือกลิ่นเพี้ยนก็ทิ้งดีกว่านะ อย่าเสียดายเลย