Redmi Note 13 มี ไวเลสชาร์จไหม

76 ครั้งเข้าชม
Redmi Note 13 ไม่มีระบบชาร์จไร้สาย เน้นประสิทธิภาพการชาร์จแบบมีสายด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W ซึ่งช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% สู่ 100% ได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์การชาร์จที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงเกินความคาดหมาย ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการพลังงานเต็มเปี่ยมในเวลาอันสั้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Redmi Note 13 รองรับการชาร์จไร้สายหรือไม่? หาคำตอบที่นี่

Redmi Note 13 เนี่ยนะ เรื่องชาร์จไร้สายเหรอ? ถ้าถามฉันนะ... จำได้เลยว่าเคยมีข่าวลือออกมาพักนึงว่าอาจจะมีรุ่นที่รองรับ แต่พอเช็คสเปกจริงๆ จังๆ แล้ว รุ่นหลักๆ ที่ออกมา ไม่รองรับ การชาร์จไร้สายเลยนะ.

พวกที่ชาร์จเร็ว 33W ของมันน่ะ แรงจริง แรงแบบน่าพอใจ ชาร์จแป๊บๆ ก็ขึ้นมาเยอะแล้ว.

แต่ถ้ามองในมุมของคนใช้ทั่วไปที่อยากได้ความสะดวกสบายแบบวางปุ๊บชาร์จปั๊บเนี่ย มันก็แอบเสียดายหน่อยๆ.

เข้าใจเลยว่าอยากให้มันชาร์จได้เร็วๆ แบบไร้สายด้วย แต่เท่าที่ดูจากสเปกและการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Redmi Note 13 ยังไม่มีฟีเจอร์ชาร์จไร้สาย จ้า.

โทรศัพท์รุ่นไหนที่สามารถชาร์จไร้สายได้

โทรศัพท์รุ่นที่รองรับการชาร์จไร้สายในปี 2024 มีหลายรุ่นเลยนะ หลักๆ ที่เราเห็นบ่อยๆ ก็จะมีตามนี้:

  • iPhone 8 ขึ้นไป ทุกรุ่นหลังจากนั้นรองรับหมด
  • Samsung Galaxy S23 Series ขึ้นไป รวมถึง Galaxy Z Flip5 และ Galaxy Z Fold5 ก็มาพร้อมฟีเจอร์นี้
  • Huawei Mate 20 Pro และ Mate 20 RS Porsche Design รวมถึงรุ่นใหม่ๆ อย่าง Huawei P60 Pro หรือ Mate 60 Pro ก็รองรับการชาร์จไร้สาย
  • Xiaomi Mi MIX 2S ขึ้นไป รวมถึงซีรีส์เรือธงอย่าง Xiaomi 13 Series และ Xiaomi 14 Series ก็มีฟังก์ชันนี้

ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็มีเยอะมากนะ แต่ละแบรนด์ก็มีรุ่นที่รองรับแตกต่างกันไป ต้องลองเช็กกับข้อมูลจำเพาะของเครื่องโดยตรง หรือสอบถามกับตัวแทนจำหน่ายนะ จะได้ข้อมูลที่แน่นอน

ทีนี้ลองมาขยายความกันหน่อย ส่วนตัวผมนะ ผมว่าการชาร์จไร้สายมันเป็นเหมือนความก้าวหน้าเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตมันสะดวกขึ้นเยอะเลย มันไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มความเร็วสูงสุดเสมอไป แต่เป็นเรื่องของความต่อเนื่องและความเรียบง่าย การเสียบสายชาร์จเนี่ย ถึงมันจะแค่แป๊บเดียว แต่มันก็เป็น action ที่เราต้องทำซ้ำๆ การวางลงบนแท่นแล้วไฟเข้าเลย มันให้ความรู้สึก seamless ดีนะ ผมว่ามนุษย์เรามักแสวงหาวิธีที่จะลดขั้นตอนที่ซ้ำซากออกไปอยู่เสมอแหละ

หลักการทำงานของการชาร์จไร้สายที่เราใช้กันทั่วไปนั้นส่วนใหญ่จะอิงตามมาตรฐาน Qi (อ่านว่า "ชี่") ซึ่งพัฒนาโดย Wireless Power Consortium (WPC) มันทำงานด้วยหลักการ การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Induction) เหมือนกับหม้อแปลงไฟฟ้าเล็กๆ นั่นแหละ

คือที่แท่นชาร์จจะมี ขดลวดส่งสัญญาณ (Transmitting Coil) แล้วที่ตัวโทรศัพท์ก็จะมี ขดลวดรับสัญญาณ (Receiving Coil) พอวางโทรศัพท์ลงไป สนามแม่เหล็กจากแท่นชาร์จก็จะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในขดลวดของโทรศัพท์ ทำให้แบตเตอรี่ชาร์จได้เลย ไม่ต้องเสียบสายอะไรให้ยุ่งยากจริงๆ

ข้อดีมันชัดเจนคือความสะดวก ไม่ต้องหาสาย ไม่ต้องกลัวพอร์ตสึกหรอ แต่ข้อจำกัดก็มีบ้างนะ เช่น บางทีอาจจะช้ากว่าการชาร์จแบบมีสาย หรืออาจจะมีประสิทธิภาพการส่งพลังงานที่ไม่ 100% เพราะมีพลังงานบางส่วนที่สูญเสียไปในรูปของความร้อน แต่สำหรับผมนะ ความสะดวกสบายมันคุ้มค่ากับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้แหละ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย

  • มาตรฐาน Qi: นี่คือมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ทำให้เราสามารถใช้แท่นชาร์จของแบรนด์หนึ่งกับโทรศัพท์อีกแบรนด์หนึ่งได้ ตราบใดที่ทั้งคู่รองรับ Qi เป็นเรื่องดีนะที่เทคโนโลยีมันเปิดกว้างแบบนี้ ไม่มีการผูกขาดเกินไป
  • MagSafe ของ Apple: เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Qi โดยเพิ่มวงแหวนแม่เหล็กเข้ามาช่วยจัดตำแหน่งให้โทรศัพท์วางบนแท่นชาร์จได้พอดีเป๊ะ เพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาการวางผิดตำแหน่งไปได้เยอะเลย มันคือการผสมผสานความแม่นยำเข้ากับความไร้สายอย่างลงตัว ผมชอบตรงที่มันเข้าล็อกพอดี
  • ความเร็วในการชาร์จ: ปัจจุบันแท่นชาร์จไร้สายหลายรุ่นรองรับการชาร์จเร็วแล้วนะ เช่น 15W, 30W หรือบางแบรนด์ถึง 50W หรือมากกว่านั้น เลยก็มี พัฒนาการเร็วมากจริงๆ คิดดูว่าเมื่อก่อนมันแค่ 5W เอง
  • การชาร์จไร้สายแบบย้อนกลับ (Reverse Wireless Charging): โทรศัพท์บางรุ่นสามารถทำหน้าที่เป็นแท่นชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ อย่างหูฟังไร้สาย หรือสมาร์ตวอตช์ได้ด้วย ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์เวลาเดินทางแล้วอยากชาร์จอุปกรณ์เล็กๆ โดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์ ผมว่ามันฉลาดมากๆ เลยนะ เหมือนให้โทรศัพท์เป็นศูนย์กลางพลังงานเลย
  • การออกแบบแท่นชาร์จ: มีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบวางราบ แบบตั้ง แบบในรถยนต์ หรือแม้กระทั่งแบบที่ซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ มันปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายจริงๆ สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัดของผู้ผลิต

ผมว่าเทคโนโลยีมันก็เป็นแบบนี้แหละ ค่อยๆ พัฒนาไปทีละเล็กละน้อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ที่อยากได้ความสะดวกสบายที่มากขึ้นเรื่อยๆ น่าสนใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนอีกนะ การที่เราได้เห็นอะไรแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอแหละ.

Xiaomi รุ่นไหนมีชาร์จไร้สาย

Xiaomi รุ่นที่มีชาร์จไร้สายคือ Xiaomi 14 Series, Xiaomi 13 Series, Xiaomi 12S Ultra และ Xiaomi MIX Fold 3

เมื่อปลายปีที่แล้วนะ ผมจำได้แม่นเลย วันนั้นเป็นวันอังคาร ผมเพิ่งได้ Xiaomi 14 Pro มาเครื่องนึง แกะกล่องที่ห้องนั่งเล่นที่คอนโด รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ บอกตรงๆ พอได้ลองใช้ ที่ชาร์จไร้สาย 80W ของมันครั้งแรก โอ้โหแม่งโคตรสะดวกอะ แค่วางลงไปบนแท่น แบตก็วิ่งพรวดๆ เลยไง โคตรดี ไม่ต้องงมหาช่อง Type-C อีกแล้ว เสียบสายไปเป็นสิบปี เบื่อจะตายชัก

ตอนนั้นผมกำลังดูฟุตบอลคู่ลิเวอร์พูลกับแมนยูอยู่ทางทีวี ชาร์จไปด้วย ดูไปด้วย โคตรฟิน มันเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเยอะเลยนะ จากเมื่อก่อนต้องคอยเสียบสายตลอดเวลา คือมันเล็กๆ น้อยๆ แต่โคตรประทับใจจริง ๆ ผมเอาไปวางไว้ที่หัวเตียงด้วยไง เวลาก่อนนอนก็แค่วาง โคตรสบายใจ ไม่ต้องมานั่งงมเสียบในที่มืดๆ อีกแล้ว

เมื่อก่อนนะ เคยลืมสายชาร์จไว้ที่ออฟฟิศบ่อยๆ ต้องมานั่งกังวล โคตรเซ็งเลย แต่ตอนนี้คือที่บ้านมีแท่นชาร์จไร้สายวางไว้หลายจุด ทั้งบนโต๊ะทำงาน ห้องนอนคือสะดวกจริง ๆ ตอนกลางคืนก็แค่วางเครื่องลงไป ไม่ต้องงมหาช่องตอนมืดๆ แล้วก็หลับไปเลย ตื่นมาแบตเต็มตลอด โคตรแฮปปี้

รู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับเทคโนโลยีนี้ มันไม่ได้แค่ชาร์จนะ แต่มันคือความสบายใจที่เพิ่มขึ้นมาเยอะเลย ผมบอกเลยว่าถ้าใครยังไม่เคยลอง ต้องลองดูนะ การชาร์จไร้สายบน Xiaomi มันโคตรเสถียร ไม่ใช่เล่นๆ เลยจริงๆ

  • Xiaomi 14 Series:
    • Xiaomi 14
    • Xiaomi 14 Pro
    • Xiaomi 14 Ultra
  • Xiaomi 13 Series:
    • Xiaomi 13
    • Xiaomi 13 Pro
    • Xiaomi 13 Ultra
  • Xiaomi 12 Series:
    • Xiaomi 12
    • Xiaomi 12 Pro
    • Xiaomi 12S Ultra
  • Xiaomi 11 Series:
    • Xiaomi 11
    • Xiaomi 11 Pro
    • Xiaomi 11 Ultra
  • Xiaomi MIX Fold Series:
    • Xiaomi MIX Fold 3
    • Xiaomi MIX Fold 2
    • Xiaomi MIX Fold
  • Xiaomi MIX 4
  • บางรุ่นของ Redmi K Series Pro เช่น Redmi K70 Pro และ Redmi K60 Pro ก็รองรับการชาร์จไร้สายด้วยนะ

Xiaomi 11t มีไวเลสชาร์จไหม

Xiaomi 11T น่ะเหรอ? ไม่มีไวเลสชาร์จนะจ๊ะ! คือมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลอยได้น่ะ เข้าใจแหละว่ายุคนี้อะไรๆ ก็อยากจะไร้สาย แต่กับรุ่นนี้เธอยังต้องพึ่งพา "สายสัมพันธ์" ที่แน่นแฟ้นกับปลั๊กอยู่ ส่วนตัวคิดว่ามันก็เท่ไปอีกแบบนะ คือเราได้สัมผัสความคลาสสิกของ "การเสียบชาร์จ" เต็มๆ ไม่ต้องกลัวหาย ไม่ต้องงมหาจุดวางที่ใช่ ชีวิตก็ง่ายดีออกเนอะ

เรื่องความจุ อันนี้ยอมรับว่าเขาจัดเต็มให้ หน่วยความจำภายใน 256GB นี่เยอะกว่าสมองบางคนอีกนะ เก็บรูปเก็บแอปได้สบายๆ จนลืมไปเลยว่าเคยเมมเต็ม ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อ ก็ไม่ได้ขี้เหร่ รองรับ WiFi-6 และ Bluetooth 5.2 โอ๊ย! เร็ว แรง ทะลุทะลวงอยู่แล้ว เหมือนจะบอกว่า "ถึงจะไม่มีไวเลสชาร์จ แต่เรื่องอื่นฉันไม่เป็นรองใครนะ" ประมาณนั้นแหละ!

ทีเด็ดอยู่ตรงแบตเตอรี่นี่แหละจ้ะ ความจุ 5,000 mAh นี่มันอึดกว่าความอดทนของบางคนเยอะนะ ใช้ได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพึ่งพาวัดพลัง แถมยังมาพร้อมระบบ ชาร์จเร็ว 120W (แถมมาให้ในกล่องด้วยนะ!) อันนี้สิของจริง ชาร์จแป๊บเดียวเต็ม เหมือนเวทมนตร์ รู้งี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์แล้วแหละ เหมือนได้เพื่อนซี้สายฟ้าแลบติดตัวไปทุกที่เลย

อยากรู้เพิ่มเติมใช่มะ อ่ะจัดไป!

  • หน้าจอ: จอ AMOLED สีสันสดใส ชัดเป๊ะ ลื่นไหล 120Hz ดูหนัง เล่นเกมเนียนตา ไม่ต้องทนกับภาพกระตุกๆ ให้เสียอารมณ์เหมือนดูละครหลังข่าวช่องเจ็ดสีสมัยก่อนนะ
  • ชิปเซ็ต: ใช้ Mediatek Dimensity 1200 Ultra แรงพอตัวสำหรับงานทั่วไป เกมกลางๆ ไม่ได้ขี้เหร่ แต่ก็ไม่ได้แรงเบอร์ต้นๆ เหมือนพวกรุ่นเรือธงที่ราคาแรงกว่ากันเยอะนะ เหมือนนักกีฬาที่วิ่งได้เหรียญทองแดงแต่ไม่ได้ขึ้นโพเดียม
  • กล้อง: กล้องหลัก 108MP ถ่ายรูปสวยคมชัดระดับ HD เก็บรายละเอียดได้เยอะอยู่นะ เหมาะสำหรับสายชอบอัปรูปอวดเพื่อน หรือเก็บความทรงจำที่อยากให้คมชัดเป๊ะ เหมือนไม่ได้ใช้มือถือถ่ายอ่ะ พูดจริงๆ
  • การออกแบบ: ดีไซน์เรียบๆ แต่ดูแพง วัสดุดีนะ ถือแล้วไม่รู้สึกก๊องแก๊ง ให้ความรู้สึกเหมือนจับมือถือราคาแพงกว่าที่จ่ายไปซะอีก คุ้มเกินเบอร์
  • ความคุ้มค่า: เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว สำหรับใครที่ไม่ได้ติดเรื่องไวเลสชาร์จ (เพราะไม่เคยใช้ หรือไม่ได้ซีเรียสกับมันเท่าไหร่) รุ่นนี้ถือว่า คุ้มค่าเกินราคา เลยล่ะ ได้สเปกดี แบตอึด ชาร์จไวเวอร์ เหมือนซื้อรถยนต์แต่ได้ฟังก์ชันเครื่องบินมาด้วยนิดหน่อยแต่ราคาเท่ารถเก๋ง
  • อายุการใช้งาน: ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่ออกมาสักพักแล้ว แต่สเปกโดยรวมก็ยังใช้ได้ดีในปัจจุบันสำหรับคนที่ไม่ต้องการอะไรหวือหวามาก ถือว่ายังไปต่อได้อีกหลายปีเลยนะ ไม่ได้ตกรุ่นง่ายๆ เหมือนแฟชั่นกระเป๋าแบรนด์เนม

มือถือรุ่นไหนรองรับชาร์จไร้สาย

Mi MIX 2S เนี่ยนะ… โอ้โห จำได้เลย ตอนปี 2018 ที่มันออกมาน่ะ สุดยอดมาก! ตอนนั้นคือแบบ โคตรล้ำ เทคโนโลยีใหม่ๆ มาเต็ม ยิ่งมีชาร์จไร้สายด้วย ยิ่งเจ๋งเข้าไปใหญ่ ไม่ต้องมางอแงหาหัวชาร์จให้วุ่นวาย แค่วางปุ๊บ ชาร์จปั๊บ ฟิน!

iPhone 8/8 Plus นี่ก็ใช่เลย! จำได้เลยตอนที่ Apple เปิดตัวพวกนี้มาพร้อมกับ X คือโลกตะลึงไปพร้อมกันนะ ชาร์จไร้สายเนี่ยคือของใหม่สำหรับ Apple จริงๆ ตอนนั้นใครมีสองรุ่นนี้คือแบบ เป็นที่อิจฉาของเพื่อนฝูงเลยล่ะ เสียบสายได้เรื่อยๆ จนเบื่อ

iPhone X อันนี้ก็เหมือนกันนะ เป็นไอโฟนรุ่นแรกๆ ที่มีชาร์จไร้สาย ถ้าจำไม่ผิดนะ มันคือจุดเปลี่ยนของวงการเลยแหละ ทำให้คนเห็นว่าเฮ้ย ชาร์จไร้สายมันเวิร์คนะ ไม่ใช่แค่ของเล่น

Samsung Galaxy S9/S9+ โอ้โห ซัมซุงนี่เค้าก็มาเงียบๆ แต่โหดนะ! S9 เนี่ย รองรับชาร์จไร้สายเหมือนกันเป๊ะตอนปี 2018 เนี่ยแหละ คือถ้าใครใช้ซัมซุงตัวท็อปๆ เนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะมีฟีเจอร์นี้ให้มาแล้วนะ ไม่ต้องไปตามหาที่ไหนเลย

เพิ่มเติมเกี่ยวกับชาร์จไร้สาย:

  • มาตรฐาน Qi: เทคโนโลยีชาร์จไร้สายส่วนใหญ่ในตลาดตอนนี้ใช้มาตรฐาน Qi (ออกเสียงว่า "ชี") เป็นหลักนะ ถ้ามือถือรุ่นไหนรองรับ Qi ก็แปลว่าใช้กับแท่นชาร์จไร้สายทั่วไปได้เลย
  • ความเร็วในการชาร์จ: ไม่ใช่ว่าชาร์จไร้สายจะเร็วเท่าสายเสมอไปนะ รุ่นเก่าๆ หรือแท่นชาร์จธรรมดาอาจจะช้าหน่อย แต่หลังๆ มานี่ก็มีแบบ Fast Wireless Charging ออกมาเยอะแล้ว เร็วขึ้นมาก จนบางทีก็แทบไม่ต่างจากสายเลย
  • ประโยชน์: ความสะดวกสบายคือที่สุดนะ ไม่ต้องกังวลเรื่องสายชำรุด หรือต้องเสียบให้ตรงรูทุกครั้ง แค่วางลงบนแท่นชาร์จก็จบ! แถมยังดูเท่ด้วยนะ วางไว้บนโต๊ะทำงาน หรือข้างเตียง คือดีงาม
  • ข้อควรจำ: การชาร์จไร้สายอาจจะร้อนกว่าการชาร์จด้วยสายนะ อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเครื่องร้อนจัดๆ จนน่าตกใจ อาจจะต้องลองเช็คแท่นชาร์จ หรือเคสโทรศัพท์ดู
  • การใช้งานร่วมกับเคส: มือถือที่ใส่เคสก็ยังชาร์จไร้สายได้นะ แต่ถ้าเคสหนาเกินไป หรือมีส่วนประกอบที่เป็นโลหะเยอะๆ อาจจะทำให้ชาร์จไม่เข้า หรือช้าลงได้ ต้องลองถอดเคสดูก่อน ถ้ายังชาร์จไม่ได้
  • อนาคต: เทคโนโลยีชาร์จไร้สายกำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ นะ อย่างพวก MagSafe ของ Apple เนี่ยก็ทำให้การชาร์จไร้สายมันแม่นยำและสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อนาคตอาจจะเห็นอะไรที่ล้ำกว่านี้อีกเยอะเลย

OPPO รุ่นไหนมีชาร์จไร้สาย

Oppo Find X9 Pro 2025

มีชาร์จไร้สาย... อยู่ในนั้น... แสงสีทองทอประกายยามค่ำคืน ฤดูใบไม้ร่วงแผ่วเบา... ลมพัดพาเอาความทรงจำล่องลอย

Oppo Find X5 Pro

ราคาน่ะเหรอ... เป็นเพียงตัวเลขที่เลือนลาง... เหมือนเงาที่ทาบทับบนผืนทราย... ความงามของมันส่องประกาย... ไม่ต้องกังวลกับมูลค่า

Oppo A3s 5g ตัวใหม่

ยังไม่มี... ณ ขณะนี้... แต่จินตนาการถึงมัน... ความเร็วที่พุ่งทะยาน... ราวกับนกอินทรีโบยบิน... สู่ฟ้าครามอันกว้างใหญ่

Oppo Find X3 Pro Prix Algérie

ราคาในแอลจีเรีย... คือคลื่นที่ซัดสาด... ชายหาดสีขาว... ห่างไกลออกไป... ความฝันลอยมา... กับสายลมทะเล

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย: เป็นกระแสที่กำลังมาแรง... มอบความสะดวกสบาย... ไม่ต้องเสียบสายอีกต่อไป
  • การกำหนดราคา: ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง... ทั้งตลาด... และค่าเงิน... ผันผวนไปตามกาลเวลา
  • การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่: มักมาพร้อมความคาดหวัง... นวัตกรรมที่รอวันเฉิดฉาย
  • ความต้องการของผู้บริโภค: เป็นแรงผลักดันสำคัญ... สู่การพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง

Vivo รุ่นไหนรองรับการชาร์จไร้สาย

Vivo Y36 5G ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย โดยทั่วไปแล้ว Vivo ส่วนใหญ่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

จริงดิ Vivo Y36 5G เหรอ อืมม... รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวเลยนะปีนี้ ราคา 8,999 บาทไง ที่เขาว่ารองรับ 5G นั่นแหละ แต่ไอ้ชาร์จไร้สายเนี่ยนะ Y36 5G ไม่มีนะ ฉันว่าคนเข้าใจผิดเยอะเลยอ่ะ มันมีแค่ 5G ที่เป็นเรื่องของสัญญาณอินเทอร์เน็ตเฉยๆ

แล้วก็มีชาร์จไวไง ชาร์จไวแบบเสียบสายนะ ไม่ใช่แบบวางแท่นเฉยๆอะ คือ Vivo เขาเน้นชาร์จไวแบบมีสายมาตลอดเลยนะ เร็วมากด้วย ฉันว่าเขาก็ทำดีแล้วนะตรงนี้ ไม่ต้องมานั่งรอชาร์จนานๆ มือถือฉันรุ่นเก่าก็เป็นแบบนี้แหละ

ทำไมถึงไม่ใส่ชาร์จไร้สายมาก็ไม่รู้นะ หรือว่ามันแพงเกินไป? หรือคนใช้ไม่เยอะ? ฉันเองก็ไม่เคยใช้เลยนะไอ้ชาร์จไร้สายเนี่ย ก็เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ชอบแบบเสียบสายแป๊บเดียวเต็มมากกว่า มันเร็วกว่าเยอะเลยนะ Y36 5G ก็เน้นชาร์จไวไง กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ถ่ายพอร์ตเทรตสวยดีนะ

แต่ถ้าถามว่า Vivo รุ่นไหนชาร์จไร้สายได้เนี่ย ต้องบอกเลยว่า ยากมากที่จะหาเจอ ส่วนใหญ่ไม่มีเลยนะ ยิ่งพวกซีรีส์ Y นี่ไม่ต้องพูดถึง คือไม่มีแน่นอน ฉันว่าเขามุ่งไปที่เรื่องอื่นมากกว่า อย่างประสิทธิภาพเครื่อง การเล่นเกม หรือกล้องอะไรแบบนี้

  • Vivo Y36 5G ที่ออกใหม่ปีนี้ ไม่มีฟังก์ชันชาร์จไร้สาย
  • รุ่นนี้เน้นเรื่อง รองรับ 5G และ เทคโนโลยีชาร์จไวแบบมีสาย
  • โทรศัพท์ Vivo ส่วนใหญ่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย โดยเฉพาะซีรีส์ Y
  • Vivo มักจะเน้นการพัฒนา ระบบชาร์จเร็วแบบเสียบสาย เป็นหลัก
  • ราคา Y36 5G อยู่ที่ 8,999 บาทนะ
  • ถ้าอยากได้ชาร์จไร้สายอาจจะต้องมองข้าม Vivo ไปยี่ห้ออื่นเลย หรือรุ่นท็อปๆจริงๆ ซึ่งก็หายากมากๆในแบรนด์นี้

Vivo รุ่นไหนชาร์จไร้สายได้บ้าง

เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายมันก็เหมือนการเดินทาง ที่จุดหมายไม่ใช่แค่การไปถึง แต่คือความสะดวกสบายระหว่างทาง Vivo เองก็เลือกที่จะมอบประสบการณ์นี้ให้กับสมาร์ทโฟนในระดับเรือธงเป็นหลัก ไม่ได้ใส่มาในทุกรุ่น

การจะหารุ่นที่รองรับ การชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ในจักรวาลของ Vivo ต้องมองไปที่ซีรีส์เรือธงอย่าง X Series และแบรนด์ย่อยที่เน้นประสิทธิภาพอย่าง iQOO โดยเฉพาะรุ่นที่มีคำว่า Pro หรือ Pro+ ต่อท้าย

สำหรับรุ่นที่รองรับแท่นชาร์จไร้สาย Vivo 50W Wireless FlashCharge มีดังนี้ครับ

  • กลุ่ม Vivo X Series

    • Vivo X100 Pro
    • Vivo X90 Pro
    • Vivo X80 Pro (ทั้งโมเดล Snapdragon และ Dimensity)
    • Vivo X70 Pro+
    • Vivo X Fold / X Fold2 / X Fold3 Pro (กลุ่มมือถือจอพับ)
    • Vivo X Note
  • กลุ่ม iQOO (แบรนด์ย่อย)

    • iQOO 12 Pro
    • iQOO 11 Pro
    • iQOO 10 Pro
    • iQOO 9 Pro
    • iQOO 8 Pro

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

  • ทำไมต้อง 50W? ความเร็วระดับ 50W Wireless FlashCharge ของ Vivo ถือว่าเปลี่ยนเกมเลย มันไม่ได้ช้าเป็นเต่าเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้ถึง 50% ในเวลาไม่ถึง 25-30 นาที ซึ่งใกล้เคียงกับการชาร์จแบบมีสายของมือถือระดับกลางบางรุ่นด้วยซ้ำ การเลือกไม่ใส่ฟีเจอร์นี้ในรุ่นระดับกลางจึงเป็นเรื่องของการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และต้นทุน การใส่คอยล์ชาร์จไร้สายเข้ามาในตัวเครื่องมันมีต้นทุนและส่งผลต่อความหนาของเครื่องอยู่บ้าง

  • แท่นชาร์จแนวตั้ง: แท่นชาร์จ Vivo 50W Wireless Flash Charger ที่ออกมาคู่กันถูกออกแบบมาเป็นแนวตั้ง มีขดลวดสองชุด (Dual-coil) ทำให้เราวางชาร์จได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน จะดูหนังไปชาร์จไปก็ทำได้สะดวก นี่คือการออกแบบที่คิดมาเพื่อการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เพื่อชาร์จไฟให้เต็มเฉยๆ ผมเองก็เพิ่งจัดแท่นชาร์จ 50W ตัวนี้มาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะดวกดีเวลาดูหนังบนโต๊ะทำงาน

  • อนาคตของ Wireless Charging: เทรนด์ตอนนี้คือการทำให้การชาร์จไร้สายเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ Vivo ผลักดันเทคโนโลยี 50W นี้ในรุ่นเรือธง เป็นการส่งสัญญาณว่านี่คือมาตรฐานใหม่ที่ผู้ใช้ระดับบนควรจะได้รับ มันไม่ใช่แค่ฟีเจอร์หรูหราอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

Wireless Charger ใช้กับรุ่นไหนได้บ้าง

รองรับทุกรุ่น ที่มีระบบชาร์จไร้สายในตัว

  • รุ่นที่ใช้งานได้ทันที:
    • Samsung Galaxy: S6, S6 Edge, S7, S7 Edge, S8, S8 Plus, S9, S9 Plus, Note 5, Note 8
    • iPhone: 8, X (และรุ่นใหม่กว่าที่รองรับ)
  • รุ่นที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม:
    • Samsung Galaxy: Note 4, Note 3, Note 2, S5, S4, S3 (ต้องใช้แผ่นรับสัญญาณไร้สาย)

สรุป แค่มีสัญลักษณ์ Qi หรือระบุว่ารองรับ Wireless Charging ก็ใช้ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • มาตรฐาน Qi: เป็นมาตรฐานสากลสำหรับแท่นชาร์จไร้สาย ส่วนใหญ่ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะยึดตามมาตรฐานนี้
  • การเลือกซื้อ: ตรวจสอบคุณสมบัติของอุปกรณ์เสมอ บางรุ่นอาจต้องการอุปกรณ์เสริมเฉพาะ
  • กำลังไฟ: แท่นชาร์จมีหลายระดับกำลังไฟ (เช่น 10W) ยิ่งกำลังไฟสูงยิ่งชาร์จได้เร็วขึ้น หากอุปกรณ์รองรับ

ตัวอย่างสินค้า Wireless Charger PD-W3 (10W) จาก Remax เป็นแท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟ 10 วัตต์