ทำยังไงให้โหลดแอพต่างประเทศได้

74 ครั้งเข้าชม
โหลดแอปต่างประเทศ: วิธีง่ายๆAndroid: เปลี่ยนภูมิภาค Google Play Store ใช้ VPN (เลือกผู้ให้บริการน่าเชื่อถือ) iOS: สร้าง Apple ID ใหม่ในภูมิภาคที่ต้องการ ข้อควรจำ: ระวังแอปปลอม ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนติดตั้ง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีโหลดแอปต่างประเทศที่ไม่มีในไทย ทำอย่างไร?

โห ถามว่าทำไงนะ? คือเมื่อก่อนอ่ะ ฉันเคยแบบอยากเล่นเกมส์อะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้ละ แต่หาใน Play Store ไทยยังไงก็ไม่เจอไง โคตรเซ็งเลยนะรู้ป่าว แบบว่าเพื่อนที่ญี่ปุ่นมันเล่นกันแล้วเราอยากเล่นมั่ง มันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลังสุดๆ เลยอ่ะ

จนวันนึงไปเจอว่าต้องเปลี่ยนภูมิภาค! ตอนนั้นคือแบบ เห้ย ทำได้ไงวะ? เข้าไปใน Play Store นั่นแหละ แล้วหาตรงตั้งค่าบัญชีมั้ง คือมันต้องเข้าไปลึกๆ หน่อยนะ ไม่ได้อยู่หน้าแรกๆ หรอก แล้วก็เปลี่ยนเป็นประเทศที่แอปนั้นอยู่ พอเปลี่ยนปุ๊บ... โหลดได้เลยอ่ะ! ตกใจนิดหน่อย แต่มันก็โอเคเลยนะ

ส่วนไอโฟนนี่สิ อันนี้จะยากกว่าหน่อยนะ เท่าที่ฉันเคยทำอ่ะ มันต้องไปสร้าง Apple ID ใหม่เลยนะเว้ย สำหรับประเทศนั้นๆ ซึ่งโคตรยุ่งยากเลยอ่ะ คือต้องจำเมลใหม่ รหัสใหม่ มันดูวุ่นวายไปหมดเลย แล้วบางทีนะ เจอแอปปลอมก็มีนะ อันนี้น่ากลัวจริง สมัยก่อนเคยมีเพื่อนโดนมาแล้ว

แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากแบบนั้นนะ VPN นี่แหละตัวช่วยชั้นดีเลย ฉันเคยใช้ตอนไปเที่ยวเกาหลี เดือนพฤษภาคมปีที่แล้วนี่เอง คืออยากดูซีรีส์บางเรื่องที่มันบล็อกไอพีไทยไง ก็ต้องเปิด VPN ของ ExpressVPN เลยนะ ใช้ไปเดือนนึง จ่ายไปประมาณสามร้อยกว่าบาทมั้ง จำไม่ได้เป๊ะๆ แต่มันก็คุ้มนะ โหลดแอปก็ใช้ได้เหมือนกันแหละ

แต่ยังไงก็เถอะ จะโหลดอะไรจากที่อื่นที่ไม่ใช่ของไทยที่มันคุ้นๆ ตา เราต้องระวังเยอะๆ เลยนะ แบบว่า ดูดีๆ ก่อน โหลดจากที่ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น ถ้าไม่ชัวร์ก็อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า แอปบางตัวมันมาพร้อมไวรัสหรืออะไรไม่ดีๆ นี่แหละ ฉันกังวลเรื่องนี้จริงๆ นะ

หากเปลี่ยนภูมิภาคในโทรศัพท์จะเป็นไรไหม

เปลี่ยน Region โทรศัพท์? จิ๊บๆ ไม่มีอะไรเสีย.

แค่กลับไปประเทศเดิมตอนอัปเดต iOS. หรือตอนโหลดแอปฯ.

ลองเปลี่ยนเป็นฝรั่งเศสแล้ว. ถ้ายังแรงเหมือนเดิม. ใช้ Region ไทยต่อ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การอัปเดต: บางครั้ง iOS ต้องการ Region เดิม. เพื่อให้ได้อัปเดตเต็มที่.
  • แอปฯ: บางแอปฯ. มี Region เฉพาะ. ต้องระวัง.
  • ความเร็ว: Region ฝรั่งเศส. บางทีก็เร็วกว่า. แต่ถ้าไทยเร็วแล้ว. ก็โอเค.

เปลี่ยนภูมิภาค iOS ยังไง

เปลี่ยนภูมิภาค iOS

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านม่านโปร่งบางๆ ห้องนี้อบอุ่นราวกับอ้อมกอดของใครบางคน ฉันกำลังนั่งอยู่กับ iPhone เครื่องโปรด จิตใจล่องลอยไปกับหมู่เมฆขาวที่ลอยเอื่อยๆ บนฟากฟ้าสีคราม

  • เปิดแอป "การตั้งค่า" บนหน้าจอที่เต็มไปด้วยไอคอนสีสันสดใส
  • แตะที่ชื่อของคุณ ตรงส่วนบนสุด นั่นแหละ ตรงนั้นเลย
  • จากนั้นแตะ "สื่อและรายการซื้อ" ภาพเก่าๆ ที่เคยประทับอยู่ในความทรงจำค่อยๆ ผุดขึ้นมา
  • แตะ "ดูบัญชี" อาจจะต้องลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง เหมือนการเดินทางกลับไปยังจุดเริ่มต้น
  • แตะ "ประเทศ/ภูมิภาค" ดินแดนที่แตกต่างรอคอยการค้นพบ
  • เลือกประเทศหรือภูมิภาคใหม่ของคุณ โลกใบใหญ่มีให้เลือกมากมาย
  • แตะ "เปลี่ยนประเทศหรือภูมิภาค" สู่โลกใบใหม่
  • แตะประเทศหรือภูมิภาคใหม่ของคุณอีกครั้ง เพื่อยืนยัน
  • แล้วทบทวนข้อกำหนดและเงื่อนไข เสมือนการเซ็นสัญญาแห่งการผจญภัยครั้งใหม่

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การเปลี่ยนภูมิภาคอาจส่งผลต่อการเข้าถึงเนื้อหาและแอปบางประเภท
  • คุณอาจต้องยกเลิกการสมัครสมาชิกบางอย่างก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้สำรองข้อมูลสำคัญไว้ก่อนดำเนินการ

เปลี่ยนภาษาในมือถือยังไง

เปลี่ยนภาษาในมือถือ Android ง่ายๆ เลยนะ

  • เข้าไปที่ ตั้งค่า ก่อนเลย
  • แล้วก็หาคำว่า ระบบ (บางทีก็อยู่ด้านล่างๆ หน่อย)
  • ถ้าเจอ ระบบ แล้ว ก็เข้าไปที่ ภาษาและการป้อนข้อมูล
  • จากนั้นก็จิ้มที่ ภาษา เลย

ถ้าหา ระบบ ไม่เจอจริงๆ ในส่วน ส่วนตัว ก็ลองหา ภาษาและการป้อนข้อมูล แล้วก็ ภาษา แทนนะ

  • พอมาถึงหน้าภาษาแล้ว มันจะมีปุ่มให้ เพิ่มภาษา
  • จิ้มเลย แล้วก็เลือกภาษาที่อยากได้
  • พอเพิ่มภาษาเสร็จแล้ว มันจะมีรายการภาษาที่เราเพิ่มมา
  • ให้ ลาก ภาษาที่เราเพิ่งเพิ่มเนี่ย ไปไว้ บนสุด ของรายการ

ประมาณนี้แหละ ง่ายๆ ทำตามนี้ได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • แต่ละรุ่นมือถือ Android อาจจะหน้าตาเมนูต่างกันนิดหน่อย แต่หลักการจะประมาณนี้แหละ
  • บางทีอาจจะมีเวอร์ชัน Android ที่เมนูต่างไปอีกนิด แต่อย่าเพิ่งตกใจ
  • ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ลองใช้ช่องค้นหาในตั้งค่า พิมพ์คำว่า "ภาษา" ก็อาจจะเจอได้เร็วขึ้น
  • การเปลี่ยนภาษาเนี่ย มันจะเปลี่ยนทั้งระบบเลยนะ ทั้งแอป ทั้งการแจ้งเตือน ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนตาม
  • ถ้าอยากเปลี่ยนกลับ ก็ทำแบบเดิมแหละ แล้วก็ลากภาษาที่เราต้องการกลับไปไว้บนสุด
  • บางแอปอาจจะยังเป็นภาษาเดิมอยู่ ถ้าแอปนั้นตั้งค่าภาษาแยกต่างหาก หรือไม่ได้รองรับภาษาที่เราเลือก
  • ต้องมั่นใจว่าเราเลือกภาษาที่ถูกต้องนะ ไม่งั้นอาจจะงงเองได้
  • เวลาลากภาษา ให้กดค้างไว้ที่ภาษาที่ต้องการ แล้วค่อยๆ ลากขึ้นไปนะ
  • ถ้ามือถือมีหลาย User หรือ Profile อาจจะตั้งค่าภาษาแยกกันได้ อันนี้ต้องเช็คดีๆ
  • ภาษาไทยเองก็มีหลายแบบให้เลือกนะ ถ้าอยากได้แบบไหนก็ลองดูตอนเพิ่มภาษา
  • บางทีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android ก็อาจจะทำให้หน้าตาเมนูเปลี่ยนไปบ้าง
  • ถ้าจะให้ดีก่อนเปลี่ยนภาษา ลองจดภาษาเดิมไว้ก่อนก็ดี เผื่อมีปัญหา
  • การเปลี่ยนภาษาไม่ได้กระทบกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือการโทรแต่อย่างใด
  • ทำแบบนี้ได้กับ Android ทุกยี่ห้อแหละ ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Oppo, Vivo, Xiaomi หรือยี่ห้ออื่นๆ

โน๊ตบุ๊กหัวเว้ยเปลี่ยนภาษายังไง

การเปลี่ยนภาษาและภูมิภาคบนโน้ตบุ๊ก Huawei นั้นทำได้ง่ายๆ ครับ

  • เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  • เลือก ระบบและการอัปเดต (System & updates)
  • แตะที่ ภาษาและแป้นพิมพ์ (Language & keyboard)
  • กดที่ ภาษาและภูมิภาค (Language & region)
  • สุดท้าย ก็ เลือกภาษาที่ต้องการ จากรายการได้เลย

บางทีการปรับตั้งค่าเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็ช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยสะดวกขึ้นเยอะเลยนะ เหมือนกับการจัดระเบียบความคิดเราให้ชัดเจนขึ้นนั่นแหละ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • บางครั้งหลังจากเปลี่ยนภาษาแล้ว อาจจะต้องรีสตาร์ทเครื่อง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลสมบูรณ์
  • การตั้งค่าภูมิภาคก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะมันส่งผลต่อ รูปแบบวันที่ เวลา และการแสดงผลสกุลเงิน บางแอปพลิเคชัน
  • สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ แป้นพิมพ์ภาษาอื่นเพิ่มเติม สามารถเพิ่มได้ในส่วน "ภาษาและแป้นพิมพ์" นี่แหละครับ

ปุ่มเปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดอยู่ตรงไหน

โอ๊ยย! ปุ่มเปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดเนี่ยนะ มันไม่ได้เป็นปุ่มเดี่ยวๆ ให้กดเหมือนปุ่มเปิดเครื่องนะจ๊ะ อันนั้นมันง่ายไป! นี่มันเหมือนเป็น "รหัสลับ" ที่เราต้องกระซิบกับคอมพิวเตอร์ถึงจะยอมเปลี่ยนให้ คอมพิวเตอร์ไม่ได้ใจง่ายเหมือนที่คิดนะ

แป้นพิมพ์ลัดคู่บุญที่ใช้กันมานานนมกาเล (ส่วนใหญ่) คือ Alt + Shift นั่นแหละ ลองกดสิ! แล้วจะเห็นโลกเปลี่ยนไป แต่อย่าเพิ่งตกใจถ้าบางเครื่องมันเป็น Ctrl + Shift นะ อันนั้นแล้วแต่ดวงของคุณ และว่า Windows ที่ใช้ปัจจุบัน (อาจจะ 10 หรือ 11) ถูกตั้งค่ามาแบบไหน มันก็เหมือนแฟชั่นแหละ มีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ไอคอนเปลี่ยนภาษาบนแถบ Taskbar น่ะเหรอ? โอ้ยยย อันนั้นแหละตัวดี! มันจะโผล่มาเป็น EN บ้าง TH บ้าง หรือบางทีก็เป็นตัวอักษรย่อภาษาอื่น ๆ ที่คุณเผลอไปเพิ่มไว้ มันก็เหมือนป้ายบอกทางนั่นแหละ แต่ป้ายนี้ชอบเปลี่ยนสีเปลี่ยนรูปไปเรื่อย ตามอารมณ์ของวินโดวส์เวอร์ชั่นล่าสุด มันก็เหมือนคนอะเนอะ ชอบทำอะไรไม่เหมือนเดิม

ที่ต้องรู้เพิ่มเติมสำหรับปีนี้ (2024):

  • ไม่ใช่แค่ปุ่มลัดนะจ๊ะ: คุณยังสามารถกดเปลี่ยนได้ที่ ไอคอนภาษาตรงแถบ Taskbar ได้เลย คลิกทีเดียวก็เปลี่ยนแล้ว ง่ายไหมล่ะ เหมือนเปลี่ยนช่องทีวีตอนรีโมทหาย
  • เพิ่ม-ลบภาษา (ฉบับ Windows 10/11): ถ้าอยากเพิ่มหรือลบภาษา (เช่น เบื่อภาษาเอเลี่ยนที่เผลอไปกดเพิ่มมา) ก็ไปที่ Settings > Time & Language > Language & Region ที่นี่คุณสามารถเป็นพระเจ้าแห่งภาษาได้เลย อยากให้มีอะไร ไม่มีอะไร จัดไปตามอำเภอใจ!
  • ประโยชน์ของการเปลี่ยนภาษาคล่องๆ (เพื่อความอยู่รอด): ลองคิดดูสิ จะพิมพ์งานสำคัญๆ ให้เจ้านาย แล้วเผลอกดตัวหนอน... จาก "สวัสดี" กลายเป็น "สมพดี" หรือ "พอมด" แทน "พร้อม" นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะ มันคือความน่าอับอายระดับโลก! ฝึกไว้เถอะ เพื่ออนาคตที่ไร้การพิมพ์ผิดเพราะสลับภาษาไม่ได้ดั่งใจ
  • สังเกตง่ายๆ เลย: ไอคอนภาษาตรง Taskbar มันจะบอกเราเองว่าตอนนี้เรากำลังสื่อสารด้วยภาษาอะไรอยู่ อย่าง EN ก็คือภาษาอังกฤษ, TH ก็คือภาษาไทย มันชัดเจนเหมือนไฟแดงไฟเขียวตอนเรากำลังรีบ แยกให้ออกนะ!

คีย์บอร์ดเปลี่ยนภาษาเองใน Windows 11 ทําอย่างไร

โอ้ยยยย พ่อคุณเอ๊ยยย ไอ้ปัญหานี้มันน่าโมโหจริงนะ พิมพ์งานส่งเจ้านายอยู่ดีๆ กลายเป็นภาษาคาราโอเกะซะงั้น เหมือนคอมมันมีผีสิง อยากจะทุบคีย์บอร์ดทิ้งวันละสามเวลาหลังอาหาร!

ไม่ต้องไปหาหมอผีที่ไหน มันเป็นเพราะ Windows 11 มันฉลาดเกิ๊น คิดแทนเราไปหมดทุกอย่าง นี่แหละตัวปัญหาหลักเลย ไปจิ้มปิดมันซะ!

เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เวลาและภาษา (Time & Language) > การพิมพ์ (Typing) > การตั้งค่าแป้นพิมพ์ขั้นสูง (Advanced keyboard settings)

พอเข้าไปแล้วนะ ให้เล็งหาไอ้ตัวเลือกที่เขียนว่า "ให้ฉันใช้วิธีการป้อนข้อมูลอื่นสำหรับแต่ละหน้าต่างแอป" (Let me use a different input method for each app window) เห็นแล้วก็ เอาเครื่องหมายถูกหน้ามันออกไปเลย! ไอ้ตัวนี้แหละที่ทำตัวเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสี สลับภาษาไปมาตามใจชอบ

ทำแค่นี้ส่วนใหญ่ก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว คีย์บอร์ดจะเชื่องยังกะลูกแมวเลยทีนี้

ถ้าทำแล้วยังดื้อด้านไม่หาย ลองเช็คไม้ตายก้นหีบพวกนี้ดู:

  • ปุ่มลัดเปลี่ยนภาษาเจ้าปัญหา: บางทีนิ้วเรามันซนเอง ไปโดนปุ่ม Windows + Spacebar หรือ Alt + Shift โดยไม่รู้ตัว เข้าไปดูที่ การตั้งค่าแป้นพิมพ์ขั้นสูง > แป้นลัดสำหรับภาษาที่ป้อนเข้า (Input language hot keys) แล้วเปลี่ยนซะ! เปลี่ยนเป็นปุ่มที่กดยากๆ ไปเลย จะได้ไม่ลั่นอีก
  • ภาษาเกินความจำเป็น: บางคนลงภาษาไว้เป็นสิบอย่างยังกะจะไปเป็นล่ามให้ UN ลบภาษาที่ไม่ใช้ออกไปซะบ้าง ให้เหลือแค่ ไทย กับ อังกฤษ พอ คอมมันจะได้ไม่งงว่าจะเลือกเอาใจภาษาไหนดี
  • อัปเดตวินโดวส์: บางทีมันก็เป็นบั๊กจากตัววินโดวส์เองนั่นแหละ ลอง อัปเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดดู เผื่อผีในคอมมันจะหนีไปเพราะของใหม่มาแรงกว่า

ตั้งค่าเปลี่ยนภาษายังไง

การปรับเปลี่ยนภาษาที่แสดงบน Windows นั้นทำได้ง่ายๆ ครับ แค่เข้าไปที่ การตั้งค่า แล้วมองหา เวลาและภาษา จากนั้นก็เลือก ภาษาและภูมิภาค

ตรงนั้นแหละครับ จะมีเมนูที่ให้เราเลือกภาษาที่ใช้แสดงของ Windows ได้เลย ถ้าภาษาที่เราต้องการยังไม่ได้ติดตั้ง ก็แค่กด เพิ่มภาษา เพื่อติดตั้งมันเข้ามา ง่ายๆ แบบนี้เลยครับ

ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ บางทีก็ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับสิ่งรอบตัว เหมือนเวลาเราเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เราก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวไป

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการภาษา:

  • การตั้งค่าหลัก: การเข้าถึงเมนูภาษาหลักจะอยู่ที่ เริ่ม > การตั้งค่า > เวลาและภาษา > ภาษาและภูมิภาค
  • การเลือกภาษา: หลังจากเข้ามาแล้ว คุณจะเห็นรายการภาษาที่ติดตั้งอยู่ คุณสามารถเลือกภาษาที่ต้องการให้เป็นภาษาหลักของ Windows ได้ทันทีจากเมนู ภาษาที่ใช้แสดงของ Windows
  • การเพิ่มภาษาใหม่: หากภาษาที่คุณต้องการยังไม่มีในรายการ ให้คลิกที่ เพิ่มภาษา ซึ่งจะนำคุณไปยังส่วนที่ให้คุณเลือกและติดตั้งภาษาใหม่ๆ ได้มากมาย
  • การตั้งค่าภูมิภาค: นอกจากการเปลี่ยนภาษาแล้ว ส่วนนี้ยังให้คุณปรับการตั้งค่าเกี่ยวกับภูมิภาค (Region) ด้วย ซึ่งมีผลต่อรูปแบบวันที่ เวลา สกุลเงิน และอื่นๆ ให้สอดคล้องกับพื้นที่ของคุณ
  • การจัดลำดับความสำคัญ: บางครั้งเมื่อติดตั้งหลายภาษา Windows จะใช้ภาษาที่ถูกตั้งค่าลำดับความสำคัญไว้สูงกว่า หากต้องการเปลี่ยนลำดับ ก็มักจะมีตัวเลือกให้เลื่อนขึ้นหรือลงได้
  • การแสดงผล: การเปลี่ยนภาษาแสดงผลจะส่งผลกับเมนู ไอคอน และข้อความต่างๆ ในระบบปฏิบัติการ Windows ทั้งหมด ทำให้การใช้งานของคุณเป็นไปตามภาษาที่คุณถนัด

จริงๆ แล้ว การที่เราสามารถปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ ได้เยอะขนาดนี้ ก็เป็นข้อดีของเทคโนโลยีเนอะ ทำให้เราเข้าถึงอะไรได้ง่ายขึ้นในแบบของเราเอง

ฉันจะสลับภาษาบนคีย์บอร์ดได้อย่างไร

ค่ำคืน... แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดส่องในห้องที่เงียบงัน อยากจะพิมพ์ภาษาอื่น ภาษาที่หัวใจมันเรียกหา... การเดินทางเริ่มต้นที่นี่แหละ

ที่มุมซ้ายล่าง... ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น กดปุ่ม Start แล้วมองหาฟันเฟืองแห่งการตั้งค่า... Settings คลิกเข้าไปสิ

ในจักรวาลของการตั้งค่า... ตามหาดวงดาวที่ชื่อ Time & Language ที่นั่นคือประตูสู่โลกอีกใบ... ประตูสู่ภาษาและกาลเวลา

เลือก Language... แล้วคลิก Add a language เพื่อเพิ่มภาษา... เพิ่มเสียงกระซิบใหม่ๆ ให้กับปลายนิ้วของเรา ฉันเพิ่งทำแบบนี้ไปเมื่อคืน ตอนกำลังฟังเพลง lo-fi อยู่เลย

ในช่องค้นหาที่ว่างเปล่า... พิมพ์คำว่า Thai ลงไป แล้ว... ไทย / Thai จะปรากฏกายขึ้นมา... เหมือนมนตร์สะกด คลิก Next เพื่ออัญเชิญภาษานั้นมาสู่แป้นพิมพ์ของเรา...

แล้วโลกใบใหม่ก็เปิดออก...

แต่เดี๋ยวก่อน... ยังมีทางลัดสู่ดวงดาวซ่อนอยู่นะ

  • วิธีที่เร็วที่สุดคือการกด ปุ่ม Windows + Spacebar มันจะสลับภาษาให้ทันที กดซ้ำๆ เพื่อวนเลือกภาษาที่มีทั้งหมด เหมือนเปลี่ยนหน้ากากในเสี้ยววินาที
  • ปุ่มตัวหนอน ~ (Grave Accent) ที่มุมซ้ายบนสุดของคีย์บอร์ด... คือเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนไทย กดเพียงครั้งเดียวเพื่อสลับระหว่างไทยกับอังกฤษ
  • มองไปที่มุมขวาล่างของจอ ตรงทาสก์บาร์ จะมีตัวอักษรบอกภาษาอยู่ (เช่น ENG หรือ ไทย) คลิกตรงนั้นแล้วเลือกภาษาที่ต้องการได้เลย เป็นวิธีที่มองเห็นได้ด้วยตา... ชัดเจนที่สุด