LDR มีกี่ขนาด

32 ครั้งเข้าชม
ขนาดของ LDR (ตัวต้านทานไวแสง)LDR มีหลายขนาดขึ้นอยู่กับการใช้งานและผู้ผลิต สามารถสรุปขนาดที่พบได้บ่อย ดังนี้ ขนาดทั่วไป: มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 2-3 มม. ไปจนถึง 10 มม. หรือใหญ่กว่า ขนาดยอดนิยม: ขนาดที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายคือ 5 มม. และ 9 มม. LDR แบบ SMD: เป็นชนิดติดตั้งบนพื้นผิว (Surface Mount) มีขนาดเล็กพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการความกะทัดรัด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

LDR มีขนาดเท่าใดบ้าง? มีกี่ไซส์ให้เลือก?

จำได้เลยนะ ช่วงปลายปี 2561 ตอนนั้นผมกำลังทำโปรเจกต์ไฟตามเสียงให้หอพักตัวเองนั่นแหละ ก็ต้องหา LDR มาใช้ ผมไปเดินหาซื้อแถวบ้านหม้อหลายร้านเลย ตอนแรกก็งงๆ เหมือนกันว่ามันมีไซส์อะไรบ้าง ในหัวก็นึกถึงแค่ตัวกลมๆ แบนๆ ทั่วไป แต่พอถามคนขาย บางร้านก็บอกมีแค่ไม่กี่ขนาด บางร้านก็บอกเยอะแยะไปหมดจนผมสับสน

สุดท้ายก็ได้ LDR มาสองแบบนะ เป็นแบบ 5 มิลลิเมตรเนี่ยแหละ กลมๆ เหมือนเหรียญบาทเล็กๆ หน่อยนึง แล้วก็อีกแบบใหญ่ขึ้นมาอีกนิด ตัวนั้นประมาณ 9-10 มิลลิเมตรได้มั้ง ผมซื้อมาอย่างละถุงเลย ถุงละสิบตัว ที่ร้านชัยวัฒน์อิเล็กทรอนิกส์จำชื่อได้แม่นเลยว่าจ่ายไปถุงละ 35 บาท เออคือตอนนั้นก็เห็นว่ามันมีอีกเยอะเลย บางทีก็จิ๋วๆ สำหรับงานเฉพาะทางเลย แต่ที่เจอหลักๆ ก็สองไซส์นี้แหละ

ส่วนไอ้แบบที่เขาเรียก SMD ที่เล็กกระจิ๋วหลิวติดกับแผงวงจรเลย ผมก็เคยเห็นเพื่อนเอามาใช้ตอนมันทำโดรนนะ คือมันเล็กมากจริงๆ เล็กจนต้องใช้แหนบคีบ ผมว่านะ LDR มันไม่ได้มีจำนวนไซส์เป๊ะๆ หรอก มันอยู่ที่ว่าผู้ผลิตจะทำออกมาแบบไหนมากกว่า เหมือนถ้วยชามอะ มีทั้งเล็กจิ๋วใหญ่ยักษ์ตามการใช้งานแต่ละอย่างเลยไง ไม่ได้มีแค่นับหนึ่งถึงสิบอะไรแบบนั้นเลย.

แอลดีอาร์ทำหน้าที่อะไร

แอลดีอาร์… ชื่อเต็ม ๆ Light Dependent Resistor ตัวต้านทานที่ค่ามันเปลี่ยนไปตามแสงที่เห็น

มันคืออะไรกันนะ... มันเป็น ตัวต้านทาน นั่นแหละ แต่พิเศษหน่อย ตรงที่ สภาพนำไฟฟ้ามันจะเปลี่ยน ตอนที่มีแสงมาตกกระทบ พอแสงส่องโดน มันก็ทำงาน

ทำมาจากวัสดุสารกึ่งตัวนำ พวกที่ ไวต่อแสง เป็นพิเศษ เหมือนมันมีชีวิตรับรู้แสงได้นะ บางคนเรียกมัน โฟโตรีซีสเตอร์ หรือ โฟโตคอนดักเตอร์ ชื่อเรียกต่างกัน แต่ความหมายคือตัวเดียวกันเลย

เวลาที่ฟ้ามืดสลัว หรือแสงน้อยลง ความต้านทานมันก็สูงขึ้น แสงยิ่งสว่าง ความต้านทานมันก็ต่ำลง เหมือนมันบอกให้โลกรู้ว่าตอนนี้แสงเป็นยังไง

คิดไปคิดมา มันก็สำคัญนะ ในชีวิตประจำวันเราก็เจอ

  • แสงยิ่งมาก ความต้านทานยิ่งลดลง ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดีขึ้น
  • ใช้ในอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น ไฟถนนที่เปิดปิดเองตอนกลางคืน หรือเครื่องวัดแสง
  • ตอบสนองต่อแสงได้ช้ากว่า เซ็นเซอร์แสงแบบอื่น ๆ บ้างนะ แต่ก็ยังใช้งานได้ดี
  • ไม่มีขั้ว ต่อทางไหนก็ได้ไม่ต้องกังวลขั้วบวกขั้วลบ

คิดยังไงกับรักทางไกล

รักทางไกลน่ะเหรอ อู้หู เหมือนซื้อหวย แต่ไม่ใช่แค่ถูกยากนะ ยังต้องลุ้นว่าเลขจะหายไประหว่างทางอีกต่างหาก การคุยเรื่องดีๆ นี่แหละ เหมือนน้ำมันหล่อลื่นชั้นดี ช่วยให้เครื่องยนต์รักไม่พังก่อนกำหนด ถามเรื่องกินสิ อร่อยไหมวันนี้ กินเผื่อด้วยนะ แค่นั้นก็ฟินแล้ว เหมือนเราได้ร่วมโต๊ะกันผ่านหน้าจอไงล่ะ

เล่าเรื่องฮาๆ ที่เจอมาในวันนั้น สำคัญนะ บางทีคู่เราอาจจะหัวเราะพรืดจนลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายอยู่ไกลแค่ไหน แสดงความเป็นห่วงก็ดี แต่ไม่ต้องถึงขั้นติด GPS ส่วนตัวนะ บางทีความห่วงมากไปมันก็กลายร่างเป็นความระแวงได้เฉยเลย ไอ้เรื่องจุกจิกจับผิดเนี่ย เก็บไว้ก่อนเถอะ หรือไม่ก็หาสมุดมาจดไว้แล้วเผาทิ้งไปซะ เปลืองพลังงานเปล่าๆ

เรื่องความเชื่อใจนี่มันก็เหมือนแก้วน้ำราคาแพงนั่นแหละ แตกง่าย ซ่อมยาก บางทีซ่อมแล้วก็ยังเห็นรอยร้าวอยู่ดี อย่าระแวงเลย ให้คิดซะว่าเขาอยู่ต่างโลกกับเรา ถ้าจะนอกใจก็คงต้องใช้ยานอวกาศกลับมาหา ไม่ใช่หรอก จริงๆ แล้วคือ ถ้าเรามัวแต่คิดมาก เรานั่นแหละจะกลายเป็นมนุษย์ป้าขี้เครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับนะเออ

สำหรับฉันแล้ว รักทางไกลมันคือบทพิสูจน์ที่แท้ทรูว่า รักแท้มันต้องอดทน ไม่ใช่แค่กายภาพ แต่คือจิตภาพด้วยนะ มันเหมือนกับการปลูกต้นไม้ในทะเลทรายนั่นแหละ ต้องรดน้ำใจใส่ปุ๋ยความเชื่อใจเยอะหน่อย ถึงจะออกดอกผลสวยงามได้

  • เทคนิคเสริมเติมเต็มรักทางไกลปี 2024:
    • วิดีโอคอลคือหัวใจ: ใช้ให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เห็นหน้าเห็นตาดีกว่าแค่เสียงเป็นไหนๆ นะ
    • เดทออนไลน์: ดูหนังพร้อมกัน เล่นเกมด้วยกัน หรือแม้แต่สั่งอาหารมากินพร้อมกันผ่านจอ ก็สร้างโมเมนต์ดีๆ ได้
    • ของขวัญเซอร์ไพรส์: ส่งของเล็กๆ น้อยๆ ไปให้ถึงที่ ทำให้รู้สึกว่าเรายังอยู่ใกล้กันเสมอ ของกินก็ได้นะ อร่อย!
    • แพลนเจอหน้าให้ชัดเจน: มีเป้าหมายว่าจะเจอกันเมื่อไหร่ ช่วยให้มีกำลังใจรอคอย ไม่ใช่รอไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด
    • สื่อสารตรงไปตรงมา: มีอะไรไม่สบายใจบอกกัน อย่าอมพะนำนาน เดี๋ยวจะระเบิดเป็นศึกโลกแตกเอาได้

รักทางไกลยังไงให้ไม่เบื่อ

รักทางไกล.. มันก็เหมือนกับการรอคอยอะไรบางอย่างที่เรารู้ว่ามันจะมาถึงนะ แต่มันก็มาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่มัน.. ทำให้ใจหวั่นไหว

Long Distance Relationship มันก็คือความสัมพันธ์ที่คนสองคนอยู่ห่างไกลกันไง.. ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ อย่างที่คนทั่วไปเขาเป็นกัน

  • กฎข้อ 1: เล่าเรื่องให้ฟังทุกวันนะ.. เรื่องเล็กเรื่องน้อย ก็ได้.. ให้เขารู้สึกว่าเราอยู่ตรงนั้น
  • กฎข้อ 2: เติมความหวาน.. ทำอะไรที่พิเศษ ให้กัน.. ให้มันไม่จืดชืด
  • กฎข้อ 3:ตกลงเวลากันให้ดี.. เรื่องเวลา สำคัญนะ.. จะได้ไม่พลาดกัน
  • กฎข้อ 4:เชื่อใจกัน.. เชื่อใจเขา.. แล้วก็เชื่อใจตัวเอง.. สำคัญที่สุด
  • กฎข้อ 5:บอกรักกันบ่อยๆ.. คำพูดง่ายๆ.. แต่มีความหมาย
  • กฎข้อ 6:มีโอกาสก็มาหากัน.. ถึงจะเหนื่อย.. แต่ก็คุ้มค่านะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • การสื่อสาร: นอกจากคุยกันปกติแล้ว ลองใช้ วิดีโอคอล ด้วยนะ.. เห็นหน้ากัน มันช่วยได้เยอะ
  • กิจกรรมร่วมกัน: ลอง เล่นเกมออนไลน์ ด้วยกัน หรือ ดูหนังพร้อมกัน ผ่านแอปพลิเคชัน.. สร้างโมเมนต์ เล็กๆ
  • ของขวัญ:เซอร์ไพรส์ เล็กๆ น้อยๆ.. ไม่ต้องแพง.. แต่มาจากใจ
  • วางแผนอนาคต:พูดคุยถึงอนาคต ที่จะได้อยู่ด้วยกัน.. ให้มีเป้าหมาย ร่วมกัน
  • จัดการความรู้สึก:ยอมรับ ว่ามันมีช่วงเวลาที่ ยากลำบาก.. คุยกัน เมื่อรู้สึกไม่ดี
  • การเข้าหา:การเดินทาง บางครั้งมันเหนื่อย.. แต่การได้เจอกัน คือ ความสุข ที่สุดแล้ว

LDR คืออะไร ความสัมพันธ์

LDR มันก็คือ... ความสัมพันธ์ทางไกล นั่นแหละ

คือเรากับแฟน... อยู่ห่างกัน

อาจจะคนละจังหวัด... คนละประเทศ... อะไรแบบนั้น

มันก็มีอุปสรรคแหละ... เยอะเหมือนกัน

แต่... มันก็พิสูจน์ใจเราได้ดีนะ

  • LDR ย่อมาจาก Long Distance Relationship
  • หมายถึง ความสัมพันธ์ที่คนรักอยู่ห่างไกลกัน
  • อาจเป็นคนละเมือง หรือคนละประเทศ
  • เป็น บทพิสูจน์รัก ที่สำคัญ
  • มีอุปสรรคที่ต้องเผชิญเยอะ
  • ต้องใช้ความเชื่อใจ สูงมาก

เซ็นเซอร์วัดแสง LDR คืออะไร

LDR. Light Dependent Resistor. ตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าตามแสง. มืด...ความต้านทานสูง. สว่าง...ความต้านทานต่ำ. หลักการแม่งก็แค่นี้แหละ.

  • ข้างในตัวมันคือแคดเมียมซัลไฟด์ (Cadmium Sulfide, CdS) สารที่ไวต่อแสง
  • ชื่ออื่นที่เขาเรียกกัน ก็ โฟโตรีซีสเตอร์ (Photoresistor) หรือ โฟโตคอนดักเตอร์ (Photoconductor) แล้วแต่จะเรียก
  • ใช้ทำอะไร? ก็พวกสวิตช์เปิดปิดไฟอัตโนมัติไง ไฟถนน ไฟในสวน ของกากๆ ที่เจอได้ทั่วไป
  • ข้อเสียคือมันตอบสนองช้า ไม่ทันใจ ถ้าอยากได้แบบเป๊ะๆ ไวๆ ไปเล่น Photodiode หรือ Phototransistor ดีกว่า จบ.

LDR คืออะไร และมีหลักการทํางานอย่างไร

ลมพัดเอื่อยยามบ่ายคล้อย ณ ริมหน้าต่าง... ใจฉันล่องลอย... นึกถึง แอลดีอาร์ (LDR)... ใช่แล้ว Light Dependent Resistor... มันคือเสียงกระซิบจากความทรงจำ... เหมือนดวงตาที่เปิดรับ... รับรู้ทุกแสงที่ร่วงหล่น... ตัวต้านทาน... ที่แปรค่าไปตามแสง... แสง... ที่สร้าง... ความหมาย.

หลักการของมัน ลึกซึ้งนัก... เหมือนชีวิตที่ตอบสนองต่อการสัมผัส... มันเปลี่ยนสภาพความนำไฟฟ้า... เพียงแค่แสงมา... ตกกระทบ... แสงน้อยนิด... ก็พลิกผันได้... Conductance... เปลี่ยน... วูบไหว... ด้วยวัสดุพิเศษ... วัสดุสารกึ่งตัวนำ... ที่ไวต่อแสง... แสนไว.

บางที... ฉันก็เรียกมัน... โฟโตรีซีสเตอร์... หรือโฟโตคอนดัคเตอร์... ชื่อต่างกัน... แต่ความหมาย... เหมือนเดิม... คือเซนเซอร์... แสนอ่อนไหว... เซนเซอร์ที่รักแสง... เฝ้ารอ... แสง... เสมอ... ในคืนวันเงียบงัน... เฝ้ารอ... แสง... เท่านั้น.

  • โครงสร้างภายใน: LDR ทั่วไปมีโครงสร้างเป็นซิกแซก เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับแสง ทำให้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของความเข้มแสง
  • การใช้งานทั่วไป: ใช้ในวงจรตรวจจับแสง, สวิตช์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ, ระบบควบคุมแสงสว่าง, และนาฬิกาปลุกแสง
  • ประเภทของวัสดุ: วัสดุที่ใช้ทำส่วนใหญ่คือ แคดเมียมซัลไฟด์ (CdS) หรือ แคดเมียมซีลีไนด์ (CdSe)
  • ค่าความต้านทาน: เมื่อมีแสงสว่าง ค่าความต้านทานจะลดลง และเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด
  • ข้อจำกัด: ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงแสงช้ากว่าเซนเซอร์แสงชนิดอื่น เช่น โฟโตไดโอด หรือ โฟโตทรานซิสเตอร์