Reset All Setting ลบอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง คือการลบข้อมูลการตั้งค่าระบบและเครือข่ายทั้งหมดในเครื่อง การดำเนินการนี้คืนค่าระบบเป็นค่าเริ่มต้นโดยไม่ลบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ข้อมูลรูปภาพ วิดีโอ และแอปพลิเคชันยังคงอยู่ครบถ้วนไม่สูญหาย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง? ลบค่าระบบและปกป้องข้อมูล

การเลือกคำสั่ง รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง ช่วยแก้ไขปัญหาระบบทำงานผิดปกติอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว. ผู้ใช้งานลดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลสูญหายเมื่อเข้าใจผลกระทบที่ถูกต้องก่อนดำเนินการจริง. การตรวจสอบประเภทการรีเซ็ตช่วยรักษาไฟล์สำคัญเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลทันที.

รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง? คำตอบสั้นๆ สำหรับคนรีบ

การกด รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด iPhone ข้อมูลหายไหม อาจดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมันคือการคืนค่าเฉพาะ ระบบ ให้เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน โดยที่ข้อมูลส่วนตัวของคุณอย่างรูปภาพ ข้อความ หรือแอปพลิเคชันจะไม่หายไปไหนเลย กระบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการและผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามรุ่นของระบบปฏิบัติการที่คุณใช้งาน

สรุปแบบเข้าใจง่ายที่สุดคือ วิธีนี้จะลบเฉพาะรหัสผ่าน Wi-Fi, รายชื่ออุปกรณ์ Bluetooth, วอลเปเปอร์, และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวต่างๆ เท่านั้น ส่วนไฟล์งานหรือรูปภาพสำคัญในเครื่องยังคงปลอดภัย 100% ปกติแล้วการรีเซ็ตแบบนี้จะใช้เวลาเพียง 2 - 5 นาที ซึ่งเร็วกว่าการล้างเครื่องซึ่ง รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดกับลบข้อมูลทั้งหมดต่างกันอย่างไร นั้นเห็นได้ชัดจากระยะเวลาการทำงานที่แตกต่างกันอย่างมาก

เจาะลึก 5 อย่างที่ถูกรีเซ็ตแน่ๆ เมื่อคุณกดปุ่มนี้

แม้ข้อมูลจะไม่หาย แต่ความสะดวกสบายบางอย่างจะถูกรีเซ็ตกลับไปเป็นศูนย์ และนี่คือคำตอบของ รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง เพื่อให้คุณเตรียมตัวตั้งค่าใหม่หลังจากทำรายการเสร็จสิ้น:

1. การเชื่อมต่อเครือข่าย: รหัสผ่าน Wi-Fi ทั้งหมดที่เคยบันทึกไว้จะถูกลบออก คุณต้องใส่รหัสใหม่เมื่อกลับไปที่บ้านหรือที่ทำงาน รวมถึงอุปกรณ์ Bluetooth อย่างหูฟังหรือลำโพงที่ต้องทำการจับคู่ (Pairing) ใหมีกครั้ง 2. รหัสผ่านหน้าจอและ Face ID / Touch ID: รหัสล็อกหน้าจอ 6 หลัก หรือข้อมูลใบหน้าและลายนิ้วมือจะถูกลบออกเพื่อความปลอดภัย คุณต้องตั้งค่าใหม่ทันทีหลังจากเครื่องรีบูตเสร็จ 3. หน้าจอและเสียง: วอลเปเปอร์ที่คุณเคยตั้งไว้จะกลับไปเป็นรูปพื้นฐานของระบบ ขนาดตัวอักษร ความสว่างหน้าจอ และเสียงเรียกเข้าที่คุณเคยปรับแต่งไว้จะกลับไปเป็นค่าเริ่มต้นทั้งหมด 4. พจนานุกรมแป้นพิมพ์: หากคุณเคยพิมพ์คำเฉพาะหรือชื่อเฉพาะบ่อยๆ จนแป้นพิมพ์จำได้ ระบบจะลบความจำส่วนนี้ออก ทำให้ช่วงแรกๆ แป้นพิมพ์อาจจะยังไม่เดาคำที่คุณต้องการได้แม่นยำนัก 5. ความเป็นส่วนตัว (Privacy Settings): แอปต่างๆ ที่เคยขออนุญาตเข้าถึงกล้อง รูปภาพ หรือตำแหน่งที่ตั้ง (Location) จะกลับมาถามคุณใหม่อีกครั้งเมื่อคุณเปิดใช้งานแอปนั้นๆ

การรีเซ็ตระบบช่วยแก้ปัญหาซอฟต์แวร์รวนได้ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสัญญาณเครือข่ายหลุดบ่อยหรือแอปเด้งโดยไม่ทราบสาเหตุ[1] - แต่เชื่อเถอะว่าการต้องมานั่งใส่รหัส Wi-Fi ใหม่หลายๆ ที่ก็น่ารำคาญไม่น้อย ผมเคยต้องเดินขอรหัส Wi-Fi เพื่อนร่วมงานทั้งแผนกมาแล้วหลังจากกดรีเซ็ตโดยไม่ได้จดไว้ก่อน

สิ่งที่ไม่หาย (ข้อมูลปลอดภัย 100%)

นี่คือส่วนที่คนส่วนใหญ่กังวลมากที่สุด เพื่อให้คลายกังวลว่า รีเซ็ต iPhone แล้วอะไรหายบ้าง ขอยืนยันอีกครั้งว่า ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะไม่มีการแตะต้องใดๆ ทั้งสิ้น ข้อมูลที่ยังอยู่ครบถ้วนประกอบด้วย: รูปภาพและวิดีโอ: ทั้งที่อยู่ในเครื่องและใน iCloud Photos แอปพลิเคชัน: แอปที่คุณโหลดมาจะไม่ถูกลบ ข้อมูลภายในแอป (เช่น ประวัติการแชท Line ที่สำรองไว้) ยังคงอยู่ รายชื่อติดต่อและข้อความ: เบอร์โทรศัพท์เพื่อนและ SMS ทั้งหมดจะไม่มีการลบ ไฟล์เอกสาร: ไฟล์ที่เก็บไว้ในแอป Files หรือแอปทำงานอื่นๆ ยังคงอยู่เหมือนเดิม

น่าแปลกใจที่ผู้ใช้จำนวนมากยังสับสนเรื่อง รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายกับรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดต่างกัน อย่างไร และความสับสนนี้เองที่ทำให้หลายคนไม่กล้าแก้ปัญหาเครื่องรวนด้วยตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การรีเซ็ตการตั้งค่าระบบเป็นหนึ่งในวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลเร็วที่สุดในการจัดการกับ Bug ของซอฟต์แวร์ที่ฝังลึก

เมื่อไหร่ที่คุณควรใช้วิธีรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด?

คุณไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันนี้บ่อยๆ แต่มันจะเป็น ไม้ตาย ที่ดีมากรวมถึง รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด iPad ลบอะไร บ้างหากพบสถานการณ์ต่อไปนี้: เครื่องหน่วงหรือแลคผิดปกติ: ทั้งที่พื้นที่ว่างยังมีเยอะ แต่เลื่อนหน้าจอแล้วกระตุก ปัญหาการเชื่อมต่อ: ต่อ Wi-Fi ไม่ติด หรือ Bluetooth ค้นหาอุปกรณ์ไม่เจอ ทั้งที่ลองเปิด - ปิดใหม่แล้ว แอปพลิเคชันเด้งออกเอง: โดยเฉพาะแอปพื้นฐานของระบบอย่าง Mail หรือ Safari แบตเตอรี่หมดไวเกินเหตุ: บางครั้งเกิดจากการตั้งค่าระบบบางอย่างที่ทำงานผิดพลาดเบื้องหลัง การรีเซ็ตค่าทั้งหมดจะช่วย ล้างไพ่ ระบบจัดการพลังงานใหม่ได้

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เครื่องของผมเกิดอาการแปลกๆ คือเสียงเรียกเข้าไม่ดังเลยแม้จะเปิดเสียงสุดแล้ว หลังจากงมหาทางแก้ใน Google อยู่นานเกือบชั่วโมง - แต่เรื่องมันกลับจบลงง่ายๆ ด้วยการรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดเพียงครั้งเดียว - ปรากฏว่ามีการตั้งค่าการรบกวนบางอย่างค้างอยู่ในระบบที่มองไม่เห็น

วิธีรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดบน iPhone และ iPad (iOS 15 ขึ้นไป)

ขั้นตอนปัจจุบันมีความแตกต่างจาก iOS รุ่นเก่าเล็กน้อย ให้ทำตามนี้ครับ: 1. ไปที่แอป การตั้งค่า (Settings) 2. เลือก ทั่วไป (General) 3. เลื่อนลงไปด้านล่างสุด เลือก ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone/iPad (Transfer or Reset iPhone) 4. กดที่คำว่า รีเซ็ต (Reset) บริเวณด้านล่างของหน้าจอ 5. เลือกเมนูแรก รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ลบอะไรบ้าง 6. ใส่รหัสผ่านเครื่องเพื่อยืนยัน เครื่องจะทำการปิดและเปิดใหม่เอง

รอจนกว่าแถบสถานะการโหลดจะเสร็จสิ้น อย่าพยายามกดปิดเครื่องหรือบังคับรีสตาร์ทในขณะที่ระบบกำลังทำงานอยู่ เพราะอาจทำให้ไฟล์ระบบเสียหายได้

ตารางเปรียบเทียบ: รีเซ็ตแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

ในเมนูรีเซ็ตมีตัวเลือกหลายอย่าง เลือกให้ถูกเพื่อให้ตรงกับปัญหาและป้องกันข้อมูลหายโดยไม่ตั้งใจ

⭐ รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด (Reset All Settings)

  • ปลอดภัย 100% ไม่ถูกลบ
  • Wi-Fi, Bluetooth, รหัสผ่านหน้าจอ, วอลเปเปอร์
  • แก้ปัญหาเครื่องรวน แอปเด้ง สัญญาณไม่เสถียร
  • 2 - 5 นาที

รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย (Reset Network Settings)

  • ปลอดภัย ไม่ถูกลบ
  • เฉพาะรหัส Wi-Fi และประวัติ Bluetooth เท่านั้น
  • เน็ตช้า ต่อ Wi-Fi ไม่ได้ สัญญาณมือถือมีปัญหา
  • 1 - 2 นาที

ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด (Erase All Content and Settings)

  • ถูกลบทิ้งทั้งหมด เครื่องจะกลายเป็นเครื่องเปล่า
  • ทุกอย่างในเครื่อง รวมถึงรูป แอป และบัญชี
  • ก่อนขายเครื่องต่อ หรือล้างเครื่องเพื่อเริ่มใหม่
  • 10 - 20 นาที หรือนานกว่านั้น
หากเครื่องแค่มีอาการรวนเล็กน้อย 'รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด' คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดและไม่ต้องสำรองข้อมูลใหม่ ส่วน 'ลบข้อมูลทั้งหมด' ควรทำเฉพาะตอนจะขายเครื่องหรือเมื่อเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น

เมื่อ iPhone ของคุณพัชรีต่อ Wi-Fi ออฟฟิศไม่ได้

คุณพัชรี พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ประสบปัญหา iPhone 14 ของเธอไม่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ทำงานได้ ทั้งที่เพื่อนคนอื่นต่อได้ปกติ เธอพยายามปิด - เปิดเครื่องใหม่หลายรอบแต่ก็ยังขึ้นข้อความ 'Unable to join network' จนเริ่มหงุดหงิดเพราะต้องใช้เน็ตส่งงานด่วน

เธอเกือบจะตัดสินใจไปที่ศูนย์บริการเพราะคิดว่าเสาอากาศพัง แต่เพื่อนแนะนำให้ลอง 'รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด' ดูก่อน พัชรีลังเลมากเพราะกลัวรูปถ่ายลูกสาวกว่า 5,000 รูปจะหายไป เธอใช้เวลาทำใจอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะตัดสินใจกดปุ่ม

หลังจากรอเครื่องรีบูตประมาณ 3 นาที เครื่องก็กลับมาเปิดติดอีกครั้ง รูปภาพยังอยู่ครบเหมือนเดิม! สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือวอลเปเปอร์ที่กลายเป็นรูปดาวพื้นฐานของ iOS เธอรีบทดลองใส่รหัส Wi-Fi ของออฟฟิศอีกครั้ง

ผลปรากฏว่าเธอเชื่อมต่อเน็ตได้ทันทีและสัญญาณนิ่งกว่าเดิมมาก (ความเร็วดีขึ้นชัดเจน) พัชรีได้เรียนรู้ว่าบางครั้ง Bug เล็กๆ ในการตั้งค่าระบบก็เป็นต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้เครื่องรวนได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งซ่อมให้เสียเงิน

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด ข้อมูลหายไหม?

ไม่หายครับ ข้อมูลส่วนตัวอย่างรูปภาพ วิดีโอ แอป และข้อความจะยังอยู่ครบถ้วน สิ่งที่หายไปจะมีเพียงแค่การตั้งค่าระบบ เช่น รหัส Wi-Fi, รายชื่อ Bluetooth และรหัสล็อกหน้าจอเท่านั้น

ทำไมรูปภาพบางรูปหายไปหลังรีเซ็ต?

รูปภาพไม่ได้หายไปจริงๆ ครับ แต่มักเกิดจากการที่ระบบปิดการใช้งาน iCloud Photos อัตโนมัติหลังรีเซ็ต ให้คุณเข้าไปที่การตั้งค่าแล้วเปิด iCloud Photos อีกครั้ง รูปที่ฝากไว้บนคลาวด์จะค่อยๆ โหลดกลับลงมาในเครื่องเอง

ต้องสำรองข้อมูล (Backup) ก่อนทำไหม?

แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ลบข้อมูล แต่ตามหลักการสากลแล้ว การสำรองข้อมูลไว้ก่อนทำอะไรกับระบบก็เป็นเรื่องที่ดีเสมอ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่เครื่องกำลังประมวลผล

รีเซ็ตแล้วเครื่องจะเร็วขึ้นจริงไหม?

มักจะเร็วขึ้นในกรณีที่เครื่องหน่วงจากไฟล์ขยะในระบบหรือการตั้งค่าที่ทับซ้อนกัน การรีเซ็ตจะช่วยให้หน่วยความจำระบบทำงานได้คล่องตัวขึ้นเหมือนตอนที่ซื้อเครื่องมาใหม่ๆ

ข้อความหลัก

จดรหัส Wi-Fi สำคัญไว้ก่อนเสมอ

เนื่องจากรหัสผ่านเครือข่ายจะถูกลบออกทั้งหมด การจดรหัสที่จำเป็นไว้จะช่วยให้คุณใช้งานได้ต่อเนื่องทันทีหลังรีเซ็ต

หากคุณกังวลเรื่องการเชื่อมต่อ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย (Reset Network Setting) คืออะไร เพื่อความมั่นใจครับ
ตรวจสอบแบตเตอรี่ให้เกิน 50%

ควรมีแบตเตอรี่เพียงพอเพื่อให้กระบวนการรีเซ็ตไม่ขาดตอน เพราะหากเครื่องดับระหว่างทำระบบอาจเสียหายได้

เตรียมตั้งรหัสหน้าจอและ Face ID ใหม่

หลังรีเซ็ตเสร็จสิ่งแรกที่ควรทำคือกลับไปตั้งค่าความปลอดภัยหน้าจอใหม่ทันทีเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

แหล่งข้อมูลข่าวสาร

  • [1] Mister-services - การรีเซ็ตระบบช่วยแก้ปัญหาซอฟต์แวร์รวนได้ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสัญญาณเครือข่ายหลุดบ่อยหรือแอปเด้งโดยไม่ทราบสาเหตุ