คำสั่งใดที่ใช้ในการสร้างโฟลเดอร์

92 ครั้งเข้าชม
การสร้างโฟลเดอร์ใหม่ เริ่มจากการเลือกพื้นที่โฟลเดอร์หรือไดรฟ์ที่ต้องการจัดเก็บไฟล์ใหม่เป็นอันดับแรก จากนั้นให้คลิกเมนู "File" บนแถบคำสั่ง ซึ่งโดยปกติแล้ว จะมีตัวเลือกสำหรับ "สร้างโฟลเดอร์ใหม่" หรือ "New Folder" เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดชื่อและจัดระเบียบเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ใช้คำสั่งอะไรในการสร้างโฟลเดอร์ผ่าน Command Line?

อยากจะสร้างโฟลเดอร์ใหม่เนี่ยนะ บน Command Line มันก็ไม่ยากหรอกน่า

พิมพ์ mkdir แล้วก็ตามด้วยชื่อโฟลเดอร์ที่อยากได้เลย ง่ายๆ แค่นั้นแหละ

อย่างเช่น ถ้าจะสร้างโฟลเดอร์ชื่อ "MyProject" ก็แค่พิมพ์ mkdir MyProject แล้วก็ Enter จบ

ตอนนั้นฉันก็เคย งงๆ เหมือนกัน ว่ามันจะยากไหม แต่พอทำจริงๆ มันก็แบบ... อ๋อ แค่นี้เองเหรอ

บางทีคนอื่นเขาอาจจะใช้วิธีคลิกๆ ลากๆ ไป แต่ถ้าเราอยากได้ความไว ความแม่นยำ Command Line นี่แหละ ใช่เลย

จำได้เลยว่าเคยต้องสร้างโฟลเดอร์เยอะๆ ให้กับโปรเจกต์งานเก่า ตอนนั้นทำไปเป็นร้อยๆ อันได้มั้ง

ถ้าใช้ mkdir มันเร็วกว่าคลิกเมนูเป็นไหนๆ เลยนะ ไม่เสียเวลา

แล้วถ้าอยากสร้างหลายๆ โฟลเดอร์พร้อมกัน ก็พิมพ์ชื่อต่อๆ กันไปเลยก็ได้นะ

จริงๆ มันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอก แค่พิมพ์คำสั่งแล้วก็ชื่อที่ต้องการ

ลองดูสิ ไม่เสียหายอะไรหรอก มันช่วยให้งานเราเร็วขึ้นเยอะเลยล่ะ

สร้างโฟลเดอร์ในคอมยังไง

  • คลิกขวา ตรงพื้นที่ว่างๆ ที่เราอยากสร้างโฟลเดอร์ เช่น บน Desktop หรือใน Drive อื่นๆ
  • มันจะมีเมนูขึ้นมานะ ให้เราหาคำว่า "ใหม่" หรือ "New" แล้วก็เลื่อนเมาส์ไปที่ "โฟลเดอร์" หรือ "Folder"
  • พอคลิกเข้าไป มันจะมี โฟลเดอร์เปล่าๆ ขึ้นมาให้เรา พิมพ์ชื่อ ที่เราต้องการได้เลย
  • พิมพ์ชื่อเสร็จแล้วก็ กด Enter ปึ้ง! โฟลเดอร์เราก็พร้อมใช้งานแล้ว
  • เพิ่มเติมนิดหน่อยนะ

    • ถ้าจะ บันทึกไฟล์ อะไรก็ตามลงไปในโฟลเดอร์นี้ พอเรากด Save จากโปรแกรมต่างๆ เช่น Word, Excel, หรือรูปภาพ มันจะมีหน้าต่างให้เราเลือกที่บันทึกนะ เราก็แค่ กดเข้าไปที่ชื่อโฟลเดอร์ ที่เราเพิ่งสร้างไป แล้วก็กด "บันทึก" แค่นี้ไฟล์ก็จะเข้าไปอยู่ในนั้นแล้ว
    • ชื่อโฟลเดอร์ ก็ตั้งได้ตามใจชอบเลย จะเป็นชื่อโปรเจกต์ ชื่อวัน ชื่อเรื่องอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้ว่าข้างในมีอะไร
    • เราสามารถ สร้างโฟลเดอร์ซ้อนกัน ได้ด้วยนะ คือสร้างโฟลเดอร์ในโฟลเดอร์อีกที เพื่อให้มันเป็นระเบียบมากขึ้นไปอีก

คำสั่งในข้อใดที่ใช้สำหรับการสร้างแฟ้มใหม่

สร้างแฟ้มใหม่!

FileNewBlank documentCreate

นั่นแหละ! ง่ายๆ แค่นี้เอง

  • File: อันนี้เหมือนประตูเข้าสู่เมนูหลัก
  • New: ตัวนี้แหละคือตัวเลือกให้เราสร้างของใหม่
  • Blank document: เอาแบบว่างๆ เปล่าๆ เริ่มต้นจากศูนย์
  • Create: กดเลย! จบ!

อยากได้อะไรก็ใส่ไปในนี้แหละ

เพิ่มเติม:

  • เคยเจอไหม เวลาจะเริ่มงานใหม่แล้วมันยุ่งเหยิงไปหมด
  • บางทีก็อยากให้มันมีปุ่ม "สร้างทุกอย่าง" เลยนะ
  • แต่ก็ดีแล้วแหละที่เป็นแบบนี้ เราจะได้เลือกได้
  • ไอ้รูปที่ 8 อะไรนั่นน่ะ ถ้ามีให้ดูคงจะดีกว่านี้
  • การสร้างแฟ้มใหม่ มันคือการเริ่มต้นอะไรสักอย่าง
  • เหมือนเขียนไดอารี่ใหม่ เล่มแรกอ่ะ
  • แต่ของคอมนี่มันเร็วกว่าเยอะ
  • Blank document คือว่างเปล่าจริงๆ
  • เหมือนกระดาษขาวพร้อมให้เราแต่งแต้ม
  • Create คือคำสั่งให้มันปรากฏขึ้นมา
  • เหมือนเสกของนั่นแหละ
  • บางทีก็คิดว่าคอมมันฉลาดเกินไปนะ
  • แต่ก็สะดวกดี
  • คำสั่ง พวกนี้ มันเหมือนรหัสลับ
  • แต่ทุกคนรู้แล้วแหละ
  • ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยจริงๆ
  • แค่คลิกๆ
  • แล้วก็ Create
  • แค่นั้นเอง
  • เอกสารใหม่ ก็พร้อมใช้งาน
  • พร้อมจะใส่ข้อมูล หรืออะไรก็ว่าไป
  • ขั้นตอน มันก็แค่นี้
  • ไม่มีอะไรซับซ้อน
  • New คือการเริ่มใหม่
  • Blank คือว่างเปล่า
  • Create คือเสร็จสิ้น
  • ประมาณนั้นแหละ
  • การสร้างแฟ้มใหม่ ไม่เคยยาก
  • ถ้าเรารู้ว่าต้องไปตรงไหน
  • File
  • New
  • Blank document
  • Create
  • วนอยู่แค่นี้แหละ
  • ไม่น่าจะมีอะไรมากกว่านี้แล้ว
  • ถ้ามีก็คงเป็นเวอร์ชั่นเก่า
  • อันนี้คือเวอร์ชั่นปัจจุบัน
  • ปี 2024 แล้วอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป
  • แต่คำสั่งพวกนี้ยังคงเดิม
  • ดีแล้ว
  • ไม่ต้องจำเยอะ
  • การสร้างเอกสารใหม่
  • มันง่ายกว่าที่คิด
  • จริงๆ นะ
  • File >New >Blank document >Create
  • แค่นี้เอง
  • ไม่มีอะไรให้ซับซ้อน
  • การสร้างแฟ้มใหม่
  • มันคือจุดเริ่มต้น
  • เหมือนการเปิดเล่มใหม่
  • ของหนังสือ
  • หรือสมุดบันทึก
  • Blank document
  • คือความว่างเปล่า
  • ที่รอให้เราเติมเต็ม
  • Create
  • คือการทำให้มันเกิดขึ้นจริง
  • ไม่มีอะไรมากกว่านี้
  • ขั้นตอน มันก็เท่านี้แหละ
  • File
  • New
  • Blank document
  • Create
  • วนไป
  • การสร้างแฟ้มใหม่
  • ไม่ต้องคิดเยอะ
  • File
  • New
  • Blank document
  • Create
  • จบ!

คำสั่งใดที่ใช้ในการย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์

จะย้าย? Ctrl+X. จะก๊อป? Ctrl+C. ไปที่ที่จะยัดมันลงไป แล้วกด Ctrl+V. จบ.

  • ถ้าเป็นโปร เขาไม่มานั่งคลิกหรอก. เปิด Command Prompt หรือ PowerShell แล้วพิมพ์ move "ต้นทาง" "ปลายทาง" มันไวกว่า. สำหรับการคัดลอก ก็ใช้ copy "ต้นทาง" "ปลายทาง". จบในบรรทัดเดียว.

  • จำไว้ ย้าย (Move) คือตัดไปเลย ของเก่าหายเกลี้ยง. ส่วน คัดลอก (Copy) คือโคลนนิ่งมันขึ้นมา ของเก่าก็ยังอยู่. เรื่องง่ายๆ.

  • อยากทำตัวฉลาด? ลองลากไฟล์ด้วยเมาส์ขวาค้างไว้ พอปล่อย จะมีเมนูลับโผล่มาให้เลือกว่าจะ ย้าย ก๊อป หรือสร้างทางลัด. ไม่ต้องเมื่อยนิ้วกดคีย์บอร์ด.

คําสั่งอะไรที่ใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์เป็นชื่อใหม่

จะเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์เหรอ ไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดต้องไปปรึกษาศาลโลกเลยนะ มันก็แค่การปรับโฉมให้เอกสารหรือโฟลเดอร์ของคุณดูดีมีสกุลรุนช่องขึ้นมาอีกหน่อย จาก "อันนี้นะ_จริงๆ_สุดท้าย_สุดๆ" เป็น "สรุปผล_งานชิ้นโบว์แดง_2024" อะไรแบบนี้แหละ.

สำหรับไฟล์เดี่ยวๆ ที่อยากให้มันดูสวยเด่นเป็นสง่า ก็แค่ เลือกไฟล์นั้น แล้วกดปุ่ม F2 บนคีย์บอร์ด (ง่ายยิ่งกว่าดีดนิ้ว). หรือถ้าไม่ถนัดปุ่มกด จะใช้เมาส์ก็ได้ แค่ คลิกขวา ที่ไฟล์นั้นแหละ แล้วเลือกคำสั่ง Rename ที่ขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด จากนั้นพิมพ์ชื่อใหม่ที่คิดมาอย่างพิถีพิถัน (หรืออาจจะแค่ 3 วินาทีตามใจฉัน) แล้วกด Enter ก็เป็นอันเรียบร้อย เหมือนได้ชื่อใหม่ไปแจ้งเกิดเลย.

ทีนี้ถ้าคุณเป็นพวกนักสะสมไฟล์ระดับปรมาจารย์ ที่มีของเยอะจนรกหูรกตา หรือต้องการเปลี่ยนชื่อไฟล์จำนวนมากให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนโรงเรียนนายร้อยที่กำลังจัดแถวทหารเกณฑ์ล่ะก็ ไม่ต้องไปนั่งคลิกทีละอันให้เปลืองแรงและเสียเวลาชีวิตอันมีค่าหรอกนะ. ให้คุณ เลือกไฟล์ทั้งหมดที่ต้องการ ก่อนด้วยการกด Ctrl + A (จำไว้นะเหมือนกดปุ่มอัลติเมทในเกม). จากนั้น คลิกขวาแค่ที่ไฟล์ใดไฟล์หนึ่งในกลุ่มที่เลือก (ย้ำว่าแค่ไฟล์เดียวนะ ไม่ต้องเมื่อยนิ้วจิ้มซ้ำๆ). เลือก Rename เหมือนเดิมเป๊ะ พิมพ์ชื่อหลักที่คุณต้องการ เช่น "บทความพิเศษ_ยอดเยี่ยม" แล้วกด Enter. Windows ผู้แสนดีก็จะจัดการเติมลำดับตัวเลขต่อท้ายให้ไฟล์ที่เหลือเองโดยอัตโนมัติ เหมือนรันนิ่งนัมเบอร์ให้กับนักวิ่งมาราธอนที่ออกตัวพร้อมกันเป็นร้อยๆ คนนั่นแหละ จบงานแบบมืออาชีพสุดๆ.

ความลับของชื่อไฟล์ ที่คุณควรรู้ไว้ (ถ้าไม่อยากให้ชีวิตวุ่นวาย):

  • ชื่อไฟล์คือหน้าตา: การตั้งชื่อดีๆ ช่วยให้หาง่าย จัดหมวดหมู่ได้เร็ว เหมือนชื่อป้ายร้านที่บอกชัดเจนว่าขายอะไร ไม่ใช่แค่ "ร้านค้า" เฉยๆ. มันสะท้อนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคุณนะเออ.
  • ใช้ F2 ให้เป็นนิสัย: สำหรับเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์แบบเดี่ยวๆ การกด F2 คือทางลัดที่โคตรจะสะดวกสบาย ไม่ต้องไปไล่คลิกขวาให้เปลืองพลังงาน. เหมือนมีวาร์ปไปเปลี่ยนชื่อได้ทันที.
  • ระวังนามสกุลไฟล์: อย่าไปซนเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ (พวก .docx, .jpg, .pdf) โดยไม่จำเป็นนะ! เพราะนั่นอาจทำให้ไฟล์เปิดไม่ได้ เหมือนเปลี่ยนเพศแล้วงงว่าทำไมชุดเก่าใส่ไม่เข้าแล้ว. ถ้าอยากเปลี่ยนจริงๆ ต้องแน่ใจว่ารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่.
  • ตัวอักษรพิเศษไม่โปร: หลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรพิเศษบางตัวในชื่อไฟล์ เช่น / : * ? " | เพราะพวกนี้มันเป็น "ตัวแสบ" ที่ระบบอาจไม่ชอบใจนัก อาจทำให้ไฟล์มีปัญหาได้.
  • คิดถึงลิงก์ที่ผูกกัน: ถ้าไฟล์ที่คุณเปลี่ยนชื่อมันเคยถูก "อ้างอิง" อยู่ในเอกสารอื่น (เช่น ลิงก์รูปภาพใน Word หรือ Excel) การเปลี่ยนชื่อจะทำให้ลิงก์นั้น "พัง" ทันที ต้องไปตามแก้เอาเองนะจ๊ะ เหมือนนัดเพื่อนไว้แต่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว เพื่อนก็จะหาไม่เจอ.

คําสั่งใดที่ใช้เปิดไฟล์ *

Ctrl + O คือคําสั่งที่ใช้เปิดไฟล์

เปิดไฟล์ได้ง่ายๆ แค่กด Ctrl + O หรือจะไปที่แท็บ File แล้วกด Open ก็ได้นะ

Open เนี่ย อยู่ตรงมุมขวาของหน้าต่าง Backstage มันจะมีให้เลือก 3 อัน

อันแรกสุดเลย ชื่อ Recent Workbooks/Document/Presentation (แล้วแต่ว่าเราเปิดโปรแกรมอะไรอยู่) อันนี้จะเปิดไฟล์ล่าสุดที่เราเพิ่งทำไป รายชื่อไฟล์มันจะโผล่มาทางขวาให้เลือกเลย สะดวกดี

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Ctrl + O เป็นคีย์ลัดสากลที่ใช้กันทั่วไปในหลายโปรแกรม ไม่ใช่แค่ Microsoft Office
  • แท็บ File ใน Microsoft Office เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการเลย มีทั้ง Save, Save As, Print, Open, Close ครบหมด
  • Backstage View ที่เห็นตอนกด File หรือ Ctrl+O เนี่ย มันออกแบบมาให้จัดการไฟล์โดยเฉพาะ
  • Recent Workbooks/Document/Presentation จะโชว์ไฟล์ที่เราเปิดบ่อยๆ ทำให้เราเข้าถึงงานเก่าๆ ได้ไวขึ้น ถ้าอยากล้างประวัติไฟล์ล่าสุดก็ทำได้นะ (แต่วิธีทำอาจจะซับซ้อนหน่อย)
  • บางทีถ้าเรากด Ctrl + O แล้วมันไม่ขึ้นหน้าต่างให้เลือกไฟล์ที่เปิดล่าสุด อาจจะต้องไปตั้งค่าใน Options ของโปรแกรมนั้นๆ อีกที
  • ถ้าเปิดไฟล์ที่อยู่บน Cloud เช่น OneDrive หรือ SharePoint คำสั่ง Open ก็จะช่วยให้เราเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นได้โดยตรงเลย
  • การเลือกไฟล์จาก Recent เนี่ย ต้องระวังนิดนึง ถ้าเราย้ายไฟล์ หรือลบไฟล์ไปแล้ว รายชื่อที่เห็นอาจจะเปิดไม่ได้นะ โปรแกรมจะแจ้งเตือนว่าหาไฟล์ไม่เจอ
  • การเปิดไฟล์หลายไฟล์พร้อมกัน ถ้าเราเลือกไฟล์หลายๆ ไฟล์ในหน้าต่าง Open (โดยใช้ Shift หรือ Ctrl ค้างไว้) โปรแกรมก็จะเปิดทุกไฟล์ที่เราเลือกมาให้เลย สะดวกมากเวลาต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

วิธีการเลือกไฟล์มีอยู่ด้วยกันกี่วิธี อะไรบ้าง

การเลือกไฟล์น่ะเหรอ? มีวิธีที่เรียกว่า "เลือกแบบยกแผง" ก็คือ กด Ctrl ค้างไว้ แล้วไล่ คลิก (หรือจะใช้ ลูกศร กับ Spacebar ก็ได้ ถ้าถนัดแบบนักกีฬาอีสปอร์ต) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ของครบ เหมือนเวลาไปเลือกซื้อของที่ตลาดนัด ที่ต้องจิ้มๆ ดูทีละชิ้น จนเจออันที่ถูกใจ (หรือจนกว่าแม่ค้าจะไล่)

ทีนี้ถ้าจะ ตัด (Ctrl X) หรือ คัดลอก (Ctrl C) ก็กดต่อได้เลย ไม่ต้องคิดเยอะ เหมือนยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว... เอ๊ย! ได้ไฟล์ที่ต้องการไปเลย

เคล็ดลับฉบับเซียน:

  • เลือกแบบยกก้อน: ถ้าไฟล์อยู่ติดกันเป็นแถวเป็นแนว ก็แค่ คลิกไฟล์แรก แล้ว กด Shift ค้างไว้ จิ้ม ไฟล์สุดท้าย ที่อยากได้ จบ! ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก
  • เลือกทั้งหมดแบบไม่อั้น: อยากได้ทั้งหมดที่มีในหน้าจอ? กด Ctrl + A จบ! เร็วยิ่งกว่ากดปุ่ม "ข้ามโฆษณา" ซะอีก.
  • ยกเลิกทีละรายการ: เลือกเพลินไปหน่อย? ไม่ต้องกลัว แค่ กด Ctrl ค้างไว้ แล้ว คลิก ที่ไฟล์ที่ไม่อยากได้อีกต่อไป เหมือนปาร์ตี้ที่แขกบางคนกลับก่อนเวลา.