App แปลภาษาอยู่ตรงไหน
App แปลภาษาอยู่ตรงไหน? วิธีหาแอปในเครื่องอย่างรวดเร็ว
App แปลภาษาอยู่ตรงไหน เป็นประเด็นสำคัญเมื่อใช้สื่อสารเร่งด่วนแต่หาเครื่องมือไม่พบในเครื่อง. การทำความเข้าใจตำแหน่งจัดเก็บแอปช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดในการสื่อสารต่างภาษา. ตรวจสอบวิธีการเข้าถึงแอปอย่างถูกวิธีเพื่อความสะดวกในการใช้งานประจำวัน.
สรุปด่วน: App แปลภาษาอยู่ตรงไหนในเครื่องของคุณ?
เมื่อคุณสงสัยว่า App แปลภาษาอยู่ตรงไหน คำตอบจะขึ้นอยู่กับรุ่นมือถือที่คุณใช้เป็นหลัก. บนสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ แอปอย่าง Google Translate มักจะซ่อนอยู่ในหน้าจอหลัก
โฟลเดอร์รวมแอปพลิเคชัน หรือในคลังแอป. หากคุณหาไม่เจอจริงๆ คุณสามารถดาวน์โหลดแอปแปลภาษาฟรีได้จากสโตร์ในเครื่องโดยตรง.
ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากไม่ทราบว่าโทรศัพท์ของตนมีฟีเจอร์แปลภาษาติดตั้งมาให้แล้วตั้งแต่โรงงาน[1].
ทำให้เสียเวลาโหลดแอปใหม่ซ้ำซ้อน ทั้งที่มีเครื่องมือทรงพลังอยู่ในมือแล้ว. หลายคนมักจะหงุดหงิดเวลาหาไอคอนไม่เจอ - แต่มีจุดบอดเล็กๆ จุดหนึ่งที่คนใช้ iPhone ส่วนใหญ่พลาดไปเมื่อพยายามหาแอปนี้ - ฉันจะเฉลยความลับนี้ให้ฟังในส่วนของวิธีหาแอปแปลภาษาในเครื่องด้านล่าง.
วิธีหาแอปแปลภาษาในเครื่อง Android (Samsung, OPPO, vivo)
สำหรับผู้ใช้ Android การหาแอปแปลภาษา google อยู่ไหนนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่บางครั้งก็ชวนสับสน.
ระบบมักจะจัดกลุ่มแอปของ Google ไว้ด้วยกันเพื่อความเป็นระเบียบ.
ตอนฉันซื้อ Android เครื่องแรก ฉันหงุดหงิดมากที่หาไอคอนแปลภาษาไม่เจอ.
ฉันพยายามเข้าไปโหลดแอปแปลภาษาฟรีมาใหม่ ปรากฏว่ามันไปซ้อนทับกับเวอร์ชันเดิมที่ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์เล็กๆ เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงกว่าจะรู้ตัว. บทเรียนที่ได้คือ อย่าเพิ่งรีบโหลดใหม่ ลองค้นหาในเครื่องก่อนเสมอ.
จุดที่แอปมักจะซ่อนอยู่
ลองเลื่อนหน้าจอขึ้นเพื่อเปิดหน้ารวมแอป (App Drawer).
จากนั้นมองหาโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า (Google) เมื่อกดเข้าไป คุณมักจะเจอไอคอน Google Translate ซ่อนอยู่ในนั้น. หายากใช่ไหม. แต่ถ้าไม่อยากเลื่อนหา ให้แตะที่ช่องค้นหาด้านบนสุดแล้วพิมพ์คำว่า Translate ได้เลย.
นอกจากนี้ การใช้คำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant ช่วยลดเวลาในการเริ่มแปลภาษาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการพิมพ์ค้นหาทีละตัวอักษร[2].
แค่กดปุ่มโฮมค้างไว้แล้วพูดว่า (ช่วยแปลภาษาให้หน่อย) ระบบก็จะเปิดหน้าต่างแปลภาษาขึ้นมาทันที.
แอปแปลภาษา iphone อยู่ตรงไหน? ไขข้อข้องใจสำหรับสาวก Apple
ผู้ใช้ iOS มักจะคุ้นเคยกับความเรียบง่าย แต่บางครั้งแอปที่มากับเครื่องก็อาจถูกมองข้ามไป.
Apple ได้พัฒนาแอปแปลภาษาของตัวเองและใส่มาให้ในระบบตั้งแต่ iOS 14 เป็นต้นมา.
นี่คือจุดบอดที่ฉันพูดถึงตอนต้น: ถ้าคุณเผลอลบแอป (Translate) ที่ติดเครื่องมาทิ้งไปเพื่อเคลียร์พื้นที่.
คุณจะไม่เจอมันใน App Library อีกเลย และระบบก็จะไม่แจ้งเตือนให้คุณทราบด้วย. คุณต้องเข้าไปค้นหาใน App Store และโหลดกลับมาใหม่เองเท่านั้น. หลายคนคิดว่าระบบพัง แต่ที่จริงแค่แอปโดนลบไป.
หากมั่นใจว่าไม่ได้ลบ ให้ปัดหน้าจอโฮมไปทางขวาสุดจนเจอ App Library (คลังแอป).
พิมพ์คำว่า Translate ลงในช่องค้นหา คุณจะเจอแอปไอคอนสีดำที่มีลูกโลกสีฟ้าและตัวอักษร A. นี่คือแอปแปลภาษาที่ควรมีติดเครื่องสำหรับผู้ใช้ iPhone ทุกคน.
แอปแปลภาษาที่ควรมีติดเครื่อง: ศึกประชันแอปยอดฮิต
คุณไม่ได้มีทางเลือกแค่ทางเดียว นี่คือแอปยอดนิยมที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์การใช้งานจริงGoogle Translate (แนะนำสำหรับการใช้งานทั่วไป)
แปลข้อความจากภาพได้รวดเร็วมากผ่านฟีเจอร์ Google Lens ที่เชื่อมต่อกัน
ดาวน์โหลดแพ็กเกจภาษาเก็บไว้ได้ แต่ขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่
รองรับภาษาจำนวนมากที่สุดในตลาด เหมาะสำหรับการเดินทางไปประเทศที่ไม่คุ้นเคย
Apple Translate (เฉพาะผู้ใช้ iOS)
การแปลผลออฟไลน์ทำได้ดีมากและรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ยอดเยี่ยม
ทำงานร่วมกับ Safari และแอปข้อความใน iPhone ได้อย่างไร้รอยต่อ
รองรับภาษาน้อยกว่าคู่แข่ง เน้นเฉพาะภาษาหลักๆ ของโลก
Microsoft Translator
จัดการกับเลย์เอาต์หน้ากระดาษที่ซับซ้อนหรือป้ายเมนูอาหารได้ดีกว่าคู่แข่ง
มีโหมดหน้าจอแยกสำหรับการสนทนาสองคนแบบหันหน้าเข้าหากัน
รองรับภาษาหลากหลาย พร้อมความสามารถในการแปลบทสนทนากลุ่มได้ดีเยี่ยม
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Google Translate ยังคงเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมที่สุด แต่หากคุณใช้ iPhone การลองเปิดใจใช้ Apple Translate จะช่วยให้การแปลหน้าเว็บใน Safari สะดวกขึ้นมาก ในขณะที่นักธุรกิจที่ต้องประชุมข้ามชาติมักจะชื่นชอบระบบแปลบทสนทนาของ Microsoft Translatorเรื่องราวของมะปรางกับการคุยกับลูกค้ารัสเซีย
มะปราง แม่ค้าขายเสื้อผ้าที่จตุจักร เจอเรื่องปวดหัวเมื่อมีลูกค้ารัสเซียมาเหมาเสื้อและพยายามต่อราคาผ่านการใช้ภาษามือ เธอพยายามหาแอปแปลภาษาที่เพิ่งโหลดมาใหม่แต่หาไอคอนไม่เจอในจังหวะฉุกละหุกเพราะแอปเต็มหน้าจอไปหมด
เธอรีบพิมพ์ค้นหาแอป แต่เน็ตในตลาดก็ช้ามากจนระบบค้างไปสองรอบ ลูกค้าเริ่มหงุดหงิดและทำท่าจะเดินหนี มะปรางเกือบถอดใจและคิดจะปล่อยลูกค้าคนนี้ไปแล้วเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง
ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นไอคอนรูปไมโครโฟนและกล้อง (Google Lens) ในแถบค้นหาของ Google ที่หน้าจอหลัก เธอจึงกดเปิดฟีเจอร์เสียงและให้ลูกค้าพูดใส่เครื่องโดยตรงแทนการรอเปิดแอปแปลภาษาแบบเต็มรูปแบบ
แอปแปลเสียงโต้ตอบได้ทันที มะปรางปิดการขายได้เกือบหมื่นบาทภายใน 5 นาที เธอเรียนรู้ว่าฟีเจอร์ที่เข้าถึงง่ายที่สุดมักซ่อนอยู่ตรงหน้าจอหลักนี่เอง ไม่จำเป็นต้องหาไอคอนแอปให้วุ่นวายเวลาคับขัน
สาระสำคัญ
ค้นหาในเครื่องก่อนโหลดใหม่ใช้ช่องค้นหาของระบบปฏิบัติการ (App Drawer บน Android หรือ App Library บน iOS) พิมพ์คำว่า Translate เพื่อเช็คว่ามีแอปฝังอยู่แล้วหรือไม่
เพื่อป้องกันปัญหาอินเทอร์เน็ตช้าหรือประหยัดค่าโรมมิ่ง ควรดาวน์โหลดแพ็กเกจภาษาที่ต้องใช้เก็บไว้ในเครื่องล่วงหน้า
ใช้ฟีเจอร์กล้องและเสียงให้เป็นประโยชน์การพิมพ์ไม่ใช่ทางเลือกเดียว การแปลจากเสียงหรือสแกนผ่านกล้องประหยัดเวลาได้มากกว่า และเหมาะกับสถานการณ์เร่งด่วน
มุมมองอื่นๆ
หาไอคอนแอปไม่เจอหลังจากดาวน์โหลด ทำไงดี?
บน Android ให้เปิดหน้ารวมแอปแล้วใช้ช่องค้นหาด้านบนพิมพ์ชื่อแอป บน iPhone ให้ปัดหน้าจอไปขวาสุดเพื่อเปิด App Library แล้วค้นหา หากยังไม่เจอ ให้เข้าไปที่สโตร์ที่คุณดาวน์โหลดมา แล้วกดปุ่ม (เปิด) จากหน้านั้นโดยตรงได้เลย
ไม่รู้ว่ามีแอปแปลภาษาติดตั้งมาให้ในเครื่องแล้วหรือเปล่า เช็คอย่างไร?
ลองกดปุ่มโฮมค้างไว้เพื่อเรียกผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง (Google Assistant หรือ Siri) แล้วพูดว่า (เปิดแอปแปลภาษา) ถ้าระบบเปิดแอปขึ้นมา แสดงว่ามีอยู่ในเครื่องแล้ว ถ้าไม่มี ระบบจะแนะนำให้คุณดาวน์โหลดจากสโตร์
ต้องเสียเงินไหมเวลาโหลดแอปแปลภาษา?
แอปยอดนิยมอย่าง Google Translate, Apple Translate หรือ Microsoft Translator ให้บริการฟรีทั้งหมด ระวังแอปบางตัวในสโตร์ที่หลอกให้สมัครสมาชิกรายเดือน ควรตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาให้แน่ใจว่าเป็นของบริษัทที่น่าเชื่อถือ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต