Shock Wave ควรทำกี่ครั้ง
Shock Wave ควรทำกี่ครั้ง? จำนวน 3-5 ครั้งเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
การตัดสินใจว่า Shock Wave ควรทำกี่ครั้ง ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง. การรับบริการน้อยเกินไปทำให้เนื้อเยื่อไม่ได้รับการกระตุ้น การทำถี่เกินไปรบกวนกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง. ความเข้าใจเรื่องความถี่ที่ถูกต้องช่วยป้องกันการเสียเงินเปล่าประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกาย.
Shock Wave ควรทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
สำหรับการรักษาด้วยคลื่นกระแทกหรือ Shock Wave Therapy นั้น จำนวนครั้งที่แนะนำโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 3 ถึง 5 ครั้ง เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยการรักษาแต่ละครั้งมักจะมีระยะห่างกันประมาณ 5 ถึง 7 วัน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาในการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรังได้อย่างเต็มที่ [3]
หลายคนสงสัยว่า ช็อกเวฟกี่ครั้งเห็นผล สถิติจากการติดตามผลในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังพบว่าเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้ารับการรักษารู้สึกว่าอาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากผ่านการรักษาไปแล้ว 3 เซสชัน[2] ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการทำเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสลายพังผืดหรือกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ในจุดที่อักเสบมานานได้ ผมเคยเจอคนไข้หลายคนที่ถอดใจหลังทำครั้งแรกเพราะหวังว่ามันจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที - ความจริงคือมันต้องใช้เวลาสะสมการกระตุ้นครับ
เราต้องเข้าใจว่านี่คือกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทำครั้งเดียวแล้วจะหายขาดทันที จึงต้องอาศัยความต่อเนื่องครับ
เมื่อมีข้อสงสัยว่า Shock Wave ควรทำกี่ครั้ง คำตอบคือหากคุณมีอาการปวดรุนแรงหรือเป็นมานานหลายปี จำนวนครั้งอาจต้องขยายออกไปเป็น 6 ถึง 10 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักกายภาพบำบัดและการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว 5 ครั้งคือจุดที่คนไข้มักจะเริ่มกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ
ปัจจัยที่กำหนดจำนวนครั้งในการรักษาของแต่ละคน
ทำไมเพื่อนที่ไปทำพร้อมกันถึงหายเร็วกว่า? แล้วสรุปควร ทำ shock wave บ่อยแค่ไหน คำถามนี้เป็นเรื่องที่ผมถูกถามบ่อยมากในห้องตรวจ คำตอบคือมันขึ้นอยู่กับ ต้นทุน ของร่างกายและความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่ครับ
ระยะเวลาที่เป็นอาการปวด (Chronic vs Acute)
หากสงสัยว่า shock wave ทําอาทิตย์ละกี่ครั้ง กรณีที่อาการปวดเพิ่งเกิดขึ้นไม่เกิน 1 เดือน (Acute) การทำ Shock Wave เพียง 2 ถึง 3 ครั้งก็อาจจะเพียงพอแล้ว แต่สำหรับผู้ป่วยกลุ่ม Office Syndrome หรือรองช้ำที่เป็นมานานกว่า 6 เดือน (Chronic) เนื้อเยื่อมักจะเกิดพังผืดที่แข็งและหนาตัว การกระแทกด้วยคลื่นเสียงต้องใช้จำนวนครั้งที่มากขึ้นเพื่อค่อยๆ สลายส่วนที่พอกพูนอยู่นั้นออกไป
ตำแหน่งและความลึกของจุดที่ปวด
กล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างบริเวณสะโพกหรือหลังส่วนล่างมักต้องการจำนวนครั้งที่มากกว่าและระดับพลังงานที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาบริเวณข้อมือหรือเอ็นร้อยหวาย เนื่องจากคลื่นต้องเดินทางผ่านชั้นไขมันและกล้ามเนื้อที่หนากว่าจะถึงจุดที่มีปัญหาจริงๆ
ทำไมต้องเว้นระยะห่าง 5 ถึง 7 วันระหว่างการทำ?
การทำ Shock Wave ทุกวันไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น สำหรับคำถามที่ว่า รักษาด้วยคลื่นกระแทกกี่ครั้งหาย การทำถี่เกินไปในทางกลับกันอาจทำให้เนื้อเยื่อระบมจนอักเสบหนักกว่าเดิมได้ หลักการทำงานของมันคือการสร้าง การบาดเจ็บเล็กน้อยที่ควบคุมได้ (Micro-trauma) เพื่อปลุกให้ร่างกายกลับมาซ่อมแซมตัวเอง
หลังจากทำเสร็จ ร่างกายจะเริ่มกระบวนการลดการอักเสบและสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 48 ถึง 72 ชั่วโมงในการฟื้นฟูเบื้องต้น การกลับมาทำซ้ำในวันที่ 5 หรือ 7 จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพราะเนื้อเยื่อเดิมเริ่มแข็งแรงขึ้นและพร้อมรับการกระตุ้นรอบใหม่
การให้เวลาร่างกายได้พักฟื้นอย่างเพียงพอจะช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทำงานได้อย่างเต็มที่และเห็นผลการรักษาที่ชัดเจนขึ้นครับ
ผมเคยเห็นเคสที่พยายามเร่งรักษาโดยทำวันเว้นวัน ผลคือทำให้เกิด ผลข้างเคียงหลังทำ shock wave คนไข้ปวดจนเดินไม่ได้และต้องหยุดพักยาวไป 2 สัปดาห์ เสียเวลามากกว่าเดิมอีกครับ ประสบการณ์สอนผมว่าความอดทนคือส่วนหนึ่งของการรักษาที่สำคัญที่สุด
ความรู้สึกระหว่างทำ: เจ็บแค่ไหนถึงจะพอดี?
ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดคือ ยิ่งเจ็บยิ่งดี หลายท่านอาจกังวลว่า ทำ shock wave เจ็บไหม ความจริงคือความเจ็บควรอยู่ในระดับที่ทนได้ หรือประมาณระดับ 5 ถึง 7 จากเต็ม 10 คะแนน ถ้าเจ็บจนต้องเกร็งกล้ามเนื้อต้าน คลื่นเสียงจะกระจายออกและไม่สามารถลงลึกไปถึงจุดปวดได้เท่าที่ควร
ความรู้สึกตอนคลื่นกระแทกลงไปจะเหมือนโดนหนังยางดีดซ้ำๆ ในจุดเดิม หรือความรู้สึกหน่วงๆ ลึกๆ ที่กระดูก น้อยครั้งนักที่ผมจะเห็นคนไข้นอนหลับได้ระหว่างทำส่วนใหญ่มักจะสะดุ้งเป็นระยะ - และนั่นคือสัญญาณว่าเรากำลังลงคลื่นได้ถูกจุดแล้ว
ผมมักจะแนะนำเสมอว่าอย่าฝืนทนความเจ็บจนเกินไป เพราะความเจ็บที่รุนแรงจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งต้านและลดประสิทธิภาพของคลื่นกระแทกลงได้ครับ
ความเจ็บที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ระบบประสาทตื่นตัวและส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบข้างหดเกร็งตามไปด้วย ซึ่งจะบดบังผลการรักษาที่ควรจะได้จากการคลายกล้ามเนื้อชั้นลึก
เปรียบเทียบประเภทเครื่อง Shock Wave ที่ใช้ในการรักษา
ในคลินิกกายภาพบำบัดส่วนใหญ่จะมีเครื่อง Shock Wave สองประเภทหลัก ซึ่งให้ผลลัพธ์และเหมาะกับจำนวนครั้งที่ต่างกันดังนี้Radial Shock Wave (แบบกระจาย)
- ประมาณ 3 ถึง 4 เซนติเมตร เหมาะกับกล้ามเนื้อชั้นตื้นและพื้นที่กว้าง
- เจ็บแบบสั่นสะเทือนกระจายตัวเหมือนการตอกย้ำๆ
- คลื่นกระจายเป็นวงกว้าง พลังงานสูงสุดอยู่ที่ผิวสัมผัสแล้วค่อยๆ ลดลงเมื่อลงลึก
- ประมาณ 5 ถึง 10 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีอาการปวดกระจาย
Focused Shock Wave (แบบโฟกัส) ⭐
- สามารถตั้งค่าความลึกได้ถึง 12 เซนติเมตร แม่นยำต่อจุดเกาะเส้นเอ็นลึกๆ
- เจ็บลึก แหลม และจี๊ดตรงจุดปวดโดยเฉพาะ
- คลื่นรวมพลังงานเป็นจุดเดียว ลงไปที่ความลึกที่ต้องการโดยไม่ทำอันตรายผิวหนัง
- ประมาณ 3 ถึง 5 ครั้ง มักเห็นผลเร็วกว่าแบบ Radial ในเคสที่มีจุดปวดชัดเจน
เส้นทางรักษาอาการรองช้ำของพี่สมชาย: จากเดินไม่ได้สู่การวิ่ง 5 กิโลเมตร
พี่สมชาย พนักงานบริษัทวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ ทนปวดส้นเท้าทุกเช้าที่ก้าวลงจากเตียงมานานกว่า 8 เดือน เขาเคยลองเปลี่ยนรองเท้าและนวดแผนไทยแต่ไม่ดีขึ้น ความเจ็บปวดทำให้เขาต้องเลิกวิ่งซึ่งเป็นกิจกรรมโปรดไปโดยปริยาย
ในการทำ Shock Wave ครั้งแรก พี่สมชายเกือบจะเลิกทำกลางคันเพราะมันเจ็บกว่าที่เขาคิดไว้มาก เขาบอกว่าเหมือนมีคนเอาค้อนเล็กๆ มาตอกที่ส้นเท้าตลอด 15 นาที หลังทำเสร็จเท้าเขาระบมจนเดินกะเผลกไปทั้งวันและรู้สึกผิดหวังที่อาการปวดตอนเช้าวันรุ่งขึ้นยังเหมือนเดิม
ผมต้องคุยกับเขาอยู่นานเพื่อให้เขากลับมาทำครั้งที่ 2 และ 3 โดยอธิบายว่าเนื้อเยื่อเขามันหนาเกินกว่าจะดีขึ้นในครั้งเดียว พอเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 พี่สมชายเริ่มสังเกตว่าความเจ็บก้าวแรกของเช้าลดลงไปเกือบครึ่ง เขาจึงเริ่มมีกำลังใจและทำตามคำแนะนำเรื่องการยืดน่องควบคู่ไปด้วย
หลังจากทำครบ 5 ครั้ง พี่สมชายรายงานว่าอาการปวดหายไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เขากลับมาวิ่งเบาๆ ได้อีกครั้งในสัปดาห์ที่ 6 โดยไม่มีอาการเจ็บที่ส้นเท้าหลังวิ่งเหมือนเมื่อก่อน เป็นบทพิสูจน์ว่าความสม่ำเสมอใน 1 เดือนแรกคือหัวใจสำคัญ
สรุปประเด็นสำคัญ
ความสม่ำเสมอคือหัวใจวางแผนเวลาให้สามารถมาทำได้ต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งหมด 3 ถึง 5 ครั้ง อย่าขาดช่วงเกิน 2 สัปดาห์เพราะจะทำให้ผลการรักษาไม่ต่อเนื่อง
เจ็บแต่ต้องทนในระดับที่พอดีสื่อสารกับผู้รักษาตลอดเวลาว่าความเจ็บอยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่ (ระดับ 5-7/10) เพื่อให้ได้พลังงานที่ลงลึกถึงจุดที่ปวดจริงๆ
อย่าลืมดูแลตัวเองหลังทำงดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) หลังทำเพราะจะไปขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมที่ Shock Wave สร้างขึ้นมา
การรักษาเสริมช่วยให้หายเร็วขึ้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามคำแนะนำของนักกายภาพจะช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องทำ Shock Wave ลงได้และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
ทำ Shock Wave ครั้งเดียวหายเลยได้ไหม?
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับอาการปวดเรื้อรังครับ แม้คนไข้บางรายจะรู้สึกเบาสบายขึ้นทันทีหลังทำเนื่องจากคลื่นไปรบกวนสัญญาณประสาทความเจ็บปวดชั่วคราว แต่อาการปวดมักจะกลับมาภายใน 24 ชั่วโมง การรักษาพังผืดที่ต้นตอต้องใช้การทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ถึง 5 ครั้งเพื่อให้เกิดการซ่อมแซมถาวร
ถ้าทำไปแล้ว 3 ครั้งยังไม่ดีขึ้นเลย ควรทำต่อไหม?
หากผ่านไป 3 ครั้งแล้วยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่ 10 เปอร์เซ็นต์ ควรให้เจ้าหน้าที่ประเมินซ้ำครับ อาจต้องปรับระดับพลังงาน เปลี่ยนจุดโฟกัส หรือตรวจสอบว่าการวินิจฉัยเดิมถูกต้องหรือไม่ บางครั้งอาการปวดอาจมาจากเส้นประสาทถูกกดทับซึ่ง Shock Wave อาจไม่ใช่คำตอบหลัก
หลังทำต้องพักกี่วันถึงจะออกกำลังกายได้?
แนะนำให้งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกบริเวณที่รักษา 48 ชั่วโมงครับ เช่น ถ้าทำที่ส้นเท้าควรงดวิ่งหรือเดินนานๆ เพื่อให้กระบวนการซ่อมแซมที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาทำงานได้เต็มที่โดยไม่เกิดการฉีกขาดซ้ำซ้อน
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถทดแทนคำปรึกษาจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดวิชาชีพได้ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากคุณมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ภาวะเลือดออกง่าย หรือกำลังตั้งครรภ์ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้ง
การอ้างอิง
- [2] Specialtymc - เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้ารับการรักษารู้สึกว่าอาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากผ่านการรักษาไปแล้ว 3 เซสชัน
- [3] Kmslaser - ระยะห่างกันประมาณ 5 ถึง 7 วัน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาในการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต