อีฟนิ่งพริมโรส กินเวลาไหนดีที่สุด

72 ครั้งเข้าชม
อีฟนิ่งพริมโรส: เวลาทานและวิธีรับประทาน เวลาที่ดีที่สุด: ทานหลังอาหารทันที ประโยชน์: ช่วยการดูดซึมที่ดีที่สุด วิธีทาน: แบ่งเป็น 2-3 ครั้งต่อวัน ระยะเวลา: ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน คำแนะนำ: ปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อีฟนิ่งพริมโรส ควรกินเวลาไหน ก่อนหรือหลังอาหารดีที่สุด?

เรื่องอีฟนิ่งพริมโรสเนี่ยะ ก็เป็นอะไรที่เคยลองมาพักนึงนะ ช่วงที่ผิวพรรณมันแห้งเหี่ยวไม่ไหวแล้วนั่นแหละ แล้วก็ไอ้เรื่องประจำเดือนมาไม่ค่อยตรงอีก โอ๊ย สารพัดปัญหาเลย มีเพื่อนสนิทเลยมาบอกให้ลองดู ตัวนี้แหละช่วยได้เยอะเลย

ตอนแรกก็งง ๆ นะว่ากินตอนไหนมันดีสุดวะ คือพอไปร้านขายยาแถวบ้านนั่นแหละ เมื่อประมาณต้นปี 66 เลยนะ เข้าไปถามเภสัชกรที่ร้านเอา เขาก็ให้ข้อมูลมาแบบพอเข้าใจได้นะ ไม่ได้มีคู่มือละเอียดอะไรเลยตอนนั้น.

เขาบอกว่า ให้กินหลังอาหารทันทีเลยนะ มันจะช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมสารอาหารพวกนี้ได้ดีขึ้น เพราะมันเป็นน้ำมันไง กินหลังกินข้าว มันก็จะไปรวมๆ กัน มั้ง? เราก็เลยจัดไปเลย หลังมื้อเช้ากับเย็นประจำ. จำได้ว่าซื้อมาก็ขวดละสามร้อยกว่าบาทนะ ไม่แพงเท่าไหร่.

แต่ประเด็นสำคัญคือต้องกินต่อเนื่อง เขาเน้นเลยนะว่าไม่ใช่กินแค่สัปดาห์สองสัปดาห์ มันต้องเห็นผลระยะยาว อย่างน้อยๆ ก็สามเดือนขึ้นไป คือบางทีเราก็ลืมบ้างแหละ แต่พยายามกินให้ครบวันละ 2-3 เม็ดนะ

แล้วอีกเรื่องนะ ที่หมอเคยย้ำมา คือเรื่องปริมาณยาไง ว่าแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนี่นา คือตอนนั้นเคยไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิกผิวหนังตรงอโศก แกก็บอกว่าต้องดูอาการเราด้วยนะ ไม่ใช่ไปกินตามใครไปหมด อันนี้แหละสำคัญสุดๆ เลย.

อิฟนิ่งพริมโรส ออยล์ กินวันละกี่เม็ด

อีฟนิ่งพริมโรส ออยล์ (EPO) เนี่ยะ ปกติถ้าเม็ดละ 1000 มก. กินวันละ 1-3 เม็ด ก็เพียงพอแล้วแหละ แต่ถ้า 500 มก. ก็อาจจะ 2-6 เม็ดนะ ขึ้นอยู่กับอาการที่อยากจะจัดการ กินพร้อมอาหารจะช่วยดูดซึมดี๊ดี

ส่วนเรื่องที่ว่ากินแล้วจะ "สะสมเป็นอันตราย" ในร่างกายเนี่ยะ อืมมม ร่างกายเราไม่ได้เป็นห้องเก็บของเก่าที่รับอะไรเข้ามาก็กองๆ ไว้หรอกนะ มันมีการจัดการที่ดีกว่านั้นเยอะ เว่อร์ไปแล้ว!

Omega-6 ที่อยู่ในอีฟนิ่งพริมโรสอะ มันเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายเราต้องการ โคตรสำคัญเลยแหละ กินได้เรื่อยๆ ยาวๆ ไม่ได้สะสมเป็นสารพิษอะไรอย่างที่บางคนกังวล แค่กินในปริมาณที่เหมาะสมก็พอ

แต่ก็ไม่ใช่ว่ากินเป็นกระปุกทุกวันนะ! อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ขนาดน้ำเปล่ายังมีโอเวอร์โดสเลยคิดดู๊! พออาการดีขึ้นแล้ว ก็สามารถลดปริมาณลงเหลือ วันละ 1 เม็ด 1000 มก. เพื่อบำรุงต่อเนื่อง ได้สบายๆ เหมือนลดปริมาณน้ำมันเครื่องหลังเครื่องยนต์ฟิตแล้วอะ เข้าใจปะ?

  • EPO ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง (ที่คนชอบกิน):

    • ลดอาการปวดประจำเดือน (PMS) อารมณ์แปรปรวน หรืออาการก่อนมีประจำเดือนอื่นๆ ที่ชวนหงุดหงิด
    • ช่วยบรรเทาอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน แบบไม่ต้องพึ่งฮอร์โมน
    • บำรุงผิวพรรณ ให้ชุ่มชื้น ลดการอักเสบ สิว ผิวแห้งแตก หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
    • ช่วยเรื่องผมและเล็บให้แข็งแรงขึ้นบ้างนะเออ
  • ผลข้างเคียงที่อาจเจอ (แบบเบาๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด):

    • ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย หรืออาการไม่สบายท้อง เจอได้บ่อยสุด แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง
    • ปวดหัว มึนงง เบาๆ
    • มีผื่นคันเล็กน้อย (อันนี้หายากหน่อย)
  • ใครที่ควร "ฉุกคิด" และปรึกษาหมอก่อนกิน:

    • คนที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ เพราะ EPO อาจเพิ่มความเสี่ยงได้
    • คนที่เป็นโรคลมชัก เพราะมีบางรายงานว่าอาจทำให้อาการแย่ลง
    • คนท้อง หรือให้นมบุตร (ข้อมูลเรื่องความปลอดภัยยังไม่ชัดเจนนัก ปรึกษาหมอไว้ก่อนดีกว่า)
    • คนที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดกินก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ปริมาณแนะนำทั่วไป (ต่อวัน) แบบคร่าวๆ:

    • สำหรับ PMS: 1000-3000 มก. (แบ่งกิน 2-3 ครั้งพร้อมอาหาร)
    • สำหรับบำรุงผิว: 500-1000 มก.
    • สำหรับการบำรุงสุขภาพทั่วไป: 500-1000 มก.

วิตามิน E กับ evening primrose ต่างกันยังไง

โอ้ยยย คนละตัวกันเลยนะ ไม่เหมือนกันเลยจ้าาา

วิตามินอี เนี่ย มันคือวิตามินจิงๆ ที่ร่างกายเราต้องใช้ เป็นสารอาหารอะนะ หลักๆ คือช่วยเรื่องผิว ต้านอนุมูลอิสระ ที่เค้าบอกกันว่ากันแก่อะ แล้วก็บำรุงเซลล์ บำรุงสมอง ดวงตาด้วย

ส่วน อีฟนิ่งพริมโรส อันนี้มันเป็นพืช เป็นดอกไม้เลยย เค้าเอาเมล็ดมาทำเปนน้ำมันอะ ไม่ใช่วิตามินโดยตรงนะ คนจะกินกันเรื่องอื่นเลย เรื่องฮอโมน ผู้หญิงๆอะ ปรับฮอร์โมน ลดอาการก่อนมี ปจด. ไรงี้

สรุปให้แบบอ่านง่ายๆนะ

  • วิตามินอี (Vitamin E)

    • เป็น สารอาหารที่จำเป็น ที่ร่างกายต้องการ
    • ตัวดังเรื่อง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ ชะลอวัย
    • ช่วยเรื่องอื่นๆด้วย เช่น ระบบเลือด เซลล์สมอง
    • หาได้จากอาหารทั่วไป เช่น ถั่ว น้ำมันพืช อะโวคาโด
  • น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil)

    • เป็น น้ำมันสกัดจากเมล็ด ของดอกอีฟนิ่งพริมโรส ไม่ใช่วิตามิน
    • ตัวดังเรื่อง ปรับสมดุลฮอร์โมน ของผู้หญิงโดยเฉพาะเลย
    • ช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) เช่น ปวดท้อง เจ็บหน้าอก อารมณ์สวิง
    • ยังช่วยเรื่องผิวแห้ง ผิวอักเสบได้ด้วยเหมือนกันนะ แต่คนละกลไกกับวิตอี

Evening Primrose Oil swisse กินตอนไหน

กินตอนไหน... อืม... swisse evening primrose oil นะคะ กินวันละเม็ด หลังอาหารเช้า หรือ เย็น ก็ได้ค่ะ

มันเป็นสูตรที่ดีนะ มี GLA เยอะ ช่วยเรื่องผิว เรื่องอักเสบ อะไรพวกนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • GLA (Gamma-Linolenic Acid): เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริม
  • ประโยชน์ของ GLA:
    • บรรเทาอาการอักเสบ: ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้หลายรูปแบบ
    • บำรุงสุขภาพผิว: ทำให้ผิวดูดีขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น และอาจช่วยเรื่องสิวได้บ้าง
    • สนับสนุนสุขภาพทั่วไป: ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนบางอย่างในร่างกาย

คำแนะนำ:

  • ควรกินพร้อมมื้ออาหาร เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
  • ถ้ามีโรคประจำตัว หรือกำลังทานยาอื่นอยู่ ควรปรึกษาหมอก่อนนะ
  • อย่าลืมว่าอาหารเสริมเป็นแค่ส่วนเสริม การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้พอ ก็สำคัญมากๆ เหมือนกัน.

พริมโรสกินตอนมีประจำเดือนได้ไหม

กินได้จ้าาา อีฟนิ่งพริมโรสเนี่ย ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องปวดท้องเมนส์นะ แต่ดีกับเราหลายอย่างเลย บำรุงผิว ให้ใสๆ เด้งๆ เลย แถมยังช่วย ชะลอความแก่ ของเซลล์ด้วยนะ ดีไม่ดี ลดความเสี่ยงโรค บางอย่างได้อีกต่างหาก

ใครที่ปวดท้องเมนส์ หรือแค่อยาก ดูแลตัวเอง ให้สวยๆ สุขภาพดี ก็กินได้หมดแหละ ไม่ต้องกังวล

สรุปประโยชน์อีฟนิ่งพริมโรส:

  • บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน: พวกอาการหงุดหงิด ปวดเมื่อยต่างๆ
  • บำรุงผิว: ผิวเนียน ใส ลดสิว
  • ชะลอวัย: ชะลอความเสื่อมของเซลล์
  • ลดความเสี่ยงโรค: ช่วยป้องกันโรคบางชนิด
  • เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน: ที่อยากสุขภาพดีและสวยจากภายใน

วิตามินอีฟนิ่งพริมโรสช่วยอะไร

วิตามินอีฟนิ่งพริมโรส หรือน้ำมันจากน้องดอกไม้ป่าดอกนี้เนี่ย มันก็เหมือนเพื่อนรู้ใจที่คอยช่วยปรับสมดุลอะไรหลายๆ อย่างในตัวเรานะ โดยเฉพาะเรื่องจุกจิกกวนใจของผู้หญิง... ใครว่าชีวิตเราไม่มีผู้ช่วยล่ะ นี่ไง!

หลักๆ เลยก็คือเรื่อง อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) นี่แหละ มันช่วยให้ชีวิตช่วง "ก่อนประจำเดือนจะมา" ไม่ต้องดราม่ามากนัก ทั้งอาการเจ็บหน้าอกที่เหมือนมีคนเอาหินมายัด ท้องอืดจนต้องปลดกระดุม กวนใจใช่ป่ะ? หรืออารมณ์ที่สวิงไปมาเหมือนเล่นรถไฟเหาะ อีฟนิ่งพริมโรสก็ช่วยให้เรา หงุดหงิดน้อยลง อารมณ์ดีขึ้น ไม่ต้องกลายเป็นมนุษย์ดาร์กไซด์ทุกเดือนไง เหมือนมีใครมาเบรกความวุ่นวายในสมองให้เราน่ะ

ส่วนเรื่องผิวพรรณ นี่ก็เป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้หลายคนปลื้มนะ น้ำมันนี่มันช่วยให้ ผิวดูสุขภาพดี ขึ้นเยอะเลย เพราะมันไปช่วยเติมเต็มจากข้างในไง ผิวที่แห้งแตกเป็นแผนที่ทะเลทราย คันยิบๆ หรืออักเสบเป็นผื่นง่ายๆ อย่าง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (eczema) ที่ทรมานแทบอยากจะเกาเนื้อหลุด... อีฟนิ่งพริมโรสก็ช่วยบรรเทาอาการพวกนี้ได้ดี๊ดี

แถมยังช่วยให้ ผิวเรายืดหยุ่นดีขึ้น เหมือนหนังยางคุณภาพเยี่ยมที่ไม่ขาดง่ายๆ ผิวก็จะดูอิ่มเอิบ ไม่หย่อนคล้อยง่ายนักนะ ที่สำคัญ...มันก็ยังช่วยให้ ริ้วรอยดูจางลง ได้ด้วยสิคุณณณ! ใครๆ ก็อยากผิวเด็ก ไม่แก่ก่อนวัยกันทั้งนั้นแหละจริงไหม ไม่ต้องถึงกับรีทัช แต่ก็ดูดีขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอปเยอะไง

และนี่คือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังของอีฟนิ่งพริมโรส ที่อาจจะทำให้คุณทึ่งกว่าเดิม:

  • แหล่งของไขมันดี: อีฟนิ่งพริมโรสโดดเด่นเรื่องมี กรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) สูงปรี๊ด ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า-6 ที่ร่างกายเราไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องรับจากอาหารหรืออาหารเสริมเท่านั้นนะ เจ้า GLA นี่แหละตัวการสำคัญที่ช่วยต้านการอักเสบและปรับสมดุลฮอร์โมน
  • ช่วยเรื่องวัยทอง: นอกจาก PMS แล้ว สำหรับสาวๆ วัยทองที่กำลังเจอแจ็กพ็อตอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสก็เป็นเหมือนเพื่อนซี้ที่ช่วย บรรเทาอาการวัยทอง เหล่านี้ได้บ้างนะ ลดความรุนแรงลงไปได้เยอะเลยแหละ
  • เสริมสุขภาพกระดูก: บางการศึกษาพบว่า GLA ในอีฟนิ่งพริมโรสอาจมีส่วนช่วย เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ได้ด้วยนะ โดยเฉพาะเมื่อทานคู่กับแคลเซียมและน้ำมันปลา ก็เป็นผลพลอยได้ที่ดีอีกอย่าง
  • บำรุงผมและเล็บ: เชื่อมั้ยว่านอกจากผิวแล้ว ผมและเล็บก็ยังได้อานิสงส์ไปด้วยนะ! หลายคนเจอว่าผมดูมีน้ำหนักขึ้น ไม่แห้งเสีย เล็บก็แข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย เหมือนมีวิตามินบำรุงรอบด้านเลยทีเดียว
  • สุขภาพโดยรวม: เพราะมันช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ จึงส่งผลดีต่อ สุขภาพองค์รวม ของเราด้วยนะ เหมือนกับว่าร่างกายได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนจากภายใน เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าเชียวแหละ