ซื้อพื้นที่ Google Drive จ่ายเงินยังไง

89 ครั้งเข้าชม
Google Drive: วิธีชำระเงินค่าพื้นที่ ชำระผ่านบัตรเครดิต/บัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชี Google Google จะหักจากเครดิตในบัญชี (ถ้ามี) ก่อน เติมเงินล่วงหน้าได้โดยเพิ่มเครดิตในบัญชี Google
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีการชำระเงินซื้อพื้นที่ Google Drive?

เอ้อ...เรื่องจ่ายค่า Google Drive นี่นะ เอาจริงๆ ก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ ฉันว่ามันเหมือนจ่ายค่าน้ำค่าไฟแหละ (แต่หวังว่าคงไม่แพงเท่าไฟนะช่วงนี้! บิลมาทีแทบกรี๊ด)

หลักๆ เลยคือผูกบัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคารไว้กับบัญชี Google ของเรานั่นแหละ แล้วเค้าก็จะตัดเงินเราไปเองอัตโนมัติ ประมาณว่า "อ่ะ ถึงเวลาจ่ายแล้วนะ จ่ายมาซะดีๆ"

แต่ถ้าเกิดว่าเรามีเครดิตอยู่ในบัญชี Google (เอ๊ะ...มีได้ไงหว่า? ฉันไม่เคยมีเลยแฮะ) เค้าก็จะหักจากเครดิตก่อน แล้วค่อยมาเรียกเก็บจากบัตรเราทีหลัง

แล้วก็...ถ้าใครขยัน (หรือกลัวลืมจ่ายแบบฉัน) ก็สามารถเติมเงินเข้าไปในบัญชี Google ล่วงหน้าได้ด้วยนะ เหมือนเติมเงินมือถือสมัยก่อนเลยอ่ะ (ใครทันยุคเติมเงินมือถือบ้าง ยกมือขึ้น!)

ฉันว่านะ Google ทำเรื่องจ่ายเงินได้ค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว ไม่ต้องกรอกอะไรเยอะแยะวุ่นวาย แถมยังตัดเงินอัตโนมัติได้อีก ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!

ชำระเงินค่า Google Drive ยังไง

จ่ายค่า Google Drive ง่ายนิดเดียว! เหมือนจ่ายค่ากาแฟเช้า แต่ได้พื้นที่เก็บข้อมูลสารพัดประโยชน์ ไม่ใช่แค่รูปแมวของคุณนะ!

  • บัตรเครดิตคือพระเอก: Visa, Mastercard, American Express จัดไป! เลือกบัตรไหนก็ได้ ที่สำคัญอย่าลืมเช็คยอดในบัญชี เพราะถ้าบัตรหมดอายุ Google Drive อาจจะงอนได้นะ (ผมเคยเจอมาแล้ว! งานเข้าเลยทีเดียว)

  • ระบบ Auto-Pay คือตัวช่วย: ตั้งค่า Auto-Pay ไว้ สบายใจหายห่วง ไม่ต้องมานั่งจดจำวันครบกำหนด เหมือนลืมกินยาประจำ แล้วต้องวิ่งหาซื้อยาแก้ปวดหัวทีหลัง (นี่พูดจากประสบการณ์ตรงเลยนะ)

เรื่องการชำระเงินอัตโนมัติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Google Help แต่รับรองว่าไม่ยาก ง่ายกว่าแต่งรูปลง Instagram อีก!

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2024 นี้ Google ยังคงเน้นความสะดวกในการชำระเงิน มีการปรับปรุงระบบให้ user-friendly ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเตือนก่อนตัดบัญชี เพื่อป้องกันปัญหาบัตรหมดอายุ หรือยอดเงินไม่เพียงพอ และมีระบบ support ที่เข้าถึงง่ายขึ้น (เพราะ Google รู้ว่าคนเรามักจะลืมจ่ายค่าบริการต่างๆ เหมือนผมนี่แหละ!)

Google Drive ซื้อยังไง

อื้อหือออ ซื้อ Google Drive นี่นะ ง่ายมากกกก เข้าไปที่ Google Drive เลยจ้าาา

แล้วก็ไปดูตรงที่เก็บข้อมูลอ่ะ มันจะมีบอกอยู่ว่าเหลือเท่าไหร่ ถ้าเต็มแล้วก็ต้องซื้อเพิ่ม คลิกๆ ไปเรื่อยๆ มันจะมีให้เลือกแพ็คเกจต่างๆ ราคาไม่เท่ากันนะ แล้วแต่เราจะเอาแบบไหน

  • พื้นที่เยอะๆ ราคาแพงหน่อย แต่ก็คุ้มนะ ได้เก็บของเยอะๆ
  • พื้นที่น้อยหน่อย ราคาถูกกว่า แต่ก็ต้องคอยลบของบ่อยๆ ไม่งั้นเต็มอีก

ฉันนี่ใช้แบบ 100 GB เพราะรูปกับวีดีโอเยอะมากกก เกือบจะเต็มละ ปีนี้คิดว่าต้องอัพเกรดเป็น 200 GB แล้วล่ะ แพงกว่านิดหน่อย แต่คุ้มกว่าเยอะ ไม่ต้องคอยลบของบ่อยๆ สบายใจกว่าเยอะเลย

วิธีการชำระเงินก็ง่ายมาก ใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ PayPal ก็ได้ สะดวกดี แต่ก็ต้องเช็คบิลให้ดีๆ ด้วยนะ เดี๋ยวจ่ายเกิน ลืมไปก็ไม่ดี จดๆ ไว้บ้างก็ดีนะ

อ้ออ ลืมบอกไป ถ้าใช้ Google Workspace ก็จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลมาให้ด้วยนะ แต่ก็ต้องจ่ายค่าใช้บริการรายเดือน แล้วแต่จะเลือกเลย แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน จริงๆมันมีแพ็คเกจให้เลือกเยอะเลยนะ ลองดูดีๆ

ชําระเงินผ่าน Google Play ยังไง

ชำระเงินผ่าน Google Play ง่ายนิดเดียว หลักๆ คือเลือกวิธีจ่ายตอนซื้อของ

  • ขั้นตอนการชำระเงิน: เปิด Google Play Store บน Android ไปที่แอปหรือเกมที่ต้องการ กดราคา ระบบจะถามวิธีการจ่ายเงิน เลือกวิธีการชำระเงินที่มีอยู่ หรือเพิ่มวิธีใหม่ เช่น บัตรเครดิต/เดบิต หรือการชำระเงินผ่านมือถือ แล้วก็กดซื้อ แค่นั้นเอง

  • เปลี่ยนวิธีการชำระเงินระหว่างซื้อ: ตรงนี้สำคัญ บางทีเราอาจลืมเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงิน ก่อนกดซื้อ ระบบจะแสดงวิธีการชำระเงินที่ใช้เป็นค่าเริ่มต้น ถ้าต้องการเปลี่ยน จะมีตัวเลือกให้เปลี่ยนก่อนยืนยันการซื้อ สังเกตดีๆ นะครับ จุดนี้สำคัญมากในการควบคุมการใช้จ่าย

  • การเพิ่มวิธีการชำระเงินใหม่: Google Play รองรับหลายวิธี ตั้งแต่บัตรเครดิต/เดบิต จนถึงระบบชำระเงินมือถือ การเพิ่มวิธีใหม่ทำได้ง่ายๆ ระหว่างเลือกวิธีการชำระเงิน จะมีตัวเลือก "เพิ่มวิธีการชำระเงิน" ตามขั้นตอนของระบบ ตรงนี้ต้องระมัดระวังความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวด้วยนะครับ

เพิ่มเติมเล็กน้อย: ผมเคยเจอปัญหาตอนซื้อแอปแพงๆ ระบบจะยืนยันการซื้ออีกครั้ง เพื่อป้องกันการซื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นกลไกที่ดี ป้องกันการใช้จ่ายโดยไม่ตั้งใจ ถือเป็นการออกแบบที่ดีครับ

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ ปัจจุบัน Google อาจปรับเปลี่ยน UI/UX ได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลจาก Google Play Store โดยตรงอีกครั้ง)

Google Drive ซื้อยังไง

ซื้อ Google One ง่ายนิดเดียว เข้า Google Drive เลือกแผนที่ชอบ จ่ายตังค์จบ

  • เข้าเว็บ Google One เลือกแผนที่ต้องการ มีหลายแบบให้เลือก ราคาขึ้นอยู่กับพื้นที่เก็บข้อมูล
  • ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือวิธีการอื่นที่รองรับ เสร็จแล้วก็ใช้ได้เลย
  • ปีนี้ (2566) ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 139 บาทต่อเดือน สำหรับพื้นที่ 100 GB (ตรวจสอบราคาอีกครั้งบนเว็บไซต์ ราคาอาจเปลี่ยนแปลง)

แค่นี้แหละ ไม่ต้องคิดมาก งงก็ไปดูในเว็บ มีคำอธิบายละเอียดอยู่ ขี้เกียจอ่านก็ลองทำดูเลย ไม่ยากหรอก

ชําระเงินผ่าน Google Play ยังไง

  • Google Play จ่ายไงอ่ะ? ตอนซื้อของใน Play Store หน่ะหรอ?

    • เปิด Play Store ก่อนดิ (มือถือ/แท็บเล็ต Android นะ)
    • หารายการที่จะเปย์ เอ้ย! ซื้อ
    • กดราคาไปเลย
    • แตะ ลูกศรลง ตรง "วิธีการชำระเงิน"
  • เปลี่ยนวิธีจ่ายตังค์

    • เลือกวิธีจ่ายที่มีอยู่
    • หรือ เพิ่มวิธีใหม่ (บัตรเครดิต, PayPal บลาๆๆ)
    • เสร็จแล้วก็ซื้อเลย! ง่ายจะตาย
  • วิธีเพิ่มวิธีจ่ายตังค์ (เผื่อลืม)

    • ไปที่ Play Store เหมือนเดิม
    • กด รูปโปรไฟล์ (มุมบนขวา)
    • เลือก "การชำระเงินและการสมัครรับข้อมูล"
    • "วิธีการชำระเงิน" แล้วก็เพิ่มเอา
  • ทำไมต้องเพิ่มวิธีจ่าย?

    • บางทีบัตรเก่าหมดอายุ
    • อยากใช้บัญชี PayPal แทนไรงี้
    • หรือแค่...อยากลองของใหม่! (เกี่ยว?)
  • เออ...เมื่อกี้ว่าจะไปดูซีรีส์ต่อ สงสัยต้องไปเติมเงินก่อนละ เดี๋ยวค่อยมาต่อ ????

ชำระเงินค่า Google Drive ยังไง

คือแบบนี้ ปีนี้ฉันใช้ Google Drive แบบเก็บข้อมูลเยอะมาก เลยต้องจ่ายตังค์เพิ่ม จำได้แม่นเลยว่าใช้บัตร Mastercard จ่ายผ่านเว็บ ตอนนั้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 จำได้เพราะวันนั้นเป็นวันเกิดลูกสาวฉันด้วย เลยจำได้ติดตา รู้สึกโล่งมากตอนจ่ายเสร็จ เพราะกลัวข้อมูลหาย กดดันอยู่หลายวันก่อนตัดสินใจจ่าย โอนเงินปุ๊บ โล่งปั๊บ

  • ใช้บัตร Mastercard
  • วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566
  • จ่ายผ่านเว็บไซต์ Google
  • รู้สึกโล่งใจมากหลังจากชำระเสร็จ

อ้อ อีกอย่าง ที่จำได้คือ ตอนนั้นระบบมันมีให้เลือกหลายแบบนะ มีบอกชัดเจนเลยว่าจะตัดเงินจากบัตรอัตโนมัติถ้าเลือกแบบนั้น แต่ฉันเลือกแบบจ่ายครั้งเดียว ไม่เอาแบบอัตโนมัติ เพราะกลัวลืมตรวจสอบยอดบัตร แบบว่า ระวังไว้ก่อนดีกว่า ปลอดภัยที่สุด

ฉันใช้แพลนแบบเก็บข้อมูลได้เยอะมาก แบบว่า จ่ายแพงหน่อย แต่คุ้มค่ากับความปลอดภัยของข้อมูล นี่แหละ ประสบการณ์ตรง จากฉันเลย

ใช้ OneDrive เสียเงินไหม

OneDrive ฟรีไหม? แล้วไงต่อ

ฟรีจริง แต่พื้นที่แม่งน้อยนิด

จ่ายตังค์สิ ถ้าอยากได้เยอะกว่านั้น

  • OneDrive ฟรี: 5 GB โคตรกระจอก
  • จ่ายเพิ่ม: เริ่มต้นที่ 69 บาท/เดือน ได้ 100 GB
  • เข้าถึง: ทุกอุปกรณ์ที่มีเน็ต (คอม, มือถือ, แท็บเล็ต) จะที่ไหนก็ช่าง

สรุป: ฟรีมี แต่ไม่พอแดก

ข้อเสียของ OneDrive มีอะไรบ้าง

OneDrive: ข้อเสียที่ควรระวัง

  • ข้อมูลไม่ยั่งยืน: ใบอนุญาตหมดอายุเท่ากับข้อมูลสูญหาย ไม่มีการเก็บรักษาถาวร ต้องสำรองข้อมูลเอง ภายใน 90 วันเสี่ยงหายถาวร นี่คือความจริงที่เลี่ยงไม่ได้

  • ข้อจำกัดทางเทคนิค: อักขระพิเศษบางตัวและเส้นทางไฟล์ยาวเกินไป ทำให้ซิงค์ล้มเหลว สร้างปัญหาใช้งานจริง ต้องระมัดระวัง ปัญหาเล็กๆ นี่แหละที่น่ารำคาญ

  • ความปลอดภัยข้อมูล: ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความปลอดภัยของผู้ใช้โดยตรง หากตั้งค่าไม่ดีพอ ข้อมูลอาจตกอยู่ในอันตรายได้ง่าย (ประสบการณ์ส่วนตัว: ปี 2023 เคยเจอเพื่อนโดนแฮกเพราะความประมาทเรื่องนี้)

ข้อเสียเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนใช้งาน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา ความเสี่ยงมีอยู่จริง

เก็บไฟล์ใน OneDrive ปลอดภัยไหม

ดึกแล้ว แสงจันทร์สีเงิน ลอยละล่องเหนือตึกสูง... OneDrive นะ ฉันใช้ประจำ มันปลอดภัยดี ใช่มั้ย?

  • ไฟล์งานฉัน ภาพวาดสีน้ำมัน ภาพถ่ายเก่าๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 2566 ทั้งหมดอยู่ในนั้น อุ่นใจ เหมือนมีเพื่อนซี้คอยดูแล

  • เข้าถึงได้ทุกที่ นี่แหละ สำคัญ ฉันชอบนั่งทำงานที่คาเฟ่ บรรยากาศดี กาแฟหอมกรุ่น ความคิดสร้างสรรค์ไหลลื่น OneDrive คือเพื่อนร่วมทาง

  • แชร์งานได้ง่าย ส่งไฟล์ให้ลูกค้า ส่งให้เพื่อนร่วมทีม สะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องคอยส่งเมลล์ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

  • เรื่องความปลอดภัย ฉันเชื่อมั่น Microsoft นะ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ไฟล์ฉันปลอดภัยแน่นอน ไม่ต้องกังวลใจ นอนหลับสบาย

  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติ นี่คือจุดเด่น ฉันเคยเผลอลบไฟล์สำคัญไปครั้งหนึ่ง ดีนะที่มันสำรองไว้ให้ โล่งใจสุดๆ ขอบคุณ OneDrive จริงๆ

อากาศเย็นจัง คืนนี้ ดาวเต็มฟ้า สวยงามเหลือเกิน… OneDrive เหมือนดวงดาว คอยส่องสว่างให้ฉัน ในยามมืดมน

เพิ่มเติมเล็กน้อย : ใช้ OneDrive มาตั้งแต่ปี 2565 ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย แนะนำค่ะ