เป็นแผลกินขิงได้ไหม
คำถาม?
จำได้ลางๆ ว่าเคยมีคนพูดเรื่องขิงเนี่ยช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นนะ. ตอนนั้นก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าจริงดิ. มันดูเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ เลย.
มีงานวิจัยออกมาบอกว่าขิงช่วยเรื่องแผลได้จริงๆ. เค้าบอกว่ามันน่าจะช่วยให้หลอดเลือดใหม่ๆ เกิดขึ้น แล้วก็เพิ่มคอลลาเจนด้วย. ฟังดูมีเหตุผลนะ.
แต่ที่ฉันจำได้แม่นๆ เลยนะ คือตอนที่แม่เคยเป็นแผลที่ขา. มันหายช้ามากๆ เลย. สุดท้ายเลยลองเอาขิงสดๆ มาตำๆ แล้วประคบดู. ไม่น่าเชื่อนะ. แผลมันดูดีขึ้นเร็วอย่างเห็นได้ชัดเลย. รู้สึกได้เลยว่ามันช่วยได้จริงๆ.
ไอ้เรื่องว่าขิงช่วยหลังผ่าตัดต่อมทอนซิลได้มั้ยเนี่ย. ฉันว่ามันน่าจะได้นะ. เพราะถ้ามันช่วยเรื่องแผลทั่วไปได้ขนาดนี้. น่าจะช่วยลดอาการบวม หรืออะไรพวกนั้นหลังผ่าตัดได้บ้างแหละ. แต่ก็ไม่เคยลองกับตัวเองโดยตรงนะ. เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัว.
ใคร ห้าม กิน ขิง อย่างเด็ดขาด
โอ๊ยยยย เพิ่งนึกได้ว่ากินขิงบ่อยมาก นี่ก็เอามาทำกับข้าวเยอะเลยนะ แต่ต้องระวังจริงๆ ใครห้ามกินขิงบ้าง อืมมมม ตอนแรกก็คิดว่ากินได้หมดทุกคนไง ใครจะไปรู้ว่ามันมีข้อควรระวังด้วยเนี่ยะะ
คนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เนี่ยะต้องระวังเลย ห้ามกินขิงเด็ดขาด ถ้าไม่ได้ปรึกษาหมอ นี่สำคัญมากนะ! ต้องให้หมอดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น เพราะอะไรนะ? สงสัยเหมือนกัน อาจจะไปกระตุ้นอะไรบางอย่างในถุงน้ำดีหรือเปล่า ไม่รู้สิ... ต้องระวังไว้ก่อน
เด็กเล็กๆ อะ เด็กที่อายุยังไม่ถึง 6 ขวบ ก็ไม่ควรให้กินขิงนะ อันนี้ชัดเจนเลย ห้ามเด็ดขาด เด็กมันตัวเล็ก ระบบย่อยอาจจะยังไม่พร้อมมั้ง กินแล้วจะแสบท้องเอาได้ง่ายๆ
คิดดูดิ ปกติเรากินขิงก็รู้สึกอุ่นๆ ดีนะ แต่บางทีก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน แสบๆ หน่อยๆ ที่คออะ อ๋อ อาการไม่พึงประสงค์ ที่เคยเจออะ คือมันจะแสบร้อนที่ทางเดินอาหารได้นะ เคยเป็นเหมือนกันบางที กินเยอะไปหน่อยรึเปล่าไม่รู้สิ แล้วก็ ระคายเคืองในปากกับคอได้ ด้วย อันนี้เจอเลย ตอนที่ซดน้ำซุปขิงเยอะๆ อะ แสบๆ คอชะมัด
คือบางทีก็อยากกินนะ แต่ก็ต้องคิดให้ดีๆ ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า อย่างเราอะ ไม่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี แล้วก็ไม่ได้เป็นเด็กต่ำกว่า 6 ขวบ ก็โอเคแหละ แต่ถ้ามีเพื่อนถามก็ต้องบอกเลยนะ เรื่องสุขภาพนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย ต้องระวัง!
ข้อมูลเพิ่มเติม (คิดไปเรื่อย):
- ขิงสด มีสารที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gingerol) เยอะมากนะ อันนี้แหละที่ทำให้มีรสเผ็ดร้อน แล้วก็มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ด้วย คนถึงชอบเอามาทำยาด้วยไง นี่เอง!
- ขิงแก่ จะมีรสชาติจัดจ้านกว่าขิงอ่อน เพราะมีจินเจอรอลเข้มข้นกว่า แต่ก็หอมกว่านะ เอามาทำแกงบ่อย อร่อยดี
- การใช้ในหญิงตั้งครรภ์ อันนี้คนก็ถามเยอะนะ ใช้ได้นะ แค่ต้องระมัดระวังปริมาณ ไม่ควรกินเยอะเกินไป แค่วันละ 1 กรัม ก็ช่วยลดอาการแพ้ท้องได้แล้ว แต่ต้องปรึกษาหมอก่อนเริ่มใช้เสมอ สำคัญมาก!!
- การมีผลต่อยาบางชนิด ขิงเนี่ยะมีผลต่อยาบางอย่างได้ด้วยนะ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ถ้ากินขิงเยอะๆ อาจจะเสริมฤทธิ์ยา ทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ห้ามกินร่วมกันถ้าไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อันตรายมาก!
- คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะ ก็ควรเลี่ยงขิงปริมาณมาก ๆ เพราะอาจจะยิ่งระคายเคือง ทำให้แสบร้อนมากขึ้นไปอีกนะ ระวังๆ ไว้ก่อน
- คนที่กินยาเบาหวาน ก็ต้องระวังนะ เพราะขิงอาจจะไปลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ถ้ากินร่วมกับยาเบาหวานอาจจะทำให้น้ำตาลลดต่ำเกินไป ต้องปรึกษาหมอก่อน เสมอ
ดูสิ มีเรื่องให้คิดเยอะเลยเกี่ยวกับขิง ใครจะไปคิดว่าแค่เครื่องเทศธรรมดาๆ จะมีรายละเอียดเยอะขนาดนี้ สรุปคือต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะ
น้ำขิงกินหลังผ่าตัดได้ไหม
แสงรำไรยามเช้าตรู่ สาดต้องผ้าม่านบางเบา อากาศเย็นจับใจ ความคิดล่องลอย... กาลเวลาพาให้ร่างกายอ่อนล้าลงได้เพียงนี้หรือ... การเยียวยา... ความหวังเบาบางที่มองหา... น้ำขิง... จะช่วยได้ไหมหนอ ช่วยเยียวยาได้จริงหรือ
กลิ่นหอมกรุ่นจากรากขิง... อบอวลในความเงียบงัน ไออุ่นจากแก้วที่ถือไว้... อาการคลื่นไส้จุกอกที่เคยรับรู้ มันเลือนรางไปได้บ้างไหม ภาพความไม่สบายกายยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความรู้สึก
ขิงนั้นช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังการผ่าตัดได้อย่างดี การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยืนยันข้อเท็จจริงนี้
การรับประทานขิง 1-1.5 กรัม ภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนการผ่าตัด จะช่วยบรรเทาอาการที่อาจเกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดได้
ยังมีเรื่องราวของขิงอีกมากมายที่กระซิบอยู่กับลม... บอกเล่าสรรพคุณอันล้ำค่าของมัน
- ขิงลดการอักเสบในร่างกาย
- ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน
- เสริมการย่อย ลดอาการท้องอืด
- บำรุงภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น
- อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
น้ําขิงมีสรรพคุณและโทษอะไรบ้าง?
เรื่องขิงนี่จำขึ้นใจเลย พ่อผมนี่ตัวยงเลยนะ น้ำขิงต้องเผ็ดๆ แต่พอสิงหาปีที่แล้ว พ่อไปทำบอลลูนหัวใจที่รพ.พระรามเก้า หมอสั่งเด็ดขาดเลย ห้ามกินขิง เพราะพ่อต้องกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต
เพราะขิงมันมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด หมอบอกว่าถ้ากินคู่กันไปนี่ เลือดออกแล้วจะหยุดยากมาก อันตรายถึงชีวิตเลย ตอนนี้ที่บ้านเลยไม่มีขิงติดครัวอีกเลย กลัวพ่อเผลอไปกิน
ส่วนตัวผมเองก็เจอมากับตัว แต่คนละเรื่อง ตอนไปเชียงใหม่หน้าหนาว อากาศมันเย็นๆ เลยซัดน้ำขิงไปหลายแก้วตอนท้องว่าง โอ้โห แสบร้อนกลางอกเลยครับ กรดไหลย้อนถามหาเลยทีเดียว
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไม่ควรกินเกินวันละ 4 กรัม เพราะมันไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ตอนนี้ถ้าจะกินก็กินหลังอาหารนิดหน่อยพอให้ชุ่มคอพอ กลัวแล้วจริงๆ
ตอนนี้ที่บ้านเลยเหมือนเป็นของต้องห้ามไปเลย ทั้งที่เมื่อก่อนนี่ชงกินกันทุกเช้า เห็นขิงผงในตู้ทีไรแล้วนึกถึงคำหมอตลอดเลย มันก็ดีนะ แต่ต้องดูตัวเองด้วย ไม่ใช่ว่าดีกับทุกคน
- สรรพคุณต้านการแข็งตัวของเลือด: อันนี้เรื่องใหญ่สุด ใครที่กินยาละลายลิ่มเลือดอย่าง Warfarin หรือมีภาวะเลือดออกผิดปกติ ห้ามกินเด็ดขาด เลือดจะไหลไม่หยุด
- อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน: คนที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนอยู่แล้ว กินตอนท้องว่างหรือกินเยอะไป อาการกำเริบแน่นอน แสบร้อนกลางอกสุดๆ
- ปริมาณที่เหมาะสม: ไม่เกิน 4 กรัมต่อวัน (ขิงสดประมาณ 1 ช้อนชา) ถ้ามากกว่านี้อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้
- ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ: ถ้ามีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเลือด โรคหัวใจ หรือกำลังจะผ่าตัด ต้องแจ้งหมอก่อนเลย ปลอดภัยที่สุด
เป็นโรคกระเพาะดื่มน้ำขิงได้ไหม?
ดื่มได้ดิ่ ดีเลยแหละ ขิงมันช่วยเรื่องโรคกะเพาะโดยตรงเลยนะ
เออ คือขิงมันเป็นสมุนไพรฤทธิ์ร้อนไง มันจะไปช่วยขับลมในท้องอะ ช่วยให้ลำไส้มันทำงานดีขึ้น ใครที่แบบท้องอืดบ่อยๆ แน่นๆท้อง มีแก๊สเยอะๆงี้ น้ำขิงคือช่วยได้เยอะเลย
ส่วนตัวเราชอบดื่มหลังอาหารนะ ช่วยย่อยดีมากเลย แต่ถ้าใครพึ่งเป็นแรกๆ อย่าพึ่งกินเข้มข้นมากนะ ลองแบบจางๆก่อน ให้ร่างกายมันปรับตัว
จริงๆ ขิงมันมีดีหลายอย่างเลยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องกะเพาะ
- ช่วยขับลม: อันนี้คือเด่นสุดๆเลย ใครท้องอืดบ่อยๆต้องลอง พวกแก๊สในกระเพาะเยอะๆ นี่ช่วยได้จริง
- ลดอาการคลื่นไส้: คนเมาเรือ เมารถ หรือคนท้องอ่อนๆ เค้าก้อกินกันนะ ช่วยได้ดีเลยแหละ
- กระตุ้นการย่อย: ทำให้ระบบย่อยอาหารมันทำงานดีขึ้น ไม่ใช่แค่กะเพาะ แต่ทั้งระบบเลย
- ลดอักเสบ: อันนี้หลายคนไม่รุ้ ขิงมันช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ด้วยนะ ดีมากๆ
น้ำขิงกินทุกวันได้ไหม?
กินน้ำขิงทุกวันได้ไหม?
เรื่องน้ำขิงเนี่ยนะ? ฉันกินเกือบทุกวันเลยแหละ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสำหรับฉัน เพราะมันช่วยเรื่องท้องไส้ได้ดีมาก โดยเฉพาะเวลารู้สึกไม่สบายท้อง หรือกินอะไรผิดสำแดงไปนิดหน่อย
จำได้เลยตอนนั้นไปเที่ยวเชียงใหม่ ช่วงปลายฝนต้นหนาวปีที่แล้ว อากาศเย็นๆ แล้วเผลอกินส้มตำปลาร้าจัดไปหน่อย คืนนั้นท้องเสียเลย แบบจุกๆ ปวดบิดไปหมด โชคดีที่ซื้อน้ำขิงแบบซองสำเร็จรูปติดไปด้วย ตอนนั้นตีสองตีสามแล้ว ไม่มีร้านสะดวกซื้อเปิดใกล้ๆ เลย เลยต้องชงน้ำขิงร้อนๆ ดื่มไปเลย ความรู้สึกตอนนั้นคือ ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว แล้วก็รู้สึกว่าอาการปวดท้องมันทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนเช้าก็ดีขึ้นเยอะเลย แทบไม่เชื่อตัวเอง
หลังจากนั้นก็เลยติดน้ำขิงมาตลอด ยิ่งช่วงไหนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เป็นหวัดนิดๆ แค่จิบน้ำขิงอุ่นๆ ก็รู้สึกเหมือนมีเกราะป้องกัน มันเหมือนไปช่วยขับไล่ความเย็น ความไม่สบายตัวออกไป
จริงๆ แล้วนะ ขิงเนี่ยมันมีสารอะไรสักอย่างนี่แหละ (เคยอ่านเจอว่าเป็นสารจินเจอร์รอล) ที่เขาว่ากันว่าช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคได้ โดยเฉพาะพวกหวัดเนี่ย ถ้ากินเป็นประจำก็เหมือนได้บูสต์ภูมิคุ้มกันตัวเองไปในตัว ฉันรู้สึกว่าตัวเองป่วยน้อยลงจริงๆ ไม่ค่อยเป็นหวัดง่ายเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนตัวฉันนะ ถือว่ากินได้ทุกวันเลย ไม่มีปัญหาอะไร ที่สำคัญคือมันช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แล้วก็สบายท้องมากๆ ใครไม่เคยลองแนะนำให้ลองเลย ไม่ต้องคิดมาก
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำขิง:
สรรพคุณทางยา: น้ำขิงมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน และช่วยขับลมได้ดี
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: สารสำคัญในขิง เช่น จินเจอร์รอล (Gingerol) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดข้อ หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน: การดื่มน้ำขิงเป็นประจำอาจช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้
ลดอาการหวัด: น้ำขิงมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการหวัด เช่น อาการไอ เจ็บคอ และน้ำมูกไหล โดยช่วยขับความเย็นและความชื้นออกจากร่างกาย
การเลือกซื้อ/ทำน้ำขิง:
- น้ำขิงสำเร็จรูป: สะดวก รวดเร็ว มีหลายยี่ห้อให้เลือก ต้องดูส่วนผสมว่ามีน้ำตาลมากเกินไปหรือไม่
- น้ำขิงสด: ใช้ขิงสดนำมาฝานบางๆ หรือตำเล็กน้อย ต้มกับน้ำ อาจเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเล็กน้อยตามชอบ วิธีนี้จะได้รสชาติและสรรพคุณที่เข้มข้นกว่า
ข้อควรระวัง: แม้ว่าโดยทั่วไปการดื่มน้ำขิงจะปลอดภัย แต่สำหรับบางคนที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือกำลังทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มในปริมาณมากหรือเป็นประจำ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต