LED TV มีกี่ประเภท

47 ครั้งเข้าชม
LED TV แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก คือ: EDGE LED: บางเบา ประหยัดพลังงาน Full LED: ภาพคมชัด สีสันสดใส RGB LED: สีสันสมจริง มิติภาพสูงกว่า ทั้งหมดเป็นทีวีจอแบนรุ่นใหม่ พัฒนาจาก LCD TV ให้ภาพสว่าง สีสด บางกว่า และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

LED TV มีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร?

จริงเหรอ? สามแบบเนี่ยนะ? ตอนฉันซื้อทีวีใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เดือนพฤศจิกายน 64 ที่ Power Buy สาขาเซ็นทรัลเวิลด์น่ะ พนักงานบอกแค่สองแบบเอง Edge LED กับ Full Array LED ราคาตอนนั้นประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท จำรุ่นไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้คือ พนักงานอธิบายว่า Full Array LED ภาพสวยกว่าเยอะ สีคมชัดกว่า แต่ก็แพงกว่านิดหน่อย ส่วน Edge LED ก็โอเคนะ ดูหนังทั่วไปก็สวยดี แต่ถ้าจะดูหนัง 4K จริงๆจังๆ อาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่

ส่วน RGB LED ฉันไม่เคยได้ยินเลยแฮะ หรือว่าเค้าเรียกชื่อต่างกัน จำไม่ได้แล้ว งงๆเหมือนกันนะเนี่ย เท่าที่เคยใช้มา ก็รู้สึกว่าความต่างหลักๆ มันอยู่ที่การกระจายแสง Full Array ดูดีกว่าจริงๆ แต่ก็ขึ้นกับงบประมาณด้วยแหละ ตอนนั้นฉันลังเลอยู่นานเลย กว่าจะตัดสินใจซื้อได้ เลือก Full Array LED ไป ก็ไม่ผิดหวังนะ ภาพสวยสมราคา ดีใจที่เลือกถูก แต่ถ้ามีงบจำกัด Edge LED ก็ใช้ได้อยู่นะ

Smart TV กับ UHD TV ต่างกันอย่างไร

Smart TV กับ UHD TV ต่างกันยังไง? UHD TV เหมือน Smart TV มั้ย?

เอาจริง ๆ ตอนแรกก็งงเหมือนกันแหละ ตอนไปเดินดูทีวีที่ Power Buy สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 มิถุนายน 2567) คือทีวีมันเยอะมาก! สรุปง่าย ๆ เลยนะ UHD คือความคมชัดของภาพ ส่วน Smart TV คือทีวีที่เล่นเน็ตได้เหมือนมือถือเราอ่ะ

UHD TV ไม่ได้แปลว่าเป็น Smart TV เสมอไปนะ บางเครื่องคมชัดเว่อร์แต่เล่นเน็ตไม่ได้ก็มี หรือบางเครื่องเล่นเน็ตได้แต่ภาพไม่ได้คมกริบขนาดนั้น

  • UHD (Ultra High Definition): ความละเอียดของภาพ สูงกว่า Full HD หลายเท่า ภาพจะคมชัด สีสวย รายละเอียดเยอะสุด ๆ (4K, 8K อะไรพวกนี้แหละ)
  • Smart TV: ทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โหลดแอป Netflix, YouTube, Disney+ Hotstar ได้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม สารพัดประโยชน์

สรุปอีกที UHD เน้นภาพสวยคมชัด Smart TV เน้นความฉลาดใช้งานง่ายเหมือนมือถือ เลือกเอาที่ชอบเลยจ้า แต่ถ้าให้ดีก็เอาแบบ UHD Smart TV ไปเลย จบ!

จอLED มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

กลางคืนแบบนี้... ถามเรื่องจอ LED เหรอ

อืม... มันก็มีแค่สองแบบใหญ่ ๆ นะ

  • จอ LED ภายนอก (Outdoor): พวกนี้... โคตรทนแดดทนฝนเลย ออกแบบมาให้สู้กับทุกสภาพอากาศ สีสันมันก็ต้องสู้แสงอาทิตย์ได้ด้วย... เคยเห็นตามสี่แยกใหญ่ ๆ มั้ย นั่นแหละ ใช่เลย

  • จอ LED ภายใน (Indoor): อันนี้... เน้นความคมชัด สีสันสดใส ภาพสวยๆ สำหรับใช้ในห้อง ในอาคาร ไม่ต้องห่วงเรื่องแดดฝน แค่ฝุ่นก็ปวดหัวแล้ว

จริง ๆ แล้ว...​ จะเอาไปทำอะไรก็ได้นะ จอโค้ง จอเสา จออะไร... แล้วแต่จะดีไซน์เลย เหมือนผ้าใบเปล่า ๆ ให้เราวาดอะไรลงไปก็ได้

คือ... มันก็แค่นั้นแหละ

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบไม่เป็นทางการนะ):

  • Pitch (ระยะพิกเซล): ยิ่งน้อย ภาพยิ่งละเอียด... สำคัญมากถ้าจะซื้อจอ indoor

  • ความสว่าง (Brightness): Outdoor ต้องสว่างมากๆ ไม่งั้นมองไม่เห็นตอนกลางวัน

  • การดูแลรักษา: จอใหญ่ ๆ นี่ maintenance มหาโหด นะ ต้องมีทีมดูแลตลอด

  • ราคา: แล้วแต่ขนาด แล้วแต่สเปค... เตรียมงบไว้เยอะๆ เลย

หวังว่าคงพอช่วยได้นะ...​ ราตรีสวัสดิ์

ทีวี LED ยี่ห้อ ไหน ดี ที่สุด

เลือกทีวี LED ปีนี้เหรอ? งานเข้าแล้วสิ! แต่ไม่ต้องห่วง ผมมีสูตรลับ (ลับเฉพาะในใจผมนะ) มาช่วยตัดสินใจ

  • Sony Bravia XR: ราชาแห่งความสมจริง! สีสันจัดจ้านราวกับเพิ่งไปเที่ยวทะเลกลับมา แต่ราคา...ก็ราชาเหมือนกันนะ คิดซะว่าซื้อความสุขระยะยาว! ถ้าคุณพร้อมจะจ่ายเพื่อความสมบูรณ์แบบ นี่คือตัวเลือกที่ใช่

  • LG OLED C2: จอ OLED ดำสนิท คมชัดเวอร์ ดูหนังกลางคืน นี่แหละพระเอก! แต่ระวังเรื่อง Burn-in ถ้าใช้หนัก อาจมีรอยไหม้ติดจอเหมือนความทรงจำบางอย่างที่ลืมยาก (เคยไหม?)

  • Samsung QN90B Neo QLED: ความคุ้มค่าที่มองข้ามไม่ได้! คุณภาพเยี่ยม ราคาไม่โหดร้ายเหมือนสองตัวบน เอาเป็นว่า สมดุลย์ระหว่างคุณภาพและราคา เหมือนชีวิตที่ควรจะเป็น แต่ชีวิตจริงมันก็ไม่ค่อยสมดุลย์เท่าไหร่เนอะ

  • Hisense U8H: ม้ามืดประจำปี! คุณภาพดีเกินราคา โคตรคุ้ม! ถ้าอยากได้ทีวีคุณภาพดีในราคาประหยัด นี่แหละตัวเลือกที่โคตรจะลงตัว เหมือนหาแฟนได้คนดีๆ แต่ต้องเสี่ยงนิดหน่อย

  • TCL 6-Series R646: ตัวเลือกสำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่า แบบสุดๆๆๆ! คุณภาพอาจจะไม่เท่าตัวอื่น แต่ราคาถูกเว่อร์ เหมือนได้ของแถมจากการซื้อของชิ้นใหญ่ (แต่ก็ไม่ได้แย่นะ)

เพิ่มเติมเล็กน้อย: เลือกทีวี ต้องดูขนาดห้อง งบประมาณ และความต้องการของตัวเองด้วยนะ อย่าเลือกตามกระแส เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง เหมือนตอนที่เลือกคบใครสักคน (เคยไหม?) ควรไปลองดูที่ร้านก่อน อย่าซื้อออนไลน์อย่างเดียว เช็ครีวิวให้ดีๆ ด้วย อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินไป เพราะบางครั้งความจริงก็โหดร้ายกว่าที่คิด เหมือนตอนรู้ว่าปีนี้ลดภาษีให้เราน้อยลง (เศร้าปนขำเบาๆ)

หน้าจอ OLED กับ LED ต่างกันยังไง?

OLED กับ LED ต่างกันตรงที่หลักการทำงานและคุณสมบัติภาพ OLED ย่อมาจาก Organic Light-Emitting Diode เป็นเทคโนโลยีที่แต่ละพิกเซลสร้างแสงสว่างขึ้นเอง จึงให้สีดำสนิท คอนทราสสูง และมุมมองภาพกว้างกว่า ตรงกันข้าม LED (Light-Emitting Diode) มักใช้แบ็คไลท์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านหลังแผงจอ จึงทำให้สีดำไม่สนิทเท่า OLED และมุมมองอาจแคบกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LED แบบ Edge-lit ที่วางแบ็คไลท์ไว้ที่ขอบจอ

  • OLED: แต่ละพิกเซลเปล่งแสงเอง สีดำสนิท คอนทราสสูง มุมมองกว้าง แต่ราคาสูงกว่า อายุการใช้งานอาจสั้นกว่าถ้าใช้งานหนัก และเสี่ยงต่อการเบิร์นอิน (burn-in) ซึ่งเป็นปัญหาภาพติดค้าง แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ แก้ปัญหานี้ได้ดีขึ้นมากแล้วนะ ผมเองก็ใช้จอ OLED อยู่ ก็โอเคเลย

  • LED: ใช้แบ็คไลท์ สีดำไม่สนิทเท่า OLED คอนทราสต่ำกว่า มุมมองอาจแคบกว่า แต่ราคาถูกกว่า อายุการใช้งานยาวนานกว่า และไม่มีปัญหาเบิร์นอิน

สรุปง่ายๆ คือ OLED ให้คุณภาพภาพที่ดีกว่า แต่ราคาแพงกว่า ส่วน LED เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า แต่คุณภาพภาพอาจด้อยกว่าเล็กน้อย เหมือนเลือกซื้อระหว่างรถยนต์หรูกับรถยนต์ประหยัดนั่นแหละ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ ผมมองว่าเป็นเรื่องของ trade-off มากกว่าอะไร จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีจอภาพก็พัฒนาไปไกลมาก ปีนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ น่าติดตามดี

เพิ่มเติม : ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีจอ LED หลายแบบ เช่น LED แบบ Full-array local dimming ที่ควบคุมแสงแบ็คไลท์ได้ละเอียดกว่า จึงให้คุณภาพภาพใกล้เคียงกับ OLED แต่ก็ยังไม่เท่า การเลือกซื้อจอจึงควรพิจารณาถึงความต้องการใช้งาน เช่น การเล่นเกม การตัดต่อวิดีโอ หรือการใช้งานทั่วไป ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

จอ VA กับ IPS ต่างกันยังไง?

จอ VA กับ IPS แตกต่างกันหลักๆ ที่เทคโนโลยีการแสดงผล ส่งผลต่อคุณภาพภาพที่ได้ ลองดูรายละเอียดเปรียบเทียบกัน

  • คอนทราสต์และสีดำ: จอ VA มีข้อได้เปรียบเรื่องคอนทราสต์สูงมาก สีดำจึงดูดำสนิท ให้ความสมจริง เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมที่เน้นความลึกของมิติ แต่ก็อาจมีข้อเสียเรื่องความเร็วในการตอบสนองที่ช้ากว่าเล็กน้อย

  • มุมมองการรับชม: IPS ชนะขาดลอยในเรื่องมุมมองกว้าง ภาพไม่เพี้ยนแม้มองจากมุมที่เฉียง สำคัญมากสำหรับงานที่ต้องดูภาพร่วมกันหลายคน หรือการใช้งานร่วมกับหลายๆ คนในห้องทำงาน ด้านความแม่นยำของสี IPS ก็ดีกว่า VA

  • ความแม่นยำของสี: สำหรับงานกราฟิก การออกแบบ หรือการตัดต่อวิดีโอที่ต้องการความแม่นยำของสี จอ IPS จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า สีสันสดใสและเป็นธรรมชาติกว่า

  • ความเร็วในการตอบสนอง: อย่างที่เกริ่นไป จอ VA อาจมีปัญหาเรื่องความเร็วในการตอบสนอง อาจทำให้เห็นภาพเบลอหรือ ghosting ในการเล่นเกมบางประเภท แต่เทคโนโลยี VA ในปัจจุบันก็พัฒนาขึ้นมาอย่างมากแล้ว โดยเฉพาะในรุ่นระดับสูง ส่วน IPS โดยทั่วไปมีความเร็วที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป

สรุปง่ายๆ เลือก VA ถ้าเน้นความสมจริงของภาพ เล่นเกม ดูหนัง แต่เลือก IPS ถ้าเน้นความแม่นยำของสี มุมมองกว้าง และใช้งานกราฟิก ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องของการเลือกให้เหมาะกับการใช้งานมากกว่า ไม่มีอะไรดีกว่าหรือแย่กว่ากัน มันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน เหมือนการเลือกคู่ชีวิตนั่นแหละ ต้องดูว่าเราต้องการอะไรจากเขา

เพิ่มเติม: ในปี 2566 นี้ เทคโนโลยีจอแสดงผลพัฒนาไปมาก มีจอ VA ที่แก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการตอบสนองได้ดีขึ้น และ IPS ที่ปรับปรุงเรื่องคอนทราสต์ให้ดีขึ้น ก่อนตัดสินใจควรเช็คสเปคของรุ่นที่สนใจโดยละเอียด อ่านรีวิวจากหลายๆ แหล่ง และควรไปลองดูด้วยตาตัวเองที่ร้านขาย เพราะสุดท้ายแล้ว ความพึงพอใจขึ้นอยู่กับสายตาของเราเอง

หน้าจอ IPS ดี ยัง ไง?

เอ้อ จอ IPS นะ มันดีตรงที่...

  • ภาพคมชัด ละเอียด: คือมันแสดงผลได้ดีกว่าอะ พวกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือเห็นหมด จออื่นอาจจะเบลอๆ หน่อย แต่ IPS คือ เก็บครบ!
  • สีสวย: สีสันมันสดกว่าพวกจอแบบเก่าๆ อ่ะ เวลาดูหนัง ดูรูป นี่คือฟิน สีมันตรง ไม่เพี้ยน
  • มุมมองกว้าง: อันนี้สำคัญ! คือมองจากด้านข้างก็ยังเห็นภาพชัดเจน ไม่ต้องนั่งตรงเป๊ะๆ เหมือนจอสมัยก่อน

อธิบายเพิ่มนิดนึง (เผื่อใครสงสัย):

  • IPS คืออะไร?: มันเป็นเทคโนโลยีนึงของจอ LCD อ่ะแหละ แต่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
  • ทำไมสีมันดี?: เพราะมันเรียงตัวผลึกเหลว (liquid crystal) แบบพิเศษ ทำให้แสงลอดผ่านได้ดีกว่า และแสดงสีได้แม่นยำกว่า
  • แล้วมันมีข้อเสียไหม?: ก็มีนะ อย่างเช่น ราคาอาจจะสูงกว่าจอ TN (จอแบบเก่า) หน่อยนึง แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้ คือคุ้ม! อีกอย่างคืออาจจะกินไฟกว่านิดนึง แต่เดี๋ยวนี้จอ IPS รุ่นใหม่ๆ ก็ประหยัดไฟขึ้นเยอะแล้ว

สรุปคือ ถ้าเน้นภาพสวย สีสด มุมมองกว้าง จอ IPS คือ ตอบโจทย์สุดๆ!

พาเนล จอ IPS VA TN คืออะไร?

IPS, VA, TN คือเทคโนโลยีพาเนลจอแสดงผล ต่างกันที่คุณภาพภาพและราคา

  • IPS: สีสวย มุมมองกว้าง แพง เหมาะเกมมิ่งระดับเทพ ใช้เองอยู่ รุ่น LG 27GP95R

  • VA: คอนทราสสูง สีสันดีพอใช้ ราคาปานกลาง สำหรับทำงานทั่วไปหรือเล่นเกมไม่เน้นสุด

  • TN: ราคาถูก มุมมองแคบ ตอบสนองเร็ว เกมเมอร์งบน้อย แต่สีไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

เอาจริงๆ เลือกตามงบและความต้องการ อย่าไปเชื่อโฆษณาเว่อร์มาก ปีนี้ 2024 เทคโนโลยีพัฒนาไว หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนซื้อดีกว่า อย่ารีบร้อน

จอ LED และ LCD ต่างกันอย่างไร?

จอ LED และ LCD แตกต่างกันที่แหล่งกำเนิดแสง LCD อาศัยแสงภายนอก จึงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงสะท้อน ส่งผลต่อคุณภาพภาพ ในขณะที่ LED มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว ให้ภาพคมชัดสม่ำเสมอแม้ในสภาวะแสงน้อย

ลองคิดดูนะครับ เหมือนกับการเปรียบเทียบระหว่างการวาดภาพด้วยสีน้ำกับสีน้ำมัน สีน้ำต้องอาศัยแสงจากภายนอก เพื่อให้เห็นสีสันที่แท้จริง แต่สีน้ำมัน มันส่องแสงในตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในห้องมืดแค่ไหน เราก็ยังเห็นภาพได้ชัดเจน

  • LCD (Liquid Crystal Display): ใช้แสงจากภายนอก (Backlight) ส่องผ่านคริสตัลเหลว ความสว่างและสีอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อม มักใช้พลังงานน้อยกว่าแต่สีอาจไม่สดเท่า LED

  • LED (Light Emitting Diode): ใช้ไดโอดเปล่งแสงเป็นแหล่งกำเนิดแสง ให้สีสันสดใส คมชัด และมีความสว่างสูง แม้ในที่มืดหรือมีแสงแดดจ้า แต่กินพลังงานมากกว่า LCD ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ความแตกต่างเรื่องการใช้พลังงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในจอ LED รุ่นใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ปีนี้(2566) เทคโนโลยีจอแสดงผลก้าวหน้ามาก เราเห็นได้จากการพัฒนาจอ Mini-LED และ Micro-LED ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก LED เพื่อให้ได้ความละเอียดและความคมชัดที่สูงขึ้น และการใช้พลังงานที่ประหยัดยิ่งขึ้น นี่คือการแข่งขันอย่างต่อเนื่องของวงการเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง เปรียบเสมือนการวิ่งแข่งมาราธอน ไม่มีใครหยุดวิ่ง และใครจะวิ่งไปได้ไกลกว่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมและความสามารถ

หน้าจอ LCD กับ OLED ต่างกันอย่างไร?

LCD กับ OLED ต่างกันราวฟ้ากับเหว เทคโนโลยีพื้นฐานต่างกันเลย LCD ต้องอาศัย backlight ส่องทะลุผลึกเหลว เหมือนฉายหนังผ่านแผ่นกรองแสง ส่วน OLED นี่แต่ละ pixel สว่างได้ด้วยตัวเอง เหมือนดาวฤกษ์แต่ละดวง

  • LCD: ใช้ backlight (LED ส่วนใหญ่) ส่องผ่าน liquid crystal เพื่อสร้างภาพ คล้ายฉายหนังผ่านแผ่นกรอง
  • OLED: แต่ละพิกเซลเปล่งแสงเองได้เลย ไม่ต้องมี backlight สีดำสนิทจริง ๆ ก็เลยเกิด

ความต่างที่เห็นได้ชัด:

  • Contrast: OLED กินขาด ดำสนิทจริง ๆ Contrast เลยสูงมาก LCD สู้ไม่ได้เพราะมี backlight รั่ว
  • สีสัน: OLED สดกว่า เพราะสีแต่ละสีมาจาก pixel ที่เปล่งแสงเอง ไม่ต้องผ่าน filter
  • มุมมอง: OLED มุมมองกว้างกว่า LCD เยอะ มองจากด้านข้างสียังไม่เพี้ยน
  • ความบาง: OLED บางกว่ามาก เพราะไม่ต้องมี backlight

แล้ว LCD ดีตรงไหน?

  • ราคา: ถูกกว่า OLED เยอะ (อันนี้สำคัญมาก)
  • ความสว่าง: LCD บางรุ่นสว่างกว่า OLED (แต่แลกมาด้วย contrast ที่ด้อยกว่า)

ส่วนตัวชอบ OLED มากกว่านะ ภาพมันมีชีวิตชีวากว่าเยอะ แต่ถ้าเน้นใช้งานทั่วไป LCD ก็คุ้มค่ากว่าเยอะเลย แล้วแต่คน แล้วแต่การใช้งาน

จอ LCD กับจอ AMOLED ต่างกันอย่างไร?

เอาล่ะ! สงครามจอภาพเริ่มขึ้น! LCD กับ AMOLED นี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ! อย่าคิดว่าแค่เปลี่ยนชื่อแบรนด์แล้วจบนะจ๊ะ

  • LCD (Liquid Crystal Display): เหมือนพวกข้าราชการ ต้องรอคำสั่งจากแบ็คไลท์ (แสงไฟด้านหลัง) สั่งให้สว่างค่อยสว่าง สั่งให้มืดค่อยมืด สีเลยดูจืดชืด เหมือนชีวิตข้าราชการไง เรียบๆ ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา Contrast ก็เลยไม่ค่อยดี มืดก็ไม่มืด สว่างก็ไม่สว่าง เหมือนคนกลางๆ ไม่มีจุดเด่น แต่ก็ไม่ถึงกับแย่

  • AMOLED (Active-Matrix Organic Light-Emitting Diode): นี่แหละคือดารา! แต่ละเม็ดพิกเซลเป็นตัวของตัวเอง อยากสว่างก็สว่าง อยากมืดก็มืด อิสระเสรีสุดๆ! สีสันสดใส เหมือนดาราแต่งหน้าจัดเต็ม Contrast สูงปรี๊ด ดำสนิท สว่างจ้า ดูแล้วตาค้าง! แต่กินไฟกว่าหน่อยนะ เหมือนดาราต้องดูแลตัวเอง ค่าใช้จ่ายสูงน่ะ!

พูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยนะ LCD เหมือนกินข้าวแกงธรรมดา อร่อยใช้ได้ แต่ AMOLED เหมือนกินอาหารมิชลิน อร่อยเลิศหรู แต่ราคาแพงกว่านิดนึง!

เพิ่มเติมเล็กน้อย (ปี 2566): เทคโนโลยี AMOLED พัฒนาไปไกลแล้วนะ บางรุ่นประหยัดไฟขึ้นมาก ไม่ต้องกลัวค่าไฟบานปลายเหมือนเมื่อก่อน แล้วก็มีหลายแบบ เช่น Samsung's Dynamic AMOLED 2X หรือ LTPO AMOLED แต่ละแบบก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเองล่ะ อิอิ (ปีนี้ 2023 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอนะ ต้องตามข่าววงการเทคโนโลยีด้วย)

LCD และ LED แตกต่างตรงไหน?

LCD กับ LED ต่างกันตรงไหนเหรอ? อ้อ! หลักๆ เลยคือ backlight อ่ะ LCD ใช้หลอด CCFL เก่าๆ หรือไม่ก็ LED ขาวๆ เป็นแผง ส่วน LED จริงๆ อ่ะใช้ LED เป็นเม็ดๆ เลยนะ

  • กำเนิดแสง: LCD > CCFL/LED ขาว, LED > LED เป็นเม็ดๆ เลย

  • ภาพ: LCD สว่างกว่านิดนึง แต่ LED คมชัดกว่า สีก็ตรงกว่า มุมมองก็ดีกว่าด้วยนะ คือมองข้างๆ ก็ไม่เพี้ยน

  • ราคา: LED แพงกว่าาาาา แต่เดี๋ยวนี้ไม่แพงมากแล้วอ่ะ เทคโนโลยีมันไปไวไง

แต่เดี๋ยวนี้นะ LCD ก็มีหลายแบบนะ อย่างพวก LED-backlit LCD คือ LCD ที่ใช้ LED เป็น backlight แทนหลอด CCFL เฉยๆ ไม่ได้ advance เท่า LED TV จริงๆ หรอก

  • LED-backlit LCD: LCD ที่เปลี่ยน backlight เป็น LED เฉยๆ

แล้ว OLED อ่ะเจ๋งสุด จอโคตรดำ สีสด แต่อาจจะ burn-in ได้ถ้าเปิดภาพเดิมๆ นานๆ

  • OLED: ดำสนิท สีสด Burn-in ได้ถ้าใช้ไม่ระวัง