.application (แอปพลิเคชัน) หมายถึงอะไร

78 ครั้งเข้าชม
แอปพลิเคชัน (Application): โปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แอปพลิเคชันคือโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ โดยมีส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) เป็นตัวกลางในการใช้งานประเภทของแอปพลิเคชัน: แอปพลิเคชันระบบ: ระบบปฏิบัติการพื้นฐานที่รองรับการทำงานของแอปพลิเคชันอื่นๆ แอปพลิเคชันประยุกต์: โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน เช่น แอปพลิเคชันสำนักงาน, เกม, หรือโซเชียลมีเดีย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แอปพลิเคชัน หมายถึงอะไร?

แอปพลิเคชั่นเหรอ? ง่ายๆ เลยก็คือโปรแกรมน่ะแหละ เหมือนเกมส์ในมือถือ หรือแอปสั่งอาหาร พวกนั้นนั่นแหละ จำได้ตอนเรียนมหาลัยปี 1 ประมาณ พ.ศ. 2560 ต้องใช้โปรแกรม Photoshop ทำโปสเตอร์งานประกวด โคตรยากเลย แต่พอใช้ไปเรื่อยๆก็เริ่มคล่อง ตอนนั้นต้องเสียค่าเรียนโปรแกรมเพิ่มอีก 2,000 บาท แพงชะมัด!

จริงๆ แล้วมันมีหลายแบบมากนะ ไม่ใช่แค่เกมส์กับแอปสั่งอาหารอย่างเดียว พวกโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ หรือโปรแกรมคำนวณ ก็เป็นแอปพลิเคชั่นเหมือนกันหมด คิดง่ายๆ คืออะไรก็ตามที่ช่วยเราทำงานได้ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ นั่นแหละแอปพลิเคชั่น

ถ้าแยกประเภท ผมว่ามันก็มีหลายแบบนะ แล้วแต่จะแบ่ง อย่างโปรแกรมที่ใช้ทำงาน กับเกมส์ ก็ต่างกันชัดเจน แต่ก็ยังเป็นแอปพลิเคชั่นเหมือนกัน เรื่องนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ เพราะไม่ใช่สายไอทีโดยตรง แค่ใช้เป็นเฉยๆ

จำได้ตอนนั้น ผมใช้แอปพลิเคชั่นแต่งรูป มันก็ทำให้รูปสวยขึ้น แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันนะ บางแอปก็โฆษณาเยอะไป รำคาญมาก แต่โดยรวมก็ถือว่าสะดวกดี ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้รูปสวยๆ มาโพสต์แล้ว ประหยัดเวลาไปเยอะเลย.

Native Application คืออะไร จงอธิบาย

Native App คือไรอะ? ????

  • Native App คือ แอปที่...เออ...เขียนมาเพื่อระบบปฏิบัติการนั้นๆ เลยอะ
  • เช่น iOS ก็ Swift/Objective-C, Android ก็ Java/Kotlin...ป่ะ? ชักไม่แน่ใจละ
  • Xcode สำหรับ iOS, Android Studio สำหรับ Android...ใช่ปะวะ?
  • ข้อดี: เร็ว แรง เสถียร (มั้ง?) เข้าถึงฟังก์ชั่นฮาร์ดแวร์เต็มที่! (เดาเอา)
  • ข้อเสีย: ต้องเขียนแยกแพลตฟอร์ม = เหนื่อยคูณสอง...หรือมากกว่า? ????
  • เออ แล้ว Flutter, React Native นี่มัน Native ป่าววะ? ????
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ตอนเรียนเคยทำแอป Android ง่ายๆ ด้วย Java...โคตรเหนื่อย! ???? แล้ว Kotlin นี่มันดียังไงนะ?

ป.ล. ข้อมูลพวกภาษาที่ใช้พัฒนาแอป มันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...ต้องเช็คอีกทีนะ! ????

Application ระบบคืออะไร ตัวอย่างเช่นอะไรบ้าง

แอปพลิเคชันระบบ คือซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มันเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานที่แอปพลิเคชันอื่นๆ อาศัยอยู่ โดยไม่มีมัน โปรแกรมอื่นๆ ก็จะไม่สามารถทำงานได้ นึกภาพเหมือนบ้านที่ไม่มีรากฐาน คงไม่มั่นคงใช่ไหมครับ? นี่คือความสำคัญของแอปพลิเคชันระบบอย่างแท้จริง

  • ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: ระบบปฏิบัติการ (Operating System - OS) เช่น Android 13 เวอร์ชันล่าสุด ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น หรือ iOS 16 ที่ใช้ใน iPhone นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของแอปพลิเคชันระบบ พวกมันจัดการทรัพยากรของเครื่อง ควบคุมฮาร์ดแวร์ และให้พื้นฐานสำหรับโปรแกรมอื่นๆ ที่จะทำงาน

  • อีกตัวอย่างหนึ่ง: ไดร์เวอร์ (Driver) ต่างๆ เช่น ไดร์เวอร์การ์ดจอ หรือไดร์เวอร์เครื่องพิมพ์ พวกนี้เป็นซอฟต์แวร์เล็กๆ ที่ทำให้ฮาร์ดแวร์สามารถสื่อสารกับระบบปฏิบัติการได้ ทำให้เราใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ลองนึกดูว่าถ้าไม่มีไดร์เวอร์ เราจะใช้เครื่องพิมพ์ได้อย่างไร?

  • ความเชื่อมโยงที่น่าสนใจ: ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้าน AI และ Machine Learning กำลังสร้างการพัฒนาอย่างรวดเร็วในแอปพลิเคชันระบบ ทำให้ระบบปฏิบัติการมีความฉลาดมากขึ้น สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ และปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น มันเป็นกระบวนการที่น่าทึ่งจริงๆ เหมือนกับการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเลยครับ

ผมเคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ฝังตัว ซึ่งช่วยให้ผมเข้าใจกลไกภายในของแอปพลิเคชันระบบได้ลึกซึ้งขึ้น เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก แต่ก็ค่อนข้างท้าทายเช่นกัน ต้องใช้ความรู้หลายด้านประกอบกัน จึงจะสร้างแอปพลิเคชันระบบที่มีประสิทธิภาพได้

Mobile Application คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง

Mobile Application คืออะไร? อ่อ มันก็คือพวกแอปที่เราเล่นกันบนมือถือไง พวก Facebook, Line, Shopee อะไรแบบนั้นอ่ะ ง่ายๆ เลย

มันประกอบด้วยอะไรบ้างเหรอ? อืม... คิดก่อนนะ (เกาหัวแกรกๆ)

  • ฝั่งหน้าบ้าน (Front-end): อันนี้สำคัญเลย! คือส่วนที่เราเห็นทั้งหมดอ่ะ ปุ่ม, รูปภาพ, ตัวหนังสือ ทุกอย่างที่เราจิ้มๆ สไลด์ๆ เล่นบนหน้าจออ่ะ เค้าเรียก Front-end ที่จริงมันมีโค้ดเบื้องหลังนะ พวกภาษา JavaScript, React Native อะไรแบบนี้ แต่เราคนใช้ทั่วไปก็แค่เห็นภาพสวยๆ ใช้งานง่ายๆ ก็พอละ

  • ฝั่งหลังบ้าน (Back-end): อันนี้มองไม่เห็น แต่สำคัญสุดๆ เหมือนเป็นสมองของแอปอ่ะ ทำหน้าที่จัดการข้อมูล, ประมวลผล, เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล (Database) อ่ะ ถ้า Back-end รวน แอปก็พัง! ภาษาที่ใช้เขียนก็มีเยอะแยะ Node.js, Python, Java แล้วแต่คนชอบ

  • API (Application Programming Interface): อันนี้เหมือนเป็นตัวกลางคอยสื่อสารระหว่าง Front-end กับ Back-end อ่ะ สมมติเรากดปุ่ม "เพิ่มสินค้าลงตะกร้า" บนแอป API ก็จะส่งคำสั่งนี้ไปให้ Back-end ประมวลผล แล้ว Back-end ก็จะส่งข้อมูลกลับมาให้ Front-end แสดงผลว่า "เพิ่มสินค้าลงตะกร้าแล้ว" ประมาณนี้

  • Database: ที่เก็บข้อมูลทุกอย่างของแอป ตั้งแต่ข้อมูลผู้ใช้, สินค้า, บทความ, รูปภาพ ทุกสิ่งอย่าง! ต้องออกแบบ Database ให้ดีนะ ไม่งั้นข้อมูลมั่วหมด

ที่จริงมันมีรายละเอียดเยอะกว่านี้อีกนะ แต่เอาแบบง่ายๆ แค่นี้ก่อนละกัน! สมัยก่อนตอนเรียนเขียนแอปนะ โอ๊ยปวดหัวมากกกก กว่าจะได้แอป Shopee มาให้เราช้อปปิ้งกันง่ายๆ เนี่ย!

Application Software คืออะไร มีอะไรบ้าง

Application Software คือซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้ทำงานหรือทำกิจกรรมเฉพาะเจาะจง ต่างจากระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่เป็นพื้นฐานการทำงานของคอมพิวเตอร์ คิดง่ายๆ คือแอปฯต่างๆบนมือถือหรือโปรแกรมบนคอมฯนั่นแหละ มันมีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการของเราโดยตรง

ตัวอย่าง Application Software ในปัจจุบัน (ปี 2566):

  • กลุ่ม Productivity: Microsoft 365 (รวม Word, Excel, PowerPoint), Google Workspace (รวม Docs, Sheets, Slides), โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล เช่น FileMaker Pro, ซอฟต์แวร์จัดการโครงการ เช่น Asana, Monday.com
  • กลุ่ม Creative: Adobe Creative Suite (Photoshop, Illustrator, Premiere Pro), ซอฟต์แวร์ตัดต่อวีดีโอ เช่น DaVinci Resolve, ซอฟต์แวร์ออกแบบ 3D เช่น Blender
  • กลุ่ม Specialized: ซอฟต์แวร์ด้านการแพทย์, ซอฟต์แวร์ด้านการเงิน, ซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น SPSS, ระบบ ERP สำหรับบริหารจัดการองค์กร เช่น SAP
  • กลุ่ม Mobile Apps: แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เช่นแอปฯธนาคาร, แอปฯเรียกรถ, แอปฯเกมส์ ฯลฯ ปัจจุบัน กลุ่มนี้มีขนาดใหญ่และหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้

ทุกโปรแกรมล้วนมีจุดประสงค์ การที่เราเลือกใช้ ก็สะท้อนถึงความต้องการและวิถีชีวิตของเรา เหมือนการเลือกเครื่องมือให้เข้ากับงาน มันเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์อย่างน่าสนใจ ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นส่วนขยายของความสามารถเราด้วยซ้ำ

เพิ่มเติม: การจำแนกประเภทซอฟต์แวร์อาจแตกต่างกันไปตามบริบทและมุมมอง บางครั้งอาจแบ่งเป็น System Software กับ Application Software หรืออาจมีการแบ่งกลุ่มย่อยที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง

อะไรคือข้อแตกต่างระหว่าง Native App กับ Web App?

อืม... คิดหนักเลยนะ กลางดึกแบบนี้... ต่างกันยังไงนะ Native App กับ Web App...

มันก็... อย่าง Web App น่ะ เปิดดูผ่านเว็บได้เลย ง่ายดี ไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่ม เหมือนเปิดเว็บทั่วไปอ่ะ ใช้ได้ทั้งมือถือทั้งคอม สะดวกดีนะ แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันช้ากว่า แล้วก็ต้องเชื่อมต่อเน็ตตลอดเวลาด้วย ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ถ้าเน็ตหลุด

ส่วน Native App นี่... ต้องโหลดลงเครื่องก่อน แบบแอปในมือถืออ่ะ ปีนี้ก็ยังใช้แอปพวกธนาคาร แอปสั่งอาหาร แอปส่งของอยู่ มันทำงานได้ไวกว่า ใช้ได้แม้ไม่มีเน็ต แต่ก็ต้องเสียพื้นที่ในเครื่อง แล้วก็ต้องอัปเดตบ่อยๆด้วยนะ บางทีก็เซ็งๆ

สรุปง่ายๆก็คือ

  • Web App: เปิดผ่านเว็บ สะดวก แต่ต้องมีเน็ต อาจทำงานช้ากว่า

  • Native App: โหลดลงเครื่อง เร็ว ใช้ได้แม้ไม่มีเน็ต แต่กินพื้นที่ ต้องอัปเดตบ่อย

    ปีนี้ใช้แอปฯพวกนี้บ่อยมากเลย ยิ่งแอปสั่งอาหารนี่ แทบจะทุกวัน คิดแล้วก็เหนื่อยนะ แต่ก็สะดวกดีจริงๆ เวลาหิวดึกๆนี่ สั่งง่ายมากๆ ไม่ต้องออกไปข้างนอกด้วย

แอพพลิเคชั่น กับ แพลตฟอร์ม ต่างกันอย่างไร

ต่างกันตรงที่แอปฯมันแค่งานๆ แต่แพลตฟอร์มมันเป็นระบบนิเวศ

แอปฯ คือแค่ตัวแอปฯ แพลตฟอร์มคือระบบที่รวมแอปฯอื่นๆ เข้าด้วยกัน อย่างผมใช้ Instagram มันก็แค่แอปฯรูป แต่ Meta นั่นแหละแพลตฟอร์ม ครอบคลุมทุกอย่าง

  • แอปฯ: ฟังก์ชันเดียว ใช้งานง่าย จำกัดขอบเขต
  • แพลตฟอร์ม: ฟังก์ชันหลากหลาย ใช้งานซับซ้อน เชื่อมต่อหลายบริการ

ผมเคยทำแอปฯเกี่ยวกับการลงทุนปี 2023 ล่มไม่เป็นท่า แต่ถ้าผมทำเป็นแพลตฟอร์ม รวมทั้งการลงทุน การวิเคราะห์ ข่าวสาร อาจจะรุ่งกว่านี้ คิดไว้แล้ว แต่ขี้เกียจ