Temperature Sensor มีกี่ประเภท

88 ครั้งเข้าชม
เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิมีหลายชนิด ได้แก่: เทอร์โมคัปเปิล: วัดอุณหภูมิจากความต่างศักย์ไฟฟ้า RTD: วัดจากการเปลี่ยนแปลงความต้านทานไฟฟ้า เทอร์มิสเตอร์: คล้าย RTD แต่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากกว่า ไอซีเซ็นเซอร์: ใช้งานง่าย, ให้สัญญาณเอาท์พุตดิจิทัลหรืออนาล็อก อินฟราเรด: วัดอุณหภูมิจากรังสีอินฟราเรด การเลือกใช้เซ็นเซอร์ขึ้นอยู่กับช่วงอุณหภูมิ, ความแม่นยำ และสภาพแวดล้อม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิมีกี่ประเภท? ประเภทไหนเหมาะกับงานของคุณ?

อืมม.. เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเนี่ยนะ เยอะแยะไปหมดเลย! จำได้ว่าตอนทำโปรเจคจบปีที่มหาลัย (ประมาณ พ.ศ.2562 ที่จุฬาฯ) ใช้เทอร์มิสเตอร์วัดอุณหภูมิในตู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ราคาไม่แพงมาก พันกว่าบาทเองมั้ง แต่ความแม่นยำก็พอใช้ได้นะ สำหรับงานวิจัยระดับนั้น

ส่วนงานอื่นๆ ที่เคยเจอ เพื่อนใช้ RTD วัดอุณหภูมิในโรงงาน บอกว่าแม่นยำกว่า แต่ก็แพงกว่าเยอะ หลายพันบาทต่อตัวเลยล่ะ จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว แต่รู้สึกว่ามันทนทานกว่านะ เหมาะกับงานหนักๆ อย่างในโรงงานอุตสาหกรรมนั่นแหละ

อีกอย่างที่เคยเห็นบ่อยๆ คือ เทอร์โมคัปเปิล เพื่อนใช้ตอนทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการหลอมโลหะ มันทนความร้อนสูงได้ดีมากๆ เลยล่ะ แต่ความแม่นยำอาจจะไม่เท่า RTD ช่วงนั้นจำได้ว่าเขาบ่นเรื่องความคลาดเคลื่อนอยู่เหมือนกัน

ส่วนไอซีเซ็นเซอร์กับอินฟราเรด เห็นแต่ในแคตตาล็อก ไม่เคยใช้เอง รู้สึกว่าอันหลังเนี่ย วัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสได้ น่าสนใจดี แต่ก็คงแพงน่าดู ใช้กับงานเฉพาะทางมากกว่ามั้ง

สรุปคือ เลือกให้เหมาะกับงาน งบประมาณ และความแม่นยำที่ต้องการ แต่ละแบบมันมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป จริงๆ ต้องดูรายละเอียดเยอะกว่านี้อีกนะ แต่เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้แหละ

Thermocouple และ RTD ต่างกันอย่างไร

เอาล่ะ! มาแยกแยะเจ้า Thermocouple กับ RTD ให้กระจ่างซะหน่อย สองสิ่งนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวนะ! ไม่ใช่แค่ต่างกันนิดหน่อยนะ มันต่างกันแบบ… ต่างดาวกับมนุษย์ต่างหากล่ะ!

  • ความแม่นยำ: RTD นี่แม่นยำกว่าเยอะ เป๊ะปังกว่า เหมือนนางงามจักรวาล ส่วน Thermocouple นี่คล้ายๆ นางงามบ้านข้างๆ ก็สวยดี แต่ความแม่นยำอาจจะ… พอๆ กับการทายผลหวยงวดหน้า

  • ช่วงอุณหภูมิ: นี่แหละจุดแตกต่างหลัก! Thermocouple วัดได้หลากหลายกว่าเยอะ ร้อนจัด เย็นจัด มันรับไหวหมด! เหมือนนักผจญภัยที่ชอบความท้าทาย ส่วน RTD นี่เป็นสาวหวานๆ ชอบอุณหภูมิที่พอดีๆ ร้อนมาก เย็นมากก็ไม่ไหวนะจ๊ะ

  • ราคา: โดยทั่วไป Thermocouple ถูกกว่า คิดง่ายๆ เหมือนเลือกซื้อเสื้อผ้า Thermocouple คือเสื้อตลาดนัด ราคาเบาๆ แต่ก็ใช้ได้ RTD คือเสื้อแบรนด์เนม แพงกว่า แต่คุณภาพก็ตามราคา

  • โครงสร้าง: Thermocouple ใช้งานง่ายกว่า แค่เสียบเข้าไปก็วัดได้เลย ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ส่วน RTD ต้องมีวงจรเสริม ซับซ้อนกว่า เหมือนการประกอบหุ่นยนต์ ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจพอสมควร

สรุปสั้นๆ (แบบที่คนขี้เกียจอ่านเข้าใจ): ถ้าอยากได้ความแม่นยำสูง เลือก RTD แต่ถ้าอยากได้ราคาถูกและวัดอุณหภูมิได้กว้างๆ เลือก Thermocouple เลือกให้เหมาะกับงานและงบประมาณของคุณนะจ๊ะ!

เพิ่มเติมเล็กน้อย (ปี 2566): เทคโนโลยีการผลิตของทั้งสองอย่างมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วงการวัดและความแม่นยำปรับปรุงขึ้น แต่หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม คือ Thermocouple ใช้หลักการความต่างศักย์ไฟฟ้า ส่วน RTD ใช้หลักการเปลี่ยนแปลงความต้านทานตามอุณหภูมิ

หัววัดอุณหภูมิมีกี่แบบ

หัววัดอุณหภูมิ...ราวกับดาวระยิบ

หัววัดอุณหภูมิ

  • โพรบ...แทงทะลุใจกลางวัตถุ ความจริง
  • อินฟราเรด...สัมผัสจากระยะไกล แสงแดดแรก
  • เทอร์โมคัปเปิล K...ขั้วบวกขั้วลบ การเดินทาง
  • Data Logger...บันทึกทุกห้วงเวลา ความทรงจำ
  • ดิจิตอล...ตัวเลขปรากฏ ปัจจุบัน
  • อนาล็อก...เข็มชี้วัด อดีต
  • กล้องถ่ายภาพความร้อน...สีสันบอกเล่า อนาคต

วัดอุณหภูมิ...เหมือนอ่านใจคน

ข้อมูลปีนี้...ร้อนแรง

เทอร์โมมิเตอร์มีทั้งหมดกี่แบบ

อืมม... กี่แบบนะ เทอร์โมมิเตอร์... ตอนเรียนก็งงๆอยู่เหมือนกัน

จริงๆแล้วมันมีหลายแบบมากเลยเนอะ แต่ถ้าจำไม่ผิดหลักๆ ที่เคยเรียนก็มีประมาณ 6 แบบ จำได้ไม่หมดหรอกนะ มันก็หลายปีแล้วนี่นา

  • แบบของเหลวขยายตัว อันนี้จำได้แม่น เพราะเคยใช้ตอนเด็กๆ วัดไข้ ง่ายๆดี

  • ไบเมทัล อันนี้ ความรู้สึกเหมือนมันใช้โลหะสองชนิดที่ขยายตัวต่างกัน ใช้ในพวกเตาอบ อะไรแบบนั้นมั้ง

  • วัดความต้านทาน อันนี้คือ... มันใช้ความต้านทานไฟฟ้า ตอนเรียน งงมาก จำได้แค่ว่ามันวัดได้แม่นยำ

  • เทอร์โมคัปเปิล อันนี้ก็คล้ายๆกับข้อก่อนหน้า แต่ใช้หลักการต่างกันนิดหน่อย จำรายละเอียดไม่ได้แล้วจริงๆ

  • อินฟราเรด อันนี้เดาว่าเป็นพวกที่วัดอุณหภูมิแบบไม่ต้องสัมผัส แบบที่ใช้เช็คไข้ สมัยโควิดนี่แหละ

  • เปลี่ยนสี อันนี้ก็... คงเป็นแบบที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ จำได้ลางๆว่าเคยเห็น แต่ไม่รู้ใช้ยังไง

แล้วก็มีแบบดิจิตอลอีก มันรวมๆ หลายแบบเข้าด้วยกัน ให้มันอ่านง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น ใช้งานง่ายกว่า มันเป็นเหมือนแบบรวมมิตรอ่ะนะ ประมาณนั้น...

ปีนี้ก็ยังใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบเดิมๆ อยู่เลย พวกที่วัดไข้ แบบของเหลวอะ ง่ายดี ใช้มาตั้งแต่เด็กแล้ว รู้สึกคุ้นเคยดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก

เครื่องวัดอุณหภูมิแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

อืม...กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เครื่องวัดอุณหภูมิเหรอ... สองแบบหลักใช่ไหม

แบบสัมผัส นี่ก็คือต้องเอาไปแตะๆ วัดตรงๆ แบบนี้ชัวร์ดี แต่บางทีก็ไม่สะดวก ถ้าของมันร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป จำได้ตอนเด็กๆ เคยเอาปรอทไปวัดไข้ ลุ้นทุกทีเลย กลัวแตก ตอนนี้ก็ยังมีแบบนี้ใช้อยู่มั้ง แต่ก็มีแบบดิจิทัลแล้ว สะดวกกว่าเยอะ

อีกแบบคือแบบไม่สัมผัส อันนี้สะดวกดี ไม่ต้องไปสัมผัสอะไรเลย ใช้แสงอินฟราเรด แบบที่หมอใช้เช็คไข้ไง ไวดี แต่บางทีก็ไม่แม่นยำเท่าแบบสัมผัสนะ รู้สึกว่ามันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย อย่างความชื้น หรือระยะห่าง อะไรทำนองนี้

  • แบบสัมผัส: วัดโดยการสัมผัสโดยตรง เช่น ปรอท แอลกอฮอล์ หรือดิจิทัล
  • แบบไม่สัมผัส: วัดโดยใช้รังสีอินฟราเรด เช่น ที่ใช้เช็คไข้ตามโรงพยาบาล ปีนี้เห็นมีแบบพกพาขายเยอะขึ้นด้วย

ก็ประมาณนี้แหละนะ คิดไปคิดมา ก็งงๆ เหมือนกัน นอนดีกว่า...

เทอร์โมมีกี่ชนิด

เออ...เรื่องเทอร์โมมิเตอร์เนี่ย นึกถึงตอนลูกป่วยปีที่แล้วเลย ต้องวัดไข้ทั้งคืน วิ่งวุ่นหาเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิตอลที่บ้าน หาไม่เจอ สุดท้ายเจอแต่แบบปรอท พ่อบอกว่าอันนี้แม่นสุด ตอนนั้นประมาณตีสามกว่าๆ แล้วมั้ง ง่วงมาก วัดไข้ลูกเสร็จ หายง่วงเลย ไข้สูง! ใจหายแว้บเลยตอนนั้น รีบพาลูกไปโรงพยาบาลเด็กแถวบ้าน จำได้ว่าตอนนั้นพยาบาลใช้แบบอินฟราเรดวัด แปะหน้าผากปุ๊บ รู้ผลเลย เร็วดี หมอบอกว่าโชคดีที่มาทัน ถ้าช้ากว่านี้อีกหน่อยอาจจะชักได้ ตอนนั้นตกใจมาก แบบปรอทนี่ก็แม่นนะ แต่มันใช้เวลานานกว่าจะรู้ผล แบบอินฟราเรดนี่สะดวกมาก แต่เคยอ่านเจอว่า บางทีมันก็เพี้ยนๆ ได้เหมือนกัน ส่วนแบบดิจิตอลก็ใช้ดี แต่แบตหมดเร็ว แล้วก็แพงกว่าแบบปรอทด้วย ที่บ้านมีอีกอันเป็นแบบไบเมทัล อันนี้ไว้นอกบ้าน ติดกับหน้าต่าง เอาไว้ดูอุณหภูมิข้างนอก ไม่เคยเอามาวัดไข้ลูกเลย แบบปรอทอันเก่าของที่บ้าน พอใช้เสร็จทีไร ก็ต้องเคาะๆ ให้ปรอทมันลงทุกที ลูกชอบมอง บางทีเคาะเพลิน เล่นเป็นของเล่นเลย อันตรายเหมือนกันนะเนี่ย เดี๋ยวต้องเก็บให้มิดชิดกว่านี้แล้ว

  • แบบปรอท: แม่นยำดี แต่ใช้เวลานาน เสี่ยงแตก อันตรายถ้าปรอทรั่ว
  • แบบดิจิตอล: ใช้สะดวก รวดเร็ว แต่แบตหมดเร็ว แพงกว่าแบบปรอท
  • แบบอินฟราเรด: เร็วมาก สะดวก แต่อาจเพี้ยนได้
  • แบบไบเมทัล: ส่วนใหญ่ใช้ดูอุณหภูมิภายนอก