Google Drive ส่วนตัวไหม
Google Drive ฟรีไหม? Google Workspace ต่างจาก Google Drive ส่วนตัวอย่างไร? ค่าบริการเท่าไหร่?
ใช่ Google Drive พื้นฐานฟรี! แต่จำได้ตอนเรียนมหาลัยปี 2 (2561) เพื่อนๆ ใช้กันเยอะมาก อัปโหลดงานกลุ่มโน่นนี่นั่น สะดวกดีจริงๆ
ส่วน Google Workspace นี่อีกเรื่องเลยนะ มันเป็นแบบพรีเมียม มีฟีเจอร์เยอะกว่ามาก อย่างพวก Google Meet สำหรับประชุมออนไลน์นี่แหละ จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์ใช้สอนออนไลน์ ช่วงโควิดระบาดหนักๆ (เมษา 63) แต่ต้องจ่ายตังค์นะ ราคาจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่รู้ว่าไม่ถูก หลักร้อยต่อเดือนแน่ๆ
Google Drive เหมือนเป็นพื้นที่เก็บของส่วนตัวอ่ะ อัปโหลดไฟล์เข้าไป ก็เหมือนเก็บไว้ในตู้เก็บของ ปลอดภัยดี เว้นแต่คุณจะแชร์ เพื่อนๆ ในกลุ่ม มักจะแชร์กัน ตอนนั้น ส่งงานกลุ่มกันบ่อยมาก ประหยัดเวลาดี ไม่ต้องส่งไฟล์กันทางอีเมลอีกต่อไปแล้ว สะดวกจริงๆ
วิธี ดู ว่า ใคร ดู Google Drive
วิธีดูว่าใครดู Google Drive เหรอ? โห เรื่องนี้เคยปวดหัวมาก!
สังเกตง่ายๆ เลย ไฟล์ไหนที่เราแชร์ มันจะมีรูปคนเล็กๆ อยู่ในไอคอนโฟลเดอร์น่ะ
- ไอคอนรูปคน: เห็นปุ๊บรู้เลยว่าแชร์อยู่
วิธีเช็คละเอียดนะ ผมจะคลิกขวาที่ไฟล์นั้น แล้วเลือก "ดูรายละเอียด" อ่ะ (View Details) มันจะโชว์เลยว่าใครเข้ามาล่าสุด ใครแก้ล่าสุด
- คลิกขวา > ดูรายละเอียด: ข้อมูลครบ! ใครทำอะไรตอนไหน
เมื่อก่อนงงมาก ใครเข้ามาดูเอกสารสำคัญของทีมบ้างก็ไม่รู้ ตอนหลังถึงรู้ว่ามันมีบอกละเอียดขนาดนี้ใน Google Drive เลยนะ!
ถ้าอยากแก้สิทธิ์การเข้าถึง ก็กด "จัดการการเข้าถึง" (Manage access) แล้วก็ไล่ดูเลยว่าใครมีสิทธิ์อะไรบ้าง จะเอาใครออกก็กดลบได้เลย สะดวกดี
- จัดการการเข้าถึง: แก้ไขสิทธิ์ตามใจ!
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Google Drive มันไม่ได้มีแค่เก็บไฟล์เฉยๆ มันมีฟีเจอร์เยอะมากที่เราไม่รู้ ถ้าลองคลิกๆ ดู อาจจะเจออะไรเจ๋งๆ อีกเยอะก็ได้นะเออ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึกกว่านี้):
Activity Dashboard: บางที Google Workspace (พวก business account) จะมี Activity Dashboard ให้ดูด้วยนะ มันจะละเอียดกว่า "ดูรายละเอียด" ธรรมดาอีก โชว์พวก trend การเข้าถึงไฟล์เลย
Alerts: ถ้าเป็นพวกไฟล์สำคัญมากๆ ตั้ง alert ไว้ก็ได้นะ ถ้ามีใครเข้าถึงไฟล์ เราจะได้รู้ตัวทันที!
Google Sheet เปลี่ยนเจ้าของได้ไหม
ได้สิ ง่ายนิดเดียว
- เปิดไฟล์ Google ที่ต้องการ
- มุมขวาบน คลิก "แชร์"
- หาไอคอนลูกศรลง อยู่ข้างชื่อผู้รับ
- เลือก "โอนการเป็นเจ้าของ" จบ
แค่นั้นแหละ เรื่องเล็ก ปีนี้ก็ยังทำแบบนี้ได้อยู่
Google Drive เป็นบริการในรูปแบบใด
อืม... กูเกิลไดรฟ์นะเหรอ... มันคือที่เก็บข้อมูลออนไลน์ แบบคลาวด์นี่แหละ เหมือน...เอาแฟลชไดรฟ์ขนาดใหญ่ไปไว้บนเน็ต ฉันใช้เก็บรูปตัวเองปีนี้แหละ รูปตอนไปทะเลกับเพื่อน มีรูปตอนปีนเขาด้วยนะ รู้สึกถึงความเหนื่อยตอนนั้นเลย
แบบว่า...ไม่ต้องเสียเงินใช้พื้นที่ได้เยอะพอสมควรนะ แต่ถ้าจะเอาเยอะมากๆก็ต้องจ่ายเพิ่ม ฉันก็ใช้ฟรีๆนี่แหละ พอดีฉันไม่ค่อยมีอะไรเก็บเยอะ มีแต่รูปกับเอกสารเรียน บางทีก็เอาไว้แชร์งานกับเพื่อนด้วยสะดวกดี
- บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์
- เก็บไฟล์ได้หลายประเภท รูปภาพ เอกสาร ฯลฯ
- เข้าถึงได้จากหลายอุปกรณ์
- แชร์ไฟล์กับคนอื่นได้
- มีพื้นที่ใช้งานฟรีและแบบเสียเงิน
คิดแล้วก็เหนื่อย พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นไปทำงานอีกแล้ว อยากนอนต่อจัง... ง่วงแล้ว...
เก็บข้อมูลใน Cloudปลอดภัยไหม
Cloud ปลอดภัยแค่ไหน? ขึ้นอยู่กับคุณเลือกใช้เจ้าไหน อย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง
- ระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ? จริง แต่มีเงื่อนไข อ่านข้อตกลงให้ดี พวกมันมักซ่อนอะไรไว้เสมอ
- 24/7? ฟังดูดี แต่เคยเจอระบบล่มไหม? มันเกิดขึ้นได้เสมอ ข้อมูลหายก็มี
- ความปลอดภัย? ระดับสูง? ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่คุณจ่าย ยิ่งจ่ายแพงยิ่งปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้การันตีอะไร
- ปีนี้ (2024) เหตุการณ์ Cloud breach ยังคงมีให้เห็น อย่าประมาท อย่าไว้ใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ
ข้อมูลส่วนตัว: ผมเคยเจอเหตุการณ์ข้อมูลหายเพราะ Cloud provider ระบบล่ม กู้คืนไม่ได้ เสียหายหลายแสน เลยต้องเรียนรู้ระบบรักษาความปลอดภัยเอง แนะนำให้สำรองข้อมูลหลายๆที่ อย่าพึ่งพาใคร โชคดีที่ผมยังเหลือข้อมูลสำรองไว้
การใช้งาน Cloud แบบใดปลอดภัยที่สุด
Private Cloud มึงไม่ต้องแชร์ใคร จบปะ?
- Security: กูคุมเองทุกอย่าง ใครจะแฮ็กก็มาดิ
- Customization: อยากได้อะไร สั่งได้ตามใจ
- เหมาะกับ: พวก paranoid เรื่องข้อมูล
- Single User: ของกู คนเดียวล้วนๆ
- ทีม IT: ต้องมีคนดูแล ไม่งั้นก็เจ๊ง
- ข้อเสีย: จ่ายหนักกว่าชาวบ้าน
- คำเตือน: ถ้าทีมมึงห่วย ก็ซวยไป
- update: ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม ใครอยากเสี่ยงใช้ Public Cloud ก็เชิญ
เก็บข้อมูลที่ไหนปลอดภัยสุด
Dropbox, Google Drive, และ Microsoft OneDrive ล้วนเป็นตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ได้รับความนิยม แต่ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่มีคำตอบตายตัวว่าอันไหนปลอดภัยที่สุด ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของแต่ละทีมและบุคคล คิดง่ายๆ เหมือนเลือกบ้าน บ้านแต่ละหลังมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน
Dropbox: เหมาะสำหรับทีมเล็กๆ หรือผู้ใช้งานส่วนตัวที่เน้นความง่ายในการใช้งาน ระบบรักษาความปลอดภัยก็ดี แต่ถ้าเทียบกับตัวเลือกอื่น อาจจะไม่ครอบคลุมเท่า
Google Drive: เป็นทางเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับทีมงานขนาดใหญ่ มีฟีเจอร์สำหรับการทำงานร่วมกันที่ครบครัน และการรักษาความปลอดภัยก็มาตรฐานสูง แต่บางครั้งอาจจะดูยุ่งยากสำหรับผู้เริ่มต้นใช้
OneDrive: จุดเด่นคือการผสานรวมกับระบบนิเวศของ Microsoft ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมต่างๆ ของ Microsoft อยู่แล้ว ความปลอดภัยก็อยู่ในระดับดี แต่ข้อจำกัดคืออาจจะไม่สะดวกเท่า Google Drive สำหรับการทำงานร่วมกันแบบ cross-platform
เพิ่มเติม: ความปลอดภัยไม่ใช่แค่เรื่องของแพลตฟอร์มอย่างเดียว การตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ การใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง และการเปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบสองชั้น (two-factor authentication) ล้วนสำคัญมาก คิดเสมอว่าข้อมูลเป็นสิ่งมีค่า ควรระมัดระวังในการจัดเก็บและการใช้งาน เหมือนกับการดูแลสมบัติล้ำค่าของเรา
ปี 2024 เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของทั้งสามแพลตฟอร์มนี้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการให้บริการของแต่ละแพลตฟอร์มเป็นระยะๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับความต้องการด้านความปลอดภัยของเรา
ข้อจำกัดของระบบ Cloud คือข้อใด
ข้อจำกัดของ Cloud น่ะเหรอ? เยอะแยะไปหมดเลย! เรื่อง downtimeนี่โคตรสำคัญ! คิดดูสิ ธุรกิจฉันต้องพึ่งเน็ตตลอด ถ้าคลาวด์ล่มนี่คือหายนะ! งานสะดุด ลูกค้าบ่น รายได้หาย คิดแล้วก็เครียด!
Downtime: นี่คือปัญหาใหญ่สุด ปีนี้เจอเองเลย ระบบล่มไปครึ่งวัน งานที่ทำไว้หายเกือบหมด โชคดีที่ backup ไว้ แต่เสียเวลาไปเยอะมาก เดือนที่แล้วก็มีอีก แค่ชั่วโมงเดียว แต่ก็เสียหายพอสมควร ต้องรีบแก้ไขด่วนเลย
ความปลอดภัย: ข้อมูลสำคัญของบริษัทอยู่บนคลาวด์หมด กลัวข้อมูลรั่วไหล ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยให้มากๆ ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้นเลย แอนตี้ไวรัส ไฟร์วอลล์ อะไรก็ว่าไป แต่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
ต้นทุน: ค่าใช้จ่ายเรื่องคลาวด์นี่ก็สูงนะ ยิ่งใช้เยอะยิ่งแพง ต้องวางแผนงบประมาณดีๆ บางเดือนเกินงบ ต้องไปขออนุมัติเพิ่ม ปวดหัว
การพึ่งพาผู้ให้บริการ: เราต้องพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์ ถ้าเขาบริการแย่ หรือมีปัญหา เราไปไหนไม่ได้เลย ต้องเลือกผู้ให้บริการดีๆ ดูรีวิว เช็คความน่าเชื่อถือ ก่อนตัดสินใจ
เออ...แล้วก็เรื่องความเร็วเน็ตด้วยนะ เน็ตช้า ใช้คลาวด์ลำบาก งานไม่เสร็จ อีกแล้ว ต้องดูแลเรื่องนี้ด้วย เหนื่อยจัง! ปีนี้เจอปัญหาเยอะมาก ต้องวางแผนให้ดีกว่านี้แล้วล่ะ
ข้อเสียของ Cloud Computing มีอะไรบ้าง
ข้อเสียของ Cloud Computing หรอ... เหมือนเราฝากชีวิตไว้กับคนอื่นเนอะ
ความต่อเนื่องและความเร็ว: บางทีมันก็ช้า... ช้าแบบน่าหงุดหงิด แล้วถ้าเน็ตไม่ดีก็จบเลย เหมือนชีวิตขาด ๆ หาย ๆ
ความปลอดภัย: ไม่รู้สิ... รู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่ กับข้อมูลที่เราไม่ได้ดูแลเองทั้งหมด มันเหมือนเราเปิดบ้านให้คนอื่นเข้ามาอยู่ด้วย
มาตรฐาน: มันยังไม่นิ่งเท่าไหร่ บางทีอยากเปลี่ยนไปใช้อะไรใหม่ ๆ ก็ทำไม่ได้ ติดนู่นติดนี่ เหมือนโดนล็อคไว้
มันก็สะดวกดีนะ แต่ก็ต้องแลกกับอะไรหลาย ๆ อย่าง... เหมือนความสัมพันธ์เลยมั้ง มีข้อดีข้อเสียปน ๆ กันไป
Public Cloud มีข้อเสียอย่างไร
โอ๊ย! Public Cloud น่ะเหรอ? ฟังดูดี๊ดี แต่ระวังหลังหักนะจ๊ะ เพราะข้อเสียมันก็มีอยู่!
- ต้องดูแลเอง: เหมือนเลี้ยงลูกเลย! ถึงจะฝากไว้บ้านญาติ (Cloud) แต่ก็ต้องคอยโทรจิก ตามงาน จ่ายตังค์เองทุกบาททุกสตางค์ ไม่รวมค่าเหนื่อยที่ต้องวิ่งวุ่นอีกนะเออ!
- ค่าใช้จ่ายบานปลาย: นึกว่าจะถูก ที่ไหนได้! ค่าเช่า Cloud น่ะมันรายเดือน จ่ายไปเรื่อยๆ เหมือนผ่อนบ้าน แถมถ้าข้อมูลเยอะ ใช้เยอะ ก็โดนชาร์จเพิ่มอีก! โอ๊ย! ปวดใจ!
- ภาระงานเพิ่ม: แทนที่จะได้นอนตีพุง กลับต้องมานั่งเฝ้า Server เอง! ซ่อมเอง! อะไรๆ ก็ต้องทำเองหมด! แล้วอย่างนี้จะจ้าง Cloud มาทำไมเนี่ย!
- ต้องหาคนเก่งมาดูแล: ไม่ใช่ใครก็ได้นะที่จะมาดูแลระบบ Cloud ได้ ต้องเป็นเทพด้าน IT เท่านั้น! แล้วเทพพวกนี้ค่าตัวแพงนะจ๊ะ! อย่าคิดว่าจะจ้างเด็กฝึกงานมาทำได้เชียว!
- ความปลอดภัยต้องระวัง: ถึง Cloud จะบอกว่าปลอดภัย แต่เราก็ต้องป้องกันตัวเองด้วยนะ! เหมือนใส่เสื้อเกราะสองชั้น! เพราะถ้าโดนแฮกขึ้นมา ข้อมูลหายหมดตัวนะจ๊ะ!
- เรื่องความเร็วก็สำคัญ: บางที Cloud ก็อืดเป็นเรือเกลือ! ยิ่งถ้าเน็ตไม่ดีนะ รอไปเถอะ! ชาติหน้าก็ยังไม่เสร็จ!
สรุปง่ายๆ คือ Public Cloud น่ะมันเหมือนดาบสองคม! ถ้าใช้เป็นก็ดีไป แต่ถ้าไม่ระวัง ก็อาจจะโดนฟันหัวแบะได้นะจ๊ะ! ต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจนะเออ!
เกร็ดความรู้ท้ายครัว (แบบบ้านๆ):
- ค่าเช่า Cloud ปี 2567: แพงขึ้นกว่าปีที่แล้วนะจ๊ะ! เตรียมงบประมาณไว้ให้ดี!
- DevOps Engineer ปี 2567: หาตัวยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แถมค่าตัวก็แพงหูฉี่!
- Data Breach ปี 2567: เกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิม! ระวังข้อมูลรั่วไหลด้วยนะ!
- Public Cloud ปี 2567: มีตัวเลือกเยอะขึ้น แต่ละเจ้าก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ต้องเลือกให้ดี!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต