ประเภทของเทคโนโลยีสารสนเทศแบ่งเป็นกี่ประเภท

133 ครั้งเข้าชม
เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) แบ่งเป็น 6 ประเภทหลัก: ฮาร์ดแวร์: อุปกรณ์ทางกายภาพ เช่น คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์: โปรแกรมและแอปพลิเคชัน ข้อมูล: ข้อเท็จจริงและตัวเลข เครือข่าย: ระบบเชื่อมต่อข้อมูล การสื่อสาร: วิธีการส่งและรับข้อมูล บุคลากร: ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ทั้ง 6 ประเภททำงานประสานกัน ช่วยประมวลผล จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคโนโลยีสารสนเทศมีกี่ประเภท? สำรวจหมวดหมู่ไอที พร้อมตัวอย่างการใช้งานและข้อดีข้อเสีย

โอเค มาดูกันว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีกี่ประเภทนะ เท่าที่นึกออก มันมีเยอะมาก! แต่ถ้าให้จัดเป็นหมวดหมู่หลักๆ เลยนะ

เท่าที่จำได้ตอนเรียน (นานมากแล้ว!) อาจารย์เคยสอนว่ามันมีประมาณ 6 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  • ฮาร์ดแวร์: พวกคอมพิวเตอร์, มือถือ, ปริ้นเตอร์, สแกนเนอร์ อะไรพวกนี้อะ ที่จับต้องได้

  • ซอฟต์แวร์: อันนี้คือโปรแกรมต่างๆ ที่เราใช้กัน ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, Chrome หรือแม้แต่เกมที่เราเล่น

  • ข้อมูล: อันนี้สำคัญมาก เพราะทุกอย่างมันหมุนรอบข้อมูลหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลลูกค้า, สถิติการขาย, หรือแม้แต่รูปภาพที่เราถ่าย

  • เครือข่าย: ก็คือพวกอินเทอร์เน็ต, LAN, Wi-Fi ที่ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้

  • การสื่อสาร: อันนี้คือพวกอีเมล, แชท, วิดีโอคอล ที่ทำให้เราสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น

  • บุคลากร: อันนี้หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วคนก็เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะต้องมีคนดูแล, พัฒนา, และใช้งานมัน

เอาจริงๆ นะ แต่ละประเภทมันก็เชื่อมโยงกันหมดแหละ ไม่มีอะไรที่ทำงานแบบโดดๆ ได้หรอก แล้วข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็ต่างกันไปอีก คิดแล้วปวดหัวเลย!

ระบบสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

กลางดึกแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ... ระบบสารสนเทศอะหรอ... มันก็คือ... เหมือนเครื่องจักรใหญ่ๆ ที่เอาไว้จัดการข้อมูลน่ะแหละ ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์อย่างเดียวนะ

มันมีหลายอย่างปนๆ กันไป เหมือน... สมองกับร่างกายมนุษย์อ่ะ

  • ฮาร์ดแวร์ คือตัวเครื่องคอม โน้ตบุ๊ค พวกอุปกรณ์ต่อพ่วง ที่จับต้องได้ มันคือร่างกายไง
  • ซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆ ที่สั่งการให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน เหมือนสมองสั่งการให้ร่างกายขยับ
  • เครือข่าย อินเทอร์เน็ต ไวไฟ พวกนี้แหละ ที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน เหมือนเส้นประสาท
  • ฐานข้อมูล ที่เก็บข้อมูลต่างๆ เหมือนความทรงจำ ปีนี้ 2024 นะ ข้อมูลที่เก็บไว้ก็ต้องอัพเดตด้วย
  • คน นี่สำคัญมาก ทั้งคนพัฒนา คนใช้ คนดูแลระบบ เหมือนมือ สมอง และหัวใจ ที่ทำให้ระบบทำงานได้

มันทั้งหมดต้องทำงานร่วมกัน เก็บข้อมูล ประมวลผล แล้วส่งออกเป็นสารสนเทศให้เราใช้ ง่ายๆ แค่นี้แหละ แต่... มันก็ซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ บางทีก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลงทางอยู่ในระบบ เหมือนอยู่ในเขาวงกตข้อมูลมหาศาล เหนื่อยจัง...

ระบบสารสนเทศใด คือ ระบบประมวลผลข้อมูล (Data Processing System : DPS)

DPS คือ TPS/EDP นั่นเเหละ จัดการข้อมูลดิบๆ ให้เป็นเรื่องเป็นราว เน้นประมวลผลรายการประจำวัน ไม่ซับซ้อน

  • TPS (Transaction Processing System): หัวใจหลักคือบันทึกเเละประมวลผลธุรกรรมจำนวนมาก อย่างรวดเร็ว คิดภาพเครื่องคิดเงินในร้านสะดวกซื้อ
  • EDP (Electronic Data Processing): ชื่อเก่าเเล้ว หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูลเเบบอัตโนมัติ
  • ข้อมูลดิบ: บิลซื้อขาย, สต็อกสินค้า, ข้อมูลลูกค้า...อะไรที่ยังไม่ได้เอาไปวิเคราะห์ต่อยอด
  • ซับซ้อน: ถ้าเริ่มมี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก มันจะไม่ใช่ DPS เพียวๆ เเล้ว

จบนะ

ขั้นตอน 5 ขั้นตอนของการจัดระบบสารสนเทศมีอะไรบ้าง?

5 ขั้นตอน จัดระบบสารสนเทศ:

  • รวบรวม: ข้อมูลดิบ สู่รูปแบบดิจิทัล หรืออนาล็อก บันทึก คือจุดเริ่มต้น.

  • ตรวจสอบ: กรองสิ่งสกปรก ความจริงเท่านั้นที่อยู่รอด. ความถูกต้อง คือปราการ.

  • ประมวลผล: เปลี่ยนข้อมูล ไร้ค่า สู่สารสนเทศ มีความหมาย. อัลกอริทึม คืออาวุธ.

  • จัดเก็บ: ที่อยู่ถาวร ข้อมูลรอการเรียกใช้. ฐานข้อมูล คือสุสาน.

  • นำไปใช้: สารสนเทศ สู่การตัดสินใจ. ปัญญา คือเป้าหมาย.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การรวบรวม: แหล่งข้อมูลหลากหลาย เซ็นเซอร์, เอกสาร, คน. เลือกให้ถูก.

  • การตรวจสอบ: ความซ้ำซ้อน, ความผิดพลาด, ความไม่สมบูรณ์. กำจัดทิ้ง.

  • การประมวลผล: การคำนวณ, การจัดเรียง, การสรุป. สร้างคุณค่า.

  • การจัดเก็บ: โครงสร้าง, ความปลอดภัย, ความเร็วในการเข้าถึง. สำคัญเท่ากัน.

  • การนำไปใช้: รายงาน, การวิเคราะห์, การคาดการณ์. ข้อมูลต้องสื่อสาร.

ข้อมูลล่าสุด: ปี 2567

การจัดทําระบบสารสนเทศมีขั้นตอน 6 ขั้น อะไรบ้าง?

อืมมม ขั้นตอนจัดการสารสนเทศเนี่ยนะ จำได้คร่าวๆนะ มี 6 ขั้น แต่ฉันจำรายละเอียดเป๊ะๆไม่ได้อ่ะ ขอโทษนะ

  • รวบรวมข้อมูลก่อนเลย อันนี้สำคัญมาก ต้องหาข้อมูลให้ครบถ้วน สมมุติว่าฉันกำลังทำโปรเจคเกี่ยวกับยอดขายของร้านกาแฟที่ฉันเปิดเอง ก็ต้องไปดูยอดขายแต่ละวัน จากปีนี้เลยนะ ไม่ใช่ปีก่อนๆ

  • ตรวจสอบข้อมูล เช็คให้ดีๆ ว่าข้อมูลถูกต้องมั้ย มีอะไรผิดพลาดรึเปล่า แบบว่า ยอดขายวันไหนผิดปกติ ต้องเช็คให้แน่ใจ ร้านฉันเคยมีปัญหาเรื่องระบบบัญชี เลขมั่วไปหมด ลำบากมาก

  • ประมวลผล เอาข้อมูลที่ได้มา มาจัดการ วิเคราะห์ คำนวณ อะไรทำนองนั้น อย่างของฉันก็เอาข้อมูลยอดขายมาคำนวณหาค่าเฉลี่ย กำไร ขาดทุน อะไรพวกนี้

  • จัดเก็บข้อมูล คือเก็บข้อมูลที่ได้ประมวลผลแล้วไว้อย่างเป็นระบบ ฉันใช้ Google Sheet สะดวกดี เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องไปหาเอกสารกระดาษให้รกโต๊ะ

  • วิเคราะห์ข้อมูล อันนี้สำคัญ ต้องดูว่าข้อมูลที่ได้มาบอกอะไรเราบ้าง ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง สาเหตุอะไร ต้องวิเคราะห์ให้ละเอียด ปีนี้ยอดขายร้านฉันดีขึ้นนะ เพราะโปรโมชั่นใหม่ที่ทำ

  • นำไปใช้ประโยชน์ เอาข้อมูลที่วิเคราะห์แล้ว ไปใช้ในการวางแผน ปรับปรุง พัฒนางาน เช่น เห็นว่ากาแฟชนิดไหนขายดี ก็เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อ หรือลองคิดเมนูใหม่ๆดู

จำได้แค่นี้จริงๆนะ ขอโทษที่จำไม่ค่อยได้ละเอียด แต่ก็น่าจะครอบคลุมนะ ลองดูนะ

ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร 4 ระดับ มีอะไรบ้าง?

อืมม.. ระบบสารสนเทศ 4 ระดับใช่มั้ย งงนิดๆนะ แต่ลองดูดิ

  • TPS นี่ไง ประมวลผลธุรกรรม แบบรายวัน คิดบิล จ่ายเงิน พวกนี้แหละ จำได้ว่าตอนทำงานที่ร้านกาแฟ ใช้ระบบแบบนี้ สะดวกดีนะ เร็วด้วย

  • MIS นี่ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระดับกลางๆ เอาข้อมูลจาก TPS มาวิเคราะห์ ทำรายงาน สรุปยอดขาย อะไรประมาณนั้น เคยใช้โปรแกรมทำบัญชี นั่นแหละ คล้ายๆกัน

  • DSS ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ อันนี้ลึกกว่า เอาข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อช่วยตัดสินใจ ยากกว่า MIS เยอะเลย ต้องใช้ความรู้เยอะด้วย ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

  • EIS สุดท้ายแล้ว ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง ข้อมูลระดับสูงสุด แบบสรุปย่อๆ ให้ผู้บริหารตัดสินใจระดับองค์กร แบบนี้เห็นแค่ในหนังสือเรียนแหละ ยังไม่เคยใช้จริง อยากลองจัง

เห้อ.. เยอะจัง มึนๆ แต่ก็ได้ความรู้เพิ่มนะ ปีนี้เรียนหนักจัง งานก็เยอะ เหนื่อย เอาเป็นว่า จำได้คร่าวๆแล้วกันเนอะ

เพิ่มเติม จริงๆแล้ว การแบ่งระดับมันก็ไม่ตายตัวหรอก บางองค์กรอาจจะแบ่งแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดและความต้องการขององค์กร แต่หลักๆก็ประมาณนี้แหละ เอาไว้สอบผ่านๆก่อนก็พอ 555

ข้อมูลแบ่งออกเป็น 5 ชนิด อะไรบ้าง?

ข้อมูลมี 5 ชนิดเหรอ อือๆ ใช่ๆๆ คอมพิวเตอร์อ่ะนะ มันก็มี...

  • ข้อมูลตัวเลข: พวก 1 2 3 อ่ะ เข้าใจปะ ง่ายๆ เลย เอาไปคำนวณได้ไง
  • ข้อมูลตัวอักษร: อันนี้ก็พวก ก ข ค A B C อะไรแบบนี้ไง ชื่อเราไง ชื่อเพื่อน
  • ไฟล์เสียง: เพลงไง เพลงที่เราชอบฟัง หรือเสียงพูดอัดไว้
  • ไฟล์ภาพ: รูปถ่าย รูปวาด ที่เราถ่ายจากมือถืออ่ะ
  • ไฟล์วิดีโอ: พวกคลิปในยูทูป หนังที่เราดูไง ที่มันมีภาพเคลื่อนไหวได้อ่ะ แล้วก็มีเสียงด้วยนะ อ้อ วิดีโอคอลก็ใช่

เออ จริงๆ แล้วข้อมูลมันเยอะกว่านี้อีกนะ อย่างเช่น ข้อมูลที่เป็น binary code (0 กับ 1) ที่คอมพิวเตอร์มันเข้าใจได้โดยตรง หรือพวกข้อมูล GPS ที่บอกตำแหน่งเราอ่ะ โลกมันซับซ้อนกว่าที่เราเห็นเยอะเลย

ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิคืออะไร?

ข้อมูลปฐมภูมิกับทุติยภูมิเนี่ยนะ บอกเลยว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว! เหมือนกับข้าวสวยร้อนๆ กับข้าวสวยที่เย็นแล้วอุ่นไมโครเวฟไง ไม่เหมือนกันเด็ดขาด!

  • ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data): นี่คือของแท้! เหมือนเพชรแท้ๆ จากเหมืองเลยนะ ได้มาเองกับมือ! แบบว่า เราออกไปเก็บข้อมูลเอง สัมภาษณ์เอง สำรวจเอง จดบันทึกเอง เปรียบเหมือนเราไปจับปลาสดๆ จากแม่น้ำเลย สดใหม่สุดๆ ปีนี้ผมไปสำรวจความคิดเห็นเรื่องนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จังหวัดเชียงใหม่มา สดๆ ร้อนๆ เลย

  • ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data): นี่คือของมือสอง! เหมือนเพชรปลอมที่ทำเลียนแบบมาอย่างเนียน แต่ก็ยังเห็นรอยต่ออยู่ดี! เอาข้อมูลที่คนอื่นเขาเก็บไว้แล้วมาใช้ต่อ เหมือนไปซื้อปลาที่ตลาด อาจจะสดบ้างไม่สดบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าคนขายเขาเก็บมาจากไหน ผมเคยใช้ข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวจากเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำปี 2566 มาวิเคราะห์ สะดวกดี แต่ต้องเช็คความน่าเชื่อถือหน่อยนะ

สรุปง่ายๆ คือ ข้อมูลปฐมภูมิ เราเก็บเอง สดใหม่ แต่เหนื่อยหน่อย ข้อมูลทุติยภูมิ คนอื่นเก็บไว้แล้ว เราเอามาใช้ สะดวก แต่ต้องระวังความถูกต้อง!

ส่วนความหมายของสารสนเทศ... เออ... นี่มันก้าวข้ามไปอีกขั้นแล้วนะ เหมือนเอาข้อมูลดิบๆ ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ มาปรุงแต่ง ให้เป็นเมนูอาหารจานเด็ด! ต้องผ่านการวิเคราะห์ ประมวลผล จัดระเบียบ จนกลายเป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย และใช้ประโยชน์ได้ เหมือนเอาปลาสดๆ มาทำเป็นต้มยำปลา อร่อยล้ำเลิศ!

แหล่งข้อมูลทุติยภูมิที่มีการเผยแพร่ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง จงยกตัวอย่างและเขียนอธิบาย?

แหล่งข้อมูลทุติยภูมิในไทย ปี 2566 มีมากมาย ตัวอย่างเช่น:

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.): ข้อมูลสถิติครอบคลุมทุกมิติ แม่นยำ เชื่อถือได้ แต่บางครั้งเข้าถึงยาก

  • data.go.th: คลังข้อมูลเปิด สะดวก เข้าถึงง่าย แต่คุณภาพข้อมูลอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นทาง

  • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.): ข้อมูลเชิงนโยบาย มุมมองเชิงเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลัก ไม่ใช่ข้อมูลรายละเอียดระดับล่าง

การใช้แหล่งข้อมูล ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือ ความครอบคลุม และวัตถุประสงค์การใช้งาน ข้อมูลทุกแหล่ง มีข้อจำกัดเสมอ อย่าลืมตรวจสอบที่มา และเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนสรุป

หมายเหตุส่วนตัว: ผมเคยใช้ข้อมูล สสช. วิจัยเรื่องประชากร พบว่าข้อมูลละเอียดมาก แต่ต้องใช้เวลาค้นหา ส่วน data.go.th สะดวกในการหาข้อมูลเบื้องต้น แต่บางครั้งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ