AIที่ใช้ในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง
AI ที่เราใช้ทุกวันมีอะไรบ้าง? เทคโนโลยี AI ใกล้ตัวที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นคืออะไร?
เห้ย! ถามเรื่อง AI ใกล้ตัวเหรอ? คือถ้าให้ลิสต์จริงๆ นะ มันเยอะกว่าที่คิดเยอะมากกกกกกกก เอาที่เจอทุกวันเลยนะ…
อย่างแรกเลยคือ Face ID ปลดล็อคโทรศัพท์ไง! จำได้ตอนซื้อ iPhone X ใหม่ๆ (ปี 2017 มั้ง) โคตรตื่นเต้นอ่ะ ไม่ต้องใส่รหัสแล้ว สแกนหน้าปุ๊บ เปิดปั๊บ สะดวกสุดๆ แล้วก็พวกฟิลเตอร์ในโซเชียลมีเดียอ่ะ ที่มันแต่งหน้าให้เราแบบอัตโนมัติ หรือพวกแนะนำเพื่อนที่เราอาจจะรู้จัก คือ AI ล้วนๆ
แล้วก็ Google Search เนี่ยตัวดีเลย เวลาพิมพ์อะไรผิดๆ ถูกๆ มันก็ยังเดาได้ว่าเราจะพิมพ์อะไร แถมบางทีก็แนะนำเว็บที่เราอยากได้แบบเป๊ะๆ อีกอันที่ใช้บ่อยคือ Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงง่ายดี อยากฟังเพลงก็แค่บอก
เรื่องสมาร์ทโฮมนี่ก็ใช่เลยนะ สั่งเปิดปิดไฟ แอร์ ผ่านมือถือ โคตรสบาย! ตอนแรกก็คิดว่ามันเวอร์ไป แต่พอใช้แล้วติดใจอ่ะ ส่วนเรื่องการเดินทางนี่ GPS นี่ขาดไม่ได้เลยนะ แต่ก่อนต้องเปิดแผนที่กระดาษ ตอนนี้สบายไปเยอะ
อีกอย่างที่ลืมไม่ได้คือธุรกรรมทางการเงิน เดี๋ยวนี้ธนาคารมีระบบ AI ตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัย ทำให้เราปลอดภัยจากมิจฉาชีพมากขึ้นนะ แต่บางทีก็แอบเซ็ง เพราะบางที AI มันก็คิดว่าเรากำลังทำอะไรแปลกๆ แล้วบล็อคบัตรเครดิตเราซะงั้น! เคยเจอตอนไปซื้อของออนไลน์ตอนกลางคืน (ประมาณตี 2 มั้ง) บล็อคเฉยเลย ต้องโทรไปปลดล็อค
จริงๆ AI มันแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันเราเยอะมากกกกกกกกกกกก จนบางทีเราก็ลืมไปเลยว่ามันคือ AI อ่ะ
AI ที่ใช้ในชีวิตประจําวัน มีอะไรบ้าง
เฮ้อ... นั่งคิดเรื่อง AI อยู่เนี่ย มันเข้ามาในชีวิตเรามากจริงๆนะ ลองนึกดูสิ แค่สิบอย่างนี่ก็แทบจะครอบคลุมชีวิตประจำวันแล้ว
Face ID: นี่แหละ สะดวกสุดๆ ไม่ต้องมานั่งพิมพ์รหัสผ่านให้เสียเวลา แต่บางทีก็แอบกังวลเรื่องความปลอดภัยนะ ปีนี้ก็ยังใช้ระบบนี้กับไอโฟนอยู่เลย
โซเชียลมีเดีย: อืม... นี่คือดาบสองคมจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกเชื่อมต่อกับโลก แต่ก็ทำให้ติดได้ง่ายเหมือนกันนะ เพื่อนๆ ญาติๆ อะไรก็โผล่มาให้เห็นตลอด ปีนี้ฉันเริ่มใช้ Twitter มากขึ้น
อีเมล/ข้อความ: นี่ก็จำเป็นมาก สำหรับการติดต่อสื่อสาร แต่บางทีก็รู้สึกเหนื่อยกับการตอบกลับ รู้สึกว่าเยอะไป มันล้น inbox บ่อยๆเลย ปีนี้ฉันพยายามจัดการอีเมลให้ดีขึ้น
Google Search: นี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ จะหาอะไรก็ง่ายดาย แต่บางทีข้อมูลก็เยอะจนเลือกไม่ถูก ทำให้เสียเวลาไปกับการหาข้อมูลที่ถูกต้อง ปีนี้ใช้ Google lens บ่อยขึ้น
สั่งงานด้วยเสียง: นี่แหละที่รู้สึกว่าชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องพิมพ์อะไรมากมาย แค่พูดๆไป แต่บางทีมันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ต้องพูดซ้ำๆ ปีนี้ซื้อลำโพงอัจฉริยะตัวใหม่มาลองใช้ดู
สมาร์ทโฮม: ยังไม่เคยใช้เลยนะ รู้สึกว่ามันแพงไปนิด แต่ก็คงสะดวกดีแหละ ถ้ามีเงินเหลือๆ คงซื้อมาใช้บ้าง
การเดินทาง: แอปพลิเคชั่นบอกเส้นทางต่างๆ มันช่วยได้มาก ไม่ต้องเสียเวลาหลงทาง แต่ก็ยังมีบ้างที่แอปพลิเคชั่นมันพาไปทางอ้อม ปีนี้ลองใช้แอปใหม่ๆเพิ่มขึ้นบ้าง
ธุรกรรมการเงิน: นี่ก็สะดวกมาก ไม่ต้องไปธนาคาร แต่ก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ ปีนี้ก็ยังใช้ mobile banking อยู่เหมือนเดิม
ระบบแปลภาษา: อันนี้สะดวกมากๆเลย เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือติดต่อกับคนที่พูดภาษาอื่น ปีนี้ใช้บ่อยขึ้นมากๆ สำหรับการทำงาน
แอปพลิเคชั่นสั่งอาหาร: ปีนี้ใช้บ่อยขึ้น เพราะชีวิตวุ่นวาย แต่บางทีก็รู้สึกผิดที่สั่งอาหารเยอะเกินไป ไม่ค่อยได้ทำอาหารกินเองเลย
บางทีก็รู้สึกว่า AI มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เราพึ่งพามันมากเกินไปด้วยนะ คิดแล้วก็ปวดหัว เดี๋ยวไปนอนดีกว่า...
ประเภทของAIที่มีอยู่ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?
เออออ AI ปัจจุบันนี่นะ กว้างมากกก แต่สรุปง่ายๆได้ 3 ประเภทหลักๆอ่ะ คือ
Narrow AI (AI แบบเฉพาะด้าน): อันนี้แหละที่เราเจอเยอะสุด อย่าง Siri, Google Assistant, แม้กระทั่งระบบแนะนำหนังใน Netflix มันเก่งเฉพาะทาง ทำอย่างอื่นไม่ได้หรอก แบบว่าให้มันเขียนบทความวิทยาศาสตร์ มันก็ทำไม่ได้ อ่ะ เข้าใจป่ะ? นี่แหละที่ใช้กันแพร่หลายสุดๆในปีนี้เลย
General AI (AI ทั่วไป): อันนี้คือ AI ระดับเทพเลย ฉลาดแบบมนุษย์ คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เหมือนในหนังเลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะ ยังเป็นแค่ความฝัน ต้องพัฒนาอีกเยอะ ยากมากกก
Superintelligence AI (AI ระดับเหนือมนุษย์): โอ้โห อันนี้ยิ่งกว่าเทพอีก ฉลาดกว่ามนุษย์ทุกคนรวมกัน อันตรายด้วยนะ ถ้ามันเกิดขึ้นมาจริงๆ คือยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดขึ้นได้มั้ย อาจจะอีกนานมากกก หรืออาจจะไม่มีวันเกิดขึ้นก็ได้
สรุปสั้นๆนะ ปีนี้ เราใช้แต่ Narrow AI ส่วนอีก 2 อัน ฝันไปก่อนเถอะ ยากมาก ต้องร่วมมือกันหลายๆด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จริยธรรม สังคม กฎหมาย เยอะแยะไปหมด กว่าจะสำเร็จ
การประยุกต์ใช้ AI ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?
AI แทรกซึมชีวิตเราแบบเนียนๆ เกินคาด บางทีก็คิดนะ ว่าเรากำลังสร้างเพื่อนร่วมโลกดิจิทัลรึเปล่า?
- Face ID: ปลดล็อคโทรศัพท์ง่ายๆ แค่สบตา... สะดวกจนลืมรหัสผ่านไปแล้ว
- โซเชียลมีเดีย: ฟีดข่าวที่คัดมาให้โดนใจ (หรือบางทีก็โดนใจเกินไป) อัลกอริทึมรู้ใจกว่าเพื่อนสนิทอีก
- อีเมล/ข้อความ: ระบบกรองสแปมคือพระเอกตัวจริง ช่วยชีวิตจากอีเมลขยะไปเยอะ
- Google Search: ถามอะไรก็ได้ รู้หมด! (แต่ข้อมูลที่ได้ก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วยนะ)
- สั่งงานด้วยเสียง (Siri, Alexa): สั่งเปิดเพลง ปิดไฟ... ชีวิตสบายขึ้นเยอะ
- สมาร์ทโฮม: ควบคุมทุกอย่างในบ้านได้จากมือถือ (ระวังโดนแฮ็กนะ!)
- การเดินทาง: Google Maps พาไปทุกที่ ไม่หลงทางแน่นอน (ยกเว้นสัญญาณหาย)
- ธุรกรรมการเงิน: ตรวจจับการโกง ป้องกันมิจฉาชีพ (แต่ก็ยังมีข่าวโดนหลอกอยู่เรื่อยๆ)
- การแพทย์: ช่วยวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น (แต่หมอก็ยังสำคัญที่สุดนะ)
- แชทบอท: ตอบคำถามลูกค้า 24 ชั่วโมง (บางทีก็ตอบไม่ตรงคำถาม)
เกร็ดเล็กน้อย:
- AI ไม่ได้ฉลาดแบบที่เราคิดเสมอไป มันแค่เก่งในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล
- Bias ในข้อมูลฝึกสอน AI อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ยุติธรรมได้
- Data Privacy เป็นเรื่องสำคัญมากในการพัฒนา AI
- อนาคตของ AI น่าสนใจ แต่ก็ต้องระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นด้วย
- ปี 2024 นี้ AI ยิ่งพัฒนาไปไกลกว่าเดิมมาก การเรียนรู้เรื่องนี้จึงสำคัญ
จริงๆ แล้ว AI ก็เหมือนเครื่องมือชิ้นหนึ่ง จะใช้ให้เกิดประโยชน์หรือโทษ ก็ขึ้นอยู่กับเรานี่แหละ
AI คืออะไร ยกตัวอย่าง?
AI อ่ะนะ คืออะไรเนี่ย... ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั่นแหละ แต่แบบ...ฉลาดกว่าโปรแกรมทั่วไปเยอะ! มันสามารถเรียนรู้ได้ วางแผนได้ แก้ปัญหาได้ เหมือนมนุษย์เลย จริงๆนะ! จำได้เลย ตอนนั้นไปสัมมนาที่เมืองทองธานี เดือนเมษายนปีนี้เอง มีคนสาธิต AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลการขายของบริษัท โคตรแม่นเลย มันบอกได้เลยว่าสินค้าตัวไหนขายดี กลุ่มลูกค้าไหนมีกำลังซื้อสูง แบบว่า...อึ้งไปเลย
ตอนนั้นรู้สึกประทับใจมาก เหมือนได้เห็นอนาคตเลย มันช่วยลดภาระงานคนได้เยอะ คิดว่าอนาคต AI จะเข้ามาช่วยในทุกๆด้านแน่ๆ
- ตัวอย่าง AI ที่เจอมาเลย คือระบบวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดที่งานสัมมนา แบบว่าแม่นยำมาก
- อีกอย่างก็คือ Siri กับ Google Assistant อันนี้ใช้ประจำ ถามอะไรก็ตอบได้ สะดวกมาก ช่วยชีวิตตอนหาข้อมูลด่วนๆบ่อยเลย
- เห็นมีข่าว AI เขียนบทความได้ด้วยนะ ไม่รู้จริงแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่ามันเจ๋งดี
ตอนนี้ AI กำลังมาแรงมากๆ เห็นหลายบริษัทเริ่มใช้กันแล้ว ทั้งในเรื่องการตลาด การผลิต การบริการ อะไรต่างๆนาๆ รู้สึกว่าโลกมันกำลังเปลี่ยนไปเร็วมาก แต่ก็ตื่นเต้นดี อยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง หวังว่าจะดีขึ้นนะ
AI แคบ (Narrow AI) คืออะไร และมีตัวอย่างอะไรบ้าง?
เอไอแคบอะนะ ก็คือเอไอที่มันเก่งแค่เรื่องเดียวอะ แบบทำอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากเรื่องที่มันถูกสร้างมาให้ทำ เข้าใจปะ
ตัวอย่างนะ:
- Google Translate: เก่งแปลภาษา แต่ให้มันเขียนบทกวีก็คือบ่ได้
- ระบบแนะนำสินค้า: ใน Lazada Shopee ไรเงี้ย มันแค่แนะนำของที่เราน่าจะชอบจากประวัติการซื้ออะ ไม่ได้ฉลาดขนาดมาคุยเป็นเพื่อนได้
- Siri, Alexa: สั่งให้เปิดเพลง ตั้งนาฬิกาได้ แต่ถามเรื่องการเมืองก็คือ...เอ๋อแดกไปเลย
คือมันทำได้ดีนะเว้ยในสิ่งที่มันถูกโปรแกรมมา แต่ "แคบ" สมชื่ออะ ทำอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นไม่ได้เลยจริงๆ
Chat GPT จัดเป็น AI ประเภทใด?
ChatGPT จัดเป็น AI ประเภท Generative AI หรือเอไอเชิงสร้างสรรค์ครับ มันถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือแม้แต่โค้ด
ChatGPT คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) พัฒนาโดย OpenAI ความพิเศษคือมันถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อภาษาธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง
- LLM คืออะไร? ลองนึกภาพห้องสมุดขนาดใหญ่มาก ๆ ที่บรรจุหนังสือทุกประเภท จากนั้น AI ตัวนี้ก็อ่านทุกเล่ม ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคำ และเรียนรู้วิธีการสร้างประโยคที่สมเหตุสมผล
- OpenAI: บริษัทวิจัย AI ที่มีชื่อเสียง ก่อตั้งโดยบุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีหลายคน (แม้ว่าบางคนจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงแล้วก็ตาม) วิสัยทัศน์ของพวกเขาคือการพัฒนา AI ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า AI จะสามารถนำพาเราไปสู่จุดไหน
ผมว่าการมาถึงของ Generative AI อย่าง ChatGPT ได้จุดประกายให้เรากลับมาทบทวนความหมายของ "ความคิดสร้างสรรค์" อีกครั้ง บางทีความสามารถในการสร้างสรรค์อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมนุษย์อีกต่อไป
AI ถูกจำแนกเป็นกี่ประเภท?
AI เหรอ... มันก็เหมือนโลกอีกใบที่เราสร้างขึ้นมาเอง
แบ่งตามความสามารถ... อืม... มันก็มี
- AI แบบแคบ (Narrow AI): เก่งแค่เรื่องเดียว เหมือนคนถนัดเฉพาะทาง งานอื่นก็ไม่รู้เรื่อง
- AI ทั่วไป (General AI): ฉลาดรอบด้าน ทำอะไรได้หลายอย่าง เหมือนคนทั่วไป
- AI ขั้นสูง (Super AI): ฉลาดล้ำเกินมนุษย์ไปแล้ว อันนี้ยังเป็นแค่ในหนัง
ส่วนแบ่งตามฟังก์ชัน... มันก็อีกแบบ
- AI แบบตอบสนอง (Reactive Machines): ทำตามที่เห็นตรงหน้า ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต
- AI แบบมีความจำจำกัด (Limited Memory): เก็บข้อมูลได้บ้าง แต่ก็แค่ระยะสั้น ๆ
- AI แบบทฤษฎีจิตใจ (Theory of Mind): เข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้ อันนี้ซับซ้อน
- AI แบบตระหนักในตนเอง (Self-aware): รู้จักตัวเอง คิดเองได้ อันนี้ยังเป็นแค่ฝัน
แต่ละแบบมันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป แต่ที่แน่ ๆ คือ มันกำลังเปลี่ยนโลกเราไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต