ใครเป็นเจ้าของ Who Call
ใครเป็นเจ้าของ Whoscall? Gogolook บริษัทไต้หวันในเครือ Naver
ใครเป็นเจ้าของ Whoscall เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะแอปนี้ช่วยป้องกันมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ. Whoscall เกิดจากประสบการณ์จริงของผู้ก่อตั้งที่เกือบตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จึงพัฒนาแอปเพื่อระบุสายเรียกเข้าและกรองสแปม. การรู้จักเจ้าของที่แท้จริงช่วยให้คุณมั่นใจในความน่าเชื่อถือและปลอดภัยของข้อมูล อ่านต่อเพื่อทำความรู้จักกับบริษัทผู้พัฒนาและเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง.
ใครเป็นเจ้าของ Whoscall?
คำถามว่า ใครเป็นเจ้าของ Whoscall อาจทำให้สับสนได้ เพราะหลายคนไม่แน่ใจว่าเจ้าของหมายถึงผู้พัฒนาโดยตรงหรือบริษัทที่ถือหุ้นรายใหญ่ ปัจจุบัน Whoscall เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยบริษัท Gogolook Co., Ltd. จากไต้หวัน โดยมี Jeff Kuo หรือ เจฟฟ์ กัว เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
Gogolook ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ที่ไต้หวัน โดยเน้นพัฒนาเทคโนโลยีด้าน TrustTech[1] หรือเทคโนโลยีความไว้วางใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อมูลและป้องกันการหลอกลวง จุดเริ่มต้นของ Whoscall มาจากประสบการณ์จริงของผู้ก่อตั้งที่เกือบตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพโทรศัพท์ จึงพัฒนาแอปที่สามารถระบุตัวตน Caller ID และกรองสายสแปมได้อย่างแม่นยำ
Whoscall ของประเทศไหน และเกี่ยวข้องกับ Naver อย่างไร?
หากสงสัยว่า Whoscall ของประเทศไหน คำตอบคือเป็นแอปจากประเทศไต้หวัน แต่ในปี 2013 บริษัท Gogolook ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Naver[2] ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้และเจ้าของ LINE อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาโดยตรงยังคงเป็น Gogolook ไม่ใช่ Naver
พูดง่าย ๆ คือ Gogolook คือบริษัทแม่ที่สร้าง Whoscall ส่วน Naver เคยเป็นผู้ถือหุ้นและช่วยเสริมศักยภาพด้านการเติบโตในช่วงแรก หลายคนเข้าใจผิดว่า Naver ซื้อ Whoscall ไปทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง Gogolook ยังคงดำเนินงานในฐานะบริษัทเทคโนโลยีจากไต้หวัน และต่อมาได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันด้วยตนเอง
Gogolook คือบริษัทอะไร และทำไมถึงเชี่ยวชาญเรื่องป้องกันมิจฉาชีพ?
หากถามว่า Gogolook คือบริษัทอะไร Gogolook เป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่มุ่งเน้น TrustTech โดยพัฒนาเครื่องมือช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ และข้อความ จุดแข็งของ Whoscall คือฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์จำนวนมากที่ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบสายเรียกเข้าได้ทันที
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์และข้อความเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาพบว่ามากกว่า 68% ของประชาชนเคยได้รับสายสแปมหรือสายหลอกลวงอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์[3] ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดแอประบุเบอร์โทรมีความจำเป็นจริง และเป็นเหตุผลที่ Gogolook เติบโตเร็วในภูมิภาคเอเชีย
การดำเนินงานของ Whoscall ในประเทศไทย
ในประเทศไทย Whoscall ได้ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 ในกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายบริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง TrueMove H เพื่อเสริมระบบป้องกันมิจฉาชีพให้เข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างมากขึ้น
จากประสบการณ์ของผมเอง ตอนที่มีสายแปลก ๆ โทรเข้ามารัว ๆ วันละหลายครั้ง ความรู้สึกคือทั้งรำคาญและกังวล กลัวเผลอกดรับสายผิดพลาด พอลองใช้แอประบุเบอร์อย่าง Whoscall ก็ช่วยลดความเครียดไปได้เยอะ เพราะเห็นชื่อหรือประเภทสายก่อนตัดสินใจกดรับ มันเรียบง่าย แต่ช่วยได้จริง
Whoscall เก็บข้อมูลผู้ใช้หรือไม่?
คำถามว่า แอป Whoscall สร้างโดยใคร นี้สำคัญมาก และหลายคนกังวลว่า Whoscall เป็นแอปต่างประเทศแล้วจะเก็บข้อมูลไปในทางมิชอบหรือไม่ โดยทั่วไป แอปประเภท Caller ID จะอาศัยฐานข้อมูลที่ผู้ใช้ร่วมกันรายงานและข้อมูลสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรอ่านเงื่อนไขความเป็นส่วนตัวของแอปทุกครั้งก่อนใช้งาน
พูดตรง ๆ นะ ความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก ทุกวันนี้ข้อมูลคือทรัพย์สินสำคัญ การรู้ว่า ใครเป็นเจ้าของ Whoscall และการเลือกใช้แอปจากบริษัทที่มีตัวตนชัดเจน มีสำนักงานในหลายประเทศ และมีประวัติการดำเนินงานยาวนาน ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายผู้ใช้ก็ต้องพิจารณาความสบายใจของตัวเองด้วย
เปรียบเทียบความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้าของ Whoscall
หลายคนสับสนระหว่างผู้พัฒนาและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นี่คือความแตกต่างที่ควรรู้Gogolook (ผู้พัฒนาโดยตรง)
- Jeff Kuo เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO
- มีสำนักงานใหญ่ที่ไต้หวัน
- เป็นบริษัทที่สร้างและพัฒนา Whoscall ตั้งแต่ปี 2012
Naver (ผู้ถือหุ้นในช่วงหนึ่ง)
- ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาโดยตรงของ Whoscall
- บริษัทเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ เจ้าของ LINE
- เคยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งและสนับสนุนการเติบโตของ Gogolook ในปี 2013
ประสบการณ์ของกิตติในกรุงเทพฯ กับสายสแปมรายวัน
กิตติ พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ ได้รับสายแปลกวันละ 3-4 ครั้ง บางวันเป็นเบอร์ขึ้นต้นต่างจังหวัด บางวันเป็นเบอร์มือถือธรรมดา เขาเริ่มเครียดและไม่กล้ารับสายลูกค้าที่ไม่รู้จัก
ตอนแรกเขาพยายามบล็อกทีละเบอร์ แต่วันรุ่งขึ้นก็มีเบอร์ใหม่โทรมาอีก เหมือนเล่นเกมไล่จับไม่จบ ความรำคาญสะสมจนเขาปิดเสียงโทรศัพท์ในเวลางาน
หลังจากติดตั้ง Whoscall เขาเห็นป้ายเตือนว่าสายนี้เป็นสแปมหรือขายประกันก่อนกดรับ ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และกล้ารับสายลูกค้าที่ไม่เคยบันทึกไว้
ผ่านไปประมาณ 1 เดือน กิตติบอกว่าความเครียดลดลงมาก และไม่ต้องเสียเวลาบล็อกเบอร์ทีละสายอีกต่อไป
รวบรวมความรู้
ใครเป็นเจ้าของ Whoscall จริง ๆ?
เจ้าของและผู้พัฒนา Whoscall คือบริษัท Gogolook จากไต้หวัน โดยมี Jeff Kuo เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ส่วน Naver เคยเป็นผู้สนับสนุนและถือหุ้นในช่วงหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาโดยตรง
Whoscall บริษัทอะไร และของประเทศไหน?
Whoscall พัฒนาโดย Gogolook Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีจากไต้หวัน ก่อตั้งในปี 2012 และเชี่ยวชาญด้าน TrustTech หรือเทคโนโลยีความไว้วางใจ
Whoscall เก็บข้อมูลผู้ใช้ไปหรือไม่?
แอปประเภท Caller ID มักใช้ฐานข้อมูลที่ผู้ใช้ร่วมกันรายงานและข้อมูลสาธารณะ ผู้ใช้ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวก่อนติดตั้ง เพื่อเข้าใจว่ามีการเก็บข้อมูลใดบ้าง
Whoscall น่าเชื่อถือไหม?
ความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ใช้ แต่การที่ Gogolook มีสำนักงานในหลายประเทศและดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี ช่วยเพิ่มความมั่นใจในระดับหนึ่ง
สรุปแบบรายการ
ผู้พัฒนาโดยตรงคือ GogolookWhoscall ถูกพัฒนาโดย Gogolook จากไต้หวัน ตั้งแต่ปี 2012
Naver ไม่ใช่ผู้พัฒนาNaver เคยเป็นผู้สนับสนุนในปี 2013 แต่ไม่ได้สร้างแอปนี้โดยตรง
มีการดำเนินงานในไทยWhoscall ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 ในกรุงเทพฯ และร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น
แหล่งข้อมูลข่าวสาร
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต