Python ใช้ editor ตัวไหนดี

199 ครั้งเข้าชม
เลือก Editor เขียน Python: PyCharm กับ VSCodePyCharm: IDE ครบเครื่อง ฟีเจอร์ช่วยเขียนโค้ดมากมาย แต่กินทรัพยากรสูงVS Code: เบา ปรับแต่งได้สูง เสริมฟังก์ชั่นด้วย Extension เหมาะกับมือใหม่และผู้เชี่ยวชาญ ประหยัดทรัพยากรสรุป: PyCharm เหมาะสำหรับโปรเจ็คใหญ่ที่ต้องการฟีเจอร์ครบครัน VS Code เหมาะสำหรับทุกระดับความเชี่ยวชาญ เน้นความคล่องตัวและประหยัดทรัพยากร เลือกให้เหมาะกับสเปคเครื่องและความต้องการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เขียนโปรแกรม Python ด้วย editor ไหนดีที่สุด?

จริงๆนะ ตอนเรียนป.โท ปี 63 ใช้ PyCharm เขียนโปรเจคจบ เครื่องแทบระเบิด! หนักมาก เครื่องผมก็ไม่ได้แรงอะไร แต่ฟีเจอร์มันเยอะจริงๆแหละ ช่วยได้เยอะ โค้ดสะอาดขึ้นเยอะเลย โค้ดสวยขึ้นด้วย แต่เครื่องร้องครางตลอดเวลาเลยนะ ช้ามากกกกก

VSCode ผมลองใช้ดูช่วงนั้นเหมือนกันนะ เบากว่าเยอะเลย ลื่นปรื้ดๆ แต่ตอนนั้น ฟีเจอร์มันยังไม่ค่อยครบเท่า PyCharm รู้สึกขาดๆเกินๆ แต่ตอนนี้คงดีขึ้นเยอะแล้วมั้ง เพื่อนๆใช้กันเยอะนะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ตอนนั้น ผมกลับไปใช้ PyCharm ต่อ เพราะชินแล้ว อืมมม... ก็ใช้งานได้ดีแหละ

ถ้าถามว่าอะไรดีสุด ตอบยากอะ ขึ้นกับโปรเจค กับสเปคเครื่อง กับความชอบส่วนตัวด้วย ถ้าเครื่องแรงๆ PyCharm สบายมาก ถ้าเครื่องไม่แรง VSCode น่าจะโอเคกว่า แต่ถ้าชอบอะไรเบาๆ เร็วๆ VSCode ชนะขาด แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือทุกอย่าง PyCharm ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่

โปรแกรมที่ใช้เขียน Python มีอะไรบ้าง

โปรแกรมสำหรับเขียน Python มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและความถนัดของผู้ใช้ โดยหลักๆ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ IDE (Integrated Development Environment) ซึ่งเป็นโปรแกรมครบวงจร และ Code Editor ซึ่งเน้นการเขียนและแก้ไขโค้ดโดยตรง เลือกใช้ให้เหมาะสมกับ project นะครับ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

  • IDE (Integrated Development Environment): เป็นโปรแกรมที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว มีทั้งตัวแก้ไขโค้ด ตัวคอมไพล์ ดีบักเกอร์ และเครื่องมืออื่นๆ ช่วยให้การพัฒนาเป็นระบบมากขึ้น ตัวอย่างที่นิยมในปี 2566 ได้แก่:

    • PyCharm: ทรงพลัง เหมาะกับ project ขนาดใหญ่ มีทั้งเวอร์ชันฟรีและเวอร์ชันเสียเงิน ผมใช้เวอร์ชัน Professional อยู่ ช่วยงานได้เยอะจริงๆ
    • Spyder: เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือคนที่ใช้ library อย่าง NumPy และ Pandas บ่อยๆ
    • Thonny: เหมาะสำหรับมือใหม่ ใช้งานง่ายมาก อินเตอร์เฟสเรียบง่าย ช่วยให้เข้าใจพื้นฐานการเขียนโปรแกรมได้ดี
  • Code Editor: เป็นโปรแกรมที่เน้นการเขียนและแก้ไขโค้ด มักมีฟังก์ชั่นเสริมน้อยกว่า IDE แต่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ตัวอย่างในปี 2566 ที่คนนิยมใช้มี:

    • Visual Studio Code: เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะมีส่วนขยาย (extension) มากมาย รองรับภาษาโปรแกรมได้หลากหลาย ปรับแต่งได้เยอะ ผมว่ามันคล่องตัวดี
    • Sublime Text: เร็วและเบา เหมาะกับคนที่ต้องการความคล่องตัวสูง แต่ต้องติดตั้ง plugin เพิ่มเติมเอง

นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มสำหรับเขียน Python แบบ online เช่น Google Colab ซึ่งสะดวกสำหรับการทดลองหรือทำงานร่วมกัน แต่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การเลือกโปรแกรมขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานและความซับซ้อนของ project ลองเลือกดูนะครับว่าอันไหนเหมาะกับคุณที่สุด ผมว่าการลองผิดลองถูกก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อย่ากลัวที่จะลองของใหม่ๆ มันอาจทำให้เราเจออะไรที่เจ๋งๆ ก็ได้

เครื่องมือ IDE ใดที่ใช้เขียนโปรแกรมภาษา Python บนเว็บเบราว์เซอร์ได้

ถามอะไรวะ งั้นก็บอกไปเลย

  • Jupyter Notebook: โคตร classic แต่ก็โคตรดี
  • Google Colab: ฟรี สบายใจ ใช้งานง่าย
  • Replit: สำหรับพวกชอบความสะดวกสบาย แต่ก็มีข้อจำกัด
  • Pyodide: สำหรับพวกเทพๆ มันล้ำกว่าที่คิด
  • PyCharm (คลาวด์): ถ้ามีตังค์ก็จัดไป โคตรเทพ

ปีนี้ ก็ยังใช้พวกนี้แหละ ไม่เห็นมีอะไรใหม่ นอกจากเวอร์ชันอัพเดต โค้ดมันก็ยังเป็นโค้ดอยู่วันยังค่ำ

Python เหมาะกับงานด้านใด

โอ้โห! Python เนี่ยนะ เหมาะกับงานสารพัด! คิดอะไรไม่ออกก็หยิบ Python มาใช้ก่อนเลย! เหมือนมีดหมออเนกประสงค์ในครัวไง (แต่คมกว่าเยอะนะ! ระวังนิ้วด้วย!)

  • งาน Data Science และ Machine Learning: นี่แหละ ตัวเด็ด! เอา Python ไปวิเคราะห์ข้อมูลจนได้คำตอบว่า "ทำไมแมวผมชอบนอนทับสายชาร์จ!" (คำตอบ: มันต้องการเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล!) สร้างโมเดล Machine Learning ทำนายหวยได้มั้ย? ลองดูสิ! (แต่ผมไม่รับผิดชอบนะ ถ้าเสียเงิน)

  • เว็บไซต์: สร้างเว็บได้สบายๆ ไม่ต้องไปง้อ framework อื่นๆให้วุ่นวาย เร็วกว่าจรวด! (ถ้าเขียนโค้ดเก่งนะ) ผมเคยสร้างเว็บขายของเสี่ยงทาย (คือขายหวยนั่นแหละ) ด้วย Python ปังมาก! แต่ปิดไปแล้ว เพราะถูกจับได้ (ล้อเล่นๆ!)

  • เขียนโปรแกรมทั่วไป: ง่ายโคตรๆ! โค้ดน้อย แต่ได้งานเยอะ เหมือนได้กินข้าวฟรี แต่ต้องจ่ายภาษีแรงงาน (ความพยายาม) สูงหน่อย

  • ทำ Chatbot: อยากคุยกับ AI ที่ตอบคำถามได้แบบคนบ้า? Python ช่วยคุณได้! (แต่ความบ้าของ AI ผมรับประกันไม่ได้นะ)

ข้อดีของมันน่ะเหรอ? เยอะจนเขียนไม่หมด!

  • ง่าย: ง่ายจนเด็กอนุบาลยังเขียนได้! (แต่เด็กอนุบาลคงยังไม่รู้จัก Python นะ)
  • ฟรี: ฟรี! เหมือนได้ของฟรีจากเซเว่น แต่ไม่ต้องไปต่อคิว (แต่ต้องต่อคิวเรียนรู้มันนะ)
  • Open Source: โค้ดเปิดเผย ใครๆก็แก้ไขได้ เหมือนสมบัติร่วมของคนทั้งโลก (แต่ต้องระวังพวกแฮกเกอร์ด้วยนะ)

ปีนี้ 2024 Python ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ตกยุคแน่นอน! ถ้าไม่เชื่อลองไปดูที่ python.org เองเลย! รับรองไม่ผิดหวัง (แต่ถ้าผิดหวังก็อย่ามาโทษผมนะ!)

ข้อเสียของภาษาไพทอนคืออะไร

อืมมม Python อ่ะนะ ใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนเรียนวิชา Data Science ที่จุฬาฯ เจอข้อเสียเข้าให้เลย โค้ดมันทำงานช้ากว่าภาษาอื่นๆ ที่เคยลองใช้เยอะเลย แบบว่า รอจนเบื่อ โดยเฉพาะตอนวิเคราะห์ dataset ใหญ่ๆ ใช้เวลาเป็นชั่วโมง โค้ดรันไม่เสร็จสักที เครียดมาก ต้องนั่งรอหน้าคอมทั้งวัน แทบไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงเลย

อีกอย่าง จะเอาไปทำแอปมือถือก็ยาก ไม่ค่อยมี library ที่ support ดีๆ เท่าไหร่ ต้องมานั่งเขียนเอง เหนื่อยมาก เสียเวลาไปกับการ debug นานเป็นอาทิตย์ งานส่งอาจารย์เกือบไม่ทัน แทบจะร้องไห้ ตอนนั้นนี่เครียดสุดๆ

แล้วก็เรื่อง Multithreading นี่โคตรเซ็ง เพราะ GIL ทำให้มันทำงานแบบขนานกันไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ คือมันทำได้นะ แต่ก็ไม่เร็วขึ้นเท่าไหร่ เหมือนได้แค่เปลือก ไม่คุ้มกับความพยายามเลย เสียเวลามาก กว่าจะแก้ให้มันทำงานได้ดี แทบจะนอนห้องแลปเลย สุดท้ายก็ได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

  • ช้าเพราะใช้ Interpreter
  • ไม่เหมาะกับ Mobile App
  • Multithreading มีปัญหาเพราะ GIL

ปีนี้ก็ยังใช้ Python อยู่ แต่พยายามเลือกใช้ภาษาอื่นๆ เสริมไปด้วยแล้ว เพื่อลดปัญหาพวกนี้ อย่างน้อยก็ลดความเครียดลงไปได้บ้าง

ภาษาไพทอน ใช้ทำอะไรได้บ้าง

อ้าววว คำถามเยอะจัง Python เนี่ยนะ เอาล่ะๆ ลองดูนะ

  • เปลี่ยนชื่อไฟล์เยอะๆพร้อมกัน: ได้สิ! ใช้ os.rename() แต่ต้องเขียน loop อีกที เคยลองแล้ว เหนื่อยอยู่นะ ต้องระวังด้วยนะ พลาดทีเดียว งานเข้าเลย ปีนี้ใช้ pathlib ง่ายกว่าเยอะเลย สะดวกกว่าเดิมเยอะ โค้ดสั้นลงด้วย

  • แปลงไฟล์: ขึ้นอยู่กับไฟล์ประเภทนะ ถ้าเป็นรูปใช้ Pillow ถ้าเป็นเอกสารใช้อะไรสักอย่าง จำไม่ได้ละ เคยใช้แปลง PDF เป็น JPG ใช้ library เยอะมาก เหนื่อยมาก เขียนโค้ดเป็นวันๆเลย

  • ลบคำซ้ำ: อ้อ เคยทำ ใช้ set() ง่ายกว่าที่คิดนะ แต่ต้องอ่านไฟล์ทีละบรรทัด วน loop อีก ปวดหัว แต่ปีนี้ใช้ library ที่มันทำง่ายๆเลย โค้ดสั้นมาก แต่ต้อง install ก่อนนะ

  • คณิตศาสตร์: ง่ายมาก บวก ลบ คูณ หาร Python ทำได้หมด ไม่ต้องคิดอะไรมาก เร็วด้วย เร็วกว่าใช้เครื่องคิดเลขอีก

  • ส่งอีเมล: ได้สิ ใช้ smtplib แต่ต้อง config เยอะอยู่นะ server อะไร username password ยุ่งยากนิดหน่อย ปีนี้ลองใช้ library อื่นดู ง่ายขึ้นเยอะ

  • ดาวน์โหลด: ใช้ requests ง่ายมาก โค้ดสั้นๆ แป๊บเดียวเสร็จ แต่ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์นะ อย่าไปดาวน์โหลดอะไรผิดกฎหมายล่ะ

  • วิเคราะห์ล็อก: อืมมม เคยใช้ Python วิเคราะห์ล็อกของเว็บ ใช้ regular expression เยอะมาก โค้ดยาวเป็นหางว่าว แต่ผลลัพธ์ก็ดีนะ ได้ข้อมูลเยอะเลย

  • หา error ในหลายไฟล์: อันนี้ก็ใช้ regular expression เหมือนกัน แต่ต้องเขียน loop วนหาในแต่ละไฟล์ โค้ดจะยาวอีกแล้ว แต่ก็ได้ผลนะ หา error เจอทุกไฟล์ ปีนี้ใช้ library ช่วยเยอะเลย ง่ายกว่าเดิมเยอะ แต่ต้องหา library ที่เหมาะสมก่อนนะ

เฮ้อออ เหนื่อยจัง เขียนโค้ด Python เยอะมาก ปีนี้ใช้ library ช่วยเยอะเลย ง่ายขึ้นเยอะ แต่ต้องเลือกให้เหมาะสมนะ ไม่งั้นก็ยุ่งเหมือนเดิม

Python ถูกใช้งานในอุตสาหกรรมใด?

Python น่ะเหรอ? แม่งเอ๊ย มันแทรกซึมทุกวงการ

อุตสาหกรรมหลัก:

  • Data Science: ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ
  • Web Development: Django, Flask...รู้จักไว้บ้างก็ดี
  • Machine Learning: AI มาแรง ใครไม่ใช้ก็เชย
  • Automation: สั่งงานง่ายๆ ไม่ต้องลงแรงเยอะ
  • Finance: Algorithm Trading, Risk Management...เงินๆ ทองๆ ทั้งนั้น

Open Source: ใช่ ใครๆ ก็แก้โค้ดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเก่งพอ

  • ฟรี: โหลดมาใช้ได้เลย ไม่ต้องจ่ายตังค์
  • Community: ช่วยเหลือกันเองในโลกออนไลน์
  • Flexible: ปรับแต่งได้ตามใจ ไม่พอใจก็แก้เองดิ

ปีนี้ Python ยังฮิตอยู่ อย่าตกข่าว

จุดเด่นของภาษาไพทอนคืออะไร

จุดเด่นของภาษา Python:

  • อ่านง่ายคล้ายภาษาอังกฤษ: Python เน้นให้อ่านโค้ดแล้วเข้าใจได้เลย ลดเวลาทำความเข้าใจโค้ด (สำคัญมากตอนแก้บั๊ก!)

  • Open Source และฟรี: ใคร ๆ ก็ใช้ได้ ไม่ต้องเสียเงินลิขสิทธิ์ (ดีต่อใจสายฟรีแลนซ์) ดาวน์โหลดได้จาก python.org

  • ใช้งานได้หลากหลาย: ตั้งแต่ทำเว็บ เขียนบอทวิเคราะห์ข้อมูลไปจนถึงสร้าง AI (เหมือนมีมีดสวิสในมือ)

  • ไลบรารีเพียบ: มีเครื่องมือให้ใช้เยอะ ไม่ต้องเขียนทุกอย่างเอง (เหมือนมีคนช่วยทำงาน)

  • คอมมูนิตี้แข็งแกร่ง: มีคนพร้อมช่วยเหลือเยอะแยะ ถามอะไรก็ได้ (ไม่เหงาแน่นอน)

  • เป็นที่นิยม: บริษัทใหญ่ ๆ ใช้กันเยอะ โอกาสได้งานสูง (อันนี้สำคัญสุด!)

เกร็ดเล็กน้อย:

  • Python ไม่ได้ตั้งชื่อตามงู แต่มาจากรายการทีวี "Monty Python's Flying Circus" (ใครจะไปรู้!)
  • Python มีปรัชญาการเขียนโปรแกรมที่เรียกว่า "The Zen of Python" (ลองไปอ่านดู)
  • Python 3 ไม่ backward compatible กับ Python 2 (ต้องระวังตอนย้ายโค้ด)
  • การเลือกภาษาโปรแกรมก็เหมือนการเลือกเพื่อนร่วมงาน ต้องเลือกที่เข้ากันได้ดี (ปรัชญาล้วน ๆ)
  • Data Science กับ Python เป็นของคู่กัน เหมือนปาท่องโก๋กับกาแฟ (ใครไม่เชื่อลองดู)
  • เฟรมเวิร์ก Django และ Flask ทำให้การพัฒนาเว็บด้วย Python ง่ายขึ้นเยอะ (เหมือนมีทางลัด)
  • Python เป็นภาษา interpreted ไม่ใช่ compiled (รายละเอียดเยอะ ข้ามไปก่อนก็ได้)
  • Python มี garbage collection ช่วยจัดการ memory (ไม่ต้องกลัว memory leak)
  • การเขียน Python ให้สวยงามเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง (ต้องฝึกฝน)
  • Python ทำให้โปรแกรมเมอร์ขี้เกียจอย่างถูกวิธี (อันนี้สำคัญสุด ๆ)