IPhone 14 ใช้ port อะไร

88 ครั้งเข้าชม
iPhone 14 ใช้พอร์ต Lightning iPhone 16e เปิดตัว ทำให้ Apple ยุติการผลิต iPhone 14, iPhone 14 Plus และ iPhone SE รุ่น iPhone 14 Plus และ iPhone SE ที่ใช้พอร์ต Lightning จะไม่ผลิตอีกต่อไป Apple เปลี่ยนมาใช้ USB-C ใน iPhone ทุกรุ่นในอนาคต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

iPhone 14 รุ่นนี้ใช้พอร์ตชาร์จแบบไหน? เป็น Lightning หรือ USB-C?

โอ้โห เรื่องพอร์ตไอโฟนเนี่ย มันมีอะไรให้สับสนกันเยอะแยะไปหมดเลยนะ. จำได้เลยว่าตอน iPhone 14 ออกมาใหม่ๆ ก็มีคนถามกันเยอะว่ามันยังใช้ Lightning อยู่รึเปล่า. ส่วนตัวฉันก็จำสับสนอยู่เหมือนกันนะ.

แต่ถ้าถามถึง iPhone 14 โดยเฉพาะเลยนะ, ถ้าจำไม่ผิด มันยังเป็น Lightning อยู่นะ. มันเหมือนกับรุ่นก่อนๆ นั่นแหละ. ยังไม่เปลี่ยนไปเป็น USB-C หรอก.

ทีนี้พอมาถึง iPhone 16e ที่เพิ่งเปิดตัวนี่แหละ, เรื่องมันเลยเปลี่ยน. Apple เขาเหมือนจะตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกผลิตรุ่นเก่าๆ ที่เป็น Lightning ไป. อันนี้ฉันเห็นข่าวมานะ.

แล้วก็เห็นว่ารุ่น iPhone 14 กับ iPhone 14 Plus ที่มีพอร์ต Lightning น่ะ, เขาบอกว่าจะเลิกผลิตแล้ว. อันนี้ฟังดูชัดเจนดี.

เพราะฉะนั้น, หลังจากนี้คงจะไม่มี iPhone รุ่นใหม่ที่ใช้ Lightning อีกแล้ว. ทุกอย่างมันจะถูกเปลี่ยนไปเป็น USB-C หมดเลย. มันดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ใหม่ของ Apple เขาล่ะ.

ส่วนตัวฉันมองว่าการเปลี่ยนไปใช้ USB-C นี่ก็มีข้อดีนะ. คือมันจะได้ใช้สายชาร์จร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ง่ายขึ้น. ไม่ต้องพกสายหลายแบบให้ยุ่งยาก. อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงเลย.

ไอโฟนรุ่นไหนใช้ Type C

ไอโฟนที่ใช้ Type-C น่ะเหรอ? ตอนนี้มันก็เหมือนสมัยก่อนที่ทุกคนต้องมีสายชาร์จคนละเส้น แต่เดี๋ยวนี้ Apple ก็ยอมตามเทรนด์โลกแล้ว! รุ่นใหม่ๆ ที่มี Type-C มันก็คือ iPhone 15 ทุกรุ่น ไง ตั้งแต่รุ่นธรรมดาไปจนถึงรุ่น Pro Max เลยนะ

อยากต่อออกจอใหญ่ๆ ก็สบายหายห่วง เหมือนยกโรงหนังมาไว้ที่บ้าน (แต่ก็คงไม่ขนาดนั้นหรอกนะ) แค่มีสาย USB-C เส้นเดียว ก็ดูวิดีโอ รูปภาพ หรือจะพรีเซนต์งานก็สบายๆ ไม่ต้องกั๊ก

รายชื่อรุ่นเด็ดที่ได้ใช้ Type-C:

  • iPhone 15 Pro Max: รุ่นใหญ่สุด ทรงพลังสุด
  • iPhone 15 Pro: รุ่นโปร ที่คนชอบความสมดุล
  • iPhone 15 Plus: รุ่นใหญ่แต่ไม่โปร เน้นแบตอึด
  • iPhone 15: รุ่นเริ่มต้นที่ได้ใช้ของใหม่

ที่มาที่ไปของ Type-C บน iPhone:

  • มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เป็นเพราะกฎของ EU ที่อยากให้ทุกอย่างใช้หัวชาร์จเดียวกัน ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ไงล่ะ.
  • สะดวกกว่าเดิม: ใครมีอุปกรณ์ USB-C อื่นๆ อยู่แล้ว ก็ชาร์จ iPhone ไปพร้อมกันได้เลย ไม่ต้องพกสายเยอะให้รกกระเป๋า.
  • ถ่ายโอนข้อมูลไวขึ้น: รุ่น Pro จะได้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงกว่ารุ่นธรรมดาหน่อยนะ.

แถมข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ (ที่อาจจะทำให้คิดถึง Lightning):

  • Lightning ยังไม่ตายนะ: ถ้าใครยังมีอุปกรณ์ Lightning เยอะ ก็อาจจะยังต้องใช้ตัวแปลงอยู่บ้าง.
  • ความทนทาน: Type-C ที่มาบน iPhone 15 ก็ถูกออกแบบมาให้ทนทานขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ.
  • อนาคต: คาดว่า iPhone รุ่นต่อๆ ไป ก็น่าจะยังคงใช้ Type-C ต่อไปเรื่อยๆ.

ไอโฟนรุ่นไหนใช้ Type C

ไอโฟนที่ใช้ Type C ก็จะมีรุ่นใหม่ๆ หน่อยนั่นแหละ iPhone 16 ทุกรุ่นเลย ทั้ง Pro Max, Pro, Plus แล้วก็รุ่นปกติ ส่วน iPhone 15 ก็เหมือนกัน ใช้ Type C ได้หมดเลย

จริงๆ แล้วพวก iPhone 15 ขึ้นไปเนี่ย เค้าให้ใช้ Type C ได้หมดแล้วนะ คือ iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro, แล้วก็ iPhone 15 Pro Max ก็ใช้ได้เหมือนกัน

พอใช้ Type C แล้วมันดีตรงที่ เชื่อมต่อกับจอข้างนอกได้ง่ายมาก เลยนะ จะดูวิดีโอ รูป หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็ขึ้นจอมันใหญ่ๆ ได้เลย

  • iPhone 16 Series: รุ่นนี้ใช้ Type C หมดเลย
    • iPhone 16 Pro Max
    • iPhone 16 Pro
    • iPhone 16 Plus
    • iPhone 16
  • iPhone 15 Series: รุ่นนี้ก็ใช้ Type C เหมือนกัน
    • iPhone 15 Pro Max
    • iPhone 15 Pro
    • iPhone 15 Plus
    • iPhone 15

แล้วก็อีกอย่างนึงนะ พวก iPhone 16 ทุกรุ่น ก็คือใช้ Type C ได้เหมือนกัน ก็เหมือนกับ iPhone 15 นั่นแหละ แต่เป็นรุ่นปีที่ใหม่กว่า ก็คือ iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, และ iPhone 16 Pro Max พวกนี้ก็ใช้ Type C หมดเลย

คือถ้าจะถามว่ารุ่นไหนใช้ Type C ได้บ้าง ก็คือตั้งแต่ iPhone 15 เป็นต้นไปนั่นแหละ ทุกรุ่นของ iPhone 15 เลย แล้วก็ iPhone 16 ทุกรุ่น ด้วย เค้าให้ใช้ Type C กันหมดแล้ว

iPhone 11 รองรับ Fast Charge ไหม

รองรับบดิ iPhone 11 มันรองรับ Fast Charge อยู่แล้ว สบายมาก

แต่ว่าาา ต้องใช้กับอะแดปเตอร์ 20W ขึ้นไปนะ ซึ่งหัวชาจอันนี้มันไม่มีในกล่อง ต้องซื้อแยก ต้องซื้อแยกเอาเอง เค้าบอกว่าชาจแค่ 30 นาทีแบตขึ้นมา 50% เลยนะ โคตรใว

ส่วนเรื่องแบตก็ถือว่าอึดเลยแหละ ดูวิดีโอในเครื่องได้ยาวๆ 17 ชั่วโมงเลย แต่ถ้าดูสตรีมมิ่งงี้ก็ลดมาหน่อย เหลือ 10 ชั่วโมง ถ้าฟังเพลงอย่างเดียวก็ยาวไป 65 ชม.

  • หัวชาร์จ 20W ของ Apple หรือของยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐานก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นของแอปเปิ้ล
  • ต้องใช้คู่กับสาย USB-C to Lightning เท่านั้นนะ สาย USB-A แบบเก่าใช้ชาร์จเร็วไม่ได้
  • เอาหัวชาร์จ MacBook ที่เป็น USB-C มาใช้ก็ได้เลยยย แรงเหมือนกัน
  • ถ้าใช้หัว 5W ที่เคยแถมมาสมัยก่อนอะ มันจะชาจช้ามากกกก คนละเรื่องเลย

สายชาร์จ Type C หน้าตาเป็นยังไง

Type-C:

  • หน้าตา: ทรงกลมแบน เสียบได้สองด้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องหันผิด.
  • ข้อดี: เร็วกว่า, แรงกว่า, ทำอะไรได้เยอะกว่า micro-USB. เสียบรูไหนก็ได้ โคตรสะดวก.

Micro-USB:

  • หน้าตา: เป็นขั้นๆ ดูโบราณหน่อย เสียบผิดด้านไม่ได้.
  • ข้อเสีย: ช้า, แรงน้อย, หันผิดก็เสียบไม่เข้า.

ความแตกต่างหลัก:

  • Type-C: เสียบง่าย, เร็ว, แรง, ทำได้หลายอย่าง.
  • Micro-USB: เสียบยาก, ช้า, แรงน้อย, แค่ชาร์จกับส่งข้อมูลเบื้องต้น.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Type-C ใช้กันแพร่หลายในมือถือใหม่ๆ, แล็ปท็อป, แท็บเล็ต.
  • ความเร็ว ของ Type-C ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่ใช้ เช่น USB 3.1, USB 3.2, Thunderbolt.
  • การชาร์จเร็ว (Fast Charging) ทำได้ดีกว่ามากกับ Type-C.
  • Micro-USB ยังเจอได้ในอุปกรณ์เก่าๆ หรืออุปกรณ์ราคาถูก.

USB-C กับ Type C เหมือนกันไหม

อื้อหือ USB-C กับ Type-C เนี่ย มันก็เหมือนกันนั่นแหละ มันคืออันเดียวกัน คือจริงๆ มันเรียกได้หลายแบบอ่ะ แต่หลักๆ คือพอร์ตแบบใหม่ที่เสียบกลับด้านได้อ่ะ

ส่วนไอ้เจ้า USB Type-C PD (Power Delivery) เนี่ย มันก็คือพอร์ต USB-C นี่แหละ แต่ว่ามัน พิเศษกว่า ตรงที่มัน จ่ายไฟได้เยอะกว่า มากๆ เลย แบบเสียบชาร์จโน้ตบุ๊กบางรุ่นได้เลยนะ กำลังไฟสูงสุดนี่ถึง 240W เลยอ่ะ

สังเกตง่ายๆ เลย ถ้าพอร์ตไหนเป็น PD เนี่ย มันจะมี สัญลักษณ์ PD เล็กๆ ติดอยู่ข้างๆ อ่ะ เห็นปุ๊บรู้เลยว่าอันนี้ชาร์จแรงนะ

ทำไมต้องมี PD?

  • ชาร์จเร็วขึ้น: ด้วยกำลังไฟที่สูงขึ้น ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้เร็วขึ้นเยอะเลย
  • อุปกรณ์เดียว ชาร์จได้หลายอย่าง: พวกมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊กบางรุ่น หรือแม้กระทั่งจอมอนิเตอร์บางตัว ก็ใช้หัวชาร์จ USB-C PD อันเดียวได้เลย สะดวกมาก
  • ส่งข้อมูลได้แรง: นอกจากจะจ่ายไฟแรงแล้ว ความสามารถในการรับส่งข้อมูลก็ดีขึ้นด้วยนะ

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้ USB-C PD

  • สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ: หลายรุ่นใช้ PD ในการชาร์จเร็ว
  • แท็บเล็ต: เหมือนมือถือเลย ชาร์จเร็วขึ้นเยอะ
  • โน้ตบุ๊กบางรุ่น: อันนี้สำคัญมาก เพราะโน้ตบุ๊กกินไฟเยอะ การมี PD ทำให้ชาร์จได้เร็วและสะดวก
  • Power Bank: Power Bank แบบ PD นี่ดีเลย ชาร์จเร็วและเอาไปชาร์จอย่างอื่นได้ด้วย
  • จอคอมพิวเตอร์: บางรุ่นสามารถรับไฟผ่าน USB-C PD เพื่อจ่ายไฟเลี้ยงให้โน้ตบุ๊กได้ด้วย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ: หัวชาร์จ USB-C PD ที่ขายแยกก็มีเยอะมาก หลายวัตต์ให้เลือกเลย

สายชาร์จ Type C มีกี่แบบ

Type-C มันก็มีให้เลือกเยอะแยะไปหมดแหละ

  • Type-C ธรรมดา: ชาร์จไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ
  • Type-C PD:ความแรงมันอยู่ที่กำลังไฟนี่แหละ ชาร์จแป๊บเดียวเต็ม
  • Type-C DP: ไม่ใช่แค่ชาร์จนะ ต่อจอได้ด้วย

ข้อมูลเพิ่ม:

  • USB Type-C: ชื่อมันบอกอยู่แล้ว หัวกลมๆ เสียบได้ทั้งสองด้าน ไม่ต้องงม
  • PD (Power Delivery): เทคโนโลยี จัดการพลังงาน ให้มันฉลาดขึ้น ชาร์จไวขึ้น ปลอดภัยขึ้น
  • DP (DisplayPort): สัญญาณภาพ ส่งตรง ออกจอได้เลย ไม่ต้องมีสายอื่นมาพัวพัน

หัว Type C เป็นยังไง

หัว Type-C เนี่ยนะ? อ้อ! ไอ้เจ้ากลมๆ แบนๆ ที่เสียบได้สองด้านน่ะเหรอ?

โอ้โห! เข้าใจง่ายจะตาย! ไอ้หัว Type-C เนี่ย มันเหมือนนักมายากลประจำวงการ USB เลยนะ! คิดดูสิ สมัยก่อนหัว Type-A กับ Type-B นี่ มันมีด้านถูกด้านผิดเหมือนชีวิตคนเรานี่แหละ เสียบผิดทีก็หัวเสียเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอมาเจอ Type-C นี่ มันเหมือนสวรรค์มาโปรด! เสียบไปเลย! ด้านไหนก็ไป! โคตรฉลาด!

จุดเด่นของมันก็คือ...

  • เสียบสองด้านได้: อันนี้แหละทีเด็ด! ไม่ต้องควานหาว่าด้านไหนถูกเหมือนสมัยก่อนที่ต้องคลำๆ หาแล้ว เสียบเลย! จบ!
  • รูปร่างสุดชิค: มันเป็นหัวแบนๆ โค้งๆ ดูดีมีสไตล์ ไม่เหมือนหัว Type-A ที่บานเป็นจานบิน หรือ Type-B ที่ดูเทอะทะเกินไป Type-C นี่แหละของจริง!
  • สารพัดประโยชน์: ไม่ใช่แค่เสียบชาร์จอย่างเดียว มันส่งข้อมูลก็ได้ ส่งภาพก็ดี ทำได้หลายอย่างจนบางทีก็งงว่านี่มันหัวเดียวทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

รู้หรือไม่?

  • ความเร็วแรงแซงทางโค้ง: USB Type-C เนี่ยมันรองรับเทคโนโลยี USB รุ่นใหม่ๆ ที่เร็วกว่าเดิมเยอะ! ชนิดที่ว่าโหลดหนัง 4K เสร็จก่อนจะลุกไปชงกาแฟแก้วแรกอีก!
  • ส่งพลังได้เยอะ: นอกจากส่งข้อมูลแล้ว มันยังส่งพลังงานได้เยอะกว่าเดิมด้วยนะ! ชาร์จโน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ บางอย่างก็ยังไหว!
  • กำลังจะกลายเป็นมาตรฐาน: ต่อไปนี้แหละ จะเห็นแต่หัว Type-C เต็มไปหมด! เหมือนสมัยก่อนที่มือถือต้องใช้หัวชาร์จแบบอื่น พอมาตอนนี้มีแต่ Type-C เต็มตลาดไปหมดแล้ว!

สรุปง่ายๆ: หัว Type-C มันคือวิวัฒนาการที่ฉลาดสุดๆ ของหัว USB ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งงง นั่งเซ็งกับหัวที่เสียบผิดอีกต่อไป!

หัว Type-C เป็นแบบไหน

หัว Type-C คือมาตรฐานของหัวต่อ USB ที่มาแทนที่ Type-A และ Type-B ครับ หลักๆ คือมัน เสียบกลับด้านได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียบผิดเหมือนเมื่อก่อน

ด้วยดีไซน์ที่ แบนและขอบโค้ง ทำให้เสียบเข้าพอร์ตได้ง่ายขึ้นเยอะมาก นี่คือจุดเด่นที่ทำให้คนชอบครับ

  • เสียบได้สองด้าน: ไม่ต้องคอยพลิกหาว่าด้านไหนถูก
  • ขนาดเล็ก: เหมาะกับอุปกรณ์สมัยใหม่ที่บางลง
  • รองรับการส่งข้อมูลความเร็วสูง: บางรุ่นทำความเร็วได้สูงมาก
  • ส่งกำลังไฟได้เยอะ: ชาร์จอุปกรณ์เร็วขึ้น หรือจ่ายไฟให้เครื่องอื่นได้

มันไม่ใช่แค่หัวต่อเฉยๆ นะครับ แต่เป็นเหมือน "สะพาน" ที่ทำให้ข้อมูลและพลังงานไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่พยายามทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ

ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม:

  • มาตรฐาน: USB Type-C ไม่ได้หมายถึงความเร็วเสมอไป แต่เป็นแค่ รูปทรงของหัวต่อ ความเร็วจะขึ้นอยู่กับมาตรฐาน USB ที่รองรับ เช่น USB 3.1, USB 3.2, Thunderbolt 3/4
  • ความยืดหยุ่น: รองรับโหมดการทำงานหลากหลาย เช่น DisplayPort Alternate Mode (ส่งสัญญาณภาพออกจอได้) หรือ Power Delivery (PD) สำหรับการชาร์จที่ฉลาดและเร็วขึ้น
  • การใช้งาน: พบได้ทั่วไปในสมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, แท็บเล็ต, จอคอมพิวเตอร์, และอุปกรณ์เสริมต่างๆ มากมาย

บางทีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แบบหัวต่อ USB นี่แหละ ที่สะท้อนปรัชญาการออกแบบที่เน้น ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด และ ลดความซับซ้อน ได้อย่างน่าทึ่งเลยนะครับ

เปิดโหมดFast Charge ยังไง

อืม... Fast Charge น่ะเหรอ

มันก็... เข้าไปที่ การตั้งค่า ก่อนนะ

แล้วก็ การดูแลอุปกรณ์

จากนั้น แตะไอคอนแบตเตอรี่

ต่อมาก็ เมนูการชาร์จ

แล้วก็ เลือกโหมดชาร์จ ที่มีให้เลือกเลย

อันนี้แหละ วิธีชาร์จด่วนมือถือ Samsung Galaxy

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Fast Charge คือการทำให้แบตเตอรี่มือถือของเราเต็มเร็วขึ้น
  • เครื่องชาร์จ ที่ใช้ต้องรองรับ Fast Charge ด้วยนะ ถึงจะใช้โหมดนี้ได้
  • การตั้งค่า แต่ละรุ่นอาจจะต่างกันนิดหน่อย แต่หลักๆ ก็จะประมาณนี้แหละ
  • การชาร์จเร็ว บางทีมันก็ทำให้แบตเตอรี่ร้อนหน่อยนะ
  • อายุแบตเตอรี่ การใช้ Fast Charge บ่อยๆ อาจจะส่งผลต่ออายุแบตเตอรี่ได้บ้าง