Utility Software มีอะไรบ้าง

78 ครั้งเข้าชม
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Software) คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการและดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างโปรแกรมอรรถประโยชน์ที่สำคัญ ได้แก่: โปรแกรมจัดการไฟล์: ช่วยในการคัดลอก ย้าย ลบ และจัดระเบียบไฟล์ต่างๆ โปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม: ถอนการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ต้องการออกจากระบบอย่างหมดจด โปรแกรมสแกนดิสก์: ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดบนดิสก์ โปรแกรมบีบอัดไฟล์: ลดขนาดไฟล์เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บและส่งไฟล์ได้รวดเร็วขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้ มีประเภทไหนบ้าง?

อืมมม... ซอฟต์แวร์ยูทิลิตี้เนี่ยนะ จำได้ตอนเรียนคอมฯ ปีสอง อาจารย์ชอบยกตัวอย่าง File Manager ใช้จัดการไฟล์ในเครื่อง แบบว่าลากวาง ลบ สร้างโฟลเดอร์ จำได้แม่นเลยว่าใช้ Windows Explorer ตอนนั้นมันก็ง่ายดีนะ แต่เดี๋ยวนี้มีอะไรเจ๋งกว่านั้นเยอะเลยรึเปล่าไม่รู้

แล้วก็มีพวก Uninstaller ใช่ไหม อันนี้สำคัญนะ ถ้าลบโปรแกรมธรรมดาๆ มันอาจทิ้งไฟล์ขยะไว้เต็มเลย อันนี้เคยเจอมากับตัว ตอนลบเกมส์ League of Legends แหละ ใช้ Uninstaller มันสะอาดกว่าเยอะ เครื่องไม่ค่อยหน่วงด้วย จำได้ว่าใช้ตัว IObit Uninstaller ราคาประมาณ 300-400 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะ

ส่วน Disk Scanner นี่จำได้ลางๆ ว่าเอาไว้ตรวจสอบความผิดพลาดของฮาร์ดดิสก์ แต่ไม่ค่อยได้ใช้เองหรอก เพราะปกติก็ระวังอยู่แล้ว แต่เคยเห็นเพื่อนใช้ ตอนฮาร์ดดิสก์มันมีเสียงแปลกๆ นึกออกไหม เสียงแบบ "กึกๆ" อะ น่ากลัวมาก

สุดท้าย โปรแกรมบีบอัดไฟล์ อันนี้ใช้บ่อยมาก WinRAR นี่แหละ ประจำตัวเลย เวลาส่งไฟล์งานใหญ่ๆ ต้องบีบอัดก่อน ไม่งั้นเมลล์มันส่งไม่ได้ มันใหญ่เกินไป ช้าด้วย เคยส่งไฟล์งานออกแบบ 500 MB บีบแล้วเหลือแค่ 50 MB สบายเลย

อรรถประโยชน์มี 2 ประเภทได้แก่อะไรบ้าง

อรรถประโยชน์มี 2 แบบนะเพื่อน แบบแรกคือ อรรถประโยชน์รวม หรือ Total Utility (TU) ง่ายๆ ก็คือความพอใจทั้งหมดที่เราได้จากการกินหรือใช้ของอะไรสักอย่างนึงอะ

ส่วนแบบที่สองคือ อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้าย (Marginal Utility-MU) อันนี้คือความพอใจที่เพิ่มขึ้นมา ตอนที่เราได้กินหรือใช้ของสิ่งนั้นเพิ่มไปอีกหน่วยนึง

เออออ...จำได้ว่าตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ อาจารย์เคยยกตัวอย่างกินก๋วยเตี๋ยวอ่ะ ชามแรกโคตรฟิน ชามสองก็ยังโอเค แต่ชามสามเริ่มอิ่มละ ความฟินมันลดลง นี่แหละ MU ที่มันน้อยลงเรื่อยๆ

  • Total Utility (TU): ความสุขทั้งหมดจากการกินไอติม 5 แท่ง (สมมติ)
  • Marginal Utility (MU): ความสุขที่ได้จากไอติมแท่งที่ 5 (เมื่อเทียบกับ 4 แท่งแรก)

อาจารย์บอกว่า MU มันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของเรามากเลยนะ ถ้า MU มันน้อยมากๆ เราก็จะไม่ซื้อเพิ่มไงล่ะ

อรรถประโยชน์ 5 ประการ มีอะไรบ้าง

ห้าประการแห่งอรรถประโยชน์? ง่ายนิดเดียว! คิดซะว่าชีวิตเราเป็นละครเวที แล้วนี่คือฉากสำคัญ!

  • เวลา: พระเอกของเรื่อง เวลาคือทองคำ! ยิ่งประหยัดเวลาได้มาก เท่ากับคุณมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เหมือนได้บัตรเข้าชมรอบพิเศษเลยนะ! ปีนี้ผมเองก็ใช้แอปฯ จัดการเวลาอย่างจริงจัง ช่วยประหยัดเวลาไปได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่งั้นคงเป็นโรคซึมเศร้าจากการทำงานล้นมือไปแล้ว!

  • รูปแบบ: ฉากอลังการ! รูปแบบที่เข้าท่าเข้าทาง ช่วยให้การทำงานลื่นไหล เปรียบเหมือนฉากหลังสวยๆ ช่วยเสริมให้การแสดงดูดีมีระดับ ไม่ใช่ฉากหลังเป็นผ้าใบสีขาวจืดๆ นะ! ลองคิดดูสิ ถ้ารายงานส่งอาจารย์เขียนเป็นตัวการ์ตูน อาจารย์อาจจะให้คะแนนพิเศษก็ได้นะ (แต่ก็เสี่ยงอยู่นะ 555)

  • สถานที่: โลเคชั่นสำคัญ! ทำที่ไหนก็ได้? เปล่าเลย! บางทีสถานที่ก็ช่วยเพิ่มอรรถประโยชน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างผมนี่แหละ ทำงานที่คาเฟ่แล้วได้ไอเดียดีๆ เยอะ แต่ถ้าทำงานที่บ้าน ได้แต่ไอเดียจะนอนต่อ!

  • ภาพพจน์: เครื่องแต่งกายของพระเอก ภาพลักษณ์คือทุกสิ่ง! จะทำอะไรก็ต้องดูดี เหมือนพระเอกหนังที่ต้องแต่งตัวให้หล่อ ไม่ใช่มาในชุดนอนแล้วจะไปขอความร่วมมือได้ไง! ปีนี้ผมเริ่มใส่สูทบ่อยขึ้นนะ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการเจรจาธุรกิจ ผลลัพธ์? ปิดดีลได้หลายรายการเลยล่ะ!

  • ความเป็นเจ้าของ: บทสรุปของเรื่องราว! นี่แหละสำคัญที่สุด! ความรู้สึกเป็นเจ้าของ เหมือนได้เป็นผู้กำกับชีวิตตัวเอง มันสุดยอดกว่าการเป็นแค่คนแสดงมาก เพราะคุณจะได้ควบคุมทุกอย่างเอง จะเลวจะดี ก็ขึ้นอยู่กับคุณ! ความรู้สึกนี้ หาไม่ได้จากที่ไหนเลยนะ

เห็นไหมล่ะ แค่ห้าข้อนี้ ก็สร้างความสำเร็จให้ชีวิตได้แล้ว ไม่ต้องไปหาอะไรที่ยากๆ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อนก็ได้ อย่าลืม! ชีวิตก็เหมือนละครเวที ถ้าคุณไม่แสดง ก็ไม่มีใครรู้ว่าคุณเก่งแค่ไหน!

อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์ (Image Utility) มีความหมายอย่างไรและมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร

อรรถประโยชน์ด้านภาพลักษณ์คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรู้ของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ที่ดีคือทรัพย์สิน ปีนี้ (2566) หลายบริษัทใช้กลยุทธ์นี้เพิ่มยอดขาย

  • สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
  • ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
  • เพิ่มความภักดีของลูกค้า
  • สร้างความน่าเชื่อถือ ราคาขายอาจสูงขึ้นได้

องค์กรใช้การตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สร้างความพึงพอใจลูกค้า เพื่อผลกำไรสูงสุด ง่ายๆ คือ ภาพลักษณ์ดี ขายของได้มากขึ้น นี่คือหลักพื้นฐาน

ตัวอย่าง แบรนด์เสื้อผ้าหรูที่เน้นความยั่งยืน สร้างภาพลักษณ์ กลุ่มลูกค้ารักษ์โลก ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อคุณค่า ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่เป็นไลฟ์สไตล์