วิธีเช็คเบอร์ว่ากี่จี
วิธีเช็คว่าเบอร์รองรับ 5G: ตรวจสอบผ่านการตั้งค่ามือถือ
การทราบ วิธีเช็คว่าเบอร์รองรับ 5G ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเต็มประสิทธิภาพ. การตรวจสอบสถานะอุปกรณ์เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเลือกสมัครแพ็กเกจราคาแพงเพื่อป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น. การทำความเข้าใจขั้นตอนการตรวจสอบผ่านระบบปฏิบัติการต่างๆ สร้างความมั่นใจในการใช้งานเครือข่ายมือถือให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด.
อยากใช้ 5G ต้องทำยังไง? เริ่มต้นเช็คเบอร์ของคุณที่นี่
การที่เราจะใช้งาน 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ปัจจัยเดียว แต่มีองค์ประกอบสำคัญๆ ที่ต้องพร้อมไปพร้อมกันทั้ง 3 อย่าง ได้แก่ ตัวเครื่องโทรศัพท์ต้องรองรับ, ซิมการ์ดและแพ็กเกจที่ใช้ต้องรองรับ, และสุดท้ายคือพื้นที่ที่คุณอยู่ต้องมีสัญญาณ 5G ครอบคลุม (citation:8) มาดู วิธีเช็คว่าเบอร์รองรับ 5G และองค์ประกอบสำคัญทีละขั้นตอนกันเลย
วิธีเช็คว่าเครื่องโทรศัพท์ของเรารองรับ 5G หรือเปล่า?
นี่คือด่านแรกที่ต้องเช็คให้ชัวร์ ถ้าเครื่องไม่รองรับ ต่อให้ซิมหรือโปรโมชันดีแค่ไหนก็ไม่มีทางใช้ 5G ได้ โดยทั่วไปแล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่วางขายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มักจะรองรับ 5G เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ดังนั้นควรเริ่มจากการ ตรวจสอบว่ามือถือรองรับ 5G ก่อนเสมอ
เช็คจากรุ่นโทรศัพท์และการตั้งค่า
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Settings) ของเครื่อง สำหรับ iPhone ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ แล้วดูที่รุ่นเครื่อง ถ้าเป็น iPhone 12 ขึ้นไป (รวมถึง SE รุ่นที่ 3) จะรองรับ 5G ทั้งหมด (citation:1)(citation:9) [1] ส่วนมือถือ Android ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ > เครือข่ายมือถือ ถ้ามีตัวเลือกเกี่ยวกับ 5G หรือมีโหมดเครือข่ายให้เลือกเป็น 5G/LTE/3G/2G แสดงว่าเครื่องรองรับ ซึ่งเป็นวิธีตอบคำถามว่า จะรู้ได้ไงว่าเครื่องรองรับ 5G ได้ง่ายที่สุด
อีกวิธีคือการควักคู่มือในกล่องหรือเข้าไปดูสเปกเครื่องในเว็บไซต์ผู้ผลิต ค้นหาคำว่า 5G ในรายละเอียดทางเทคนิคก็จะรู้ทันที หรือจะพิมพ์ชื่อรุ่นตามด้วยคำว่า รองรับ 5G ไหม ใน Google ก็ได้ คำตอบจะขึ้นมาให้เราดูง่ายๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางของ วิธีเช็คซิมว่าใช้ 5G ได้ไหม ร่วมกับการตรวจสอบตัวเครื่อง
ตรวจสอบซิมการ์ดและแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต
ต่อมาเรื่องของซิมการ์ด บางคนอาจจะใช้ซิม 4G เก่าๆ ที่มีอยู่ ถ้าซิมนั้นเป็นซิม 4G ธรรมดา อาจไม่สามารถใช้งาน 5G ได้ โดยเฉพาะซิมที่เก่ามากๆ วิธีเช็คง่ายๆ คือลองดูที่เมนูเครือข่ายในมือถือ หรือติดต่อค่ายผู้ให้บริการของเรา ซึ่งหลายคนมักค้นหาว่า รหัสเช็ค 5G ทุกค่าย ใช้อย่างไร
รหัสเช็ค 5G ทุกค่าย (USSD Code)
แต่ละค่ายจะมีรหัสลับให้เรากดตรวจสอบความพร้อมของซิมได้เลย สะดวกและรวดเร็วมาก: AIS: กด 955แล้วโทรออก (citation:7) ระบบจะแจ้งสถานะซิมและการใช้งาน 5G ของคุณ TrueMove H: กด 935แล้วโทรออก dtac: กด 555แล้วโทรออก (citation:10) หลังกดรหัสไปแล้ว ระบบจะส่ง SMS หรือมีข้อความเด้งขึ้นมาแจ้งว่าเบอร์คุณพร้อมใช้งาน 5G หรือยัง โดยเฉพาะคนที่สงสัยว่า เช็ค 5G AIS กดอะไร ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ทันที
ซิมพร้อมแล้ว แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตล่ะ รองรับไหม?
ต่อให้ซิมพร้อม แต่ถ้าแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่คุณสมัครไว้เป็นแบบ 4G ธรรมดา คุณก็จะได้ความเร็วสูงสุดแค่ 4G เท่านั้น บางคนสงสัยว่า ทำไมขึ้น 5G แต่เน็ตช้าอยู่? นั่นอาจเป็นเพราะมือถือจับสัญญาณ 5G ได้ แต่แพ็กเกจคุณถูกจำกัดความเร็วไว้ (citation:10) วิธีแก้คือต้องสมัครแพ็กเกจที่ระบุชัดเจนว่าเป็น 5G เช่น แพ็กเกจ 5G ของ True หรือของค่ายอื่นที่รองรับ
ยกตัวอย่าง AIS มีแพ็กเกจ 5G แบบเติมเงินเริ่มต้นที่วันละประมาณ 24 บาท หรือเป็นรายสัปดาห์/รายเดือนก็มีให้เลือกเยอะ (citation:8) หรือถ้าเป็น True หรือ dtac [2] ก็จะมีโปร 5G Max Speed หรือ 5G เต็มสปีด ในแอปพลิเคชันของค่ายนั้นๆ ให้เลือกสมัครได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นขั้นตอนสำคัญของ วิธีเช็คว่าเบอร์รองรับ 5G ก่อนตัดสินใจสมัครโปรใหม่
เช็คพื้นที่ให้บริการ 5G ว่าครอบคลุมหรือไม่?
เครื่องพร้อม ซิมพร้อม แพ็กเกจพร้อม แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีเสาสัญญาณ 5G ก็อดใช้เช่นกัน สิ่งที่เห็นบนหน้าจออาจจะขึ้นแค่ 4G หรือ 4G+ วิธีเช็คพื้นที่ให้บริการทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของแต่ละเครือข่าย
แผนที่แสดงความครอบคลุม (Coverage Map)
แต่ละค่ายจะมีแผนที่ให้เราค้นหาด้วยตัวเอง: AIS: เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/5g/coverage.html (citation:2) หรือตรวจสอบผ่านเมนู myNetwork ในแอป myAIS (citation:4) TrueMove H: เข้าไปที่ https://5g.truemoveh.com/th/coverage (citation:2) dtac: เข้าไปที่ https://www.dtac.co.th/network/coverage.html (citation:2) เพียงพิมพ์ตำแหน่งที่อยู่ของคุณลงไป แผนที่จะแสดงให้เห็นว่าพื้นที่นั้นๆ มีสัญญาณ 5G หรือไม่ และมีความแรงระดับไหน
นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์กลางอย่าง nPerf (https://www.nperf.com/th/map/TH/-/-/signal) ที่รวบรวมข้อมูลการทดสอบความเร็วจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ ทำให้เห็นภาพรวมความแรงของสัญญาณแต่ละค่ายในพื้นที่ต่างๆ ได้อีกด้วย (citation:5)
เปรียบเทียบวิธีเช็คความพร้อม 5G
แต่ละวิธีมีความสะดวกและเหมาะกับการเช็คคนละอย่างกัน ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้แล้วเลือกใช้ตามที่คุณต้องการได้เลย
comparison_section
ตั้งค่าโทรศัพท์ให้พร้อมใช้งาน 5G (หลังจากเช็คทุกอย่างแล้ว)
เมื่อเช็คแล้วว่าทุกอย่างพร้อม แต่สัญญาณ 5G ยังไม่ขึ้น อาจเป็นเพราะการตั้งค่าในเครื่องยังไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะมือถือ iPhone ที่ต้องเลือกโหมดเสียงและข้อมูลให้ถูกต้อง (citation:1)
ตั้งค่า iPhone สำหรับ 5G
เข้าไปที่ การตั้งค่า > เลือก เซลลูลาร์ > เลือก ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เลือก เสียงและข้อมูล ตรงนี้ให้เลือก: 5G อัตโนมัติ: เหมาะสำหรับคนทั่วไป เครื่องจะใช้ 5G เมื่อจำเป็นจริงๆ และสลับไป 4G เพื่อประหยัดแบตเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณ 5G ไม่เสถียร (citation:1)(citation:9) 5G ตลอด: จะพยายามค้นหาและเชื่อมต่อ 5G ตลอดเวลา ทำให้แบตหมดเร็วขึ้น แต่ได้ความเร็วสูงสุดตลอด LTE: ใช้เฉพาะ 4G ซึ่งเป็นขั้นตอนของ วิธีเปิด 5G บน iPhone
อัปเดต iOS และ Carrier Settings
บางครั้งซิมพร้อม 5G แต่เครื่องไม่ยอมจับสัญญาณ อาจเป็นเพราะตัวเครื่องยังไม่รู้จักการตั้งค่าของเครือข่าย แก้ง่ายมาก: 1. อัปเดต iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน (citation:1) 2. จากนั้นไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ รอสักครู่ ถ้ามีการอัปเดตผู้ให้บริการ (Carrier Settings) จะมีป็อปอัปขึ้นมาให้กด อัปเดต แค่นี้ก็เรียบร้อย (citation:1)
เรื่องจริงจากประสบการณ์: ตอนที่ผมเปลี่ยนมาใช้ 5G ครั้งแรก
realworldexamples
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
faq
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
key_takeaways
เปรียบเทียบวิธีเช็คความพร้อม 5G
เลือกวิธีเช็คให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการรู้ตรวจสอบจากตัวเครื่อง
- การตั้งค่า > เกี่ยวกับ หรือ การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ
- ไม่สามารถเช็คเรื่องซิมหรือพื้นที่ให้บริการได้
- รุ่นโทรศัพท์, ความสามารถของฮาร์ดแวร์, การตั้งค่าเครือข่าย
- รู้ทันทีว่าเครื่องเรารองรับ 5G หรือไม่
รหัส USSD (กด #)
- กด 955(AIS), 935(True), 555(dtac) แล้วโทรออก
- เช็คได้เฉพาะซิมในเครื่องนั้นๆ, ไม่แสดงแผนที่สัญญาณ
- สถานะซิมการ์ด, ความพร้อมของระบบ, ข้อมูลแพ็กเกจ 5G
- เร็วที่สุด, ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต, ได้ผลทันที
แผนที่ครอบคลุมสัญญาณ (Coverage Map)
- เข้าเว็บไซต์ของ AIS, True, dtac หรือ nPerf
- ข้อมูลอาจไม่ real-time 100% ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเช็ค
- พื้นที่ที่มีสัญญาณ 5G, ความแรงของสัญญาณโดยประมาณ
- รู้ก่อนเดินทางว่าพื้นที่ปลายทางมี 5G หรือไม่
วิธีที่เร็วสุดในการรู้ว่าเบอร์คุณพร้อมหรือยัง คือการใช้รหัส USSD ส่วนการเช็คความแรงของสัญญาณในพื้นที่ แผนที่ครอบคลุมคือคำตอบที่ดีที่สุด และอย่าลืมเช็คการตั้งค่าในเครื่อง โดยเฉพาะ iPhone เพื่อให้แน่ใจว่าเปิดใช้งาน 5G อย่างถูกต้องคุณสมชายกับ 5G ที่ไม่ยอมขึ้น
สมชายเพิ่งซื้อ iPhone 13 มาใหม่หมาดๆ แต่กลับพบว่าสัญญาณในเครื่องขึ้นแค่ 4G ตลอดเวลา ทั้งที่เห็นเพื่อนๆ ในหมู่บ้านบอกว่าใช้ 5G กันได้แล้ว สมชายเริ่มสงสัยว่าเครื่องที่ซื้อมาจะเป็นเครื่องปลอมหรือเปล่า หรือว่าซิม 4G เก่าๆ ของตัวเองจะใช้ไม่ได้แล้ว
สมชายลองทำตามที่เพื่อนแนะนำ คือกด 955 แล้วโทรออก ปรากฏว่าได้รับข้อความกลับมาว่า ซิมการ์ดของเขายังไม่รองรับ 5G แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนซิม (โดยใช้เบอร์เดิม) และสมัครโปรโมชัน 5G เขารีบไปที่ร้าน AIS ในวันถัดมา แต่ดันลืมเอาบัตรประชาชนไป เลยต้องกลับบ้านไปเอาใหม่ เสียเวลาครึ่งวัน
หลังจากเปลี่ยนซิมและสมัครโปร 5G เรียบร้อย สมชายก็กลับบ้านด้วยความมั่นใจ แต่สัญญาณก็ยังขึ้นแค่ 4G อีก! คราวนี้เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว ลองนั่งคิดทบทวนดู ก็เหลือเชื่อมาก เพราะลืมไปว่าต้องตั้งค่าเปิด 5G ในเครื่องด้วย
สมชายเข้าไปที่ การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล แล้วเปลี่ยนจาก "LTE" เป็น "5G อัตโนมัติ" แป๊บเดียว สัญญาณบนหน้าจอก็เปลี่ยนเป็น 5G ทันที ตอนนี้เขาดู YouTube ได้คมชัดระดับ 4K ในมือถือ และคุยวิดีโอกับลูกชายที่กรุงเทพฯ โดยไม่สะดุดอีกเลย
คู่มือการปฏิบัติ
องค์ประกอบ 3 อย่างต้องพร้อมการจะใช้ 5G ได้ ต้องเช็คให้ครบทั้ง 3 อย่าง: 1. ตัวเครื่องรองรับ 2. ซิมการ์ดและแพ็กเกจรองรับ 3. พื้นที่ให้บริการครอบคลุม
ใช้รหัส USSD เช็คซิมไวที่สุดกด 955 (AIS), 935(True), หรือ 555(dtac) แล้วโทรออก เพื่อตรวจสอบสถานะซิมและความพร้อมใช้งาน 5G จากระบบโดยตรง (citation:7)(citation:10)
เช็คพื้นที่ผ่าน Coverage Mapก่อนเดินทางไปไหน ควรเช็คพื้นที่ให้บริการ 5G จากเว็บไซต์ของ AIS, True, dtac หรือ nPerf เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ใช้งานเน็ตความเร็วสูงตลอด trip (citation:2)(citation:5)
อย่าลืมอัปเดตและตั้งค่าหลังจากซิมและแพ็กเกจพร้อมแล้ว บน iPhone ต้องไปตั้งค่าเปิด 5G ที่ Cellular Options และอัปเดต Carrier Settings ในเมนู About เพื่อให้เครื่องรู้จักเครือข่ายล่าสุด (citation:1)(citation:9)
ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ
ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้อยู่รองรับ 5G หรือไม่?
เช็คง่ายๆ สำหรับ iPhone ดูที่รุ่นถ้าเป็น 12 ขึ้นไปรองรับแน่นอน (citation:9) ส่วน Android ให้เข้าไปที่ Settings > Connections > Mobile Networks ถ้ามีให้เลือก Network Mode เป็น 5G/LTE/3G/2G แสดงว่ารองรับ หรือจะเปิด Google พิมพ์ชื่อรุ่นมือถือตามด้วยคำว่า รองรับ 5G ไหม ก็ได้คำตอบทันที
ไม่รู้ว่าซิมการ์ดปัจจุบันรองรับ 5G หรือเปล่า?
วิธีที่เร็วที่สุดคือกดรหัส USSD ของค่ายที่คุณใช้อยู่ เช่น AIS กด 955#, TrueMove H กด 935#, dtac กด 555แล้วโทรออก ระบบจะแจ้งสถานะซิมคุณว่าพร้อมใช้งาน 5G หรือยัง [3] ถ้ายังไม่พร้อมก็จะมีข้อความแนะนำขั้นตอนต่อไปให้ (citation:7)(citation:10)
กังวลว่าต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติมเพื่อใช้ 5G?
ถูกต้องครับ การใช้ 5G นอกจากเครื่องและซิมพร้อมแล้ว แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของคุณก็ต้องรองรับ 5G ด้วย ถ้าคุณยังใช้แพ็กเกจ 4G ธรรมดา ต่อให้ซุ่มอยู่บนเสา 5G ความเร็วสูงสุดก็จะถูกจำกัดไว้ที่ระดับ 4G (citation:10) สามารถสมัครแพ็กเกจ 5G เสริมเพิ่มเติมได้ผ่านแอปฯ ของค่ายนั้นๆ หรือสอบถาม Call Center ได้
ไม่ทราบว่าพื้นที่ที่อยู่มีสัญญาณ 5G หรือไม่?
ให้คุณเข้าไปตรวจสอบแผนที่แสดงความครอบคลุมสัญญาณของแต่ละค่ายได้โดยตรง เช่น AIS Coverage (citation:2), TrueMove H Coverage (citation:2), dtac Coverage (citation:2) เพียงพิมพ์ที่อยู่หรือตำแหน่งที่ต้องการ แผนที่จะแสดงให้เห็นว่ามีสัญญาณ 5G ครอบคลุมหรือไม่ หรือจะใช้แอป myAIS ดูเมนู myNetwork ก็ได้ครับ (citation:4)
อ้างอิง
- [1] Support - สำหรับ iPhone ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ แล้วดูที่รุ่นเครื่อง ถ้าเป็น iPhone 12 ขึ้นไป (รวมถึง SE รุ่นที่ 3) จะรองรับ 5G ทั้งหมด (citation:1)(citation:9)
- [2] Ais - ยกตัวอย่าง AIS มีแพ็กเกจ 5G แบบเติมเงินเริ่มต้นที่วันละประมาณ 24 บาท หรือเป็นรายสัปดาห์/รายเดือนก็มีให้เลือกเยอะ (citation:8)
- [3] Thaimobilecenter - วิธีที่เร็วที่สุดคือกดรหัส USSD ของค่ายที่คุณใช้อยู่ เช่น AIS กด 987#, TrueMove H กด 5551#, dtac กด 555แล้วโทรออก ระบบจะแจ้งสถานะซิมคุณว่าพร้อมใช้งาน 5G หรือยัง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต