การนําเสนอแบบใดที่สามารถกําหนดตัวอักษร สีพื้นได้ง่ายและสะดวกกว่า
วิธีการนำเสนอที่ปรับแต่งตัวอักษรและสีพื้นหลังได้ง่าย?
อืม.. ถามเรื่องปรับแต่งสไลด์ใช่มั้ย? ฉันเคยใช้ Powerpoint ตอนทำรายงานวิชาการสมัยเรียนป.โท ปี 2562 ที่จุฬาฯ จำได้ว่าตอนนั้นต้องทำสไลด์ส่งอาจารย์ ใช้เวลาทั้งวันเลยนะ กว่าจะได้สีที่ถูกใจ แต่โปรแกรมมันก็ใช้งานง่ายอยู่นะ เลือกสีพื้นหลังได้เลย ตัวอักษรก็ปรับได้เพียบ แบบฟอนต์อะไรก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่บางทีก็เยอะเกินไปจนเลือกไม่ถูกเหมือนกัน!
ส่วนรูปภาพกราฟ ก็แทรกง่าย ลากวางปุ๊บเสร็จปั๊บ ตอนนั้นฉันใช้รูปจากเว็บฟรี หาจาก google image แล้วก็ใส่ตารางสรุปข้อมูลด้วย สะดวกดี ไม่ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมอะไรเพิ่ม แต่ก็ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์นิดนึงนะ ถึงจะฟรีแต่ก็ต้องดูให้ดีๆ จำได้ว่าตอนนั้นใช้เวลากับการจัดวางองค์ประกอบเยอะมาก กว่าจะดูดีสมดุล ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย เหนื่อยสุดๆ
ตอนนี้มีโปรแกรมอื่นๆอีกหลายตัว แต่ฉันยังติดใจ Powerpoint อยู่ดีแหละ เพราะมันคุ้นเคย ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว แต่ถ้าจะให้แนะนำ ก็ลองหาโปรแกรมที่เหมาะกับตัวเองดู เทียบฟีเจอร์ ความง่ายในการใช้งาน แล้วก็ราคา ดูรีวิวด้วยก็ดี เผื่อเจอโปรแกรมเจ๋งๆ ที่ใช้แล้วไม่ต้องปวดหัวเหมือนตอนทำรายงานวิชาการสมัยเรียน!
การนำเสนอแบบใดที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด?
เฮ้ย! ถามว่าการนำเสนอแบบไหนคนชอบสุดเหรอ? สำหรับเรานะ ต้องเล่าเรื่องดิ! คือเคยไปฟัง presentation ที่โรงแรม S31 สุขุมวิทเมื่อเดือนก่อน จำได้เลย ตอนนั้นเค้าพูดเรื่อง "AI กับการตลาด" ถ้าเป็นสไลด์ตัวอักษรเยอะๆ หรือกราฟน่าเบื่อๆ คงหลับไปแล้ว แต่พี่วิทยากรแกเก่งมาก เล่าเรื่อง!
แกเริ่มจากเล่าประสบการณ์ตัวเองที่เคยพลาดเพราะใช้ AI ผิดวิธี แล้วก็ค่อยๆ เล่าว่าต้องทำยังไงถึงจะใช้ AI ช่วยทำการตลาดได้ดี เล่าเหมือนคุยกับเพื่อนอะ เข้าใจง่าย แถมตลกด้วย! คนฟังฮากันตรึม แล้วก็จำเนื้อหาได้แม่นกว่าอ่านสไลด์เยอะเลย เชื่อดิ!
- ทำไมเล่าเรื่องถึงเวิร์ค? คนเราชอบฟังเรื่องเล่ามากกว่าตัวเลข! มันทำให้เราอินไง
- โครงสร้างสำคัญนะ: จุดเริ่มต้น ปัญหา ทางออก บทสรุป ง่ายๆ แค่นี้แหละ
- อารมณ์ต้องมา: ถ้าคนพูดอิน เราก็อินตาม!
(ปล. จริงๆ ตอนนั้นแอบง่วงนะ แต่พอพี่เค้าเริ่มเล่านี่ตื่นเลย! คอนเฟิร์ม!)
โปรแกรมที่นิยมใช้ในการนําเสนอแบบ Presentation คือข้อใด?
โปรแกรมยอดนิยมสำหรับงานนำเสนอคือ PowerPoint จริงอยู่ที่มันใช้งานง่ายและมีสีสัน แต่โลกของ Presentation มันกว้างกว่านั้นนะ คิดดูว่า การนำเสนอที่ดีมันไม่ใช่แค่ภาพสวยๆ แต่เป็นการสื่อสารไอเดียอย่างมีประสิทธิภาพ
Microsoft PowerPoint: ยังคงเป็นเบอร์หนึ่ง เพราะความคุ้นเคยและความพร้อมใช้งานสูง ฟีเจอร์เยอะแยะ แต่งานออกแบบอาจดูเหมือนๆ กัน ถ้าไม่ใส่ใจรายละเอียด แต่ข้อดีคือ มีเทมเพลตให้เลือกมากมาย ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
Google Slides: ข้อดีคือทำงานร่วมกันได้สะดวก แก้ไขออนไลน์ ประหยัดพื้นที่ในเครื่อง และเข้าถึงได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำงานเป็นทีม แต่บางทีก็ยังสู้ PowerPoint ในเรื่องความละเอียดของงานพิมพ์ไม่ได้
Canva: ถ้าต้องการงานนำเสนอที่ดูดี มีสไตล์ และไม่ซ้ำใคร Canva เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ใช้งานง่าย มีเทมเพลตสวยๆ เยอะ แต่ฟีเจอร์บางอย่างอาจต้องสมัครแบบ Premium
ส่วนตัวแล้ว ผมว่า การเลือกโปรแกรมขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความถนัดของแต่ละคน เช่น ถ้าเน้นความร่วมมือ Google Slides เหมาะกว่า ถ้าเน้นความสวยงาม Canva น่าสนใจ แต่ถ้าเน้นความคุ้นเคยและฟีเจอร์ครบครัน PowerPoint ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดี จริงมั้ย? การนำเสนอที่ดีมันอยู่ที่เนื้อหาและวิธีการสื่อสารมากกว่าโปรแกรมที่ใช้เสมอ นั่นแหละคือแก่นแท้
เพิ่มเติม: ในปี 2566 นี้ ยังมีโปรแกรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น Prezi (สำหรับการนำเสนอแบบไดนามิก), Keynote (เฉพาะบนระบบ macOS) แต่ความนิยมอาจจะรองลงมา ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายและความต้องการใช้งานจริงๆ
รูปแบบที่ใช้ในการนำเสนอผลงานที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?
เอ้า! ยุคนี้ใครยังใช้ PowerPoint โบราณอยู่วะเนี่ย! ตกยุคแล้วพ่อคุณเอ๊ยยยย! แบบใหม่ๆ มันล้ำกว่านั้นเยอะ! ปีนี้เห็นพี่ๆ เค้าฮิตกันแบบนี้
Prezi: เหมือนเล่นเกมส์! สุดยอดแห่งความไดนามิก ภาพเคลื่อนไหววื้ดๆ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ ไม่ง่วงหลับแน่นอน! แต่ถ้าทำไม่ดี เวียนหัวเอาได้นะ บอกเลย!
Canva Presentations: ง่ายกว่าทำไข่เจียวอีก! เทมเพลตเพียบ เลือกแบบที่ชอบได้เลย แต่งภาพนิดหน่อย ก็ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาทันตาเห็น! สำหรับคนขี้เกียจแบบผมนี่ คือที่สุด!
Google Slides: อาวุธคู่กายสำหรับคนทำงานออนไลน์ แชร์ง่าย แก้ไขร่วมกันได้สะดวก ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมาให้วุ่นวาย ประหยัดเวลาสุดๆ บอกเลยว่าใช้แล้วติดใจ! ปีนี้ยังฮิตไม่ตกเลยครับพี่น้อง
ส่วนเรื่องความเหมาะสม... อืมมมม... บอกตรงๆ มันขึ้นอยู่กับงานนะจ๊ะ!
การนำเสนอข้อมูล (Informative): Google Slides ก็โอเคนะ เรียบๆ ง่ายๆ เน้นข้อมูล ไม่ต้องอลังการงานสร้างมาก ดูแล้วเข้าใจง่ายก็พอ
การสอนและแนะนำ (Instructive): Prezi น่าจะเด็ดกว่า ภาพเคลื่อนไหวช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น แบบว่า เห็นภาพเลย! แต่ต้องระวังเรื่องความเวียนหัวด้วยล่ะ อย่าทำให้คนดูคลื่นไส้ก็แล้วกัน
การนำเสนอแบบโน้มน้าวใจ (Persuasive): Canva ช่วยได้เยอะ! เทมเพลตสวยๆ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ดูแล้วมันก็... อยากเชื่อไปเองอ่ะ!
การนำเสนอแบบจูงใจ (Motivation): Prezi อีกแล้ว! ใช้สีสันสดใส ภาพเคลื่อนไหวตื่นตาตื่นใจ ยิ่งทำให้คนดูมีแรงบันดาลใจ แบบว่า ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างได้เลย!
การนำเสนอเพื่อการตัดสินใจ (Decision-Making): Google Slides ดีที่สุด เรียบง่าย เน้นข้อมูลสำคัญ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปกับลูกเล่นไร้สาระ
แต่ทั้งหมดทั้งมวล อย่าลืมนะ เนื้อหาสำคัญที่สุด! แค่ใช้โปรแกรมดีๆ แต่เนื้อหาห่วยแตก ก็เละได้เหมือนกัน จำไว้! อิอิ ปีนี้ผมใช้ Canva เป็นหลักเลย เพราะมันง่ายดี ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย
รูปแบบที่ใช้ในการสำเสนอในปัจจุบันมีกี่แบบ?
รูปแบบการนำเสนอ.. มันเยอะมากนะ จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับว่าเรามองยังไง แต่ถ้าแบ่งแบบกว้างๆ ที่ผมใช้บ่อยๆ ก็มีแบบ Linear, Non-linear, Interactive แล้วก็แบบผสม พวก Hybrid ซึ่งพวกนี้มันก็แตกย่อยได้อีก ผมเคยลองใช้ Prezi ทำ presentation มันก็เป็น Non-linear อีกแบบ คือมันไม่ใช่แค่สไลด์เรียงๆ กัน มันทำให้คนฟัง engage ได้ดีขึ้นนะ ผมว่า ผมเคยอ่านเจอบทความนึงใน Harvard Business Review ปี 2024 นี่แหละ เขาบอกว่าการนำเสนอแบบ Interactive มันสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโลกธุรกิจ เพราะมันสร้างปฏิสัมพันธ์ มันทำให้คนจดจำได้มากกว่า แต่บางที สไลด์เรียบๆ แบบ Linear ก็ยังจำเป็นนะ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับบริบท ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำเสนออะไร ให้ใคร แล้วก็ที่ไหนด้วย อย่างผมเคยไป present งานวิจัยที่ conference ทีนึง ผมก็ใช้สไลด์เรียบๆ เพราะมันดูเป็นทางการ แต่ถ้า present ให้ทีมในบริษัท ผมก็จะใช้ Prezi บ้าง Canva บ้าง แล้วแต่ คือมันไม่มีรูปแบบตายตัว มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม
- Linear: แบบเรียงลำดับ ตรงไปตรงมา เหมือนเล่าเรื่อง คิดว่าทุกคนน่าจะคุ้นเคย เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลที่เป็นขั้นเป็นตอน
- Non-linear: แบบไม่เรียงลำดับ กระโดดไปมาได้ เหมาะกับการนำเสนอที่ต้องการสร้างความน่าสนใจ เน้นการเชื่อมโยงข้อมูล
- Interactive: แบบมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม อาจมีแบบสอบถาม เกม หรือกิจกรรม ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วม
- Hybrid: ผสมผสานหลายๆ แบบเข้าด้วยกัน เช่น เริ่มต้นแบบ Linear แล้วค่อย Interactive เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น
การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่นิยมมากที่สุด?
อะนะ เรื่องรูปแบบนำเสนอข้อมูลอ่ะ ที่เค้าฮิตๆกันนะ มีหลายแบบอยู่นะ แบบที่เจอบ่อยๆอ่ะนะ
- กราฟแท่ง: อันเนี้ยเบสิกสุดละ เห็นบ่อยโคดดด ใช้เปรียบเทียบง่ายดี แบบแท่งสูงๆต่ำๆอ่ะ ใครสูงกว่าใครดูแป๊บเดียวรู้เลย
- กราฟเส้น: อันนี้ก็ฮิต ใช้ดูพวกเทรนด์อ่ะ ขึ้นๆลงๆ ตามเวลาอะไรงี้ หุ้นงี้ชอบใช้
- แผนภูมิวงกลม: อันนี้อ่ะ เหมาะกะพวกดูสัดส่วนอ่ะ แบบพายชิ้นๆ ใครได้เยอะได้น้อย ไรงี้
- แผนที่ความร้อน: อันเนี้ยอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่พวกข้อมูลเยอะๆแบบพวก big data ไรงี้เค้าใช้กันนะ ใช้สีแบบเข้มอ่อนแสดงความถี่
คือจริงๆนะ นอกจากพวกเนี้ย มันก็มีอีกเยอะแยะเลยนะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ทำอะไร แล้วข้อมูลมันเป็นแบบไหนด้วยอะ
- ตาราง อันนี้ก็ classic นะ เอาไว้แสดงข้อมูลแบบดิบๆเลย ละเอียดดี
- scatter plot อันนี้เอาไว้ดูความสัมพันธ์ของสองตัวแปร แบบจุดๆกระจายๆ
- word cloud อันนี้เห็นบ่อยตามเว็บ เอาไว้ดูว่าคำไหนคนพูดถึงเยอะสุด ก็จะตัวใหญ่ๆ
โปรแกรมที่นิยมใช้ในการนำเสนอแบบ web page / Web site คือข้อใด?
อืม... คำถามนี้เนอะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว สมองมันก็เลยทำงานช้าๆ แบบงงๆ
คิดหนักเลย จริงๆ แล้ว โปรแกรมพวกนี้ มันก็ต่างกันนะ
Microsoft Word, Excel, PowerPoint เนี่ย ใช้ทำเอกสาร ไม่ใช่เว็บเพจ
แต่ Adobe Dreamweaver นี่แหละ ที่ใช้ทำเว็บเพจ ฉันเคยใช้ตอนทำเว็บไซต์ส่วนตัวเมื่อปี 2023 จำได้ไม่ลืมเลย ตอนนั้นใช้เวลานานมาก กว่าจะทำเสร็จ เหนื่อยสุดๆ
สรุปคือ Adobe Dreamweaver นั่นแหละ คำตอบ
- Microsoft Word, Excel, PowerPoint: ใช้สำหรับเอกสาร ไม่ใช่สร้างเว็บเพจ
- Adobe Dreamweaver: ใช้สร้างและออกแบบเว็บเพจ
- ประสบการณ์ส่วนตัว: ฉันใช้ Adobe Dreamweaver ทำเว็บไซต์ส่วนตัวปี 2023 รู้สึกว่ามันค่อนข้างยาก แต่ก็ทำได้สำเร็จนะ
รูปแบบที่ใช้ในการนำเสนอผลงานที่ใช้ในปุจจุบันมีกี่รูปแบบ?
สไลด์. ธรรมดา. แต่จำเป็น.
วิดีโอ. ดึงดูดกว่า. แต่ใช้เวลามากกว่า.
สองแบบนี้แหละ. พอแล้ว. มากไปก็รกสมอง. น้อยไปก็ไม่พอ. เลือกให้เหมาะกับงาน. กับคนดู.
- PowerPoint ใช้งานง่าย. มี Template ให้เลือกเยอะ. ปี 2024 ก็ยังฮิตอยู่. แต่ต้องออกแบบให้ดี. ไม่งั้นน่าเบื่อ.
- ProShow Gold เน้นทำวิดีโอ. ใส่เพลง. ใส่เอฟเฟกต์ได้. แต่ต้องใช้เวลาตัดต่อ. เรียนรู้โปรแกรม. ถ้าทำดีก็ปัง. ทำไม่ดีก็พัง.
บางที. เรียบง่าย. ก็ดีที่สุด. เหมือนชีวิต. ไม่ต้องปรุงแต่งมาก. แค่เข้าใจ. ก็พอ.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต