ชำระเงินด้วย Google Play คืออะไร

101 ครั้งเข้าชม
Google Play Payment: ระบบชำระเงินผ่าน Google. ต้องเพิ่มข้อมูลบัตรเครดิตในบัญชี Google. ยืนยัน OTP ทุกครั้งที่ชำระเงิน. รองรับเฉพาะ Shopee บน Android (แอปและเบราว์เซอร์มือถือ).
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การชำระเงินผ่าน Google Play คืออะไร มีวิธีไหนบ้าง?

คือเอาจริงๆ นะ ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันเรียกแบบทางการว่าอะไรเป๊ะๆ แต่สำหรับฉันแล้ว ไอ้เจ้า Google Play Payment เนี่ย มันก็คือช่องทางหนึ่งที่เราจะจ่ายเงินผ่านระบบของ Google นั่นแหละ ไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแค่เราต้องเอาข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิตของเราไปผูกไว้กับบัญชี Google ของเราก่อนไง พอจะซื้อของอะไรทีก็กดเลือกจ่ายผ่าน Google Play จบเลยง่ายๆ

แต่ก็มีเรื่องที่บางทีฉันก็แอบหงุดหงิดนิดหน่อยนะ เพราะทุกครั้งที่จ่ายเงินเนี่ย มันต้องมี OTP มาให้ยืนยันตลอดเลยไง เออ เอ่อะ ฉันจำได้นะ เมื่อประมาณสองสามเดือนที่แล้ว ตอนที่ฉันซื้อเคสโทรศัพท์ใน Shopee ราคาเกือบห้าร้อยบาทนี่แหละ กดจ่ายไปแล้วก็ต้องมารอ OTP อีก คือเข้าใจเรื่องความปลอดภัยนะ แต่มันก็แบบ…เอ้อออ ต้องคอยกดๆ ตลอดเลยนะ

คือตอนนี้เท่าที่ฉันลองใช้เองมานะ ก็คือเจอหลักๆ เลยก็ในแอป Shopee นั่นแหละ ทั้งบนมือถือ Android ของฉันเองเลยที่ใช้ประจำ หรือบางทีฉันไปเปิด Shopee บนบราวเซอร์มือถือของเพื่อนก็ใช้ได้เหมือนกันนะ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าที่อื่นมีรึเปล่า แต่สองอันนี้ฉันลองแล้วใช้ได้ชัวร์ๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ เอ่อ ตอนนั้นที่ร้านกาแฟแถวบ้านนั่นแหละที่ฉันลองใช้ตอนรอเพื่อนพอดีเลย

ยอดคงเหลือใน Google Play คืออะไร

โอ้ยย นั่งเล่นเกมอยู่ดีๆ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมานี่เอง ตอนนั้นน่าจะสี่ทุ่มกว่าแล้วมั้ง อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น กำลังจะกดซื้อแพ็กไอเทมพิเศษในเกม คือแบบ มันลดราคาไง อดใจไม่ไหวจริง ๆ

แต่บัตรเครดิตที่ผูกไว้ดันมีปัญหาซะงั้น หัวร้อนเลยทีนี้ เกือบจะปามือถือทิ้งละ นั่งเซ็งอยู่แป๊บนึงก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนเพิ่งให้บัตร Google Play เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว ยังไม่ได้ใช้เลยนี่หว่า!

รีบวิ่งไปหยิบมาขูดๆๆๆ แล้วก็เอาโค้ดไปเติมในแอป Play Store ทันที พอเติมเสร็จมันก็ขึ้นมาเลย "เพิ่ม 500 บาทในบัญชีของคุณ" ความรู้สึกตอนนั้นคือโคตรโล่งใจ

ไอ้เงิน 500 บาทที่โชว์ขึ้นมานั่นแหละ ยอดคงเหลือใน Google Play มันคือเงิน เงินในบัญชี Google ของเราเลย ที่เอาไว้ใช้จ่ายซื้อของดิจิทัลโดยเฉพาะ ไม่ต้องไปยุ่งกับบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารโดยตรงเลย สะดวกมาก

  • มันคือเงินดิจิทัลในบัญชี Google ของเรา ที่ใช้สำหรับซื้อของบน Play Store เท่านั้น
  • ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง? โห เยอะแยะเลย ทั้งแอปเสียเงิน, ไอเทมในเกม (In-app purchase) อย่างที่ผมทำ, ซื้อหนัง, เช่าหนัง, ซื้อ E-book หรือแม้แต่จ่ายค่าสมาชิก YouTube Premium ก็ยังได้
  • แล้วเงินมาจากไหน? ส่วนใหญ่ก็มาจากการเติม บัตรของขวัญ Google Play ที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือบางทีก็ได้มาจากโปรโมชันเป็นรหัสพิเศษ
  • เช็คยอดได้ตรงไหน? เข้าไปในแอป Play Store > แตะที่รูปโปรไฟล์มุมขวาบน > เลือก "การชำระเงินและการสมัครใช้บริการ" > "วิธีการชำระเงิน" ยอดคงเหลือมันจะโชว์อยู่บนสุดเลย
  • ข้อควรระวัง คือมันเอาไปซื้อของที่เป็นชิ้นๆ อย่างมือถือ Pixel หรืออุปกรณ์อื่นใน Google Store ไม่ได้นะ แล้วก็ถอนเป็นเงินสดออกมาไม่ได้ด้วย ใช้ได้แค่ใน Play Store เท่านั้นแหละ

รีฟัน Google Play ยังไง

เรื่องขอเงินคืน Google Play

จำได้เลยวันนั้น... ประมาณช่วง บ่ายแก่ๆ ของวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2567 กำลังนั่งไถมือถืออยู่บ้าน ไม่ได้มีแพลนอะไรเป็นพิเศษ กะว่าจะหาเกมใหม่ๆ เล่นแก้เบื่อ พอดีไปเจอโฆษณาเกมที่ดูน่าสนใจมาก กราฟิกสวย เพลย์น่าตื่นเต้น ลองกดเข้าไปดูใน Play Store ปรากฏว่ามันต้อง ซื้อก่อนถึงจะเล่นได้ ราคาก็ไม่ถูกไม่แพง 350 บาท ตอนนั้นก็แบบ โอย... น่าเล่นว่ะ! กดซื้อไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก

พอโหลดเสร็จ ติดตั้งปุ๊บ! เล่นได้ไม่ถึง 5 นาที ความรู้สึกแรกคือ ผิดหวังอย่างแรง! มันไม่เหมือนที่โฆษณาไว้เลยสักนิด การควบคุมก็งงๆ กราฟิกก็ไม่ได้สวยอย่างที่เห็นในรูป แถมมีแต่โฆษณาขึ้นมาขัดจังหวะตลอดเวลา รู้สึก เสียดายเงินมาก โมโหตัวเองนิดหน่อยที่ใจร้อน ซื้อไปได้ไงเนี่ย!

เลยตัดสินใจลอง ขอเงินคืน ดู คือตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ไหมนะ เคยได้ยินคนอื่นเล่าว่าบางทีก็ยาก แต่เอาวะ! ลองดู

  1. เข้า Play Store เปิดแอป Google Play Store บนมือถือ
  2. กดที่รูปโปรไฟล์ มุมขวาบน
  3. เลือก "การชำระเงินและการสมัครใช้บริการ" (อันนี้แหละ ที่เป็นจุดเริ่มต้น)
  4. กด "งบประมาณและประวัติการสั่งซื้อ" เลื่อนลงมาเรื่อยๆ หาชื่อเกมที่เราซื้อไป
  5. เจอแล้ว! ชื่อเกม "Galactic Conquerors" (สมมติเอานะ)
  6. กดที่เกมนั้น แล้วจะมีตัวเลือกขึ้นมา
  7. เลือก "ขอเงินคืนหรือรายงานปัญหา" อันนี้แหละ!
  8. เลือกหัวข้อ "ฉันไม่พอใจกับสินค้า/บริการ" (หรืออันที่ใกล้เคียงที่สุด)
  9. พิมพ์เหตุผล อันนี้สำคัญมาก! พิมพ์ไปเลยแบบตรงๆ ว่า "เกมไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ การควบคุมแย่มาก เล่นแล้วหงุดหงิด มีโฆษณาเยอะเกินไป ไม่คุ้มกับราคาที่จ่ายไป" พยายามอธิบายให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้
  10. กดส่ง

นั่งรอไป ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มีอีเมลตอบกลับมา! เฮ้ย! ได้เรื่อง! Google แจ้งว่า "คำขอคืนเงินของคุณได้รับการอนุมัติแล้ว" รู้สึก ดีใจมาก! รู้สึกเหมือนได้เงิน 350 บาทคืนมาจริงๆ แถมยังรู้วิธีขอเงินคืนแล้วด้วย!

สรุปขั้นตอนการขอเงินคืนแบบเจาะจง:

  • เวลาที่ดำเนินการ: ช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2567
  • สถานที่: ที่บ้าน (กทม.)
  • แอปพลิเคชันที่ซื้อ: เกม "Galactic Conquerors" (สมมติ)
  • ราคา: 350 บาท
  • เหตุผลที่ขอคืน: เกมไม่ตรงปก, ควบคุมยาก, โฆษณาเยอะ, เสียดายเงิน
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการอนุมัติ: ประมาณ 2 ชั่วโมง

เพิ่มเติม

  • ระยะเวลาในการขอคืนเงิน: โดยทั่วไป Google Play จะให้เวลา 48 ชั่วโมง หลังจากซื้อแอปพลิเคชันหรือเกม เพื่อขอเงินคืนได้ โดยอัตโนมัติ ถ้าเกินกว่านั้น ก็ยังสามารถขอคืนได้อยู่ แต่จะพิจารณาเป็นกรณีไป
  • เหตุผลในการขอคืน: ควรเลือกเหตุผลที่ สมเหตุสมผล และ ตรงไปตรงมา เช่น ซื้อมาโดยไม่ได้ตั้งใจ, สินค้ามีปัญหา, ไม่ตรงตามคำอธิบาย
  • การติดต่อผู้พัฒนา: บางครั้งถ้าปัญหามันเฉพาะเจาะจงกับตัวแอปมากๆ การติดต่อผู้พัฒนาโดยตรงก็อาจช่วยได้
  • ผลการอนุมัติ: ไม่ใช่ทุกคำขอจะได้รับการอนุมัติ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ Google รวมถึงนโยบายต่างๆ ของพวกเขาด้วย

ยกเลิก Google Play ยังไง

  • ปิด Google Play.

    • ยกเลิก. จบ.
  • เข้าไปที่ “การสมัครใช้บริการ” บนมือถือ Android.

  • เลือกที่ต้องการ.

  • กด “ยกเลิก”.

  • ทำตามขั้นตอน.

    • บางทีการจากลา ก็คือการเริ่มต้นใหม่.
  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • สำคัญ: การยกเลิกการสมัครใช้บริการผ่าน Google Play จะมีผลกับ การสมัครสมาชิกที่จ่ายเงินผ่าน Google Play Store เท่านั้น.
    • ไม่ใช่ทุกอย่าง: หากคุณสมัครบริการโดยตรงกับผู้ให้บริการ (เช่น สมัคร Netflix ผ่านเว็บไซต์ Netflix โดยตรง) คุณต้องยกเลิกผ่านช่องทางนั้นๆ ไม่ใช่ผ่าน Google Play.
    • ระยะเวลา: การยกเลิกจะมีผลเมื่อสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงินปัจจุบัน. คุณยังสามารถใช้งานบริการได้จนถึงวันนั้น.
    • คืนเงิน: การยกเลิกส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินคืนสำหรับรอบที่จ่ายไปแล้ว. ตรวจสอบนโยบายของผู้ให้บริการนั้นๆ.
    • แอปที่ไม่ได้ใช้: การลบแอป ไม่ได้ หมายถึงการยกเลิกการสมัครใช้บริการ. ต้องยกเลิกให้ถูกวิธี.
    • หากไม่เจอ: หากหาการสมัครใช้บริการไม่เจอใน Play Store แสดงว่าคุณอาจไม่ได้สมัครผ่านช่องทางนี้.