IPhone 64 GB เก็บได้กี่รูป

55 ครั้งเข้าชม
iPhone 64 GB เก็บรูปภาพได้ประมาณ 53,571 ภาพ (ความละเอียด 12MP) หรือ 800 ภาพ (ความละเอียด 24MP แบบ RAW)ข้อมูลความจุ: 64 GB: ประมาณ 53,571 ภาพ (12MP) 64 GB: ประมาณ 800 ภาพ (24MP - RAW) แผนผังการจัดเก็บข้อมูล (โดยประมาณ): ความจุมาก เก็บภาพได้มากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

iPhone 64GB เก็บรูปและวิดีโอได้เท่าไหร่ พอใช้ไหมปี 2567?

ถามว่า iPhone 64GB พอไหมปี 2567...ถ้าเอาจากใจเลยนะ ไม่พออย่างแรง คือมันอาจจะรอดถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ถ่ายรูปเลย ไม่เล่นเกม ไม่ลงแอปเยอะ ใช้แค่โทรเข้าออกกับเล่นไลน์นิดหน่อย แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ซื้อไอโฟนมาทำไมกันล่ะ จริงไหม

ผมเคยใช้ iPhone XR 64GB ตอนนั้นก็ว่าเยอะแล้วนะ แต่พอไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนช่วงซากุระบานปี 66 เท่านั้นแหละ รู้เรื่องเลย ถ่ายวิดีโอ 4K ไปได้ไม่กี่คลิป ถ่ายรูปไปรัวๆ หน่อย เครื่องขึ้นเตือนว่า "พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกือบเต็ม" คือแบบอารมณ์เสียมาก ต้องมานั่งเลือกลบรูปเก่าๆ ทิ้งตรงสถานีรถไฟชินจูกุเลย เพื่อจะถ่ายรูปต่อไปได้ มันน่าหงุดหงิดจริงๆ

ไอ้ตัวเลขที่เขาบอกว่าเก็บรูปได้เป็นหมื่นๆ รูปน่ะ มันคือตัวเลขในอุดมคติที่ไม่ได้รวมอะไรอย่างอื่นเลยไงครับ ในชีวิตจริงมันมีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS ที่กินไปแล้วเกือบ 10GB แอปโซเชียลต่างๆ โดยเฉพาะ LINE ที่แคชบวมเอาๆ ไหนจะแอปเกมอีก แค่ลงเกมเดียวก็กินไปหลายกิ๊กแล้ว รูปถ่ายอย่างเดียวมันไม่พอหรอก

แล้วเดี๋ยวนี้ไฟล์มันใหญ่ขึ้นเยอะ รูปถ่ายจากไอโฟนรุ่นใหม่ๆ ก็ละเอียดขึ้น วิดีโอ 4K 60fps นี่คือตัวกินพื้นที่ชั้นดีเลย ถ่ายเล่นๆ ไม่ถึง 5 นาทีก็ปาไปเป็น GB แล้ว ถ้าคุณเป็นสายสร้างคอนเทนต์ ชอบถ่ายคลิปสั้นลง TikTok หรือ Reels บอกเลยว่า 64GB คือฝันร้ายชัดๆ เผลอๆ ไม่ถึงเดือนก็เต็มแล้ว

สรุปแบบฟันธงเลยนะ ถ้าจะซื้อไอโฟนปีนี้เพื่อใช้งานจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่เอามาเป็นเครื่องสำรอง ข้าม 64GB ไปได้เลย เพิ่มเงินอีกหน่อยไป 128GB เป็นอย่างต่ำ หรือถ้าไหวก็ไป 256GB เลยดีกว่า จบๆ ไปเลย ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคอยลบไฟล์ทีหลัง ความสบายใจมันต่างกันเยอะ เชื่อผมเถอะ ความรู้สึกตอนเมมเต็มกลางทริปมันไม่สนุกเลย

iPhone 64 GB เก็บรูปได้กี่รูป

iPhone 64 GB เนี่ยนะ... เก็บรูปได้พอใช้ ในปีนี้ แหละ แต่มันก็แล้วแต่เราใช้มันยังไงด้วย

พื้นที่ 64GB น่ะ มันไม่ได้ให้เราใช้เต็มๆ หรอกนะ... ระบบปฏิบัติการ ของมันก็เอาไปส่วนนึงแล้ว

Android กินพื้นที่ไปราวๆ 15-30GB

iPhone เนี่ย... พื้นที่ที่ระบบใช้ไปจะน้อยกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • iPhone 64 GB จะมีพื้นที่เหลือให้ใช้จริงๆ น้อยกว่า 64GB เสมอ
  • ขนาดไฟล์รูปภาพ ของ iPhone อาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากล้อง (เช่น HEIF หรือ JPEG) และ ความละเอียด ของภาพ
  • ปัจจัยอื่น ที่กินพื้นที่เช่นกัน ได้แก่ แอปพลิเคชัน, วิดีโอ, เพลง, และไฟล์อื่นๆ
  • สำหรับการใช้งานในปีนี้ รูปถ่ายจำนวนมากก็ยังสามารถเก็บได้ หาก บริหารจัดการพื้นที่ ดีๆ เช่น ลบรูปที่ไม่ต้องการ หรือย้ายไปเก็บที่อื่น

ถ้าให้ประมาณคร่าวๆ สำหรับ iPhone 64 GB ที่มีพื้นที่ให้ใช้ราวๆ 50-55 GB อาจจะเก็บรูปภาพความละเอียดสูงได้หลายพันรูป จนถึง หลักหมื่นรูป ขึ้นอยู่กับว่ารูปเหล่านั้นมีขนาดใหญ่แค่ไหน และมีอย่างอื่นกินพื้นที่ไปเยอะแล้วหรือยัง.

ความจุ 64 GB เยอะไหม

64 GB พอไหมปีนี้?

เอาจริงๆ นะ 64 GB ปีนี้ก็ พอ แหละ แต่ต้องบอกเลยว่าต้องมาดูว่า แกใช้มือถือยังไง ก่อน

เมื่อก่อนนะ ตอนเพิ่งได้มือถือเครื่องแรกมาเนี่ย 64 GB นี่โคตรเยอะเลย ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ โหลดแอปนู่นนี่นั่นได้สบายๆ แต่เดี๋ยวนี้ดิ! อะไรๆ ก็ใหญ่ไปหมด แอปเกมก็กินพื้นที่มหาศาล รูปก็ชัดขึ้น วิดีโอก็ 4K แล้ว

รู้ไหมว่า 64 GB จริงๆ มันไม่ใช่ 64 GB เป๊ะๆ นะ

  • Android: โดนระบบปฏิบัติการกินไปแล้วประมาณ 15GB – 30GB เนี่ย หายไปตั้งเยอะ!
  • iPhone: อันนี้ไม่แน่ใจเป๊ะๆ ว่ากินไปเท่าไหร่ แต่มันก็กินพื้นที่เหมือนกันนั่นแหละ

ประสบการณ์ตรงปี 2024:

เมื่อต้นปีที่แล้ว (2023) ตอนซื้อไอโฟนเครื่องใหม่มา (จำรุ่นไม่ได้เป๊ะๆ แต่เป็นรุ่นกลางๆ) เลือก 64 GB แบบงงๆ คิดว่าคงพอแหละ เออ.. ผิดถนัด!

  • เดือนแรก: โหลดแอปโซเชียลต่างๆ ลงไปเต็มที่ ถ่ายรูปเล่นๆ วิดีโอสั้นๆ ก็รู้สึกว่ายังเหลือๆ อยู่
  • เดือนที่สาม: เริ่มรู้สึกอึดอัดละ รูปที่ถ่ายไว้เยอะขึ้น ถ่ายวิดีโอคอนเสิร์ตเพื่อนไปนิดหน่อย แล้วก็เริ่มมีแอปเกมที่ฮิตๆ ตอนนั้นเข้ามา
  • เดือนที่หก (ประมาณ กรกฎาคม 2023):เตือนบ่อยมาก! "พื้นที่เก็บข้อมูลใกล้เต็ม" นี่ขึ้นมาทุกวัน จนรำคาญ ต้องคอยลบรูป ลบคลิป ลบแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้ ทรมานมาก!
  • สิ้นปี 2023: ถึงขั้นต้องไปเช่า iCloud เพิ่ม เพราะรูปกับวิดีโอส่วนตัวนี่ไม่อยากลบจริงๆ

ปี 2024 นี้:

ถ้าจะให้แนะนำจริงๆ คือ อย่าเพิ่งรีบคว้า 64 GB ถ้าแกเป็นสายถ่ายรูปเยอะๆ ชอบโหลดเกม หรือชอบถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงเนี่ย มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

  • สำหรับฉัน: ปีนี้ตัดสินใจอัปเกรดเป็น 128 GB เลย สบายใจกว่าเยอะ ไม่ต้องมานั่งลุ้นพื้นที่ตลอดเวลา

ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ:

  • ระบบปฏิบัติการ: ยิ่งเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็ยิ่งกินพื้นที่มากขึ้น
  • แอปพลิเคชัน: แอปโซเชียลต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, TikTok มีการเก็บแคช (Cache) ไว้เยอะมาก ทำให้กินพื้นที่ไปเรื่อยๆ
  • รูปภาพและวิดีโอ: ความละเอียดสูงขึ้น คุณภาพดีขึ้น ก็กินพื้นที่มากขึ้นตามลำดับ
  • การอัปเดต: การอัปเดตระบบปฏิบัติการแต่ละครั้ง ก็ต้องการพื้นที่ว่างพอสมควร

สรุปคือ 64 GB มันก็พอแหละถ้าแกใช้แบบพื้นฐานมากๆ โทรเข้า-ออก เล่นโซเชียลบ้างนิดหน่อย แต่ถ้าจะให้ใช้แบบสบายๆ ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องพื้นที่ 128 GB คือคำตอบที่ปลอดภัยกว่า ในยุคนี้แล้ว.

64 GB โหลดได้กี่แอพ

จำนวนแอพ ไม่เคยเป็นตัววัด 64GB มันคือพื้นที่ ไม่ใช่จำนวนช่อง

แอพโซเชียลกากๆ ไม่กินที่ ยัดไปเหอะ 100+ แอพก็ยังไหว เจอ เกมฟอร์มยักษ์ เข้าไป 2-3 เกม... จบข่าว

อย่าลืมว่า ระบบปฏิบัติการ (OS) มันจองไปแล้ว 10-15 GB พื้นที่จริงที่มึงใช้ได้มันน้อยกว่านั้น รูป วิดีโอ 4K อีก... พื้นที่จริงแม่งเหลือไม่เยอะหรอก

เรื่องที่ควรรู้ ก่อนเมมเต็ม

  • Cache จากแอพโซเชียลคือตัวกินพื้นที่เงียบ ไล่ลบซะบ้าง
  • Genshin Impact ตอนนี้ตัวเดียวก็ปาไป 30GB+ แล้ว รวมข้อมูลในเกม
  • ข้อมูลระบบ (System Data) มันบวมขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีลด ทำใจ
  • รูปกับวิดีโอ โยนขึ้นคลาวด์ไป ชีวิตดีขึ้นเยอะ

iPhone 11 64 GB ราคากี่บาท

โอ้ยยยย เพิ่งไปหาซื้อมาให้น้องสาวเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ปวดหัวสุดๆ ตอนแรกกะจะหามือหนึ่ง สรุปคือไม่มีแล้ว Apple เลิกขายไปละ เลยต้องตะลุยหาเครื่องมือสองแทน

ตอนแรกไปส่องในเฟซบุ๊กมาร์เก็ตเพลส โห ราคามันแบบ...มันแกว่งมาก มีตั้งแต่ 7 พันปลายๆ ไปจนถึงหมื่นต้นๆ เลย สภาพก็แล้วแต่ดวง บางเครื่องนี่รอยรอบตัวเลย บางเครื่องก็สวยกริ๊บแต่ดันเป็นจอปลอมอีก ไม่กล้าเสี่ยงเลยจริงๆ

สุดท้ายเลยตัดสินใจลางานครึ่งวันบ่ายวันศุกร์ นั่งรถไฟฟ้าไปมาบุญครองเลย เดินวนอยู่ชั้น 4 นั่นแหละเกือบสองชั่วโมง ร้านเยอะจนตาลาย สุดท้ายไปจบที่ร้านนึง ได้เครื่องสีม่วงมา สภาพนางฟ้ามากกกก แทบไม่มีรอยเลย

เช็คทุกอย่าง True Tone อยู่ครบ จอแท้ ลองกล้อง ลองลำโพง แบตเตอรี่เบต้าเหลือ 92% เค้าคิดราคา iPhone 11 64GB ราคา 8,900 บาท ต่อไปต่อมาเค้าลดให้เหลือ 8,700 ถ้วนๆ แถมฟิล์มกับเคสใสมาให้ด้วยอันนึง ถือว่าจบสวยเลย น้องสาวได้ไปนี่กรี๊ดลั่นบ้านเลย

ตอนนี้ราคาตลาดมันจะวนๆ อยู่แถวนี้แหละ ถ้าเจอแพงกว่านี้มากๆ คือไม่น่าใช่แล้วสำหรับมือสองนะ

  • ราคา iPhone 11 64GB มือสอง ตอนนี้จะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 7,800 - 9,500 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่อง สุขภาพแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ที่ให้มาด้วย
  • สิ่งที่ต้องเช็คเวลาซื้อมือสองคือ สุขภาพแบต ไม่ควรต่ำกว่า 85% ถ้าต่ำกว่านั้นเตรียมเงินเปลี่ยนได้เลย และที่สำคัญสุดๆ คือ เช็ค True Tone ถ้าไม่มีแสดงว่าเปลี่ยนจอมาแล้วแน่นอน
  • แหล่งซื้อที่ไว้ใจได้ก็พวกร้านตู้ใหญ่ๆ ในห้างดังอย่างมาบุญครอง หรือหาในกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีแอดมินคอยคุม มีเครดิตชัดเจน นัดเจอตัวจริงเท่านั้น ห้ามโอนก่อนเด็ดขาด
  • ชิป A13 Bionic ยังแรงเหลือๆ เล่นเกมได้ทุกเกม กล้องก็ยังถ่ายรูปสวยมาก โดยเฉพาะโหมดกลางคืน ยังใช้ได้ยาวๆ อีกอย่างน้อย 2-3 ปีสบายๆ เพราะยังได้อัปเดต iOS อยู่

256GB เก็บรูปได้ กี่รูป

โคตรเบื่อเลยไอโฟน 64GB ตัวเก่า เต็มตลอด ไปเที่ยวญี่ปุ่นรอบนั้นที่โอซาก้าคือแบบ...ต้องมานั่งลบรูปกลางร้านดงกิอะ คิดดูดิ เสียอารมณ์มาก

พอจะซื้อมือถือใหม่เลยคิดหนักมากเรื่องความจุ ไอ้ตัว 256GB เนี่ยมันจะพอจริงมั้ยวะ เรามันสายถ่ายรูป ถ่ายรัวๆ แถมมีวิดีโอ 4K อีก

คืนนั้นเลยนั่งหาข้อมูลจริงจังเลย กดเครื่องคิดเลขยิกๆ 256GB เก็บรูปได้กี่รูป... คำตอบคือมันแล้วแต่ไฟล์เลย

ถ้าเป็นรูป JPEG แบบที่มือถือส่วนใหญ่ถ่ายนะ 256GB จะเก็บได้ประมาณ 214,286 รูป คือเยอะมากนะ สองแสนรูปอะ แต่ถ้าเป็นสายโหดถ่ายไฟล์ RAW แต่งรูปจริงจังแบบที่ผมทำบ้างเวลาไปเที่ยว จะเหลือแค่ 83,333 รูป เอง หายไปกว่าครึ่ง

ตอนแรกก็ลังเลว่าจะเอา 128GB ดีมั้ย ประหยัดไปหลายพัน แต่พอเห็นว่ามันได้แค่แสนนิดๆ (107,143 รูป) คือไม่ไหวแน่ๆ แปปเดียวเต็มชัวร์ ส่วน 512GB ก็เยอะไป๊ ตั้งสี่แสนกว่ารูป (428,571 รูป) ชาตินี้จะถ่ายถึงมั้ย 555

สุดท้ายก็จบที่ 256GB นี่แหละ กำลังดีเลย ใช้มาตั้งแต่ต้นปี 2024 นี่ยังเหลือๆ เลย ทั้งรูปจากทริปเชียงใหม่ล่าสุด ทั้งคลิปแมวที่บ้าน ถ่ายรัวๆ ไม่ต้องกลัวเต็มอีกแล้ว ชีวิตดีขึ้นเยอะ

สรุปตัวเลขให้ดูง่ายๆ เผื่อใครขี้เกียจอ่านเรื่องยาวของผม

คำนวณจากขนาดไฟล์รูปภาพโดยเฉลี่ยนะ

  • รูปถ่าย JPEG (จากมือถือทั่วไป): ขนาดไฟล์ประมาณ 1.2MB
  • รูปถ่าย RAW (จากกล้อง DSLR/Mirrorless): ขนาดไฟล์ประมาณ 3.0MB

ทีนี้มาดูแต่ละความจุกันเลย

  • ความจุ 512GB: รูป JPEG 428,571 รูป / รูป RAW 166,667 รูป
  • ความจุ 256GB: รูป JPEG 214,286 รูป / รูป RAW 83,333 รูป
  • ความจุ 128GB: รูป JPEG 107,143 รูป / รูป RAW 41,667 รูป
  • ความจุ 64GB: รูป JPEG 53,571 รูป / รูป RAW 20,833 รูป (ยุคนี้ไม่แนะนำแล้วนะ บอกเลย)

ควรเลือก iPhone ความจุเท่าไหร่ดี

เอาจริงนะ 256 GB คือคำตอบสุดท้าย ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดสมอง

128 GB มันเหมือนคอนโดห้องสตูดิโอที่ต้องคอยจัดของเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้กล้าสายมินิมอลที่ใช้ชีวิตกับการลบแอปเป็นกิจวัตร ความรู้สึกตอนจะโหลดเกมใหม่แล้วต้องเลือกลบเกมเก่าออก... โหดร้ายกว่าการเลือกข้างในสงครามอีกเว้ย ผมใช้ 256 GB อยู่ สุขภาพจิตดีขึ้นเยอะ

ส่วน 256 GB มันคือบ้านเดี่ยวมีสวนหลังบ้าน อยากจะปลูกต้นไม้ (ลงแอป) กี่ต้นก็ได้ อยากจะเก็บของ (รูป/วิดีโอ) แค่ไหนก็ทำไปเลย ไม่ต้องมานั่งคิดว่า เอ๊ะ... จะเต็มยังวะ อยากถ่ายวิดีโอ 4K ก็กดอัดไปเลยยาวๆ มันคือการซื้อความสบายใจ ไม่ใช่แค่ซื้อพื้นที่

ลองดูนี่ แล้วจะเก็ทเลย:

  • แอปเดี๋ยวนี้ตัวบวมน้ำมาก: แค่แอปโซเชียลพื้นๆ ไม่กี่ตัวก็กินที่ไปหลายสิบ GB แล้วนะ ยังไม่รวม Cache ที่มันแอบสร้างเงียบๆ เหมือนหนี้บัตรเครดิตอีก แค่ Cache ก็ปาไปหลาย GB แล้ว ไม่เชื่อลองไปเช็คดูสิ แล้วจะตกใจ
  • สายคอนเทนต์ไม่มีทางรอด: ถ้าคุณเป็นมนุษย์ที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ บอกเลยว่า 128 GB คือสุสานดีๆ นี่เอง รูป Live Photos, วิดีโอ 4K 60fps, ไหนจะไฟล์ ProRes อีก พวกนี้มันคือปีศาจสูบเมมชัดๆ คนใช้ 128 GB คือต้องภาวนาทุกครั้งที่กดชัตเตอร์
  • กับดัก iCloud: บางคนบอกว่า "ก็ซื้อ iCloud เพิ่มสิ" มันก็ใช่... แต่คุณกำลังเปลี่ยนจากการเป็นเจ้าของพื้นที่ มาเป็นผู้เช่าที่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนไปตลอดชีวิตนะ จ่ายรอบเดียวจบตอนซื้อเครื่อง ดีกว่าจ่ายค่าเช่าไปเรื่อยๆ แถมเน็ตหมดก็เปิดดูรูปเก่าไม่ได้อีก จบข่าว
  • เผื่ออนาคตอันสดใส (ที่ไฟล์ใหญ่ขึ้น): ซื้อเผื่อไปเลย อีก 2-3 ปีข้างหน้าแอปจะใหญ่ขึ้นอีกเยอะ รูปจะชัดขึ้นอีกบาน การซื้อ 256 GB วันนี้คือ การลงทุนเพื่อลดความหัวร้อนในอนาคต นั่นเองงงงง

ฉันควรซื้อ iPhone ที่มีความจุเท่าไหร่ดี

256GB, 512GB เนี่ยแหละ ใช่เลยสำหรับสายเกมเมอร์!

เอาจริงๆ นะ สมัยก่อนก็เคยคิดว่า 128GB มันก็พอแล้วแหละ แต่พอมาเจอเกมแบบ Genshin Impact, Honkai: Star Rail ที่แบบ กราฟิกอลังการงานสร้าง โหลดทีนี่แทบหลับคาเครื่อง แล้วแต่ละอีเว้นท์ แต่ละแพทช์ที่อัปเดตมานะ โอ้โห! พื้นที่หายไปแบบมหาศาลเลยจริงๆ

เวลาโหลดแพทช์เกมใหม่ๆ แต่ละทีนี่แบบ..

  • ไฟล์ใหญ่บึ้ม: กราฟิกสวยๆ ฉากอลังๆ ข้อมูลตัวละคร ชุด สกิล ฯลฯ มันก็ต้องกินพื้นที่เยอะเป็นธรรมดา
  • อัปเดตเรื่อยๆ: ไม่ใช่โหลดครั้งเดียวจบนะซิ! ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน มีอัปเดต มีอีเว้นท์ใหม่มาให้โหลดตลอด
  • เก็บวิดีโอ/รูป: บางทีเล่นเกมเพลินๆ ก็อยากอัดหน้าจอเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือถ่ายรูปสวยๆ ในเกม ถ้าพื้นที่น้อยก็ต้องมานั่งลบรูป ลบคลิป เสียดายแย่

แล้วทำไมต้อง 256GB หรือ 512GB?

  • 256GB: สำหรับคนเล่นเกมหลักๆ สัก 2-3 เกม ที่กินพื้นที่แบบกลางๆ ถึงมากหน่อย อันนี้กำลังดีเลย ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องพื้นที่บ่อยๆ
  • 512GB: อันนี้คือที่สุดของที่สุด! สำหรับใครที่แบบ "ฉันจะเล่นทุกเกม!" หรือเกมที่ชอบมันกินพื้นที่แบบโหดสุดๆ แล้วยังอยากโหลดหนัง ฟังเพลง ถ่ายวิดีโอ 4K เก็บไว้สบายๆ ด้วย อันนี้คือตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดมาก

ตอนผมซื้อ iPhone 15 Pro Max ที่เพิ่งออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว (2023) ก็ตัดสินใจจัด 512GB ไปเลย!

ตอนนั้นไปที่ Apple Store สาขา IconSiam พอดี คนเยอะมากกกกก แต่ก็ยังอยากไปลองจับ ลองเล่นเครื่องจริงก่อน ยอมยืนต่อคิวนานหน่อย ตอนเลือกสีดำ (Natural Titanium) ก็นานมาก เพราะคนรุมดูเยอะจริงๆ พอเลือกความจุ ก็ลังเลอยู่แป๊บนึงระหว่าง 256GB กับ 512GB แต่พอคิดถึงเกมที่เล่นอยู่ แล้วก็เกมที่อยากเล่นในอนาคต บวกกับพวกรูปถ่าย วิดีโอที่ชอบถ่ายตอนไปเที่ยว ก็เลยตัดสินใจว่า "เอาวะ! จ่ายเพิ่มหน่อย สบายใจระยะยาว!"

เหตุผลเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา:

  • การถ่ายวิดีโอ 4K/Dolby Vision: ถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เก็บทุกรายละเอียด ทุกอารมณ์ ความจุเยอะๆ ช่วยให้คุณถ่ายได้นานขึ้น ไม่ต้องมาคอยลบไฟล์บ่อยๆ
  • แอปพลิเคชันอื่นๆ: นอกจากเกมแล้ว แอปฯ ตัดต่อวิดีโอ แอปฯ แต่งรูป หรือแอปฯ เรียนรู้อื่นๆ ที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ก็ยังมีอีกมากมาย
  • การอัปเดต iOS: การอัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่นใหม่ๆ เองก็กินพื้นที่อยู่พอสมควร
  • การขายต่อ/แลกเครื่อง: ในอนาคต ถ้าคิดจะขายเครื่องเก่าเพื่อซื้อเครื่องใหม่ เครื่องที่มีความจุสูงมักจะมีราคาขายต่อที่ดีกว่า

สุดท้ายแล้ว…

การเลือกความจุ iPhone มันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราจริงๆ แต่สำหรับสายเกมเมอร์ที่ต้องการประสบการณ์การเล่นเกมแบบเต็มอิ่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ 256GB และ 512GB คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดแล้วครับ!