การสืบค้น (Searching) มีวิธีการใดบ้าง
วิธีการสืบค้นข้อมูลมีอะไรบ้าง: 67% ค้นหาข้อมูลเป็นอันดับแรก
วิธีการสืบค้นข้อมูลมีอะไรบ้าง เป็นทักษะแห่งอนาคตในโลกที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้นอย่างมหาศาล. การมีทักษะค้นหาที่แม่นยำช่วยให้ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรงประเด็นอย่างรวดเร็ว. ลดปัญหาการเสียเวลากับลิงก์รบกวนสมาธิ. ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากต้องการเข้าถึงข้อมูลที่ดีที่สุด.
ทำความรู้จักกับ 'การสืบค้นข้อมูล' (Searching) คืออะไร?
การสืบค้นข้อมูล (Searching) คือกระบวนการค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการจากแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engine) อย่าง Google, Bing หรือฐานข้อมูลออนไลน์ต่างๆ ไม่ใช่แค่การพิมพ์คำลงไปแล้วหวังผล แต่เป็นทักษะที่ต้องใช้เทคนิคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้น การรู้วิธีการสืบค้นที่มีประสิทธิภาพจึงเปรียบเสมือนการมีเข็มทิศนำทางในทะเลทรายดิจิทัล ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนรู้ได้อย่างมาก
ลองนึกภาพว่าคุณต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ โรคไข้เลือดออก การพิมพ์แค่คำว่า ไข้เลือดออก อาจได้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงข่าวการระบาดล่าสุด แต่ถ้าคุณใช้เทคนิคการสืบค้น เช่น การใส่เครื่องหมายคำพูดค้นหาวลี การป้องกันไข้เลือดออก หรือใช้คำสั่ง site: เพื่อจำกัดขอบเขตให้อยู่เฉพาะเว็บไซต์ของโรงพยาบาล ผลลัพธ์ที่ได้จะตรงประเด็นและน่าเชื่อถือมากขึ้นทันที
10 วิธีการสืบค้นข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
การสืบค้นข้อมูลไม่ได้มีแค่การพิมพ์คำถามลงใน Google เท่านั้น หากถามว่า วิธีการสืบค้นข้อมูลมีอะไรบ้าง ยังมีเทคนิคและวิธีการอีกมากมายที่จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุด ต่อไปนี้คือ 10 วิธีการสืบค้นข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพที่คุณควรรู้:
1. การค้นหาด้วยคำหลัก (Keyword Search): วิธีพื้นฐานที่สุด โดยการเลือกใช้คำนามหรือวลีที่เป็นแกนหลักของสิ่งที่ต้องการค้นหา เช่น หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ ให้ใช้คำว่า วิธีรดน้ำต้นไม้ แทนการพิมพ์ประโยคคำถามยาวๆ
2. การค้นหาด้วยข้อความเต็ม (Phrase Search) หรือใช้นี่เป็น วิธีค้นหาแบบเจาะจง โดยใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (...) : ใช้เมื่อต้องการค้นหาวลีหรือประโยคที่เรียงลำดับคำกันอย่างเป๊ะๆ เช่น การค้นหา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะให้ผลลัพธ์ที่มีคำนี้เรียงกันเท่านั้น ไม่แยก มหาวิทยาลัย กับ เชียงใหม่ ออกจากกัน
3. การตัดคำที่ไม่ต้องการออกด้วย การใช้เครื่องหมายในการค้นหา เช่นเครื่องหมายลบ (-): ใช้เพื่อกรองผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เช่น การค้นหา ชวนชม แล้วไม่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ ดอกแดง ก็พิมพ์เป็น ชวนชม -ดอกแดง ได้เลย
4. การค้นหาเฉพาะเว็บไซต์ด้วยคำสั่ง site: คำสั่งนี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณเชื่อถือข้อมูลจากเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น การหาข้อมูล นโยบายการคลัง เฉพาะในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถพิมพ์ นโยบายการคลัง site:bot.or.th
5. การค้นหาตามประเภทไฟล์ด้วยคำสั่ง filetype: เหมาะสำหรับการค้นหาเอกสารในรูปแบบเฉพาะ เช่น ไฟล์ PDF สำหรับรายงานวิชาการ หรือไฟล์ .doc, .ppt สำหรับงานนำเสนอ โดยพิมพ์ การตลาดออนไลน์ filetype:pdf
6. การค้นหาโดยใช้ตรรกะบูลีน (Boolean Operators): ใช้คำว่า AND (ต้องมีทั้งสองคำ), OR (มีคำใดคำหนึ่ง), NOT (ตัดคำนั้นทิ้ง) เพื่อควบคุมความสัมพันธ์ของคำค้นหา เช่น ค้นหา มะเร็ง AND การรักษา หรือ ท่องเที่ยวไทย OR ท่องเที่ยวญี่ปุ่น
7. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายดอกจัน () เป็นตัวแทนคำที่ไม่แน่ใจ: ใช้เมื่อจำชื่อหรือรายละเอียดบางส่วนไม่ค่อยได้ เช่น วัดราชบพิธ จะช่วยให้ค้นหา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจอโดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อเต็ม
8. การค้นหาช่วงตัวเลขด้วยเครื่องหมายจุดสองจุด (..): ใช้ค้นหาข้อมูลในช่วงตัวเลขที่กำหนด เช่น ค้นหาราคา สมาร์ทโฟน 10000..20000 หรือค้นหาเหตุการณ์ในช่วงปี พ.ศ. 2540..2543
9. การค้นหาขั้นสูง (Advanced Search): หลายคนสงสัยว่า การค้นหาขั้นสูงทำอย่างไร เครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่มีหน้า Advanced Search ที่ให้คุณกรองผลลัพธ์ได้หลายมิติ เช่น ภาษา ภูมิภาค ช่วงเวลาที่เผยแพร่ หรือสิทธิ์ในการนำไปใช้ต่อ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่อยากจำคำสั่งต่างๆ
10. การค้นหาด้วยรูปภาพ (Reverse Image Search): ใช้ค้นหาที่มาหรือข้อมูลเพิ่มเติมของรูปภาพ โดยการอัปโหลดรูปหรือวางลิงก์รูปภาพลงในช่องค้นหารูปภาพของ Google ช่วยในการตรวจสอบที่มาของภาพหรือหารูปที่มีความละเอียดสูงขึ้น
เปรียบเทียบ: การค้นหาทั่วไป VS การค้นหาขั้นสูง แตกต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างและเข้าใจว่า รูปแบบการสืบค้นข้อมูลมีกี่วิธี ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างการค้นหาแบบทั่วไปกับการค้นหาโดยใช้ตัวดำเนินการ (Operators) กัน
การค้นหาแบบทั่วไป: พิมพ์คำว่า ผลไม้ไทย. ผลลัพธ์ที่ได้จะกว้างมาก ครอบคลุมทั้งบทความเกี่ยวกับประโยชน์ของผลไม้, รายชื่อผลไม้ตามฤดูกาล, ร้านค้าที่ขายผลไม้ออนไลน์ หรือแม้แต่เพลงเกี่ยวกับผลไม้ไทย ส่งผลให้คุณต้องใช้เวลาในการคลิกอ่านและคัดกรองเอาเอง ซึ่งในแต่ละวัน คนไทยโดยเฉลี่ยต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลบนโลกออนไลน์มากถึง 2 ชั่วโมง 54 นาที จากทั้งหมดที่ใช้อินเทอร์เน็ต 7 ชั่วโมง 54 นาที การค้นหาที่ไม่ตรงจุดจึงเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ [1]
การค้นหาโดยใช้ตัวดำเนินการ: พิมพ์ ประโยชน์ของมังคุด site:thaihealth.or.th -ขาย. คำสั่งนี้จะบีบให้ผลลัพธ์เหลือเพียงบทความเกี่ยวกับประโยชน์ของมังคุด ที่อยู่ในเว็บไซต์ของกรมอนามัย (thaihealth.or.th) เท่านั้น และยังตัดเว็บไซต์ที่มีคำว่า ขาย ออกไปด้วย ช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรงประเด็นอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลากับลิงก์รบกวนสมาธิ ซึ่งการค้นหาที่แม่นยำนี้มีส่วนช่วยอย่างมากเมื่อพิจารณาว่า ชาวไทย 67% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการติดตามข่าวสาร (63.6%) และดูหนังหรือวิดีโอ (61.2%) [2]
ทำไมต้องเรียนรู้วิธีการสืบค้นข้อมูล? เจาะลึกข้อดีที่คุณคาดไม่ถึง
ในโลกที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้นนาทีละหลายล้านชิ้น การค้นหาที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่เป็นทักษะแห่งอนาคต ชาวอินเทอร์เน็ตไทยกว่า 60 ล้านคน ต่างก็ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่ดีที่สุด[3] แต่มีเพียงส่วนน้อยที่รู้วิธีการ ต่อไปนี้คือเหตุผลที่คุณไม่ควรมองข้าม:
1. ประหยัดเวลาอันมีค่า: แทนที่จะเสียเวลาคลิกดูผลลัพธ์ไม่รู้จบ คุณจะเจอสิ่งที่ต้องการในไม่กี่วินาที นึกถึงเวลาที่คุณเสียไปกับการหาข้อมูลทำรายงานสักเล่ม ถ้าสามารถลดเวลาลงได้ครึ่งหนึ่งด้วยการใช้คำสั่ง filetype:pdf คุณจะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น
2. ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง: การใช้คำสั่ง site: เพื่อจำกัดขอบเขตให้อยู่เฉพาะ .ac.th, .go.th หรือเว็บไซต์ของสถาบันการแพทย์ ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อมูลเท็จหรือข่าวลวงที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี
3. เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน: บางครั้งสิ่งที่เราค้นหาก็แคบเกินไป การใช้ OR ในการค้นหาจะช่วยขยายขอบเขตและทำให้คุณพบกับข้อมูลหรือแนวคิดใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์มากกว่าที่คิด
4. ได้เปรียบในการแข่งขันทั้งการเรียนและการทำงาน: นักเรียน นักศึกษา หรือพนักงานออฟฟิศที่สืบค้นข้อมูลเก่ง จะสามารถทำรายงาน วิจัย หรือวิเคราะห์ตลาดได้ลึกซึ้งและรวดเร็วกว่าผู้อื่น นี่คือทักษะที่สร้างมูลค่าได้โดยตรง
สรุป: เริ่มต้นพัฒนาทักษะการสืบค้นข้อมูลตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
เมื่อได้ทราบแล้วว่า วิธีการสืบค้นข้อมูลมีอะไรบ้าง การสืบค้นข้อมูล (Searching) จึงเป็นมากกว่าการพิมพ์คำถามลงใน Google แต่เป็นศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการเข้าถึงความรู้ของมนุษยชาติ การรู้จักใช้เครื่องหมายคำพูด, คำสั่ง site, ตรรกะบูลีน หรือการค้นหาขั้นสูง จะเปลี่ยนคุณจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดา ให้เป็นผู้สืบค้นข้อมูลมืออาชีพที่สามารถค้นหาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และน่าเชื่อถือ เริ่มต้นฝึกฝนวันนี้ เพื่อรับมือกับยุคข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้นและก้าวไปอีกขั้นในทุกๆ ด้านของชีวิต
ทักษะนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่จำเทคนิคง่ายๆ ไม่กี่อย่าง แล้วลองนำไปปรับใช้กับการค้นหาในชีวิตประจำวัน รับรองว่าคุณจะต้องติดใจและประหยัดเวลาได้มากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว คือพลังที่แท้จริงในยุคดิจิทัล
เปรียบเทียบผลลัพธ์: การค้นหาแบบธรรมดา VS การค้นหาขั้นสูง (ใช้ Operators)
จากข้อมูลการค้นหาของคนไทย พบว่าส่วนใหญ่นิยมค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดทั่วไป ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาในการคัดกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปเป็นจำนวนมาก การใช้ตัวดำเนินการช่วยยกระดับการค้นหาให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นการค้นหาแบบธรรมดา (Keyword Search)
เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการข้อมูลกว้างๆ หรือการค้นหาแบบทั่วๆ ไป
ต่ำ มีผลลัพธ์จำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง ทำให้ต้องใช้เวลาในการคัดกรองด้วยตนเอง
ใช้คำหลักทั่วไป อาจเป็นประโยคหรือวลีสั้นๆ โดยไม่มีการใช้สัญลักษณ์หรือคำสั่งพิเศษใดๆ
ผสมปนเปกันไป ทั้งเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และไม่ได้ มีโอกาสสูงที่จะเจอข้อมูลที่ผิดหรือไม่เป็นปัจจุบัน
การค้นหาขั้นสูง (Advanced Search / Operators)
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย นักการตลาด หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการข้อมูลที่เจาะจง เชื่อถือได้ และรวดเร็ว
สูงมาก สามารถเจาะจงได้ทั้งเว็บไซต์, ประเภทไฟล์, ช่วงเวลา หรือตัดคำที่ไม่ต้องการออก ทำให้ได้ข้อมูลที่ตรงใจกว่า
ใช้คีย์เวิร์ดร่วมกับตัวดำเนินการพิเศษ เช่น อัญประกาศ, site:, filetype:, -, ฯลฯ เพื่อบีบขอบเขตการค้นหา
สูง สามารถกำหนดให้ค้นหาเฉพาะในเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ (เช่น .go.th, .ac.th หรือเว็บไซต์หน่วยงานราชการ)
โดยสรุป การค้นหาแบบธรรมดาให้ผลลัพธ์ที่กว้างและใช้เวลากรองนาน ในขณะที่การค้นหาขั้นสูงให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ เชื่อถือได้ และรวดเร็วกว่า แม้จะต้องใช้เวลาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลมีมากเกินไปจากน้องใหม่สู่มือโปร: ประหยัดเวลาไป 2 ชั่วโมง กับภาระงานวิจัยของหมอหนึ่ง
หนึ่งคือคุณหมอประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งต้องหาข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดเพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยและการทำวิจัย ทุกเย็นหลังเลิกงาน เธอจะนั่งหาเอกสารวิชาการ (PDF) จาก Google ด้วยการพิมพ์ชื่อโรคยาวๆ เป็นภาษาอังกฤษ ส่งผลให้เจอบทความที่ไม่เกี่ยวข้องมากมาย และต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าจะได้เอกสารที่น่าเชื่อถือสัก 5-6 ฉบับ
หนึ่งรู้สึกท้อแท้และเสียเวลากับการคัดกรองข้อมูลเป็นอย่างมาก เธอเกือบจะยอมจ้างผู้ช่วยส่วนตัวเพื่อมาช่วยหาข้อมูลให้ แต่แล้วเธอก็ได้พบเทคนิคการใช้คำสั่ง 'filetype:pdf' และ 'site:' ในการค้นหา หนึ่งจึงลองใช้ดู โดยพิมพ์ 'chemotherapy protocol for lung cancer filetype:pdf site:nejm.org'
ผลลัพธ์ที่ได้เปลี่ยนชีวิตการค้นหาของเธอไปโดยสิ้นเชิง! เธอพบกับเอกสารวิชาการที่ต้องการโดยตรงจากวารสารการแพทย์ชื่อดัง New England Journal of Medicine (NEJM) เพียงแค่หน้าแรกของผลการค้นหา ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที หนึ่งก็ได้เอกสารคุณภาพสูงมากกว่า 10 ฉบับ ที่พร้อมนำไปใช้อ้างอิงได้ทันที
คุณหมอหนึ่งประหยัดเวลาไปได้ถึงเกือบ 2.5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเธอนำเวลาที่เหลือไปใช้ในการพักผ่อนและศึกษาข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ทุกวันนี้ เธอได้แชร์เทคนิคนี้ให้เพื่อนร่วมงานและนักศึกษาแพทย์หลายคน และพวกเขาก็สามารถทำงานวิจัยได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด
เปลี่ยนคำถามให้เป็นคำหลักแทนที่จะพิมพ์ประโยคยาวๆ ให้เลือกใช้คำนามที่เป็นแกนหลักของสิ่งที่ต้องการค้นหาเพื่อผลลัพธ์ที่กว้างขึ้น
ใช้ 'site:' เพื่อความน่าเชื่อถือเมื่อต้องการข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ อย่าลืมใช้คำสั่ง site: ตามด้วยเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช่น site:ac.th หรือ site:go.th เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหา
ค้นหาไฟล์ด้วย 'filetype:'สำหรับงานวิจัยหรือการศึกษาที่ต้องการเอกสารอ้างอิง ควรใช้ filetype:pdf เพื่อค้นหาเอกสารวิชาการโดยเฉพาะ
ฝึกฝนและประยุกต์ใช้ทุกวันทักษะการค้นหาที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นได้จากการฝึกฝน ลองนำเทคนิคต่างๆ ไปปรับใช้กับการค้นหาในชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะเห็นความแตกต่าง
รวมคำถาม
ฉันจำเป็นต้องจำทุกคำสั่งในการค้นหาขั้นสูงเลยไหม?
ไม่จำเป็นเลยครับ/ค่ะ การค้นหาขั้นสูงส่วนใหญ่ก็มีหน้าจอให้กรอกข้อมูลอยู่แล้ว (Advanced Search) คุณสามารถใช้มันแทนการจำคำสั่งต่างๆ ได้ เพียงแค่คุณรู้ว่าตัวกรองแบบไหนที่ช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ต้องการ
ทำไมบางทีฉันใช้เครื่องหมายอัญประกาศแล้วกลับไม่เจออะไรเลย?
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่ไม่มีหน้าเว็บไซต์ใดมีประโยคหรือวลีที่เรียงลำดับกันแบบนั้นเป๊ะๆ หรืออาจเป็นเพราะคุณสะกดคำผิด ลองลดคำในเครื่องหมายอัญประกาศลง หรือใช้ตัวดำเนินการ AND แทนก็ได้
การค้นหาด้วยรูปภาพ (Reverse Image Search) ใช้ทำอะไรได้บ้างนอกจากหารูปคน?
ใช้ได้อีกหลายอย่าง เช่น ใช้ตรวจสอบที่มาของภาพสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ, ใช้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่หรือสัตว์ที่ไม่รู้จัก, หรือใช้หาภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้นจากภาพเล็กๆ ก็ได้
เว็บ search engine อื่นๆ เช่น Bing หรือ DuckDuckGo ก็ใช้คำสั่งเดียวกันกับ Google ได้ไหม?
คำสั่งพื้นฐานหลายอย่าง (เช่น อัญประกาศ, AND, OR, -) ใช้ได้กับ Bing และ DuckDuckGo เช่นกัน แต่คำสั่งเฉพาะบางอย่าง เช่น 'filetype:' อาจทำงานแตกต่างกันหรือไม่มีให้ใช้ ขอแนะนำให้ลองค้นหาดู documentation ของแต่ละตัวอีกที
แหล่งอ้างอิง
- [1] Datareportal - ในแต่ละวัน คนไทยโดยเฉลี่ยต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลบนโลกออนไลน์มากถึง 2 ชั่วโมง 54 นาที จากทั้งหมดที่ใช้อินเทอร์เน็ต 7 ชั่วโมง 50 นาที
- [2] Meltwater - ชาวไทย 67% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการติดตามข่าวสาร (63.6%) และดูหนังหรือวิดีโอ (61.2%)
- [3] Nso - ชาวอินเทอร์เน็ตไทยกว่า 60 ล้านคน ต่างก็ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่ดีที่สุด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต