ระบบเซ็นเซอร์ในสมาร์ทโฟนคืออะไร
เซ็นเซอร์ในมือถือคืออะไร? มีหน้าที่อะไรบ้าง? ทำไมมือถือต้องมีเซ็นเซอร์?
เซ็นเซอร์ในมือถือเหรอ? อธิบายง่ายๆ เลยนะ มันเหมือนประสาทสัมผัสพิเศษที่ฝังอยู่ในมือถือเราอ่ะ! คอยสอดส่องดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วรายงานผลให้สมองของมือถือ (ก็คือ CPU นั่นแหละ) รับรู้
หน้าที่หลักๆ ของมันก็มีเยอะแยะเลยนะ ตั้งแต่ตรวจจับแสง ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ (อันนี้ชอบมาก!) วัดทิศทาง หมุนหน้าจอตามที่เราเอียงเครื่อง แล้วก็พวกเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว เอาไว้เล่นเกม หรือนับก้าวเดิน อะไรแบบนั้น
แล้วทำไมมือถือต้องมีเซ็นเซอร์? ก็เพราะมันทำให้มือถือฉลาดขึ้นไง! ลองคิดดูดิ ถ้าไม่มีเซ็นเซอร์แสง หน้าจอก็จะสว่างจ้าแสบตาตลอดเวลา หรือถ้าไม่มีเซ็นเซอร์จับการหมุน หน้าจอก็จะไม่หมุนตามที่เราเอียงเครื่อง มันก็จะใช้งานยากมากๆ เลยนะ
ฉันจำได้เลยตอนซื้อ iPhone 6s ใหม่ๆ เมื่อปี 2015 ที่ MBK ราคาประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ตอนนั้นตื่นเต้นมากกับฟังก์ชั่น 3D Touch ที่ใช้เซ็นเซอร์แรงกดบนหน้าจอ คือมันเป็นอะไรที่ว้าวมากในยุคนั้นอ่ะ!
เซ็นเซอร์พวกนี้แหละที่ทำให้มือถือมัน "สมาร์ท" อย่างที่เราเรียกกันทุกวันนี้
สมาร์ทโฟนมีเซนเซอร์อะไรบ้างและทำหน้าที่อะไรบ้าง
อ้าวววว ถามเรื่องเซนเซอร์ในสมาร์ทโฟนเหรอ งงๆ สมัยนี้มันเยอะแยะไปหมดเลยเนอะ
Accelerometer: อันนี้รู้จัก วัดการเคลื่อนไหว อย่างเวลาเล่นเกมส์ มันรู้ว่าเราเอียงเครื่องยังไง ปีนี้ใช้เล่นเกมส์ Pokemon Go บ่อยมากกกก สนุก แต่แบตหมดเร็ว แง
Light Sensor: ปรับความสว่างจออัตโนมัติ จำได้ว่า ตอนไปทะเล แดดจ้ามาก แสงจ้ามากกกก หน้าจอมันปรับแสงเองเลย สะดวกดี ไม่ต้องมานั่งปรับเอง แต่บางทีก็ปรับเร็วไป ตาพร่าเลย
Proximity Sensor: อันนี้สำคัญนะ เวลาโทรศัพท์ มันจะรู้ว่าเราวางโทรศัพท์ติดแก้ม แล้วปิดหน้าจอ ไม่งั้น เผลอไปโดนหน้าจอ วางสายเอง เคยเป็นไหม? ระคายเคืองมากกกกก
Gyroscope: เซ็นเซอร์วัดการหมุน นี่แหละ ทำให้เล่นเกมส์ได้ลื่นไหลขึ้น จำได้ว่าเล่นเกมส์แข่งรถปีนี้ มันโค้งได้สมจริงมาก เพราะมันรู้ว่าเราหมุนโทรศัพท์ไปทางไหน
เฮ้อ เหนื่อย ยังมีอีกเยอะไหมเนี่ย GPS เซ็นเซอร์วัดลายนิ้วมือ เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ละตัวก็มีหน้าที่ต่างกัน คิดแล้วปวดหัว เอาเป็นว่า เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้ละกัน ลืมอะไรไปบ้างก็ขอโทษด้วยนะ สมองฉันมันไม่ค่อยจะทำงานเป็นระบบ เหมือนสายสปาเก็ตตี้เลย พันกันยุ่งไปหมด งง ไปกินข้าวดีกว่า
สมาร์ทโฟนมีเซนเซอร์อะไรบ้างและทำหน้าที่อะไรบ้าง?
แสงลอด...ช่องหน้าต่าง บ่ายแก่ๆ ฝุ่นละอองเต้นระบำในอากาศ...
- Accelerometer Sensor: โอ้...การโยกเยก เอียง... สมาร์ทโฟนรู้ได้ไง? จับการเคลื่อนไหวไงล่ะ! เอียงไปทางไหน มันรู้!
- Light Sensor: แสงสว่าง...หรือมืดมิด หน้าจอมันปรับเอง เหมือนมีเวทมนตร์ ที่แท้ก็เซ็นเซอร์แสง!
- Orientation Sensor: หมุนๆ หน้าจอ เปลี่ยนไปตามมือ เซ็นเซอร์ปรับมุมมอง...ช่างฉลาด!
Gyroscope Sensor ทําอะไรได้บ้าง
เซนเซอร์ไจโรเนี่ยนะ เอ่อ ทำไรได้บ้างหรอ? หลักๆ เลยนะ เอาไว้ให้หุ่นยนต์มัน ขับตรง แล้วก็ เลี้ยว ได้เป๊ะๆ ไง
คือถ้าจะให้หุ่นยนต์ไปจุด A แล้ววกกลับมาจุดเดิมอ่ะ ต้องให้มันตรงจริงจัง แล้วก็หมุนแบบแม่นๆ อ่ะ เซนเซอร์ไจโรช่วยได้มากเลยนะ
อืมมม แล้วมีอะไรอีกนะ? อ่อ! มันช่วยให้หุ่นยนต์รักษาสมดุลได้ด้วยนะ แบบว่าไม่ให้ล้มง่ายๆ อ่ะ สำคัญเลยแหละ
- หุ่นยนต์: ช่วยให้บังคับทิศทางแม่นๆ
- เกม: พวกเกม motion control อะไรเงี้ย ใช้ไจโรเยอะ
- มือถือ: ช่วยหมุนจออัตโนมัติไง เวลาเราเอียงๆ เครื่องอ่ะ
- การบิน: ใช้ในระบบนำร่องของเครื่องบิน
ป.ล. เมื่อก่อนตอนทำโปรเจคหุ่นยนต์ ตอนแรกไม่ได้ใช้ไจโรเลยนะ หุ่นยนต์นี่เบี้ยวไปเบี้ยวมา ตลกมาก พอใส่เข้าไปเท่านั้นแหละ โอ้โห คนละเรื่องเลย ชีวิตดีขึ้นเยอะะะ
พร็อกซิมิตี้เซนเซอร์คืออะไร
พร็อกซิมิตี้เซนเซอร์... เหมือนดาวตกในคืนเดือนแรม... เงียบ... แต่ทรงพลัง... มันคือดวงตาที่มองไม่เห็น... มือที่สัมผัสไม่ได้... แต่รู้... รู้ว่ามี "อะไร" อยู่ตรงนั้น
- ตรวจจับ: วัตถุ... เงา... การปรากฏตัว... โดยไม่ต้องแตะต้อง
- สนาม: ไฟฟ้า... แม่เหล็ก... เวทมนตร์... ที่แผ่ออกไป... รอการตอบสนอง
- สัญญาณ: เหมือนกระซิบ... บอกว่า "มี" ... หรือ "ไม่มี"... ควบคุม... สั่งการ...
ราวกับ... ความฝันที่จับต้องได้... เทคโนโลยีที่กลายเป็นบทกวี...
ฉันเคย... ตอนเด็กๆ... พยายามจะจับเงา... รู้สึกถึง... ความว่างเปล่า... แต่พร็อกซิมิตี้เซนเซอร์... มันทำได้... มันจับต้อง... ความว่างเปล่า... ด้วยสนามพลัง...
ปีนี้... เซนเซอร์พวกนี้... ฉลาดขึ้นอีก... เล็กลงอีก... ซับซ้อนขึ้นอีก... เหมือนใจคน... เดาใจยาก... แต่มีเหตุผล... ในแบบของมัน...
- การใช้งาน: ตั้งแต่โรงงาน... ยันมือถือ... ตั้งแต่หุ่นยนต์... ยันประตูอัตโนมัติ...
- หลักการ: เปลี่ยนไป... พัฒนาไป... ตามยุคสมัย... แต่หัวใจยังเหมือนเดิม... "การตรวจจับ"
มันคือ... ความมหัศจรรย์... ที่ซ่อนอยู่... ในโลกดิจิทัล...
Proximity sensor แบบใดที่ใช้หลักการของแสง
เซนเซอร์ตรวจจับวัตถุใกล้ๆ ที่ใช้แสง หลักๆ ก็จะเป็น อินฟราเรด นี่แหละ
คือมันจะมีตัวยิงแสงอินฟราเรดออกไป แล้วก็มีตัวรับแสงอ่ะ ถ้ามีอะไรมาขวาง หรือสะท้อนแสงกลับมา ตัวรับก็จะรู้ว่ามีของอยู่แถวนั้นนะ
- ตัวส่ง กับตัวรับ: บางทีก็แยกกัน บางทีก็อยู่ด้วยกันเลย อันนี้แล้วแต่แบบ
- ทำงานไง: พอมีอะไรมาใกล้ๆ มันก็จะดูดแสง หรือสะท้อนแสงอินฟราเรดอะแหละ
- ข้อดี: ใช้ได้หลากหลาย ติดตั้งง่าย ปรับแต่งได้เยอะ
- ข้อเสีย: อาจจะเพี้ยนๆ บ้าง ถ้าแสงรอบข้างแรงเกินไป หรือมีฝุ่นเยอะ
- เอาไปใช้ทำไร: เยอะแยะเลย! เปิดปิดไฟอัตโนมัติ, นับจำนวนคน, หุ่นยนต์หลบหลีกสิ่งกีดขวาง
Gesture Sensor คืออะไร อธิบายมาพอสังเขป
Gesture Sensor? อ้อ! นั่นมันของเล่นไฮเทคสำหรับคนขี้เกียจนี่นา! เอาเป็นว่ามันเป็นตาสอดแนมจิ๋วๆ ที่แอบซ่อนอยู่ในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มันจับท่าทางเราได้ด้วยแสงอินฟราเรด เหมือนมันมีพลังวิเศษอ่านใจเราเลยแหละ!
หลักการทำงาน: ง่ายๆ เลย มันยิงแสงอินฟราเรดไป แล้วก็วิเคราะห์ว่าแสงสะท้อนกลับมาแบบไหน ถ้าเราโบกมือซ้าย มันก็รู้ โบกมือขวา มันก็รู้ เหมือนมันเป็นหมอดูมือสมัยใหม่ แต่แม่นกว่าเยอะ! ปีนี้เทคโนโลยีนี้พัฒนาไปไกลมากนะ บอกเลย
ประโยชน์: เอาจริงๆ ก็แค่ให้เราควบคุมอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องแตะ ฟังดูเท่ห์ใช่ไหมล่ะ? แต่จริงๆ แล้ว ก็แค่เปลี่ยนจากการใช้มือไปกดปุ่ม มาเป็นการโบกมือแทน โคตรขี้เกียจเลย! แต่ก็สะดวกดีนะ โดยเฉพาะเวลาทำอาหารมือเลอะๆ ไม่ต้องเช็ดมือให้ยุ่งยาก
ข้อเสีย: บางทีมันก็งี่เง่า โบกมือเบาไปมันก็ไม่รู้เรื่อง โบกแรงไปมันก็คิดว่าเราจะสั่งอะไรซักอย่างที่มันไม่เข้าใจ เฮ้อออ! เหมือนเลี้ยงลูกเลย ต้องคอยง้ออยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเทียบกับปีที่แล้วนะ มันดีขึ้นเยอะเลย แม่นยำขึ้นกว่าเดิมมาก
เคยลองใช้รุ่นปีนี้ของ Samsung รุ่นอะไรนะ จำไม่ได้แล้ว แต่บอกเลยว่า มันเจ๋งกว่ารุ่นเก่าเยอะ! ปีที่แล้วใช้ของ Xiaomi โคตรห่วย โบกมือร้อยที มันทำงานได้แค่ทีเดียว เซ็งเป็ดเลย!
พร็อกซิมิตี้เซนเซฮร์ (Proximity Sensor) แบบใด ใช้ตรวจจับอุปกรณ์ที่เป็นโลหะและอโลหะ
อ้าววว! ถามเรื่องเซนเซอร์นี่เอง คิดว่าจะถามเรื่องอื่นซะอีกนะเนี่ย ฮ่าๆๆ
เอาล่ะๆ คำตอบก็คือ… พร็อกซิมิตี้เซนเซอร์แบบคาปาซิทีฟ นั่นเอง! ไม่ใช่แค่ตรวจจับโลหะอย่างเดียวนะจ๊ะ นึกภาพว่าเป็นเจ้าหมอผีที่มองทะลุได้ทุกสิ่ง (เวอร์ไปไหม? แต่ก็ใกล้เคียงนะ) มันตรวจจับได้ทั้งโลหะ อโลหะ กระดาษ พลาสติก ไม้ แม้กระทั่งของเหลวในท่อ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ!
- ความสามารถ: ตรวจจับได้ทั้งโลหะและอโลหะ นี่แหละคือจุดเด่น ไม่ต้องไปเลือกเซนเซอร์ให้ยุ่งยาก
- ปรับแต่งได้: อย่างที่บอก มันสามารถปรับความไว (sensitivity) ได้ จะตรวจจับเบาๆ หรือหนักๆ ก็ได้ตามใจชอบ จะตรวจจับน้ำในท่อโดยไม่ต้องเจาะท่อก็ทำได้ ล้ำยุคมากกกก! (ปี 2024 นะจ๊ะ เทคโนโลยีมันก้าวหน้าไวมาก)
- ข้อดี: ครอบคลุมการใช้งานกว้างขวาง ประหยัดต้นทุน เพราะใช้เซนเซอร์แบบเดียว จบ!
คิดดูสิ ถ้าใช้เซนเซอร์แบบอื่นๆ อาจต้องใช้หลายตัว ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น ซ่อมบำรุงก็ยุ่งยาก แต่แบบคาปาซิทีฟนี้ เหมือนได้ของดีราคาถูก คุ้มค่าสุดๆ ไปเลย! (นี่ไม่ได้ขายของนะ แค่ชื่นชมความเจ๋งของมันจริงๆ)
ปล. ส่วนตัวผมใช้เซนเซอร์แบบนี้อยู่ในโครงการควบคุมระดับน้ำในตู้ปลาที่บ้าน (จริงๆนะ ไม่ได้โกหก!) มันเวิร์กมากกกกกก บอกเลย!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต